Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
4 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
Timeline เจาะเวลาผ่าจักรวาล (New Version) ตอนที่ 11

หลังจากอุมาเทวีได้ไปรับมหาเทพโอซิริสมาแล้วเทพพยากรณ์บอกกับอุมาเทวีให้พามหาเทพไปหาศิวะเทพทันทีที่สเฟียร์มรกตพระนางอุมาเทวีจึงรีบปฏิบัติตามนั้น

ต่อมาไม่นานทั้งสามได้อยู่บนโต๊ะแก้วเนรมิตองค์ศิวะเทพได้กล่าวกับเทพทั้งสองว่า

“ก่อนอื่นต้องบอกให้ทั้งสองท่านทราบก่อนว่าtimelineของโลกที่ท่านจากมากับ timeline ของโบมมีความแตกต่างกัน”

เทพพยากรณ์เพิ่มเติมข้อมูลทุกอย่างให้มหาเทพโอซิริสเนื่องจากมหาเทพมีศักยภาพพิเศษ จึงสามารถรับรู้และซึมซับข้อมูลทุกอย่างได้โดยง่าย องค์ศิวะเทพได้กล่าวต่อ

“ทั้งมหาเทพโอซิริสและพระนางอุมาเทวีทรงเป็นมนุษย์ในจักรวาลที่ 76 เพียงแต่มหาเทพโอซิริสจะมีชีวิตอยู่ก่อนพระนางอุมาเทวี12,000 ปี แต่พระนางอุมาเทวีจะเสด็จมาถึงที่โบมก่อน”

พระนางอุมาเทวีทรงสงสัย

“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นได้ล่ะท่าน”

“สำหรับโบมแล้วเราสามารถมองเห็นจักรวาลที่ 76 ได้ทั้งหมดตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุดtimeline ทั้งหมดเปรียบเทียบได้กับแท่งแก้วใสที่อยู่เหนือพวกท่านตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ จุดไหนของ timeline ของโลกที่เข้าถึงโบมได้ก่อนโบมจะรับจิตวิญญาณของผู้นั้นเข้ามาก่อนหรืออาจเรียกได้ว่าจักรวาลที่ 76 มีลักษณะเป็นวงกลมตอนที่มาสัมผัสกับโบมและได้มีการเคลื่อนสัมผัสกันเป็นช่วงๆ”

ทั้งมหาเทพโอซิริสและพระนางอุมาเทวีได้เงยหน้ามองขึ้นไปพระนางอุมาเทวีทรงสงสัยบางสิ่งบางอย่าง จึงถามองค์ศิวะเทพว่า

“ท่านมองเห็นได้มากขนาดนี้ทำไมถึงไม่รู้ว่าใครคือตัวการในการฆ่าหม่อมฉัน”

องค์ศิวะเทพได้กล่าวว่า

,”นั่นคือสิ่งที่ข้ายังสงสัยอยู่ข้าทราบว่ามหาเทพโอซิริสตายด้วยน้ำมือของเซธ แต่ไม่รู้ว่าใครฆ่าพระนางอุมาเทวี”

มหาเทพโอซิริสพูดขึ้นบ้าง

“นั่นทำให้เราทราบว่าผู้อยู่เบื้องหลังการฆ่าพระนางอุมาเทวีไม่ใช่ธรรมดา”

พระนางอุมาเทวีได้กล่าวต่อว่า

“และผู้นั้นอาจจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำให้เทพซุสกับสหายทั้งหมดต้องหายไปจากโบม”

องค์ศิวะเทพทรงมีสีหน้าเคร่งเครียด

“เทพพยากรณ์ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยปัญหาใหญ่ตอนนี้คือการเข้าใจผิดของซุส อาจทำให้โบมมีปัญหา”

มหาเทพโอซิริสให้ความเห็นว่า

“เทพซุสเป็นเทพที่ใจร้อนน่าจะสืบก่อนว่าทำไมสเฟียร์ของเขาจึงหายไปจากโบม พร้อมๆกับผองเพื่อนของเขา ไม่ใช่ว่าจะมาทำสงครามกับโบมอย่างเอาเป็นเอาตาย”

องค์ศิวะเทพกล่าวว่า

“ซุสเป็นเทพที่วู่วามเขาน่าจะคิดว่าข้าเป็นตัวการ เพราะน่าจะมีข้าคนเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้”

“แสดงว่าตอนนี้ไม่ใช่ท่านคนเดียวแล้วที่ทำแบบนี้ได้”

พระนางอุมาเทวีออกความเห็นขณะที่ศิวะเทพกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น เจ้าแม่กวนอิมก็ได้ปรากฏองค์ตรงหน้าเทพทั้งสามเทพทั้งสามยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่เจ้าแม่กวนอิม

“ท่านมีเรื่องอะไรหรือท่าน”

พระศิวะได้ถามเจ้าแม่กวนอิมเจ้าแม่กวนอิมได้กล่าวว่า

“ตอนนี้ซุสกับพวกของเขาได้บุกมาที่สเฟียร์ใหญ่ของโบมพระอินทร์กับเทียนกงกำลังรับมือเขาอยู่ ข้าจึงมาเชิญพวกท่านไปที่สเฟียร์ใหญ่”

หลังจากพูดจบเทพทั้งสี่ก็หายไปและได้ไปปรากฏตัวที่สเฟียร์ใหญ่ทันที

เมื่อพระศิวะ มหาเทพโอซิริสพระนางอุมาเทวี และเจ้าแม่กวนอิมปรากฏตัวขึ้นแล้ว ซุสได้เอ่ยขึ้น

“พวกท่านมาแล้วเหรอ”

“ท่านเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว”

พระศิวะได้เอ่ยขึ้นพระองค์มองเทพที่อยู่ข้างๆเขา นั่นคือธอร์กับโลกิ

ซุสกล่าวต่อว่า

“หรือท่านจะบอกว่ามีเทพที่ใหญ่กว่าท่านในโบม”

พระศิวะไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมพระองค์เองก็สงสัยเหมือนกันเกี่ยวกับเรื่องนี้พระองค์มองว่าเทพที่เข้าพวกกับซุสก็มีมากอยู่ ทุกเทพก็คงคิดอย่างเดียวกับซุสคือคิดว่าพระศิวะเป็นสาเหตุที่ทำให้สเฟียร์เขาโอลิมปุสเกิดหลุดออกไปจากโบมพระศิวะถามซุสว่า

“แล้วเหตุผลที่ข้าต้องทำอย่างนั้นล่ะ”

ซุสตอบง่ายๆว่า

“ท่านอาจจะอยากเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวในโบมก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะว่าทำไมท่านถึงเปลี่ยนไป”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นพระศิวะก็คิดไม่ตกว่าทำไมซุสถึงเข้าใจอย่างนั้นไปได้มหาเทพโอซิริสได้กล่าวขึ้นบ้าง

“ถ้าพวกท่านไม่มีวิจารณญาณถึงขนาดนั้นพวกเราก็จนใจ”

ซุสหันไปมองมหาเทพโอซิริสเทพพยากรณ์ยังยินดีที่จะสื่อสารเรื่องที่ซุสอยากรู้ในหัวของเขาทำให้ซุสรู้ว่ามหาเทพผู้นี้คือใคร

“พวกข้าต้องขอตัวไปก่อนแล้วข้าจะส่งคนมาประกาศสงครามกับพวกท่านอีกครั้ง”

พอพูดจบทั้งซุสและพวกของเขาก็หายตัวไป

พระศิวะไม่ได้ถามว่าทำไมมหาเทพโอซิริสจึงกล่าวอย่างนั้นพระองค์คิดว่ามหาเทพโอซิริสคงมีเหตุผลอะไรซักอย่างแต่พระองค์ก็ไม่คิดที่จะถามมหาเทพโอซิริสในตอนนี้

ณ สเฟียร์ส่วนพระองค์ของพระนางอุมาเทวี เมื่อทรงรับรู้เหตุการณ์หลายอย่างทำให้พระนางไม่สบายพระทัยไหนจะเหตุการณ์ของปี 2014 ที่เกิดเอกภพคู่ขนานปี 3014 และอีกสามแสนปีข้างหน้า ไหนจะเหตุการณ์ที่โบม พวกฝ่ายต่อต้านคงชอบแต่พระนางไม่ชอบเลยที่แต่ละที่เหมือนจะมีสงครามย่อมๆเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโบม ที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆได้

ขณะที่กำลังคิดทบทวนหลายเรื่องอยู่นั้น พระนางรู้สึกแปลกๆเหมือนดวงจิตของพระนางจะสื่อกับจิตของใครบางคนได้ ตอนแรกพระนางคิดว่าเป็นภันดรแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะคนที่พระนางเริ่มสื่อจิตกับเขาได้น่าจะอยู่ในปี 3014และตอนนี้เขาน่าจะรู้สึกเหมือนกัน พระนางเริ่มรู้สึกแรงมากขึ้นเรื่อยๆสัญญาณมันมากขึ้นๆๆๆ

จนในที่สุดพระนางรู้สึกว่ามีใครอยู่ด้านหลังพระนาง

“ถวายความเคารพแด่พระนางอุมาเทวี”

พอพระนางหันไป ก็พบชายหนุ่มหน้าตาดีเขาน่าจะเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ

“จิมมี่”

พระนางทักออกไป จิมมี่ยิ้มให้พระนางพระนางอุมาเทวีอุทานออกมาสั้นๆว่า “ท่าน”

จิมมี่ยิ้มพร้อมกับอธิบายว่า

“พระนางเป็นเทพประจำตัวของผมวันนี้ผมถอดจิตมาหาพระนาง ผมอยู่ปี 3014”

“แปลกใจที่ท่านมาที่โบมได้”

พระนางอุมาเทวีกล่าวออกไป จิมมี่ตอบไปว่า

“ครับ ผมนั่งสมาธิอยู่ที่นครวัดผมพยายามถอดจิต และระลึกถึงพระนาง ผมพอจะทราบว่าพระนางคือเทพประจำตัวของผมหลังจากพระนางเสียชีวิตได้ไม่นาน”

พระนางอุมาเทวีนิ่งคิดจนพระนางเองก็รับรู้ได้

“ใช่แล้วข้าเองก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ท่านว่า และเหตุที่ข้าเป็นเทพประจำตัวของท่านก็เพราะเราเคยเป็นคู่รักกันมาหลายชาติ แต่ก็ไม่บ่อยเท่าภันดร”

พระนางอุมาเทวีนิ่งนิดหนึ่งก่อนจะพูดว่า

“ตอนนี้ท่านทราบเรื่องยุ่งๆทุกอย่างแล้ว”

“ใช่ครับ หลังจากสื่อถึงพระองค์ได้ผมก็รู้หลายเรื่องที่พระองค์รู้”

จิมมี่บอกพระนางอุมาเทวีไป

พระนางสงสัยอีกเรื่องหนึ่ง

“แล้วท่านไปที่อื่นของโบมได้ไหม”

“ไม่ได้หรอกท่านผมเข้ามาได้เฉพาะสเฟียร์ของท่าน ผมสื่อจิตถึงท่านโดยตรง”

จิมมี่ตอบพระนางไป เขาพูดต่ออีกว่า

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมลองถอดจิตถึงท่านหลังจากผมถอดจิตได้ก่อนหน้านี้สองถึงสามครั้ง”

พระนางอุมาเทวีถามจิมมี่ต่อว่า

“ตอนนี้ท่านก็รู้เรื่องเหตุการณ์ต่างๆของปี2014,3014 สมัยยุคของราชินีวิคตอเรีย แล้วก็เรื่องราวของโบม”

“ครับ แต่ไม่ใช่แค่นั้นผมยังรู้เรื่องราวและติดต่อกับคนในอดีตได้ด้วย”

พระนางตกพระทัยกับสิ่งที่จิมมี่บอกมามาก

“ท่านยังติดต่อกับคนในยุคไหนได้บ้าง”

“ยุคพุทธกาล แอตแลนติสแล้วก็ยุคนครวัดครับ”

“ทำไมท่านถึงทำได้ล่ะ”

“ผมอาจจะมีสิ่งของสามสิ่งที่สามารถสื่อกับคนในยุคนั้นได้”

พระนางอุมาเทวีเข้าใจเรื่องราว จึงไม่ถามเรื่องพวกนี้ต่ออีก

ไม่นานนักพระนางก็เริ่มคำถามใหม่

“แล้วจุดประสงค์หลักที่ท่านมาหาข้าวันนี้คืออะไร”

จิมมี่ถามพระนางแบบขึงขัง

“พระนางรู้รึเปล่าว่าใครอยู่เบื้องหลังของฝ่ายต่อต้าน”

พระนางนิ่งไปพักนึงก่อนจะตอบว่า

“ข้าไม่รู้หรอก ตอนนี้มีแต่คนอยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องยุ่งๆทั้งหมด”

“คนๆนั้นน่าจะมีอำนาจมากไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางพลังจิตหรือทางไหนก็ตาม”

“มีพลังจิตมากกว่ามาริสา สมิทอีกเหรอท่าน”

พระนางถามจิมมี่อย่างสงสัย จิมมี่ตอบว่า

“น่าจะเป็นอย่างนั้นครับผู้นั้นน่าจะมีอำนาจมากกว่ามาริสา สมิท”

จิมมี่คุยกับพระนางอุมาเทวีอีกสองสามเรื่องก่อนที่เขาจะกลับไปยังtimelineที่เขามา พระนางอุมาเทวี เริ่มจะเข้าใจว่าtimeline ของโลกกับของที่โบมต่างกันอย่างไร พระนางเริ่มรู้ว่า timelineที่โบมก็ต่างจาก สวรรค์ชั้นอื่นๆกับขุมนรกอีกด้วย

โลกอยู่ในจักรวาลที่เวิ้งว้างโลกปัจจุบันอยู่ในจักรวาลที่ 76 แต่จริงๆแล้วจะเรียกโลกและเหตุการณ์ตอนนี้ว่าเป็นปัจจุบันไม่ได้ เรียกได้แค่เพียงว่าพระนางสื่อได้กับเหตุการณ์นี้เพราะคนในโบมสื่อได้กับเหตุการณ์ในหลายยุคของโลก มันจึงไม่มีอดีต ปัจจุบันและอนาคตจริงๆ

ปัญหาหนักสุดตอนนี้คือใครมาเล่นกับเรื่องของเวลาทำให้หลายอย่างดูปั่นป่วน จนทำให้พลังจักรวาลดูยุ่งเหยิง

ตอนนี้พระนางรับรู้ได้ว่าพระนางเป็นตัวละครสำคัญของเหตุการณ์นี้หลังจากที่ฝ่ายต่อต้านได้รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดไม่ได้เป็นอย่างนั้นเขาอาจกำลังหาทางอยู่ว่าจะทำอย่างไรดีเป้าหมายน่าจะย้ายจากตัวพระนางไปยังราชินีวิคตอเรียโดยตรง

แต่ถึงแม้ว่าเป้าหมายจะเลื่อนไปแต่นี่คือโอกาสสำคัญที่สุดที่พระนางจะรู้ว่าแท้จริงแล้วจักรวาลคืออะไร ไม่สิตอนนี้ความสงสัยมีมากกว่านั้น โบมคือที่ไหน และ timeline จริงๆคืออะไรหรือจริงๆแล้ว timeline จริงๆไม่มี แต่พอเราอยู่ในโลกหรืออยู่ในจักรวาลเราจะรู้สึกว่ามันมี ตอนนี้เริ่มมีหลายเรื่องที่พระนางสงสัย ไหนจะการที่จิมมี่สามารถถอดจิตมาติดต่อพระนางได้อีก

ขณะที่พระนางกำลังคิดอยู่พระนางรับรู้ได้ว่ากำลังมีใครสักคนพยายามจะติดต่อกับพระนางแต่ไม่สามารถติดต่อได้โดยง่าย จนคลื่นแห่งจิตวิญญาณหายไปแต่พระนางก็ยังอยากรู้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร.




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2557 2:42:51 น. 0 comments
Counter : 130 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Maxim de Winter at Manderley
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Maxim de Winter at Manderley's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.