Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
4 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
Timeline เจาะเวลาผ่าจักรวาล (New Version) ตอนที่ 4

“ข้าขอรับอาสาเอง”

เสียงนั้นเป็นเสียงของพิษณุชาวบ้านทุกคนหันไปมองเขา ชายหนุ่มที่ดูธรรมดาแต่กล้าที่จะเข้าไปพิสูจน์ผีที่ปราสาทปักษีจำกรง หลังจากพูดจบพิษณุค่อยๆเดินจากจุดที่เขายืนอยู่เพื่อมุ่งตรงไปยังปราสาทประธานชาวบ้านส่งเสียอื้ออึง พร้อมกับขวัญผวา

ข่าวลือเรื่องผีที่โผล่มาจากปราสาทปักษีจำกรงน่ากลัวมากมันเป็นผีผู้หญิงผมยาวที่รูปร่างหน้าตาดูแปลกออกไปจากชาวบ้านสมัยนี้จนทำให้ข่าวลือแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิดที่จะเข้าไปเจรจากับผีในปราสาทประธานของปราสาทปักษีจำกรงเพราะไม่รู้ว่าชะตากรรมของตัวเองหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร

ทั้งชาวบ้านและอำมาตย์ต่างพากันมองร่างของพิษณุที่ค่อยๆเดินขึ้นบันไดหน้าปราสาทประธานของปราสาทปักษีจำกรงซึ่งถือว่าเป็นเขตหวงห้าม และไม่มีใครหน้าไหนกล้าขึ้นไปพอพิษณุก้าวเข้าไปจนหายลับตาผู้คน ถึงแม้ชาวบ้านจะอยากคุยกันแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรทุกคนต่างเงียบ และเฝ้ารอว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงเวลาจะยังผ่านไปไม่นานแต่ทุกคนรู้สึกว่ามันนานจนลืมหายใจ

เวลาผ่านไปประมาณ 10นาที พิษณุก็โผล่มาจากปราสาทประธานของปราสาทปักษีจำกรง ทำเอาผู้คน แตกตื่น หลังจากแตกตื่น พวกเขาก็เงียบลงและนิ่งฟัง พิษณุพูดออกมาด้วยเสียงอันดังว่า

“ข้าได้เจรจากับวิญญาณ ณปราสาทแห่งนี้แล้ว นางจะไม่มารบกวนพวกท่านอีก หรือถ้านางมาข้าก็จะรับอาสามาช่วยเจรจาอีก ขอให้ทุกคนอย่าตกใจกลัว และให้กลับบ้านของตนได้แล้ว”

เรื่องราวคืนนั้นลือลั่นกันไปทั่วเหมือนกับไฟลามทุ่งไม่ว่าพิษณุจะเดินไปทางใด ชาวบ้านที่จำเขาได้ก็ต่างชี้ชวนให้เพื่อนของตนให้มองเขาและต้องจำเขาให้ได้ชื่อเสียงของพิษณุจึงดังไกลออกไปชาวบ้านเองเริ่มรู้กันว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นชายหนุ่มที่เจ้าเหนือหัวรับสั่งให้ดูแลเรื่องการสร้างมหาปราสาทชาวบ้านหลายคนก็ศรัทธาเขามากขึ้น บางคนรู้สึกว่า เขาเป็นคนที่เจ้าเหนือหัวและวิญญาณแห่งปักษีจำกรงทรงเลือกให้ทำภารกิจนี้นับว่าเป็นภารกิจศักดิ์สิทธิ์ที่น้อยคนนักจะได้รับ

การเจรจากับวิญญาณที่ปักษีจำกรงได้นอกจากจะทำให้ชาวบ้านไว้วางใจในตัวพิษณุมากขึ้นก็ยังทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากทิวกรปัณฑิต พระมหาราชครูผู้ทำพิธีราชาภิเษกให้กับพระเจ้าสุริยวรมันที่2ทิวกรปัณฑิตได้เรียกให้พิษณุเข้าพบเพื่อปรึกษาหารือในการสร้างมหาปราสาท

การเจอกันครั้งแรกของทิวกรปัณฑิตกับพิษณุนั้นทำให้ทิวกรปัณฑิตสนใจในตัวเขามากขึ้น เพราะถึงแม้พิษณุจะยังหนุ่มแต่กลับมีปัญญาฉลาดหลักแหลม สามารถเจรจาทุกข้อกระทงความจนทำให้ทิวกรปัณฑิตเลื่อมใส และคิดว่าพิษณุไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มธรรมดาแต่เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถพิเศษ จนทำให้องค์เหนือหัวทรงมองเห็นและไว้วางใจในตัวเขา

หลังจากเจรจาพูดคุยกับทิวกรปัณฑิตอยู่นานพิษณุจึงขอตัวกลับห้องพัก เขาพอใจมากที่ทิวกรปัณฑิตรับอาสาที่จะช่วยเรียกประชุมอำมาตย์และหัวหน้าช่างต่างๆให้มันทำให้ทุกอย่างราบรื่นและทำให้เขามีสมาธิและความตั้งมั่นที่จะทำอะไรต่ออีกมากพอกลับมาถึงห้องพัก พิษณุนำเพนดูลัมออกมาจากกล่องลับของเขาเขาเองเป็นคนที่มีสัมผัสพิเศษ และได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์ว่าเพนดูลัมนี้สามารถใช้ติดต่อกับเทพได้แต่พิษณุได้ค้นพบบางสิ่งที่เหนือไปจากที่อาจารย์ของเขาสอนมา

เขาค้นพบว่าเขาสามารถใช้เพนดูลัมติดต่อกับคนที่อยู่ต่างเวลากันได้ ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรืออนาคต

เขาหยิบเพนดูลัมไปวางไว้ที่พื้นและเฝ้าสังเกตบางอย่างตามที่สัมผัสพิเศษบอกกับเขา

ไม่นานนักเพนดูลัมก็สั่นเองได้นั่นหมายถึงว่ามีคนจากอดีตหรืออนาคตพยายามที่จะติดต่อเขา เขาหยิบเพนดูลัมมากำในมือและหลับตาลงชั่วครู่ไม่นานนักเขาก็พอจะรู้ว่าใครพยายามจะติดต่อเขา ไม่ใช่เทพแต่เป็นมนุษย์ที่อยู่คนละสมัยกับเขา ซึ่งมีช่วงที่ห่างกันมาก

พิษณุนั่งคิดอยู่นานมากว่าทำไมแค่เพนดูลัมสั่นเองได้ และพอเขาเอามือมากำเขาถึงรับรู้ได้ถึงแรงแห่งการสื่อสารข้ามกาลเวลา แต่มันก็แค่รับรู้แต่เขาสามารถจะพูดคุยกับคนๆนั้นได้หรือไม่ เขาแน่ใจว่าคนๆนั้นต้องเป็นคนจากอนาคตและต้องเป็นคนที่สนใจในตัวเขามาก แต่เขากับคนๆนั้นจะสามารถสื่อสารผ่านเพนดูลัมได้อย่างไรพิษณุใช้เวลาคิดตลอดคืน จนนึกอะไรบางอย่างออก

การสื่อสารระหว่างคนสองคนจะสำเร็จได้น่าจะต้องมีเทพช่วย แต่ที่สำคัญที่สุดจิตของคนที่พยายามส่งสารข้ามเวลาจะต้องพุ่งตรงมาที่จิตของคนอีกเวลาหนึ่งพิษณุนึกในใจว่า

“แสดงว่าคนในอนาคตรู้จักเราหรือไม่ก็รู้จักหน้าที่ของเรา”

การที่พิษณุรู้ว่าการที่เพนดูลัมสั่นเองนั้นเป็นการติดต่อจากคนในมิติอื่นเพราะเทพไม่สามารถทำแบบนี้ได้ เพราะผิดกฎของเทพเทพต้องรอให้มนุษย์สื่อสารกับเขาเท่านั้น ผีเองก็ไม่สามารถจะมายุ่งกับเพนดูลัมได้ถ้าตัดสองกลุ่มออกไป ก็จะเหลือแค่มนุษย์จากมิติอื่นซึ่งพิษณุคิดว่าน่าจะเป็นคนในอนาคต เพราะคนในอดีต ไม่น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาแต่ถ้าการสร้างมหาปราสาทสำเร็จจริงๆ คนในอนาคตน่าจะรู้จักเขาและน่าจะส่งจิตผ่านเพนดูลัมได้

เพียงแต่พอเพนดูลัมสั่นเองแล้วเขาจับไปที่เพนดูลัม แล้วก็รู้ว่ามีคนจากอนาคตพยายามติดต่อมาแต่ปัญหาคือเขาจะรับรู้สารนั้นอย่างไร แล้วติดต่อกลับไปได้อย่างไร

คืนนั้นเขานอนไม่หลับเลยเพราะมัวแต่คิดเรื่องพวกนี้อยู่ในหัวจนเขาคิดได้ว่าคืนนี้จะต้องลองให้มันรู้กันไปเลย

เขาวางเพนดูลัมลงที่พื้นอีกครั้งไม่นานนักเพนดูลัมก็สั่น มันสั่นแรงขึ้น การสั่นเองได้ของเพนดูลัมในลักษณะแบบนี้เป็นสิ่งที่เขาก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

พิษณุคิดเองว่าคนที่กำลังอยากสื่อสารกับเขาน่าจะกำลังถือเพนดูลัมอยู่ แล้วเพ่งจิตไปที่เขา เขาลองหยิบเพนดูลัมเอามาถือไว้แล้วเพ่งจิตไปว่า “เป็นไงท่าน” พิษณุคิดว่าเพนดูลัมที่ฝั่งนั้นน่าจะสั่นไปด้วยและคนในอนาคตผู้นั้นรับรู้ได้ด้วยจิต ด้วยภาษาของจิตทำให้คนฝั่งโน้นน่าจะได้รับการสื่อสารจากเขาเป็นครั้งแรก เขารออยู่ไม่นานนักเพนดูลัมก็แกว่งเองได้พร้อมกับการรับรู้ทางจิตจากคนฝั่งนั้นว่า

“ท่านคือคนคุมการก่อสร้างนครวัดหรือ”

พิษณุตื่นเต้นมากที่ได้รับการสื่อสารทำนองนี้จากคนในอนาคตใช่ที่ว่าเขาคุมการก่อสร้าง แต่ “นครวัด” หมายถึงอะไรกันแน่ ด้วยความเฉลียวฉลาดพิษณุคิดว่าคนในอนาคตน่าจะหมายถึงมหาปราสาทที่เขากำลังจะสร้างพิษณุจึงเพ่งไปที่เพนดูลัมประจำตัวของเขา แล้วตอบไปว่า

“ใช่แล้วท่าน เราเอง แต่เรากำลังจะสร้าง”

ไม่นานนักเพนดูลัมก็แกว่งเองพร้อมกับได้ยินเสียงในโสตประสาทที่เป็นภาษาทางจิตว่า

“สมัยนี้มันยิ่งใหญ่มาก”

พิษณุตื่นเต้นมากจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อการพูดกับคนในอนาคตดูจะยากมากสำหรับเขา เพราะเขายังจับไม่ได้ว่าเป็นอนาคตที่ไกลแค่ไหนและสมัยนั้นมีอะไรที่แตกต่างจากสมัยนี้บ้าง ทุกอย่างมันดูตีบตันและงงงวยเขาลองถามอะไรที่อาจเป็นคำถามโง่ๆไปว่า

“ท่านใช้ช้างเป็นพาหนะไหม”

ทางโน้นตอบมาว่า

“ไม่ เราไม่ใช้ช้างเป็นพาหนะ”

พิษณุนิ่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะถามอะไรต่อทางโน้นก็ส่งสารมาอีกว่า

“การที่เราสื่อสารกันได้น่าจะเป็นเพราะมีบางอย่างใน เออ จักรวาลที่เปลี่ยนไป ท่านรู้จักคำว่าจักรวาลไหม”

พิษณุตอบไปว่า

“จักรวาล ท่านหมายถึงสิ่งใด”

ทางโน้นเงียบไปนานจนพิษณุไม่แน่ใจว่าเขาจะตอบกลับมาอีกไหม พิษณุพยายามคิดถึงคำว่าจักรวาลมันไม่คุ้นสำหรับเขา คนทางโน้นกำลังจะหมายถึงอะไรนะ จักรวาลมีอะไรในนี้ที่เปลี่ยนไปเหรอ มันคืออะไร จักรวาล

อีกพักใหญ่ๆ คนทางโน้นสื่อสารมาอีกว่า

“ที่รวมของดาว พื้นดินที่เราอาศัยอยู่ดวงอาทิตย์ ท้องฟ้าที่มืดมิดยามค่ำคืนทั้งหมดนั่นแหละคือจักรวาล”

พิษณุนิ่งคิด ด้วยความฉลาดล้ำยุคทำให้เขาพอจะนึกออกว่าฝั่งโน้นต้องการสื่อสารอะไร และพอจะรู้ว่าจักรวาลคืออะไรพิษณุถามต่อว่า

“ท่านบอกว่าที่เราสื่อสารกันได้เพราะจักรวาลมีบางอย่างเปลี่ยนไป”

“ใช่ เพราะมีคนทำให้เปลี่ยน”

“ใครเหรอท่าน”

“เราเองก็ยังไม่รู้”

“แล้วมันเปลี่ยนอย่างไร”

“มันซับซ้อนเกินจะกล่าวตอนนี้”

“เหรอท่าน”

“แล้วที่โน่นมีอะไรดูแปลกๆไปไหม”

พิษณุนิ่งคิด ก่อนจะตอบว่า

“ไม่นะท่าน นอกจาก”

“นอกจากอะไร”

“นอกจากการที่พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2ทรงอยากสร้างสิ่งที่ท่านเรียกว่า เออ นครวัด”

ทางโน้นนิ่งไปนานก่อนจะตอบว่า

“เราไม่แน่ใจว่าการที่พระองค์ทรงอยากสร้างนครวัดมันแปลกหรือไม่แต่สิ่งที่ท่านในฐานะผู้ดูแลการก่อสร้างต้องทำคือ”

“คืออะไรเหรอท่าน”

“ท่านต้องสร้างให้สำเร็จนะไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน”

“ทำไมล่ะท่าน”

“มันสำคัญกว่าที่ท่านคิด”

“มันสำคัญขนาดไหน”

“เรายังบอกอะไรท่านมากในตอนนี้ไม่ได้แต่คนที่ทำให้จักรวาลเปลี่ยน ทำให้เส้นเวลามผลกระทบในหลายยุคสมัยเรายังไม่แน่ใจว่าเขาต้องการอะไรแต่เราสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของจักรวาล”

“ท่านอยู่ห่างจากข้าแค่ไหน”

“ท่านอย่าเพิ่งรู้เลยรู้เพียงว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะสร้าง มีความสำคัญมากต่อโลกอนาคต เพียงแต่กำลังจะมีใครสักคนขัดขวางการสร้างนครวัดของท่าน”

พิษณุงงหนัก

“ขัดขวาง...เพื่อ...แล้วเขาเป็นคนยุคไหน”

“สำหรับสมัยของเรา เรายังตอบไม่ได้เลยว่าเขาเป็นคนในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต เรายังตอบไม่ได้ว่าเขาอยู่ยุคไหนแต่เหตุการณ์บางอย่าง มันทำให้มีผลสะเทือนไปในหลายยุคหลายสมัย”

พิษณุนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า

“แต่หน้าที่ของข้าคือการสร้างนครวัดให้เสร็จใช่ไหม”

ทางโน้นนิ่งไปอีกสักพักก่อนที่จะตอบกลับมาว่า

“จริงๆแล้ว ท่านมีหน้าที่มากกว่านั้น”

ค.ศ. 3014

โรเบิร์ตรู้สึกได้ตลอดเวลาที่เขาพยายามพังประตูว่ามีคนอยู่ข้างนอกและมองดูการกระทำของเขาอย่างน่าขัน และไม่นานนัก คนๆนั้นก็หายตัวไป

โรเบิร์ตรู้สึกว่าเหมือนโลกหยุดหมุนและทุกอย่างอยู่ในสภาพหยุดนิ่ง ถ้าเขาตัดสินใจช้าไปกว่านี้ เขาอาจจะตกรถได้โรเบิร์ตไม่มีทางเลือกที่จะใช้วิธีอื่นเพราะการปีนออกจากห้องน้ำไม่สามารถที่จะทำได้เลย เขานึกถึงเพนดูลัมของเขา และคิดว่ามันน่าจะช่วยให้เขารอดพ้นสถานการณ์ได้

เวลาคิดแทบไม่มี เขาหยิบเพนดูลัมออกมาแล้วลองถือสายสร้อยแล้วเล็งให้ตัวลูกดิ่งเกาะติดกับแท่งเหล็กฝั่งโน้นมันออกจะเหลือเชื่อสักหน่อยแต่เพนดูลัมสามารถทำให้ลูกดิ่งฝั่งนี้เกาะติดกับแท่งเหล็กฝั่งโน้นได้โรเบิร์ตต้องใช้พลังจิตเป็นอย่างมากที่จะช่วยเพนดูลัมให้ค่อยๆเคลื่อนตัวแท่งเหล็กให้ออกจากช่องที่มันไปขวางอยู่

โรเบิร์ตต้องทำงานนี้ด้วยความระมัดระวังในท้ายที่สุด เขาก็ทำสำเร็จ และสามารถออกจากห้องน้ำนั้นมาได้เขาวิ่งจนสุดตัวเพื่อไปยังที่จอดรถ ตอนนั้นรถกำลังจะออกพอดี โรเบิร์ตชูเพนดูลัมขึ้นโดยอัตโนมัติแล้วยื่นแขนไปข้างหน้า พยายามให้เพนดูลัมออกแรงดึงตัวถังรถไว้ให้เคลื่อนช้าที่สุดแล้วมันก็ทำได้อย่างนั้นจริงๆจนคนขับรู้สึกแปลกใจ

โรเบิร์ตมีเวลามากพอที่จะวิ่งไปที่ประตูรถพอคนขับเห็นเขาก็จอดรถและเปิดประตูให้เขาขึ้นมา โรเบิร์ตเดินโซเซไปยังที่นั่งของตัวเองเขาเริ่มมีอาการตื่นกลัว พยายามคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เขาแน่ใจว่าต้องมีใครสักคนพยายามขัดขวางไม่ให้เขาเดินทางไปพบปีเตอร์แต่คนพวกนั้นจะทำอย่างนั้นไปทำไม การที่เขาจะไปพบปีเตอร์มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

หลังจากนั้นโรเบิร์ตพยายามระวังตัวมากขึ้น จนกว่ารถบัสจะเข้าไปถึงกรุงลอนดอนเขาตื่นตระหนกจนเผลอหลับไป ขณะหลับ เขาฝันถึงคนที่มีพลังอำนาจมากกำลังเข้ามาคุกคามเขา จนทำให้เขาหวาดกลัว พอสะดุ้งตื่นเขาก็พบว่าเขาเข้ามาในเขตกรุงลอนดอนแล้ว กรุงลอนดอนตอนนี้ดูนำสมัยมากๆและไม่ผิดหรอกที่ใครๆก็อยากมาที่นี่ เขาหารถเพื่อไปยังโรงแรมที่เขาจองไว้พอไปถึงโรงแรม เขาก็ล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า

เขาหลับไปนานคราวนี้หลับสนิทโดยไม่ได้ฝันอะไรเลย เขาตื่นมากลางดึกยังจำได้ว่าเขามีนัดกับปีเตอร์ตอน 9 โมงเช้าที่ชิงช้าสวรรค์ลอนดอนอายแต่ตอนนี้มันประมาณห้าทุ่ม เขารู้สึกหิวมากแต่ไม่แน่ใจว่าจะมีร้านอาหารเปิดรึเปล่า เขาเดินลงจากโรงแรมเพื่อเดินหาร้านอาหารแถวนั้นมืดมาก ร้านรวงต่างปิดกันหมดแล้ว แต่เขาเห็นร้านๆหนึ่งที่ยังเปิดไฟอยู่มันเป็นร้านอาหารแบบง่ายๆที่น่าจะเปิด 24 ชั่งโมงพอสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็นั่งพักแต่ใจก็อดคิดถึงเหตุการณ์ตื่นเต้นที่เขาเจอในช่วงกลางวันไม่ได้

ไม่นานนักก็มีผู้หญิงสวยแต่แต่งตัวแปลกๆคนหนึ่งเดินมานั่งที่โต๊ะเขา

โรเบิร์ตตกใจมากเมื่อเห็นหล่อน

“เออ เรารู้จักกันเหรอครับ”

หล่อนมองเขาด้วยสายตาเย้ายวน

“คุณไม่รู้จักฉันหรอกแต่ฉันรู้จักคุณนะโรเบิร์ต”

โรเบิร์ตไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้จะมาดีหรือร้ายแต่ที่แน่ใจมากๆคือเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่สวยถึงขนาดนี้มาก่อนเขาแค่คิดง่ายๆว่าในเมื่อหญิงสาวสวยผู้นี้รู้จักเขา เธอก็เป็นได้แค่สองอย่างคือถ้าไม่ใช่พวกของปีเตอร์ก็น่าจะเป็นพวกของคนที่พยายามขัดขวางไม่ให้เขามาที่นี่

แต่ถ้าคิดให้ดีๆแล้วเขาจะพบกับปีเตอร์พรุ่งนี้เช้าแล้วนี่ ปีเตอร์ไม่น่าที่จะส่งใครมาหาเขาก่อนแต่ถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นพวกเดียวกับคนที่พยายามขัดขวางไม่ให้เขาได้พบกับปีเตอร์ เธอก็ไม่น่าที่จะกล้าโผล่มาหาเขาแบบนี้

“คุณจะไม่แนะนำตัวให้ผมรู้จักหน่อยเหรอครับ”

หญิงสาวสวยคนนั้นยิ้มหวานก่อนจะตอบว่า

“ฉันชื่อโดโรธี”

โรเบิร์ตถามต่อ

“แค่นั้นเหรอที่คุณจะแนะนำตัวคุณให้รู้จักผม”

โดโรธีพูดขึ้นว่า

“เรื่องอื่นไม่สำคัญหรอกตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดคือฉันไม่อยากให้คุณไปพบกับปีเตอร์”

สีหน้าของโรเบิร์ตเปลี่ยนมาเป็นดุดัน

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็คือคนที่มาขัดขวางผมเมื่อตอนบ่าย”

“ฟังให้ดีนะ”

หล่อนพยายามจะชี้แจงความในใจให้โรเบิร์ตฟัง

“ฉันไม่ใช่พวกใครทั้งนั้นแต่ฉันไม่อยากให้คุณไปยุ่งกับเรื่องที่มันจะทำให้คุณเกิดอันตราย”

โรเบิร์ตนั่งนิ่งเขากำลังคิดหลายเรื่องในหัว

“เมื่อกี้คุณบอกว่าถ้าผมเข้าไปยุ่งมันจะทำให้ผมเกิดอันตรายงั้นเหรอ”

โดโรธีพยักหน้ารับ

“ใช่ค่ะ ฉันเป็นห่วงคุณ”

“เป็นห่วงผม”

“ใช่”

“ทั้งๆที่เรายังไม่รู้จักกันเลยเหรอครับ”

โรเบิร์ตขึ้นเสียง โดโรธีพูดขึ้นว่า

“ฉันรู้จักคุณดีแต่คุณไม่รู้จักฉันเลยมากกว่า”

เสียงแบบนี้ หน้าดุๆแบบนี้เริ่มทำให้โรเบิร์ตเริ่มคุ้นกับผู้หญิงคนนี้ แต่เขาก็ยังนึกไม่ออก เขาเสียงอ่อนลง

“ผมเคยรู้จักคุณจริงๆเหรอครับ”

โดโรธีไม่อยากพูดเรื่องนี้เธออยากมาเตือนเขามากกว่า

“พูดเรื่องฉันก่อนเถอะ พรุ่งนี้คุณอย่าไปหาปีเตอร์เลยนะฉันขอร้อง”

โรเบิร์ตเริ่มโมโหอีกครั้ง

“คุณจะให้ผมเชื่อคนแปลกหน้าได้ยังไง”

โดโรธีโมโหบ้าง เธอลุกขึ้นยืน

“แล้วคุณจะเสียใจ”

แล้วก็หันหลังเดินจากไป

พอกินอาหารเสร็จแล้วเดินกลับมาที่ห้องโรเบิร์ตงุนงงสงสัยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้มากแต่คนที่เขาสงสัยที่สุดคือโดโรธี โดโรธีงดงามมาก ถึงเธอจะแต่งตัวแปลกๆแต่มันก็เป็นชุดที่งดงามและดูลงตัว เท่าที่จำได้ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อนแต่เขาก็คุ้นหน้าเธออยู่บ้างโดยเฉพาะตอนโกรธ ผู้หญิงอะไรไม่รู้ขนาดตอนโมโหยังสวยซะขนาดนั้น แต่ในใจเขายังคิดว่าจะเชื่อเธอดีหรือไม่ แต่ถ้าเชื่อเธอเขาก็จะไม่รู้อะไรเลย

ตอนเช้าเขาจึงมาอยู่ที่ชิงช้าสวรรค์ลอนดอนอาย เขามองไปที่หอนาฬิกาบิ๊กเบน มันช่างสวยสดงดงามมากเช้านี้มีคนมารอขึ้นลอนดอนอายกันเยอะมาก คนมากขนาดนี้ถ้าอยู่ที่เกาะบ้านเกิดของเขา คงต้องใช้เวลาเป็นเดือนเลย ถึงจะเจอคนเยอะขนาดนี้ โรเบิร์ตเข้าคิวซื้อตั๋วและต้องยืนรออีกนานกว่าจะถึงเวลาเปิด เขาคิดว่าปีเตอร์คงปะปนอยู่แถวๆนี้แต่เขายังไม่แสดงตัว

พอเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณว่าชิงช้าสวรรค์ลอนดอนอายเปิดให้บริการแล้วหลายคนก็กรูมาเข้าคิวตรงทางขึ้น ตอนนั้นโรเบิร์ตรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กที่อยากจะขึ้นเจ้าชิงช้าสวรรค์นี้เขาเพิ่งรู้ว่าตอนคนขึ้น ชิงช้าสวรรค์นี้ก็ไม่ได้จอด เพียงแต่มันหมุนช้ามากกว่าจะครบรอบคงใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า

โรเบิร์ตแปลกใจเหมือนกันที่ตู้ของเขามีผู้ใหญ่ขึ้นเยอะมากมากจนผิดสังเกต ตอนนี้เขาตื่นเต้นมาก และตื่นเต้นมากกว่าใครหลายๆคนประมาณ 2เท่าเห็นจะได้ เพราะไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่พอขึ้นมาแล้วเขาก็ต้องทำตามที่ปีเตอร์บอก นึกจะเล่นเกมแล้ว ก็ต้องเล่นไปจนจบเกม

พอลอนดอนอายเกือบถึงจุดสูงสุดโรเบิร์ตหยิบเพนดูลัมออกมาถือไว้ เขาสังเกตเห็นว่าเพนดูลัมเปล่งแสงประหลาดตอนนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งแสดงตัวออกมาว่าเขาคือปีเตอร์แต่หลังจากนั้นปีเตอร์และโรเบิร์ตก็ถูกรุมล้อมด้วยชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ปลอมมาเป็นนักท่องเที่ยวโชคดีที่พวกเขาไม่มีปืน แต่พวกเขาก็พยายามจะรุมทั้งโรเบิร์ตและปีเตอร์ทั้งสองเลยช่วยกันชกป้องกันตัวกันยกใหญ่

ทันใดนั้นเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจที่บินวนโดยรอบลอนดอนอายรีบบินเข้ามาที่แคปซูลเจ้าปัญหา พวกเขากำลังคิดกันว่าจะทำอย่างไรดีเพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย วิธีแก้ปัญหาก็จะแตกต่างกันไปขณะที่คนในแคปซูลกำลังต่อยกันอย่างเมามันและเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจกำลังบินวนเพื่อจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างก็มีเฮลิคอปเตอร์ปริศนาเข้ามาบินข้างๆแคปซูลนั้น ซึ่งการทำอย่างนี้อันตรายมาก

โดโรธีอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ปริศนาเธอให้เฮลิคอปเตอร์ปล่อยบันไดลงมา แล้วเธอก็ไต่บันไดลงมา จนมาถึงประตูแคปซูลโดโรธีมีวิธีประหลาดในการเปิดประตูแคปซูลกลางอากาศได้ โรเบิร์ตกับปีเตอร์พยายามออกมาจากแคปซูลกลางอากาศและคว้าบันไดของเฮลิคอปเตอร์ไว้ตอนนั้นโดโรธีปีนขึ้นไปเกือบจะใกล้ตัวเฮลิคอปเตอร์แล้วเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจยังไม่ได้ตัดสินใจทำอะไรเพราะไม่รู้แน่ว่าฝ่ายไหนเป็นผู้ร้ายและยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้น จึงยังไม่ลงมือทำอะไรตอนนั้นเริ่มมีเฮลิคอปเตอร์ของนักข่าวเข้ามาสังเกตการณ์ด้วย

หลังจากโรเบิร์ตคว้าบันไดเฮลิคอปเตอร์เป็นคนสุดท้ายพวกต่อต้านได้กระโดดคว้าเฮลิคอปเตอร์ไว้ได้ 1 คนพอเฮลิคอปเตอร์บินขึ้น พวกเขาต้องบินหนีเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจและนักข่าว โดโรธีขึ้นมาบนตัว เฮลิคอปเตอร์ได้แล้วปีเตอร์กำลังไต่ขึ้นมา แต่โรเบิร์ตอยู่รั้งท้ายและเขาก็โดนพวกต่อต้านจับขาไว้ กำลังจะตกอีกด้วย โดโรธีคุยกับโจนาธานคนที่ขับเฮลิคอปเตอร์

“โรเบิร์ตแทบจะไม่ไหวแล้วเราต้องปล่อยให้เขาลงไปสู้กับเจ้านั่นก่อน”

โจนาธานกำลังตัดสินใจ

“งั้นปล่อยลงไปอัดกันที่เทาเวอร์บริดจ์ก็แล้วกัน”

พอเฮลิคอปเตอร์ไปอยู่เหนือทาวเวอร์บริดจ์ทั้งคู่ก็ตกลงบนหลังคาของสะพานคนเดินที่อยู่เหนือสะพานรถข้ามของทาวเวอร์บริดจ์ โรเบิร์ตต่อกรกับเจ้าหนุ่มปริศนาอย่างเมามันนักท่องเที่ยวที่อยู่ด้านล่างต่างมุงดูกันใหญ่เฮลิคอปเตอร์ของโดโรธียังบินวนแถวนั้นโดยมีเอลิคอปเตอร์ของนักข่าวติดตามด้านล่างมีรถตำรวจแล่นมาจอดบนสะพานรถข้ามของทาวเวอร์บริดจ์จำนวนสามคันตำรวจกำลังจะขึ้นไปบนทาวเวอร์บริดจ์

โรเบิร์ตกับหนุ่มปริศนาต่อยกันไปหลายยกจนโรเบิร์ตซัดมันล้มลงและเริ่มจะแน่นิ่งนับเป็นจังหวะเหมาะที่โรเบิร์ตกระโดดเกาะบันไดเฮลิคอปเตอร์ได้โดโรธีสั่งการให้โจนาธานขับเฮลิคอปเตอร์ไปที่ฐานบัญชาการสำรองซึ่งนั่นก็คือบนหอนาฬิกาบิ๊กเบน ซึ่งจะมีช่องที่สามารถเข้าไปสู่ห้องลับได้ เฮลิคอปเตอร์ของนักข่าวเริ่มลาจากไป เฮลิคอปเตอร์ที่โจนาธานขับได้บินมาที่หอนาฬิกาบิ๊กเบนเขาค่อยๆหย่อนบันได หลังจากนั้นโดโรธี ปีเตอร์และโรเบิร์ตก็ค่อยๆปีนบันไดลงมาที่หอนาฬิกาบิ๊กเบน โดโรธีเดินนำไปสู่ห้องสำรอง

พอทุกคนไปถึงห้องสำรองแล้วปีเตอร์กับโรเบิร์ตนั่งพักกันแบบเหนื่อยมาสามชาติ โดโรธีเดินมาตรงที่โรเบิร์ตนั่งอยู่

“ฉันเตือนคุณแล้วนะว่าอย่ามาพบปีเตอร์”

โรเบิร์ตมองเธออย่างโกรธๆแต่โดโรธีมองปีเตอร์อย่างลุ่มหลง หนุ่มน่ารักอย่างเขาในสภาพเหงื่อท่วมตัวมันทำให้โดโรธีรู้สึกว่าเขาดูดีกว่าเมื่อคืนหลังจากโรเบิร์ตเริ่มที่จะพูดคุยได้บ้างเพราะเริ่มหายเหนื่อยแล้ว เขาก็เริ่มถามขึ้น

“ใครพอจะเล่าให้ผมฟังได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ปีเตอร์มองหน้าเขาและพูดว่า

“คนที่จะอธิบายทุกอย่างได้ดีที่สุดก็คือ มาริสาสมิท”




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2557 2:30:34 น. 0 comments
Counter : 269 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Maxim de Winter at Manderley
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Maxim de Winter at Manderley's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.