I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
13 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 

Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #18 The end 2/2






Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)




***หมายเหตุ*** ตอนจบแบ่งเป็น 2 พาร์ท พาร์ทแรกอยู่ก่อนหน้าอันนี้นะฮะ





…18 บนเส้นทางแห่งรัก (The end)2/2...




เช้ามืดที่อากาศยังหนาวเหน็บในอีกหลายอาทิตย์ต่อมา

ตื๊ดดดดดด .. ตื๊ดดดดดดดดด..

เสียงกริ่งหน้าประตูในเวลาที่ฟ้ายังไม่สว่างแบบนี้ ช่างเป็นการทำให้คนที่ยังรู้สึกไม่ปกติดีต้องหงุดหงิดหัวใจ เฮซองลุกจากเตียงด้วยความงัวเงีย หันไปมองนาฬิกาบนหัวเตียงที่บอกเวลาตี 5 แล้วพาลหัวเสีย เดินลากรองเท้าแตะออกไปนอกห้อง

ประตูรั้วถูกเปิดออกแล้ว มือเรียวจับลูกบิดประตูบ้านเปิดในอาการที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ แต่ทันทีที่เห็นใครอีกคนหลังประตูบานนั้น ดวงตาที่ง่วงงุนเมื่อครู่กลับเบิกกว้างทันที

“จอนจิน!”

“หวัดดีฮะ ออมม่า” คำทักทายธรรมดาๆ รอยยิ้มและน้ำเสียงคุ้นหู ทำเอาคนที่ยังคงสลึมสลือเมื่อครู่ นิ่งงันอยู่กับที่

“ออมม่าคิดว่าตัวเองละเมออยู่รึไงฮะ แล้วเป็นไงบ้างป่วยอยู่แล้วทำไมถึงลุกมาเปิดประตูทั้งเสื้อบาง ๆ แบบนั้นเล่า ทำไมไม่ใส่เสื้อคลุม”

“หมอบอกว่า นายจะกลับเดือนหน้านี่น่า”

“นี่จะให้ผมยืนถือกระเป๋าอยู่ตรงนี้เหรอฮะ ถามจริง” เฮซองสะดุ้งเล็ก ๆ ก่อนเบี่ยงตัวให้อีกคนเดินเข้าบ้าน พลางสายตาก็มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปด้วยทุก ๆ ฝีก้าว

จอนจินวางกระเป๋าลงก่อนจะทรุดตัวลงนอนบนโซฟาอย่างอ่อนแรง

“เฮ้อ! เมื่อยชะมัด ออมม่ามานั่งนี่สิฮะ ไหนผมขอดูหน่อย เป็นอะไรมากรึเปล่า ไปหาหมอรึยัง”

“นายพูดอะไร ไม่เห็นจะเข้าใจ แล้วยังไม่ตอบชั้นเลยว่า ทำไมถึงกลับมา”

“เอ๊ะ! ก็พี่มินบอกผมว่า ออมม่าป่วย เพ้อหาแต่โจ๊กที่ผมเคยทำให้ อ่าว! แล้วตกลงออมม่าไม่ได้ป่วยหรอกเหรอ ผมรึก็อุตส่าห์เป็นห่วง หนีพ่อตีตั๋วรีบกลับด่วนเลยนะเนี๊ยะ”

“เปล่านี่ ชั้นสบายดี สบายดีมาก ๆ ซะด้วย”

“งั้นเหรอฮะ ไม่ได้อยากกินโจ๊กแล้วเหรอ”

“เปล่านี่ ฝีมืออย่างนั้น ใครจะไปกินได้หลายหนกันเล่า” เฮซองปั้นสีหน้าให้นิ่งที่สุด คงไม่รู้ ว่าอาการนั้นมันยิ่งน่าตลกแค่ไหน

“เอ่อ! แต่ช่างเหอะ ยังไงก็มาแล้ว ออมม่าไม่คิดถึงผมเหรอ ผมน่ะคิดถึงออมม่าทุกวันเลยนะ รู้มั้ย”

จอนจินขยับกายเข้าไปเบียดร่างอีกร่างที่ยังคงจ้องหน้าเค้าอย่างไม่วางตา ก่อนบรรจงกดริมฝีปากลงไปเบา ๆ เพื่อสัมผัสกับริมฝีปากอีกคนที่ห่างเหินกันมานาน ก่อนจะถอยห่างออกมาเพียงนิด เพื่อสบสายตากัน สายตาทั้งคู่แสดงความความคิดถึงอย่างเต็มเปี่ยมออกมาชัดเจน และนั่นมันก็เอาทำเฮซองถึงกับใจสั่นทีเดียว

“ออมม่าไปนอนต่อเถอะนะ หน้าตายังง่วงอยู่เลย”

“เดี๋ยวสิ” มือบางฉุดเอาอีกคนไว้ก่อนที่จอนจินจะทันลุกขึ้น

“ชั้น ... ชั้นคิดถึงนาย .. มาก” น้ำเสียงที่เหมือนสั่นเครือ วงหน้าที่ระเรื่อ ก่อนหลบสายตาลงต่ำ

“คิดถึง แล้วไงอีกฮะ”

“ก็ไม่ยังไงหรอก ก็แค่คิดถึง”

“ผมก็มาอยู่ตรงนี้แล้วไงฮะ ออมม่าคิดถึงแล้วต้องทำไงล่ะ” เฮซองลังเลอยู่ซักพัก ก่อนตัดสินโน้มหน้าตัวเองเข้ามาประกบจูบอย่างที่ตัวเองต้องการอีกครั้ง การกระทำนี้ ทำเอาจอนจินพอใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว เค้าดันให้ร่างบางนอนลงไปบนโซฟา ถอดเจ็คเก็ตหนาของตัวเองโยนไว้อีกด้านอย่างไม่ใส่ใจนัก

ริมฝีปากทั้งคู่เคล้าเคลียกันเนิ่นนาน ก่อนจะถอนจูบออกเพื่อหยุดให้หายใจซักที

“น้องล่ะฮะ”

“เค้านอนบ้านเอริคน่ะ”

“งั้นก็ดีเลย ผมไม่อยากย้ายที่และ ไฟกำลังติด ตรงนี้เลยละกัน”

“จอนจิน” ปากทั้งสองที่กำลังจะเคลื่อนมาประกบกันแต่เฮซองกลับเบี่ยงหน้าหลบซะดื้อ ๆ

“ว่าไงฮะ”

“นายใจร้ายมากนะ รู้มั้ย ทำไมถึงไม่บอกชั้นว่าต้องไปอเมริกาเพราะอะไร”

“โธ่! ผมก็มีบางอย่างที่อยากเก็บไว้เป็นความลับบ้างนี่ ทีออมม่ายังมีเลย”

“นายจะแกล้งชั้นใช่มั้ย นายอยากให้ชั้นช้ำใจตาย”

“ใครต้องการอย่างนั้นกันเล่า ผมรักออมม่านะ ไม่มีใครอยากให้คนที่ตัวเองรักช้ำใจตายหรอก พอและฮะ ไม่ต้องพูดแล้ว” จอนจินปิดปากที่กำลังอ้าขึ้นด้วยริมฝีปากหนาของเค้าอีกครั้ง ทำให้คำพูดที่กำลังจะโต้กลับอีกคนถูกกลืนหายลงไปในลำคอซะงั้น

ร่างทั้งคู่เริ่มเร่าร้อนเพราะแรงกระตุ้น และนั่นคือสิ่งที่เฮซองรอคอยมานานเหลือเกิน สัมผัสอันคุ้นเคยของคนที่เค้ารัก ร่างกายเค้าเองก็ยังรับรู้ความต้องการลึก ๆ ของหัวใจตัวเองเป็นอย่างดี จึงตอบสนองกลับสัมผัสนั้นออกไปอย่างแทบไม่รู้สึกตัว ตามแต่เสียงหัวใจ สั่งให้ทำ

สองคนเริ่มทำการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเอง โยนมันออกไปคนละทิศละทาง ก่อนที่จะมีเพียงความอบอุ่นของร่างเปล่าเปลือยทั้งสองร่างแนบสนิทกันเท่านั้น

“จอนจิน ชั้น...” เสียงเรียกเบา ๆ ปะปนไปด้วยแรงหอบหายใจถี่ ๆ ทำเอาจอนจินต้องละริมฝีปากจากไหล่ขาวมามองสีหน้าระเรื่อและหน้าผากชื้นเหงื่อของอีกคน

“ฮะ”

“ชั้นขอโทษ ชั้น...ขอโทษที่ไม่เข้มแข็ง ทั้ง ๆที่นายก็พยายามทุกอย่างเพื่อชั้นแล้ว แต่ชั้นก็ยัง ..”

“อย่าพูด” จอนจินเอื้อมมือมาแตะริมฝีปากนั่นเป็นเชิงห้าม

“ผมเข้าใจ ผมเข้าใจดี” คราวนี้เค้าดึงมือที่ปิดปากอีกคนออกแล้วแทนที่มือนั้นด้วยรสจูบอันเร่าร้อนอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย เหมือนขนมหวานที่ทานได้บ่อยๆ และยังคงต้องการอีกไม่มีที่สิ้นสุด กำแพงที่จอนจินเฝ้าแต่จะคอยทลายมันอย่างเหนื่อยอ่อนและหมดหวัง มันกำลังทรุดโทรมไปด้วยตัวมันเองรึเปล่านะ... หรือเพราะรัก กำลังก่อสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างแข็งแรง
....
..
.
แสงอาทิตย์อบอุ่นเริ่มทอประกายส่องผืนฟ้าขึ้นมาทักทายทุกสรรพสิ่งบนโลกเมื่อเช้าวันใหม่มาเยือน กิจกรรมที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมง ทำให้คนสองคน ยังคงหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัวอยู่บนที่นอนนุ่ม แต่เสียงของนาฬิกาปลุกหัวเตียง กลับดังขึ้นมาขัดอารมณ์ซะก่อน มือเรียวรีบเอื้อมไปกดปิดมันก่อนที่จะทันรบกวนใครอีกคนซึ่งเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาหยก ๆ ให้ได้หลับต่ออีกซักพัก ส่วนตัวเอง ก็ลุกขึ้นอย่างงัวเงีย คลำหาเสื้อคลุมตัวอยู่ครู่ใหญ่ แต่หายังไงก็หาไม่เจอ หารู้ไม่ว่ามันหล่นไปอยู่ปลายเตียงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และเมื่อดวงตาเริ่มสว่างขึ้นพอควร พลันตาเรียวเหลือบมองสีหน้าของคนข้างตัวซึ่งยังคงใช้มือกอดก่ายกับเค้าอยู่ เฮซองโน้มตัวชันศอกก้มหน้าพิจารณาใบหน้าหล่อเหลานั่นช้า ๆ ตั้งแต่ปลายเส้นผมไปจนถึงหน้าผาก ดวงตาที่ยังคงพริ้มหลับใหลอยู่ในฝันดีตอนนี้ ช่างเหมือนเด็กเล็ก ๆ ยิ่งนัก จมูกโด่งได้รูป และปากที่เย้ายวนนี่ก็อีก ก่อนความเพลิดเพลินนั้นจะโดนขวางด้วยอ้อมกอดของคนหลับ ดึงตัวเองเข้าไปซุกอยู่แนบอก

“แอบมองผมทำไมเหรอฮะ จะทำมิดีมิร้ายเหรอ”

“เปล่าซักหน่อย แค่รู้สึกว่าไม่ได้เห็นหน้านายนานแล้ว ก็เท่านั้นแหละ”

“แล้วไงฮะ ผมยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”

“ผมนายเหรอ ก็ดูดีนี่ แต่มันยาวขึ้นจากเดิมนะ”

“นี่ออมม่าเล่นมุขเหรอ อยากลองดีใช่มั้ย” จอนจินพลิกตัวขึ้นคล่อมร่างของเฮซองไว้ ก้มหน้าลงชิดกับใบหน้าหวานของอีกคน ริมฝีปากทั้งคู่ห่างกันเพียงนิด ปลายจมูกเฉียดกันไปมา และเค้าก็ค้างตัวเองไว้อย่างนั้น ดวงตาทั้งคู่จ้องมองสบกันลึกซึ้งมากความหมาย และหัวใจ ก็ยังเต้นแรงเป็นจังหวะเดียวกันอีกด้วย ผ่านไปเกือบนาที ที่ไม่มีคำพูดหรือการกระทำใด ๆ หลุดออกมา จนคนด้านล่างต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาคู่นั้นด้วยความพ่ายแพ้ไปก่อน

“เอ่อ .. วันนี้เย็น มีเลี้ยงส่งแอนดี้น่ะ เช้านี้ นายจะไปข้างนอก หรือว่าจะอยู่ที่บ้านล่ะ”

“เช้านี้เหรอฮะ ผมก็จะอยู่บ้านกับออมม่านี่แหละ”

“แต่ชั้นต้องไปทำงานนะ”

“ไหนใครบอกว่าคิดถึงผมจะแย่ ไหนเมื่อเช้าบอกว่าอยากกอดผมไว้นาน ๆ” จอนจินเริ่มทำเสียงเซกซี่เล็ก ๆ มือหนาก็ลูบไล้เบา ๆ ยังไหล่เปล่าเปลือยของอีกคนไปด้วย

“ก็คิดถึง แต่งานก็ต้องทำนี่น่า”

“งั้นก็ลองดูสิฮะ ถ้าออมม่าหลุดรอดอ้อมกอดผมไปได้ ผมก็อนุญาตให้ไปทำงาน”

“นี่นายกำลังทำตัวเหมือนเด็กอีกแล้วนะจอนจิน” เฮซองผลักอกของอีกคนออกห่าง

“เด็กเหรอ ออมม่าพูดว่าเด็กเหรอ”

“เอ่อ .. คือ ชั้นจะบอกนายว่า ความจริงแล้ว ชั้นก็ชอบเด็กงอแง ๆ แบบนี้เหมือนกันนะ” คราวนี้เฮซองพลิกตัวกลับมาอยู่ด้านบนบ้าง มือเรียว ๆ แตะไปตามรูปปากหนาอย่างแผ่วเบา ก่อนก้มหน้าลงประกบริมฝีปากของตัวเองลงอย่างเชื่องช้า ทุก ๆ อย่างเป็นค่อยเป็นค่อยไป แต่เน้นย้ำรายละเอียดในทุกสัมผัส นี่แหละ สิ่งที่หัวใจกำลังร่ำร้องให้เค้าทำ แล้วเค้าจะทนดื้อดึงต่อไปอีกทำไม... ใช่มั้ย

“ออมม่าฮะ”

“หืม"

"ไม่ไปทำงานแล้วใช่มั้ย”

“อืม...”


.................


“เอริคมันคงเฉาตายไปเลย ถ้านายไม่อยู่ ชั้นล่ะนึกออกเลยว่าวิญญาณกอลลิร่าเจ้าอารมณ์ต้องกลับมาเข้าสิงมันอีกแน่นอน” มินอูทำเป็นกระซิบกระซาบกับแอนดี้ แต่ทุกคนบนโต๊ะก็ได้ยินทั่วถึงกัน เค้าเลยได้รับการมองด้วยสายตาเรด้าพิฆาตไปทีจากเอริคพร้อมทั้งขยับตัวเอื้อมมือมาผลักมินอูให้ออกห่างจากคนรักของเค้าให้มากที่สุดเหมือนเด็กหวงของเล่น

เสียงสนุกครึกครื้นดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ภายในผับ ขณะนี้เสียงเพลงบรรเลงจังหวะช้า ๆ นุ่ม ๆ จึงทำให้ไม่โหวกเหวงและหนักเกินไปนัก เสียงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของจอนจินก็ดังขึ้นระงมจากคนรอบข้าง เฮซองเอาแต่นั่งยิ้ม พยักหน้าและก็หัวเราะตามคนอื่น ส่วนเอริค ก็เต๊ะท่าขรึมและคอยดูแลแอนดี้เหมือนเดิม ผ่านเวลาไปอีกนาน อาการกึ่ม ๆ ก็เริ่มคลืบคลานเข้ามาแทรกคนบางคนเหมือนกัน

“นายตัดสินใจแล้วจริง ๆ เหรอแอนดี้ ความจริงแล้ว การเรียนเมืองนอก ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตซักหน่อย” จอนจินทักขึ้นเมื่อเหล้าเริ่มเข้าปากไปหลายแก้ว

“นั่นสิ นายดูอย่างชั้น ดูอย่างเอริคสิ เราสองคนก็จบที่นี่ แต่เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้ จินนี่อีก เออ! แต่จินนี่มันเป็นเด็กนอกนี่น่า อ่ะ! เห็นมะ แค่นี้มันก็บอกอะไรได้และ ว่าการเรียนต่อเมืองนอก ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ” มินอูร่ายยาว แต่มีสายตาเคือง ๆ จากอีกคนมองอยู่ข้าง ๆ

“พี่มิน พูดอะไรอ่ะ ต่อไปผมจะเก่งให้เหมือนพี่ คอยดูละกัน”
...
..
“แอนดี้ ดื่มมากไปแล้วนะ” เอริคมองดูแอนดี้นั่งจิบจนตอนนี้ใบหน้าแดงไปหมด ดวงตาก็เริ่มปรือเข้าไปทุกขณะ

“ทำไมล่ะฮะพี่ งานนี้เลี้ยงส่งผมนะ เจ้าภาพจะไม่เมาได้ไง จริงมั้ยพี่มิน” แอนดี้หันหน้าไปยิ้มหวานกับมินอูขอตัวช่วยทันที

“อืม ใช่และ ถูกต้องที่สุด”

“นี่ เดี๋ยวนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ” เอริคเริ่มเสียงสูง

“ว่าแต่ มะรืนแล้วใช่มั้ยเนี๊ยะ นายจะไปยังไงอ่ะแอนดี้”

“พี่ริคไปส่งน่ะฮะพี่จิน ไปดูที่พักไว้ก่อน สมัคร แล้วค่อยไปอีกทีตอนเปิดเทอม ออ พี่เค้าจะพาผมเที่ยวด้วยฮะ ใช่มั้ยพี่ริค” เอริคเพียงแค่ยิ้มแทนคำตอบ

“งั้นเหรอ ดีเลยสิ พี่ริคจะได้เลยไปเยี่ยมพ่อด้วย ใช่มั้ยพี่ พ่อฝากผมมาบอกพี่พอดีเลยว่าอยากเจอ”

“อืม! ก็กะว่าจะอย่างนั้นแหละ” เอริคตอบน้ำเสียงเรียบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนหันมามองคนข้างๆ อีกที ตะกี๊ยังเสียงหัวเราะยังคิกคัก แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะฟุบไปแล้ว

“แอนดี้ นี่ จะหลับและเหรอ นั่งคอตกเชียว”

“ชั้นว่าชั้นกลับก่อนดีกว่า สงสัยแอนดี้จะไม่ไหวแล้ว”

“เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมไปส่งแอนดี้เองดีกว่า จะได้นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ” เอริคช่วงชิงหน้าที่ไว้ก่อนที่เฮซองจะทันขยับตัว

“แอนดี้ ๆ ตื่น กลับบ้านกัน” เอริคเขย่าตัวอีกคนที่ฟุบคาโต๊ะไปแล้ว แอนดี้งัวเงียขึ้นมาอย่างแทบไม่มีสติ

“พี่ริค ผมยังไม่เมานะ”

“ไม่เมาแล้วฟุบลงไปทำไมล่ะ”

“ก็แค่โลกมันหมุน ๆ เอง พระเจ้าจับโลกตีลังกาเหรอเนี๊ยะ”

“นายน่ะเมาแล้ว กลับบ้านเถอะนะ”

“ขี่หลังนะ เดินไม่ไหวอ่ะ”

“อ่ะ! แล้วบอกไม่เมา”

“ไม่เมาน่ะสิ แค่โลกมันหมุน” ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเถียงต่อ

“ขี่หลังก็ได้ อ่ะ ลุกดี ๆ นะ” เอริคยังคงเอาใจไม่ขาด เค้าลุกขึ้นพยุงแอนดี้ ก่อนนั่งลงหันหลังเพื่อแบกอีกคนขึ้นบ่า โดยมีสายตาอีก 4 คู่รอบโต๊ะมองมายังทั้งคู่อย่างยิ้ม ๆ แม้ว่าอีกไม่นานทั้งคู่จะจากกันไปซักพัก แต่เค้าสองคน ก็ดูมีความสุขดีนะ

“เอ่อ เอริค ขับรถดี ๆ นะ” เฮซองยังไม่วายห่วง หันไปเปรยกับอีกคนทันทีที่แอนดี้ซุกตัวอยู่บนหลังเรียบร้อยแล้ว

“ผมดื่มไปนิดเดียว เพราะรู้อยู่แล้วว่าแอนดี้ต้องเมาแน่ๆ เฮซองไม่ต้องห่วงนะครับ ออ ไอ่จิน พรุ่งนี้เข้าบริษัทหน่อยนะ” ประโยคหลังหันไปตะโกนบอกน้องชาย ก่อนจะเดินแบกแอนดี้ที่ยังพร่ำเพ้อไม่ได้ศัพท์กลับออกไปทางประตู

“ว่าไงมั่งล่ะ งานที่ไปทำน่ะ” เมื่อลับร่างเอริคแล้ว มินอูผู้อยากรู้อยากเห็นที่รอจังหวะมานานก็ถามขึ้น

“เกือบตายแน่ะพี่ พี่รู้ป่ะ พี่ริคน่ะโชคดีขนาดไหน งานแรกที่พ่อส่งให้คือประธานบริษัท เพราะตอนผมไปน่ะ พ่อให้ผมเริ่มจากอะไรรู้มั้ย ... เด็กส่งเอกสาร ถ่ายเอกสาร เด็กชงกาแฟ และอีกจิปาถะที่เค้าสรรหามาใช้พลังงานผมซะคุ้มเลย”

“ฮ่ะๆ ๆ ก็ดีนี่ พื้นฐานจะได้แน่น ๆ”

“แถมคราวนี้ยังห้ามแม่เข้ามายุ่งด้วยอ่ะ บอกว่าแม่ตามใจผมจนเสียคน”

“เอ่อ! แล้วเรื่องไอ่ริคล่ะ”

“ผมก็คอยพูด ๆ กล่อมเค้าทุกครั้งที่มีโอกาสแหละฮะ ให้แม่ช่วยอีกทาง ให้คุณลี ผู้จัดการฝั่งนี้ส่งเอกสารสำคัญ ๆ ที่นี่ไปให้เค้าดูด้วย”

“อืม แล้วไงล่ะ”

“ก็ดีฮะ เค้าก็ฟังแล้วก็พูดอยู่คำเดียวว่า แกน่ะ หัดทำให้ได้ครึ่งของพี่แกหน่อย ก็เท่านั้น”

“ฮ่ะ ๆ ก็จริงนี่หว่า”

“เอ่อ แต่พี่รู้อะไรมั้ย พ่อน่ะ เค้าก็คอยช่วยพี่ริคอยู่ห่างๆ นะ เค้าไม่ได้ทิ้งไปทีเดียวหรอก มีคนในบริษัทเยอะแยะที่เป็นสปายให้เค้า คอยรายงานความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จำได้มั้ยฮะ มีครั้งนึง ที่เรามีปัญหาเรื่องออเดอร์ส่งออกนอกไม่ทัน นั่นน่ะก็ฝีมือพ่อที่ช่วยไว้นะ”

“อืม! ชั้นจำได้ ครั้งนั้นความจริงทางบริษัทต้องเสียค่าปรับด้วยซ้ำ แต่ทางโน้นกลับแค่ต้องการให้เราขอโทษและเร่งผลิตสินค้าส่งให้เร็วที่สุด ว่าแล้วว่าทำไมมันแปลก ๆ”

“นั่นไงฮะ สรุปว่า พ่อเค้าก็คอยประคองพี่ริคอยู่ตลอด เพียงแต่เค้าไม่รู้ ผมโดนเข้าคอร์สติวเข้มของพ่อก็เพราะเรื่องโปรเจ็คมือถือนั่นแหละ ไม่รู้ใครเอาไปฟ้องสิ”

“อืม แล้วต่อไปเอาไงล่ะ”

“อะไรคงดีขึ้นหลังจากพี่ริคไปหาพ่อครั้งนี้แหละฮะ พี่เชื่อใจผมเหอะ”

“แล้วงี้เอริคจะยิ่งไม่โกรธเอาเหรอ หากคิดไปว่าพ่อไม่ได้ไว้ใจเค้า แต่แอบสอดส่องการทำงานของเค้าห่าง ๆ เฮซองที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง

“ไม่หรอกครับ เอริคน่ะเค้าหัวแข็งไปงั้นแหละ แต่ลึกๆ เค้าเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นน่ะ สังเกตเวลาเค้าอยู่กับแอนดี้สิ ไม่เคยมีใครเอาใจแบบนั้น ไม่เคยมีใครดูแลขนาดนั้น เค้าก็เลยทำกับแอนดี้ทุกอย่างทดแทนในสิ่งที่เค้าไม่เคยได้ จริง ๆ ผมว่าถ้าเค้ารู้ว่าพ่อเอาใจใส่บ้าง เค้าก็คงดีใจนะผมว่า” มินอูทำท่าทำทางวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ก่อนจะหันมามองข้างตัวที่มีใครอีกคนนั่งอยู่ แต่เงียบเหลือเกิน

“เอ่อ หมอครับ ทำไมเงียบล่ะ เมาแล้วเหรอ หมอกินได้นิดเดียวนะอย่าลืมสิ เดี๋ยวก็ได้แบกแบบแอนดี้หรอก” เมื่อเห็นว่าความถี่ในการจับแก้วเข้าปากของดงวานมีสูงกว่าปกติ และสีหน้าตอนนี้ก็ดูออกทันทีแบบไม่ต้องเดาให้เหนื่อยว่า ไม่นาน ดงวานคงไหวอีกคนแน่ ๆ

“นั่นน่ะสิ ปกตินายดื่มได้นิดเดียวนี่ไอ่หมอ”

“เอาเหอะ ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวจะหยุด”

“อุปป้า~~”

“เสียงแหลมเล็กอันคุ้น ๆ ที่ดังขึ้นอีกด้านทำให้สายตาทั้ง 4 คู่หันไปมองตามเสียงแทบจะพร้อมกันทันที

“มีอา”

“อุปป้าคะ มีอาดีใจจัง ไม่ได้เจออุปป้าตั้งนาน มีอามาเที่ยวกับเพื่อนน่ะค่ะ สายตามินอูหันไปตามมือที่อีกคนชี้ชวน ชายร่างสูง หน้าตาค่อนข้างดียืนคอยสาวน้อยอยู่อีกด้าน

“แฟนมีอาเหรอ ” รอยยิ้มอย่างจริงใจที่ได้รับ กลับทำเอาสีหน้าเธอสลดลงไปนิด

“เอ่อ คุณหมอคะ มีอาขอตัวอุปป้าแป๊บนะคะ มีอาอยากคุยอะไรกับอุปป้านิดนึง” แล้วก็ไม่ต้องรอคำอนุญาต เธอคว้าเอาข้อมือของมินอูลากออกมาคุยกันให้ห่างจากโต๊ะพอสมควร รวมถึงห่างจากผู้ชายของเธอด้วย

“อุปป้าลืมมีอาไปแล้วจริงๆ ไม่เห็นโทรมาหาเลย”

“ก็ปกติ มีอาเป็นคนโทรหาอุปป้าอยู่แล้วนี่ ถ้ามีอามีปัญหาอะไร ก็โทรหาอุปป้าสิ”

“อุปป้า .. ผู้ชายที่มากับมีอาเป็นไงบ้างคะ เค้าหล่อดีรึเปล่า”

“อืม! เค้าเป็นคนดีใช่มั้ย อุปป้าดีใจด้วย”

“นี่อุปป้าจะแกล้งยั่วมีอาเล่นรึเปล่า” สาวน้อยร่างเล็กเริ่มออกอาการฮึดอัดเหมือนคนโดนขัดใจ

“เปล่านี่ อุปป้าพูดจริงๆ” แต่มินอูก็ยังคงใสซื่อเข้าใส่ เหมือนไม่รู้ใจงั้นแหละ
..
.

“มีอาอยากลืมอุปป้า แต่มีอาทำไม่ได้ อุปป้าบอกหน่อยว่ามีอาควรทำไงดี” อาการสาวน้อยเริ่มแปลกไปจากเมื่อครู่ที่ส่งเสียงแจ๋ว ๆ ตอนนี้เธอก้มหน้า ปล่อยหยาดน้ำตาหลั่งรินเป็นสาย จนมินอูต้องดึงตัวเธอเข้ามากอด ตบบ่าเบาๆ เพื่อปลอบโยน

“มีอาฟังอุปป้านะ การเป็นแฟนกันน่ะ บางทีมันก็ยากลำบาก เราอาจต้องทะเลาะกัน ไม่ไว้ใจกัน ต้องผิดใจกันสารพัด และเมื่อถึงวันที่เราเหนื่อย เราก็ต้องเลิกรากันไปในที่สุด วันนั้นเราก็จะกลายเป็นศัตรูกันก็ได้ แต่ถ้ามีอาเป็นน้องสาวของอุปป้าแบบนี้ เราก็ไม่มีวันที่จะทะเลาะกัน อุปป้าสามารถดูแลมีอาได้ตลอดไป ไม่ดีเหรอ”

“มันยากนะคะ อุปป้าไม่รู้เหรอ”

“รู้สิว่ามันยาก แต่มันก็ไม่เกินความสามารถที่มีอาจะทำหรอก อุปป้าเชื่อ”
..
.
“มีอาจะเป็นน้องสาวที่ดีของอุปป้า เพราะมีอาทำได้แค่นั้น” สาวน้อยผละตัวเองออกมาจากอกอุ่น ๆ ของมินอู สองมือปาดน้ำตาที่เปื้อนแก้มแดงๆ อย่างไม่อาย

“อย่าพูดว่าทำได้แค่นั้น อุปป้าดีใจที่มีน้องสาวน่ารัก ๆ อย่างมีอานะ” มินอูยิ้มอบอุ่นให้อีกฝ่าย สายตาอ่อนโยนแบบนี้แหละ ที่ทำเอาสาวน้อยลืมมันไม่ลงซักที

“อุปป้าไปเหอะ เดี๋ยวคุณหมอไม่พอใจ มีอาดีขึ้นแล้ว”

“อืม ดูแลตัวเองด้วยนะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาอุปป้าล่ะ”

“ค่ะ” มีอาฝืนยิ้มสดใสให้ ก่อนจะหมุนตัวกลับ

“มีอา ไว้อุปป้าว่าง ชวนแฟนของมีอามาดื่มด้วยกันซักวันนะ”

“เค้าไม่ใช่แฟนหรอกค่ะ แค่เพื่อนน่ะ มีอาไปนะคะ” มินอูยืนมองร่างเล็กจนกระทั่งทั้งสองกลืนหายไปกับฝูงชนกลางฟอล์เต้นรำ แล้วจึงหันหลังกลับเดินมายังโต๊ะตัวเอง

“อดีตแฟนพี่เหรอฮะ” ทันทีที่ถึงโต๊ะ จอนจินก็แหย่เล่นด้วยสีหน้าขำ ๆ

“ปากนายเนี๊ยะนะ อ่าว! แล้วหมอล่ะ”

“เห็นว่าไปห้องน้ำ ลองตามไปดูสิฮะ”

มินอูก้าวเท้าเร็วๆ ฝ่าผู้คนมากมาย ถึงห้องน้ำซึ่งเป็นจุดหมายก็ผลักประตูแรง ๆ สายตาสอดส่ายหาใครบางคน พอเห็นว่าดงวานยืนล้างมืออยู่หน้ากระจกด้วยอาการแปลก ๆ เค้าจึงรีบก้าวเข้าไปหาอีกคนทันที

“หมอครับ เป็นอะไรรึเปล่า”

“เปล่า” ดงวานยังคงนิ่ง น้ำที่ไหลผ่านมือไปเสียงดังซ่า ๆอยู่นาน ดูท่าดงวานเองก็ไม่คิดที่จะปิดมันด้วย

“โกรธผมเหรอ”

“เปล่า แค่รู้สึกมึน ๆ สงสัยดื่มมากไป”

“หมอครับ สีหน้าเมากับโกรธน่ะ มันเหมือนกันตรงไหน เอางี้ดีกว่า” มินอูเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำ ก่อนคว้าข้อมือของดงวานให้เดินตามเค้าออกมา แต่ปลายทางหาใช่โต๊ะที่จอนจินและเฮซองนั่งอยู่ไม่เค้าเดินออกไปด้านนอกเงียบ ๆ ให้ห่างจากเสียงดังโหวกเหวกและผู้คนวุ่นวาย

ทั้งคู่เดินมายังลานจอดรถ มินอูกดสวิทกุญแจรีโมทรถสปร์อตของเค้า เปิดประตูก่อนดันให้ร่างดงวานเข้าไปข้างใน เดินอ้อมมาประจำยังที่นั่งคนขับและปิดประตูลง

“คราวนี้เรามาคุยกัน”

“คุยอะไร”

“ก็อะไรล่ะทำให้หมอเป็นแบบนี้ ก็เรื่องนั้นแหละ ...มีอาใช่มั้ย”

“เปล่านะ”

“หมอครับ ผมเคยบอกไปแล้ว คำพูดของผมนี่มันดูเชื่อถือไม่ได้งั้นเหรอ...
... หมอดูเฮซองสิ การที่ความรักของทั้งคู่มันต้องทำร้ายให้ต่างคนต่างเจ็บปวดกันไปเพราะอะไร แล้วหมอลองดูไอ่ริคสิ อะไรที่ทำให้มันยิ้มได้และมีความสุขขนาดนั้นทั้ง ๆ ที่คนรักต้องไปห่างจากตัวตั้งซีกโลก...
... มันคือความเชื่อใจใช่มั้ย”

“ผมเห็นมีอากับคุณ ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดอะไรเลยใช่มั้ย มินอู” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่มันปะปนไปด้วยถ้อยคำตัดพ้อ

“เปล่า ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิทธิ์คิดอะไร บอกแล้วว่าหมอมีสิทธิ์กับตัวผมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แค่พูดมาเถอะ ถามออกมาคำเดียว แล้วผมจะบอกหมอทั้งหมด อย่าปล่อยมันไว้ให้กัดกินใจแล้วตัวเองก็ต้องเจ็บปวด”

“มีอาเค้ามีอะไรกับมินอู มากกว่าน้องคนนึงรึเปล่า”

“ไม่มีครับ ไม่เคยมี เมื่อก่อนผมอาจจะเคยจีบเค้า ผมก็งี้แหละ สนิทกับคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย มีอาอาจจะพิเศษหน่อยตรงที่เราเจอกันมานาน รู้จักกันและสนิทกันมากกว่าคนอื่น แต่พอมีหมอเข้ามา ผมก็เปลี่ยนไปแล้ว และตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้วด้วย เธอเป็นน้องสาวของผม และหมอคือคนที่ผมรัก มั่นใจในตัวเองสิครับ”

ประกายตาที่ฉายแววอ่อนโยนกับน้ำเสียงจริงจังของอีกคน ทำเอาดงวานกลับรู้สึกเกลียดนิสัยเค้าเองอีกแล้ว ความจริงเค้าก็อยากจะคิดว่าไม่มีอะไร มินอูอ่อนโยนกับคนทุกคนแบบนี้อยู่เสมอ ซึ่งนั่น ตัวเองก็รู้ก็เห็นมาตลอด แล้วทำไมถึงยังไม่เชื่อใจอีกนะ เห็นเฮซองวันก่อน พาลนึกถึงตัวเอง หากว่าต้องเป็นแบบนั้น ก็คงปวดใจน่าดู

“ผมปวดหัว เรากลับกันดีกว่านะ”

“หมอเข้าใจผมแล้วใช่มั้ย”

“อื้ม เข้าใจแล้ว กลับเหอะ ผมจะหลับ” แล้วเค้าก็เอนตัวลงมาซุกตรงไหล่ของมินอู เนื่องจากไม่ต้องการให้อีกคนเห็นใบหน้าของตัวเองตอนนี้ มินอูยิ้มมุมปากนิดนึง ก่อนจะดึงโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดเบอร์ใครบางคน

((ฮัลโหล))

“จินนี่ ชั้นกับหมอกลับก่อนนะ อย่าเมามากจนขับรถไม่ไหวล่ะเข้าใจมั้ย ออ! พรุ่งนี้อย่าลืมเข้าบริษัทด้วยล่ะ แค่นี้แหละ”

อีกด้านของคนที่ยังคงนั่งจิบเหล้าไปเรื่อย ๆ สองชีวิต

“พี่มินกะพี่หมอกลับแล้วฮะ ออมม่าล่ะ จะกลับเลยรึเปล่า”

“อืม ก็ดีเหมือนกัน”

“เฮ้อ! โชคดีจัง นึกว่าจะต้องแบกเหมือนวันก่อนซะแล้ว ... ไปเหอะฮะ” จอนจินลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาให้อีกคนจับ ซึ่งเฮซองก็ยอมจับมือนั้นแต่โดยดี

“เสียดายจังวันนี้เราจอดรถใกล้ น่าจะจอดไกลกว่านี้ซักหน่อย”

“ทำไมล่ะ”

“ผมอยากเดินจับมือกับออมม่าไปแบบนี้เรื่อย ๆ น่ะสิ” จอนจินกระชับมือที่กุมอีกคนไว้ให้แน่นกว่าเดิม เดินก้าวช้า ๆ สีหน้าเปี่ยมสุขจนยากจะบดบัง

“ต่อไปผมจะพยายามมากว่าเดิม เพื่อรักของเรา นะฮะ ออมม่า”

“ไม่ต้องหรอก นายไม่ต้องพยายามมากอีกแล้ว”

“หืม ทำไมล่ะ” คราวนี้จอนจินชะงักฝีเท้าดื้อ ๆ หันมามองอีกคนด้วยความสงสัย แต่ใบหน้าสวยของอีกคน ยังคงฉาบไปด้วยรอยยิ้ม
…
..
.
“เพราะต่อไป เราจะพยายามด้วยกันน่ะสิ”



~~~~~~



................ 3 เดือนผ่านไป...........








RRRRRRRRRRR …

(ฮัลโหล)

“ไอ่มิน นายโดนจับกุมตัวไว้ที่ญี่ปุ่นเหรอวะ เมื่อไหร่จะกลับซักที งานเยอะจนมันจะทำชั้นบ้าตายแล้วนะ”

(อ่าว ทำไมล่ะ เป็นประธานนะเฟ้ย ใช้คนอื่นไปสิ ลูกน้องไม่ใช่มีแค่ชั้นคนเดียวซะหน่อย แล้วป่านนี้ยังอยู่ที่ทำงานเหรอ)

“ใช่น่ะสิ แล้วคนอื่นมันก็ไม่ได้ดังใจชั้นเหมือนนายนี่หว่า ว่าแต่ไปเที่ยวถึงไหนน่ะ กลับเมื่อไหร่”

(วันนี้พาคุณหมอตระเวนกินราเมงทั่วเกาะฮ็อกไกโด คาดคงกลับอาทิตย์หน้าน่ะ)

“ห๋า! อาทิตย์หน้าเลยเหรอ ... มินู มินู มินู~~~ “ เอริคเริ่มทำน้ำเสียงออดอ้อนจนปลายสายชักขนลุก แต่เพียงซักพักก็มีเสียงสายซ้อนขึ้นมา

“ .. อ๊ะ ๆ แอนดี้โทรมา แค่นี้นะ”

“ฮัลโหล”

(พี่ริคคุยกับใครอยู่เหรอฮะ)

“คุยเรื่องงานกะไอ่มินน่ะ เราล่ะว่าไง”

(อ๋อ! เปล่าหรอกฮะ เพิ่งออกจากห้องเรียน เฮ้อ! โหดมากเลยอ่ะ ยากจัง)

“ยากเหรอ อย่าเครียดสิ นายน่ะเก่งอยู่แล้ว อยากหาคนช่วยติวมั้ย”

(ใครเหรอฮะ)

“ชั้นไง บริการติวฟรี 24 ชั่วโมง”

(พูดเป็นเล่น ... ออ พี่ริคฮะ เมื่อวานเจอคุณพ่อพี่ด้วย ท่านชวนผมไปทานข้าวที่บ้านวันนี้ ถามผมด้วยว่าเมื่อไหร่พี่จะมาอีก จะให้ผมบอกท่านว่าไงดีฮะ)

“อืม! งั้นนายบอกพ่อชั้นนะว่าพรุ่งนี้ชั้นไป แล้วจะเข้าไปหา”

(ห๋า! พรุ่งนี้เลยเหรอฮะ ก็พี่เพิ่งมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองนี่น่า งานไม่ยุ่งเหรอ)

“งานเหรอ ไม่ยุ่งนี่ ไม่มีอะไรยุ่งเลย แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะแอนดี้”

(ฮะ)

“คิดถึงนะ”

(คิดถึงเหมือนกันฮะ พี่ริค)


...................


บ้านหลังใหญ่ในรั้วขาว หลังนี้ หลังเดิม

“จอนจิน อาหารพร้อมแล้ว”

“ฮะ ออมม่า” จอนจินเงยหน้าจากเอกสารในมือ วางมันลงบนโซฟา ก่อนจะลุกเดินตามเสียงเข้าไปในครัว

“ทำอะไรอยู่เหรอ คร่ำเคร่งเชียว”

“งานน่ะ งานใหม่ กำลังอ่าน ๆ ดู”

“มีปัญหารึเปล่า”

“ก็เปล่าหรอกฮะ แค่ช่วงนี้ประธานของบริษัทออกจะทำตัวเหลวไหลไปหน่อย ผมก็เลยต้องขยันกว่าปกติ ให้สมกับเค้าไว้ใจ ...”

“อืม ถ้ามีปัญหาตรงไหนก็บอกนะ เผื่อจะช่วย ๆ ดูให้ได้”

“ฮะ โห! ทำไมอาหารเยอะอย่างนี้ล่ะ ความจริงตอนขับรถกลับจากที่ทำงานผมแวะซื้อระหว่างทางมาเลยก็ได้ หรือว่าเราจะออกไปทานกันข้างนอก ออมม่าจะได้ไม่ต้องเหนื่อย ดีมั้ยฮะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นชอบทำกับข้าวอยู่แล้ว ยิ่งทำให้กับคนที่รัก มันก็ยิ่งมีความสุข”

“เหรอฮะ งั้นก็ดี เพราะผมก็ชอบฝีมือออมม่าที่สุด”

“ชอบแล้วทำไมไม่กินล่ะ”

“ออมม่าลืมไรไปรึเปล่า”
..
..
“หืม! ลืมอะไร อ๋อ! ” เฮซองปิดเปลือกตาลง ยื่นปากเข้าหาอีกฝ่าย ริมฝีปากทั้งคู่แตะกันนิดนึงพอเป็นพิธีแล้วจึงกลับมานั่งในท่าปกติ

“จริงเหรอที่จุ๊บกันก่อนกินข้าว จะทำให้รสชาติอาหารดีขึ้น”

“จริงสิฮะ พี่มินบอกมา”

“แต่ชั้นก็รู้สึกว่ามันปกติธรรมดานี่น่า”

“ใครบอกล่ะ จากที่มันอร่อยอยู่แล้ว กลับอร่อยขึ้นสิบเท่าต่างหาก รู้ป่ะว่าตอนเราจุ๊บกัน ลิ้นของเราจะหลั่งสาร .. สาร เอ่อ สารอะไรก็ช่างเหอะ นั่นแหละ มันทำให้รสชาติอาหารดีขึ้น ทำไมเรื่องแบบนี้ออมม่าถึงไม่ลึกซึ้งเลยนะ งั้นลองดูอีกที” คราวนี้จอนจินเป็นฝ่ายเอี้ยวตัวประกบปากกับอีกคนอย่างดูดดื่มขึ้นกว่าครั้งก่อน

แม้มันจะดูปัญญาอ่อนกับมุขตื้น ๆ มุขนี้ไปหน่อยก็เหอะ แต่เฮซองก็เลือกที่จะทำเป็นเออออกับอีกคนไปด้วย ..

มันก็ไม่แย่นะ จูบกันก่อนอาหาร และก่อนนอน โรแมนติกดีออก แม้ว่าบางทีจะ


“อื้ม ๆ จอนจิน!!! นายจะบ้าเหรอ ไหนว่าแค่จุ๊บไง นี่!!!!!!!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!!!!!!!!!”







....... The end ……





คุณเคยมีความรักบ้างมั้ย หากว่าเคย คุณรู้สึกเจ็บปวดกับมันหรือเปล่า

เมื่อมีความรัก ย่อมมีความทุกข์ ขอเพียงเรียนรู้มันอย่างเข้าใจ..

ลองปล่อยความกังวลทิ้งไป แล้วฟังเสียงหัวใจคุณดู ...

หัวใจของคุณ ไม่เคยหลอกคุณ ..


...ขอทุกหัวใจ จงมีความสุขไปกับความรัก... หากแม้แต่กับตุ๊กตาหมีที่โอบกอดทุกคืนมันจะทำให้คุณมีรอยยิ้มและฝันดี นั่นก็หมายถึงคุณ ... ได้รักแล้ว...




...ขอบคุณที่อ่านจบ..







Special thanks

ขอบคุณลิง ๆ ทั้ง 6 ผู้ที่ยอมให้เราจับเค้ามาปู้ยี่ปู้ยำโดยไม่บ่นซักคำ (แน่แหละ จะบ่นได้ไงล่ะ ใช่มั้ย)

พี่ทอม (ที่ปรึกษาฟิก) ผู้ที่อยู่กับฟิกนี้พร้อมเค้ามาตั้งแต่ต้นจนจบ ฟังเค้าบ่นได้ไม่มีเบื่อ (หรือเบื่อแต่ไม่บอกหว่า) ทั้งช่วงเวลาที่เค้ามีความสุขกับมัน และช่วงเวลาที่ยากลำบากของเค้า ขอบคุณจริง ๆฮะ

พี่ตุ๊ - พี่เป็ด สองอาวุโสผู้น่ารัก (กร๊ากกกกกกก )

พี่ชิ ไม่รู้ว่าพี่ยังตามอ่านอยู่หรือเปล่า ยังไงก็ขอบคุณพี่ฮะ

น้องจ๊อย ผู้ร่วมสมาคมอูด้งด้วยกัน ขอบคุณสำหรับอูด้งชามพิเศษจ้า

พี่นา เด็กบ้านเดียวกัน

พี่เค พี่เก๋ พี่หมวย พี่จิ๋วจิน พี่ปุ๋ม พี่อัน พี่ ๆ ผู้น่ารักจากดงส้ม สำหรับกำลังใจมหาศาล

พี่และน้อง ๆ บ้านดี้ พี่บี andybe แฮ็กกี้ เอ๋ทั้ง2 (ทั้งเอ๋sassy และน้องเอ๋ sushilanla) น้องพลอย(wizz) น้องโบว์(andyholic) น้องเอ๊ะ น้องแพร น้องเกด น้องไหม (shaolin4) ปั๋วดี้ผู้น่ารักทุกคน

และอีกหลาย ๆ คน ฝน (น้องฝนไหนเอ่ย) น้องเจี๊ยบ น้องก้อย และ น้องกบ keiropi (เมียลุง) น้องแหม่ม น้องโบว์ (Bowiie) น้องแอล (akiko_ka) JM น้องกล้วยปิ้ง หลังเขา (น้องรดี) และผู้อ่านทุก ๆ ท่าน สำหรับกำลังใจนะฮะ (โอย เหนื่อยเรยวุ้ย คนอ่านเยอะเหมือนกันนะเนี๊ยะ ปลื้มใจจัง หวังว่าเค้าคงไม่ตกหล่นนะ บางคนเราแทบไม่รู้จักกันเลย แต่ดีใจนะฮะ ที่ได้รู้จัก ใจเราสีส้มเหมือนกัน อยู่แล้ว..

ถ้ามีโอกาสดี ๆ ทุกคนคงได้เห็นฟิกเรื่องนี้ในอีกรูปโฉมนึง ยังงัยถ้าชอบ ก็ช่วยติดตามและสนับสนุนด้วยนะฮะ

แล้วคงได้เจอกันอีก (เมื่อนึกพล็อตเรื่องใหม่ได้) ขอบคุณอีกทีฮะ Bye Bye …




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2551
28 comments
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2551 23:02:08 น.
Counter : 1480 Pageviews.

 

หวานๆๆๆ หว๊าน...หวาน

ออมมาหลังๆนี่เคลิ้มกะจินนี่เลยที่เดียว ว๊าวววว.... ตอนนี้จะเปลี่ยนจากหาผู้ชายแบบป๋า... หนูว่าหาแบบจินนี่หรือเพ่เอ็มก็ดีนะค่ะพี่ ว่าแต่ก็คงหายากไปหน่อยค่ะ ฮาฮาฮาๆๆๆ

ตอนจบยาวโดนใจจริงๆค่ะพี่ แต่ว่าแลนดิ้งแล้ว กัปตันจะเอาเครื่องขึ้นอีกผู้โดยสารก็จะตามไปนะค่ะ ขอเกาะปีกเครื่องบินก็ได้นะค่ะพี่


สนุกมากมายเลยค่ะพี่พุดข๋า... ขอบคุณนะค่ะ หนูชอบฟิคมากๆๆจริงๆๆนะค่ะ ชองมัล ชองมัล+++ ยังไงเรื่องหน้าหนูก็รออ่านอีกนะค่ะพี่ มาเมื่อไหร่อย่าลืมหนูนะค่ะพี่ ขอบคุณจริงๆนะค่ะ โคมับซึมนีดา... ออนนี่ ไฟว์ติ้ง....

 

โดย: praery_za IP: 58.10.170.139 13 พฤศจิกายน 2551 23:27:41 น.  

 

อ๊ากกกกกกกก มัวแต่ไปกรี๊ด เลยเสียตำแหน่งเลยอ่ะ เหอๆๆ

พุ่งนี้ค่อยมาเมนท์เน้อ รอพี่ก่อนน๊าพุดดี้

ขอบคุณที่ทำให้พี่นอนยิ้มได้อย่างมีความสุข ในค่ำคืนนี้นะฮะ

 

โดย: Tom & Jinny 13 พฤศจิกายน 2551 23:33:14 น.  

 

จบและเศร้าจัง....
อยากอ่านของพี่พุดอีก.......
ขอบคุณน่ะค่ะที่เขียนเรื่องดีๆๆให้อ่าน
อ่านแล้วมีความสุขมากเลยค่ะ....

 

โดย: กล้วย IP: 125.25.181.171 14 พฤศจิกายน 2551 0:19:36 น.  

 

จุ๊บกันก่อนกินข้าว แล้วทำให้อาหาร

อร่อยขึ้นเนี่ย...ช่างคิดจริง ๆ เลยนะ

พ่อแมวน้ำ.................................

จบได้น่ารักโรแมนติคมาก ๆ แต่ก็รู้สึก

ใจหายเหมือนกันนะ ก็เราชอบเรื่องนี้

มาก ๆ ๆ อ่านไปยิ้มไปได้ตลอด กับ

ความน่ารักของทุกคนในเรื่องน่ะ (ถึง

แม้จะมีบางตอนที่ออกแนวเครียด ๆ

แต่ก็ไม่ร้ายแรงสักเท่าไหร่ พอแก้ไขได้)

ความจริงยังไม่อยากให้จบเลย มันน่า

เสียดายน่ะ อยากอ่านไปเรื่อย ๆ นาน ๆ

แต่ก็เนอะ ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา...

แล้วเราจะรออ่านเรื่องต่อไปของพุดดี้

นะ...อย่าลืมแต่งเรื่องอื่นอีกนะ (ขอคู่

จินซอง ริคดี้ มินวาน เหมือนกับเรื่องนี้

อีกนะ เพราะเหมาะสมและน่ารักทุกคู่

เลย) แล้วพบกันเรื่องหน้านะ...........

.....ขอให้เหล่าสาวกชินวาจงเจริญ.....

......................BYE.......................

 

โดย: JM IP: 202.139.223.18 14 พฤศจิกายน 2551 1:29:09 น.  

 

กี๊ดดดดดดดดดดดด เข้ามาอีกทีจบซะแล้วอ่ะ TT TT

เม้นท์ไม่ได้มาหลายตอน งั้นเค้าเม้นท์รวบทีเดียวเลยน้า

ขอบคุนพี่พุดที่แต่งฟิคให้ได้อ่านกันนะคะ ฟิคน่ารัก + สนุกมากเลยอ่ะ ตามอ่านตลอดเลย แต่เสียดายที่จบซะละ T T
ต่อไปเค้าจะลงแดงคิดถึงลูกนกกะออมม่า พี่ป๋ากะนุ้งดี้ พี่อูกะพี่ด้งมั๊ยเนี่ย -*-

เปนกำลังใจให้พี่พุดนึกพล็อตเรื่องใหม่ได้เร็วๆ น้า จะรออ่านฟิคพี่พุดนะคะ ^ ^
ไฟท์ติ้ง~


ปล.จะมีภาคพิเศษมั่งป่าวอ่ะ...

 

โดย: Bowiie IP: 58.64.80.131 14 พฤศจิกายน 2551 10:09:15 น.  

 



จบแว้ววหรอ

อ๊ากกกกกกกกก

เรตติ้งดีต้องทำภาคพิเศษนะฮะนี่ 55555

ขอบคุณพี่พุดสำหรับฟิคหนุกๆแบบนี้

ขอบคุณที่เขียนฟิคให้จิน ของจ๊อย

เป็นผู้ชายที่เพอเฟคมาก ทั้ง เรียนเก่ง ไปเมกาได้ด้วย เท่ ขยัน

ทั้งที่เรื่องจริงมันตรงข้าม 55
รวมเล่มขายเมื่อไร อุดหนุนสองเล่มตามสัญญา

 

โดย: jibjoyze IP: 202.176.121.51 14 พฤศจิกายน 2551 11:46:36 น.  

 

จบแล้ว.....ยังไม่อยากให้จบเลยT-T

แบบว่าตอนจบคู่แม่นกช่างสวีทกันเหลือเกินนนนน

คู่ริคดี้สั้นไปนิดอ่ะพี่พุด55+

คิดพล็อตเรื่องใหม่มาเร็วๆนะคะรออ่าน55+

 

โดย: wizze IP: 124.120.106.126 14 พฤศจิกายน 2551 14:35:06 น.  

 

ไม่ทราบว่าพุดดิ้งของซอนโฮ สนใจที่จะนำเรื่องสั้นที่เขียนนี้ลงตีพิมพ์ในนิตยสารบ้างหรือเปล่า เพราะว่าทางนิตยสารที่เราทำมีคอลัมน์ Short Story ด้วยไง เป็นคอลัมน์ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนที่สนใจและรักในการเขียนได้มีโอกาสได้ตีพิมพ์ ถ้าสนใจติดต่อมาได้ที่แขไข นะคะ โทร. 0-2880-1876 # 205 นิตยารสตาร์ แฟชั่น จ๊ะ

 

โดย: แขไข IP: 58.9.165.54 14 พฤศจิกายน 2551 15:16:33 น.  

 

แล้วก็มาถึงปลายทางจนได้ ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้ท่านเดินทางมาถึงที่หมายแล้วค่ะ

ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเราถึง 18 เมือ ง 18 ประเทศ...กร๊ากกกก

ไม่รู้จะเม้นท์ยังไงเลยเนี่ย ก่อนอื่นขอบคุณพุดดิ้งมากที่อุตส่าห์ใส่ชือ่พี่ไว้ใน special thanks ด้วย

และแล้วก็ Happy Ending มีความสุขจังที่ได้อ่านฟิคของน้องพุด...น้องพุดจะรู้มั้ยเนี่ยว่า

ทำให้พี่ยิ้มบ้าอยู่คนเดียวได้นานสองนานหลังจากอ่านฟิคของนู๋แต่ละตอน ๆ ไหนเศร้าก็อิน

ตัวละครที่รักเจ็บ คนอ่านก็เจ็บก็ hurt ไปด้วย...อันนี้ไม่ได้เว่อร์แต่มันเป็นงั้นจริง ๆ

ไม่รู้จะเขียนอะไรมากกว่านี้จริง ๆ มันตื้นตันมีความสุข สุขที่ได้ติดตามมาตั้งแต่ต้นจนจบ

พี่เป็นกำลังใจให้ค่ะ และจะติดตามผลงานของนู๋ต่อไป

 

โดย: ekada IP: 203.146.146.130 14 พฤศจิกายน 2551 16:00:36 น.  

 

น้ำตาท่วมบล็อค...งือ...จบซะแระ

ชอบมากค่ะ...มากๆ ไม่รู้จะบอกไงได้อีก ติดฟิคเรื่องนี้งอมแงม เขียนเองยังไงก็ไม่เร้าใจเท่าอ่านของน้องพุดอ่ะ
รู้สึกดีใจทุกครั้งที่เห็น bg เปลี่ยนไป...แสดงว่าวันนั้นพี่จะได้เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยฟิคของน้อง...อารมณ์ดีไปทั้งวันจริง ๆ นะ

แลนดิ้งได้สวยงามมากฮะ...ปรบมือให้ดังๆ เลย

ขอบคุณที่เขียนฟิคหนุกๆ ให้อ่านนะจ๊ะ ขอกางมุ้งรอเรื่องหน้าได้เลยมั๊ยเนี่ย

 

โดย: แม่ยกชูงแจ 14 พฤศจิกายน 2551 16:03:07 น.  

 

ตอนนี้หวานจังเลยพี่พุด เกตจะจมน้ำตาลตายแล้วอ่ะ
อ่านแล้วมีความสุขตาม
ทั้งมินวาน จินซอง ริคดี้
หวานกันดีจริง ๆ

 

โดย: ket_dd IP: 202.151.41.53 14 พฤศจิกายน 2551 17:03:41 น.  

 

จบไปแบบซึ้งๆค่ะพี่พุด
ชอบจังค่ะกับประโยคส่งท้าย
//


คุณเคยมีความรักบ้างมั้ย หากว่าเคย คุณรู้สึกเจ็บปวดกับมันหรือเปล่า

เมื่อมีความรัก ย่อมมีความทุกข์ ขอเพียงเรียนรู้มันอย่างเข้าใจ..

ลองปล่อยความกังวลทิ้งไป แล้วฟังเสียงหัวใจคุณดู ...

หัวใจของคุณ ไม่เคยหลอกคุณ ..


...ขอทุกหัวใจ จงมีความสุขไปกับความรัก... หากแม้แต่กับตุ๊กตาหมีที่โอบกอดทุกคืนมันจะทำให้คุณมีรอยยิ้มและฝันดี นั่นก็หมายถึงคุณ ... ได้รักแล้ว... //

กบว่าเราทุกคน"ได้รัก"แล้วล่ะค่ะเพราะ
ผู้ชายทั้งหกคนนี้
ฟิคนี้จบแบบสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ ทุกตอนที่อ่านมามีทั้งประโยคที่โดนใจมากๆและก็ขำมากๆเหมือนกันอ่านทีไรก้เพลินทุกที ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ฟิคจบแล้ว เอาเป็นว่าจะคอยเป็นกำลังใจให้ต่อๆไปนะคะสำหรับฟิคเรื่องหน้า
ขอบคุณพี่พุดอีกครั้งค่ะ ที่พอเวลากบมีเรื่องเครียดๆทีไรแล้วเข้ามาอ่านฟิคพี่พุดแล้วก็มีรอยยิ้มทุกที

เม้นท์มาซะยาวเลย เป็นการเป็นงานกว่าทุกครั้งด้วย งั้นฝากนิดหน่อยนะคะพี่พุดว่าแต่งฟิคใหม่อีกไวไวนะคะ ^^
จะได้เหมือนกะว่าระหว่างที่รอลุงกลับมามีฟิคของพี่พุดคอยเตือนให้คิดถึงลุงอยู่เสมอค่ะ


 

โดย: รพนยร IP: 125.26.132.102 14 พฤศจิกายน 2551 22:52:55 น.  

 

กรี๊ด ตายตอนพิมชื่อตัวเองผิด ก่งก๊ง
..รพนยร..
แกไม่ยอมเหลือบตาไปมองฟ้อนท์เลยเจ้ากบ

 

โดย: keiropi IP: 119.42.82.166 14 พฤศจิกายน 2551 22:59:17 น.  

 

มะคืนหลังจากที่นั่งอ่านไปยิ้มไป กรี๊ดบ้างเปนจังหวะสโล+ชะชะช่า อย่ากระนั้นเลย เยนนี้ต้องปริ้นมานั่งพิสูจน์อักษรกันอีกรอบให้ซึมซับเข้าไปถึงแก่นดีกว่า เหอๆๆ อยากรู้มั้ยว่าหมดกระดาษฟรีไปกี่แผ่น หมดไป 30 แผ่นเลยทีเดียวเชียวดีนะที่กระดาษฟรี ถ้าเสียตังค์ซื้อเองอาจต้องมาโวยคนแต่ง ในฐานะที่ทำให้สิ้นเปลือง เหอๆๆ

เม้นท์ดีก่ามั้ยเนี่ยตรูเข้าเรื่องกะได้ เหอๆ

ในที่สุดจินนี่ก็มีอันต้องทิ้งร้างออมม่าไปจริงๆ ปล่อยออมม่าให้โดดเดี่ยวเดียวดาย กลายเปนเมรีขี้เมาซะงั้น เหมือนมันไปนานเลยอ่ะ ถึงขนาดเปลี่ยนฤดูกาลนี่ก็หลายเดือนอยู่นา กว่าจินจะกลับมาพอดีออมม่าตับแข็งตายก่อนตับหวานแหง๋

ชอบช่วงเวลาและบทสนทนาตอนที่น้องดี้พูดถึงความรักที่จินมีต่อออมม่าและที่พี่เอ็มและหมอพูดถึงความรู้สึกของจินนี่ให้ออมม่ากระจ่างในหัวใจมากเลยอ่ะ ทำไมถึงชอบเหรอ? อาจเพราะมันเปนการช่วยเปิดหัวใจของออมม่าให้ออกมาสู่โลกที่ใสสว่าง โลกที่ไม่มีกำแพงน้ำแข็งมาขวางกั้นอีกต่อไปมั้ง พออ่านแล้วรู้สึกว่าอารมณ์มันคล้อยตามและอิ่มเอิบ (แบบว่ากะลังคิดว่าจินส่งคนมาสารภาพรักให้ฟังเลยอ่ะ ) ว่าแล้วก็อยากมีโอกาสได้กินโจ๊กฝีมือจินมั่งแล้วจิ เหอๆๆ ชาตินี้สงสัยแก่ตายก่อนได้กิน คงต้องอาศัยกินมาม่าคัพโจ๊กแก้เก้อไปวันๆ จะว่าไปน้องดี้ก็ช่างสังเกตุเหมือนกันนะเนี่ย (ใครไม่รู้ก็บ้าแระ มันออกจะลากถูลู่ถูกังกันซะขนาดนั้น เย้ย ดี้ไม่เหนวุ๊ย!)

การรอคอยเริ่มสิ้นสุดเมื่อจินนี่กลับมา .. อันนี้ขอบอกคนแต่งหน่อยเหอะ แบบว่าเข้าใจตัดตอนนะฮะ ดันตัดฉากเข้าโฆษณาตอนหอยโผล่พอดี แทบกรี๊ดบ้านแตก ดีนะที่ตัดแล้วก็ต่อทันที นี่ถ้าตัดเข้าโฆษณาตอนหอยมาแล้วหายไป 1 วัน อาจมีเคืองได้นะเนี่ย

“งั้นก็ดีเลย ผมไม่อยากย้ายที่และ ไฟกำลังติด ตรงนี้เลยละกัน” // อ๊ากกกก วิ่งหาพัดอย่างด่วน จะช่วยโบกให้ไฟลุกโชนเลย หอยตรู หายไปนานความหื่นไม่มีหดหายเลยนะ ให้มันได้อย่างนี้จิฮะ

คู่เอกของเรื่องมันผ่านร้อนผ่านหนาวกันมากี่ฤดูแล้วหว่า เหมือนมันจะผ่านหลากหลายความรู้สึกมาเยอะแยะเลยอ่ะ กว่าจะทลายกำแพงความรู้สึก กว่าจะลงเอยเปนหวานเย็นขนาดนี้ สุดท้ายแล้วความรักและความเข้าใจก็นำทั้งคู่พบกับความสุขในที่สุด อาเมน เย้ย ม่ายช่ายแระ

คู่รองมั้ง (เปรียบซะยังกะอยู่เวทีมวยปล้ำเลยอ่ะ) .. พี่ริคกะน้องดี้ เหนมะบอกแระว่ารักแท้แพ้ระยะทาง เย้ย รักแท้แม้ระยะทางก็ไม่ได้เปนอุปสรรคเลยเหนมะ ก็เคยบอกไว้แล้วว่าพี่ริคออกจะรวยจะกลัวไรกะค่าตั๋วเรือบินบินไปหาข้อแลกเปลี่ยนกะน้องดี้บ่อยๆละชิมิ จินนี่ก็เก่งใช่ย่อยนะเนี่ย ที่ทำให้พ่อกะพี่ดีกันได้ สงสัยจะเปนกาวตราหอยติดทุกรอยร้าว แอบสงสัยอยู่อย่าง ว่า 2 คู่นี้จะนับญาติยังไงอ่ะ .. แบบว่าพี่ได้น้อง : น้องได้พี่

มาถึงคู่ม้ามืดที่ก็มีแฟนๆเชียร์เยอะแยะเหมือนกันนะเนี่ย.. เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคุณหมอขี้นอยด์และขี้หึงขนาดนี้ แต่ก็นะมีอาเธออยู่มาจนวาระสุดท้ายเหมือนกันนะเนี่ย นึกว่าคนแต่งจะไม่จ้างให้เธอมาโลดแล่นถึงตอนนี้ซะแระ แต่ก็พูดยากจิงๆ เพราะบางความรู้สึกของคนเรา บางทีหรือกะบางคนมันก็เกินกว่าจะควบคุมจริงๆแหละทั้งที่ลึกๆก็ไม่อยากจะเปนแบบนี้ (กร๊ากกก พูดเหมือนเปนตัวเองเลยอ่ะ เหอๆ) แต่ก็นะ ความจริงใจ และ ความมั่นคงที่พี่เอ็มมีต่อหมอคงเอาชนะอารมณ์นอยด์ๆได้สบายอ่ะ แถมพี่เอ็มชอบรักษาแผลตอนสดๆด้วยอ่ะ มันเลยง่ายแก่การเยียวยา (เกี่ยวไรกันเนี่ย เริ่มงง!!)

special comment .. กร๊ากกก คิดเองไม่เปนวุ๊ยขอลอกหน่อยละกัน

อยากบอกว่า ขอบคุณพุดดี้เช่นกัน ที่ให้เกือกแก่พี่ 1 คู่ ในการให้เปนที่ปรึกษา แต่ก็เหมือนไม่ได้ช่วยไรมากเลย ส่วนใหญ่แนะนำแต่สถานที่ในการลากมา ลากไปของแม่ลุกซะมากกว่า

อยากบอกว่าตลอดเวลาที่คุยเรื่องฟิกไม่เคยเบื่อเลยจริงๆนะ ถึงแม้ขึ้นต้นเปนฟิก ลงท้ายก็เปนเรื่องอื่น หรือขึ้นต้นเรื่องอื่น ลงท้ายก็มาจบที่ฟิก วนเวียนแบบนี้จนคุ้นเคยไปแระ ต่อไปคงเหงาๆไปบ้าง เพราะเรื่องนี้จบแระ คงอดเปนที่ปรึกษาโดยปริยาย เหอๆ แต่ถ้าเขียนเรื่องต่อไปมะไหร่ ขอเปนต่อน๊า (แอบส่งใต้โต๊ะ 20 บาท)

รู้สึกใจหายเหมือนกันนะเนี่ย ปกติเวลาอ่านตอนนึง ก็จะรอคอยและรอลุ้นตอนต่อไปอย่างจดจ่อ เวลามันหวาน มันมีความสุข พี่ก็จะยิ้มและสุขไปกะมันด้วย แต่เวลาเศร้าหรือหดหู่ก็จะรู้สึกตามไปจริงๆ

จะบอกว่าภาษาและสำนวนของพุดดี้ เวลาบรรยายแล้วมันเหนภาพอ่ะ อ่านแล้วภาพมันลอยมาเลย แล้วเนื้อเรื่องโครงเรื่องมันก็เชื่อมโยงกันดีอ่ะ นี่ถ้ามีทุนทรัพย์ 100 ล้าน จะบินไปจ้างชินฮวามาแสดงเลยนะเนี่ย แต่ไม่มีไงเลยต้องอาศัยสมองและอารมย์จิ้นเอาเองไปก่อน

สุดท้ายของคอมเมนท์ซะทีจะดีมั้ยตรู เหอๆ .. ยังไงก็จะเปนกำลังใจให้น๊า ถ้ามีข่าวดีก็จะช่วยหนับหนุนเต็มที่อ่ะ

ปล. อยากขอบคุณสำหรับตอนสุดท้าย ที่ปิดฉากลงอย่างสวยงาม อ่านกี่รอบก็ยังคงยิ้มได้จิงๆนะ

Good Luck

 

โดย: Tom & Jinny 14 พฤศจิกายน 2551 23:25:46 น.  

 

ว้า จบซะแล้วอยากให้มีสลัดอากาศบังคับนักบินไม่ให้ลงจอดจังเลย
ขอบคุณน้องพุด สำหรับฟิคดีๆที่ลงตัว
พี่พูดจริงๆนะไม่ได้อวย คือครบรสดีไม่มาก ไม่น้อยเกินไป แถมยังมีอะไรซึ้งๆอีก
พี่ติดฟิคเพราะพุดดิ้งนี่แหละ
ปอลอ1 หวังว่าคิดพล็อตเรื่องใหม่ได้เร็วๆน้า
ปอลอ2 ขอรีเควส จินดี้ หรือ ริคซอง ได้มั๊ยอะ

 

โดย: สปาเก็ตตี้ฯ IP: 58.9.86.100 14 พฤศจิกายน 2551 23:58:03 น.  

 

เปิดบล๊อคน้องพุด เห็นเป็นตอนจบ พี่เก๋ใจหายแว๊บบเลยย ฟิิคจะจบแล้วเหรอเนี่ยย แหม..นึกว่าจะเป็น 20 ตอนซะอีก T_T

น้องพุดเขียนเก่งจังเลย เป็นฟิคที่สนุกมากๆ ค่ะ สร้างทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความเศร้า การลุ้นระทึกเวลาอ่านแต่ละบรรทัด คนแก่ตื่นเต้นมั่กๆ เหอๆๆ เป็นฟิคในความทรงจำของพี่เก๋เลยนะ เพราะวันที่เศร้าๆ ก็ได้ฟิคหนูนี่แหล่ะ ช่วยทำให้พี่หายเศร้าอ่ะ

(ว่าแต่อ่านจากเมันท์ของโรส เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามีการแนะนำโลเคชั่นของแม่นกกับลุกนกกันด้วย เหอๆๆ)

จบแบบ Happy Ending ทั้งฟิคและความรู้สึกของพี่เก๋นะคะ ขอบคุณน้องพุดอีกครั้งสำหรับฟิคสนุกๆ แบบนี้ ขอบคุณสำหรับ Special Thanks ^^ อยากบอกว่าจะเป็นกำลังใจให้เสมอ และหวังว่าจะมีโอกาสได้อ่านฟิคหนุกๆ จากน้องพุดในเร็วๆ อีกนี้นะคะ

ปล. รวมเล่มพิมพ์เมื่อไหร่ อย่าลืมบอกกันนะึคะ อยากอุดหนุนหนังสือพร้อมลายเซ็นต์คนเขียนค้า ^O^

 

โดย: kayzila IP: 124.120.150.226 15 พฤศจิกายน 2551 0:00:24 น.  

 

และแล้วฟิคก็จบลง ง๊า....ยังอยากอ่านต่อนะคะ
หลังจากที่ร่วมเดินทางไปกับหนุ่มๆของพวกเราทั้ง 6 คน บนเส้นทางแห่งความรัก ที่มีทั้งสุข เศร้า เหงา งอน ตอนจบของเรื่องทั้ง 3 คู่ก็มีความสุข (ชอบแบบแฮปปี้เอนดิ้งค่ะ)
ขอบคุณพี่พุดสำหรับฟิคสนุกๆ อ่านแล้วติดหนึบลุกจากเก้าอี้ไม่ได้ จะรอผลงานดีๆจากพี่พุดอีกนะคะ

 

โดย: มิตรรักแฟนฟิค carina_jeab IP: 61.90.79.126 15 พฤศจิกายน 2551 0:34:29 น.  

 

ขอบคุณพี่พุดที่เขียนฟิคให้พวกเราได้อ่านนะคะ มีหลากหลายรสชาติถ้าเปรียบเป็นอาหารก็เป็นอาหารจานที่อร่อยมากๆค่ะพี่พุด ขอบคุณจริงๆคะ

 

โดย: akiko_ka 15 พฤศจิกายน 2551 3:44:15 น.  

 

อ่า~~~จบซะแล้ว แอบเสียดายฮ่ะ
ฟิกของพี่พุดทุกเรื่อง ทุกตอน ทุกรายละเอียด ทำเอาเรายิ้มแก้มปริ ยิ้มอยู่คนเดียวหน้าจอ มีความสุข
และในขณะเดียวกัน ก็ทำเอาน้ำตาซึมด้วยความซึ้ง เศร้า ได้เหมือนกัน
สรุปว่าครบทุกรส ทุกความรู้สึกเลยนะค้า
ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องดีๆให้เราอ่านกัน ขอบคุณเฮียๆ ที่(จำใจ)ยอมเป็นเครื่องมือหาความสุขให้กับเรา555++++
ตั้งแต่เรื่องที่แล้ว เรื่องเล่าของเจ้าหญิง จนถึงเรื่องนี้ ความประทับใจยังไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งเพิ่มขึ้นอีก
จะรอเรื่องหน้านะค้า คิดพล๊อตออกเร็วๆล่ะ (มีสั่งอีกแกร...) เป็นกำลังใจให้นะค้า FIGHTING!!!

 

โดย: โบ_andyholic IP: 203.144.236.214 15 พฤศจิกายน 2551 12:48:09 น.  

 

ว้า...จบซะแระ
น่ารักมากเลยอ่ะ ตอนจบเนี้ย
อ่านไปใจเต้นตึกตั๊ก ตึกตั๊ก

ขอบคุณพุดมากนะคะที่แต่งฟิคแจ่มๆให้ได้อ่าน
เรื่องหน้าก็จะติดตามอีกนะคะ สู้ๆ

 

โดย: SarangHyesung IP: 203.155.120.58 15 พฤศจิกายน 2551 17:16:46 น.  

 

ในที่สุด....งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกลา.............ฟิกจ๋า......ทำไมรีบจบ.........

"งั้นก็ดีเลย ผมไม่อยากย้ายที่และ ไฟกำลังติด ตรงนี้เลยละกัน” // ตอนอวสาน แม่นกกับลูกนก ยังมีทิ้งทวนกันอีกแน่ะ โอ๊ยยย.....ทนไม่ไหวแล้ว (แล้วเค้าเกี่ยวอะไรด้วย เหออๆๆๆ)

ป๋ากับน้องแอน ป๋าอบอุ่นและก็น่ารักมากๆ (ถึงแม้ว่าป๋าจะดูเว่อร์ไปหน่อย แต่ก็น่ะ ป๋าของเค้า..ทำอะไรก็น่ารักไปหมด)

ลุงหมอหึงพี่เอ็ม ... นึกว่า งานนี้พี่เอ็มต้องเคลียร์กับลุงหมอแบบ..ตัว..ต่อ...ตัว...ซะแล้ววว....อิอิอิ

ฟิกของน้องพุด ใช้ภาษาและคำพูดที่เข้าใจง่าย ทุกตัวละครมีเอกลักษณ์และบุคลิกที่ชัดเจน อ่านแล้วสามารถจินตนาการณ์ได้ทุกฉากทุกตอน
มีหลากหลายรสชาด น่ารัก สนุก สุข เศร้า แฝงด้วยข้อคิด(หรือป่าว) ทำให้อยากอ่านตอนต่อๆไป....


ในอนาคต.. นามปากกา "พุดดิ้งสีน้ำตาล" จะต้องเป็นที่รู้จักของหนอนหนังสือทั่วไป พี่จะคอยเป็นกำลังใจให้น้องพุดนะจ๊ะ (ขอนามบัตรไว้สำหรับลด % ก่อนเลยได้มั้ย....เหออๆๆๆ)

ป.ล. Special thanks พี่ตุ๊ - พี่เป็ด สองอาวุโสผู้น่ารัก (กร๊ากกกกกกก ) // สงสัยว่า ทำไมต้อง (กร๊ากกกกกกกก) เหอๆๆๆๆๆ

 

โดย: Pekkiokung IP: 58.8.88.215 15 พฤศจิกายน 2551 22:39:40 น.  

 

อื้อหือออ ประทับใจตั้งแต่ตอนแรกยันตอนสุดท้ายเลยวุ้ย
(แลนดิ้งได้วาบหวิว ผลัดกันพลิกคว่ำพลิกหงาย ประทับใจผู้โดยสาร(หื่น)อย่างพี่จริงๆ กร๊ากกกกก)

นี่ถ้ามาถามว่าชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน อีกครั้ง
ณ ตอนนี้ คงต้องตอบว่าเป็นเรื่องนี้แล้วล่ะ
ไม่ใช่แค่เรื่องสำนวนสละสลวย กินใจ ที่เป็นจุดเด่นอย่างเดียว
การวางพล็อตต่อเนื่อง ก็แหล่มขึ้นมากๆ ฝีมือเข้าขั้นมืออาชีพแล้วน๊า
(ชมกันซึ่งหน้า ไม่มีเกรงใจกันล่ะงานนี้ )

ขอบคุณน้องพุดเช่นกันเน้อ สำหรับความสุขที่มอบให้กับพี่(และทุกคน) ผ่านฟิคเรื่องนี้


ปล. 1 ขนมหวานที่ทานได้บ่อยๆ และยังคงต้องการอีกไม่มีที่สิ้นสุด // นี่มันนิยามของฟิคน้องพุดชัดๆ

ปล. 2 รู้ป่ะว่าตอนเราจุ๊บกัน ลิ้นของเราจะหลั่งสาร .. สาร เอ่อ สารอะไรก็ช่างเหอะ นั่นแหละ มันทำให้รสชาติอาหารดีขึ้น // สารหื่น อ่ะจิไอ่ลูกนกบร้า ฮี่ๆๆๆ

ปล. 3 Special thanks พี่ตุ๊ - พี่เป็ด สองอาวุโสผู้น่ารัก (กร๊ากกกกกกก ) // สงสัยว่า ทำไมต้อง (กร๊ากกกกกกกก) เหอๆๆๆๆๆ /// สงสัยด้วย เหอๆๆๆๆๆๆๆ

 

โดย: duckie IP: 124.121.26.45 17 พฤศจิกายน 2551 21:17:56 น.  

 

จบซะแล้ว
แอบใจหายเหมือนกันนะเนี่ย ฟิคพี่พุดทำให้การติดตามอ่านฟิคกลายเป็นกิจวัตรประจำวันทุกครั้งที่เข้าเน็ตเลย

ตอนจบนี้หวานมากเลยคะ จบแฮปปี้แบบนี้ดีจัง อ่านแล้วยิ้มกริ่ม ^^

ถ้าพี่พุดคิดพล็อตใหม่ ก็จะมาติดตามเกาะขอบบล็อกอ่านอีกค่า
ขอบคุณมากค่าพี่พุดที่แต่งฟิคดีๆให้อ่าน ^^

 

โดย: นาค่า (da friday child ) 18 พฤศจิกายน 2551 3:35:54 น.  

 

ไม่ได้อ่านหลายตอน กลับมาอีกทีนักบินนำเครื่องลงแว้วเหรอ

ยังไงก้อขอบคุณพี่พุดมากนะคะ สำหรับฟิคเรื่องนี้ และสัญญาว่าจะติดตามเรื่องต่อๆ ไปอีกนะคะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ fighting ^^

 

โดย: KoYoJunG IP: 203.144.130.176 18 พฤศจิกายน 2551 16:53:08 น.  

 

มาแบบเชื่องช้า ขอเม้นทีเดียวเลยนะ

ยาวสะใจมาก ๆ ๆ พี่ชอบ เรื่องนี้พี่เก็บไว้สิริรวมได้ 212 หน้า จะเอาไว้อ่านเรื่อย ๆ เวลาไม่มีตังจ่ายค่าเนต เข้ามาอ่านในบลอกไม่ได้แหละ

ตอนจบน่ารักแล้วก็อบอุ่นมาก ๆ เลยทุกคู่เลย
ถึงแม้ว่าพี่จะชอบยุให้ออกแนวนอยด์ ๆ จิต ๆ หน่อย แบบว่าอ่านตอนป๋าหรือจินจิตตกแล้วชอบ แอบสะใจลึก ๆ
แต่จริง ๆ แล้วก็อยากให้ happy end ทุกคู่แหละ

คู่ริกดี้ ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าต้องอิ๊อ๊ะกันอย่างนี้แหละนะ
คู่แม่ลูก ดีใจที่ออมม่าหายจิตตกได้แล้ว
แต่คู่ที่หนึ่งในดวงใจ พี่เอ็มขา...จะเท่จนถึงตอนสุดท้ายให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย ลุงแอบมีอารมณ์หึงมั่งก็น่ารักดีนะ

เรื่องนี้ภาษาสวย อ่านแล้วนึกออก มันตรงใจน่ะ แบบว่าอ่านแล้วใช่เลย ประโยคนี้แหละ อะไรทำนองนี้น่ะ แต่ถ้าพุดไม่เขียนก็นึกไม่ออกนะ เข้าใจพี่มั้ย

อีกอย่างเรื่องนี้ทำให้รู้สึกว่า มีอะไรต้องพูดกัน ถ้ามัวแต่คิดไปเองก็คงจะลากยาวเป็นละครหลังข่าวประมาณนั้นเลย

ดูเหมือนจะจบแบบมีสาระ ขอบคุณที่ให้พี่ได้มีชื่ออยู่ในคณะผู้ให้กำลังใจจ้ะ เป็นฟิกเรื่องที่สองเลยนะที่คนแต่งพูดถึงแบบนี้ (เรื่องแรกก็ชินฮวาเหมือนกัน)

เราเป็นกำลังใจให้กันและกันอยู่แล้ว เพราะพุดเขียนเรื่องนี้ พี่ถึงได้มาอ่านแล้วก็เม้นท์อย่างมีความสุข แล้วเราก็ได้คุยกันมากขึ้นด้วย พี่ขอบคุณจริง ๆ จ้ะ
(ยาวมาก... พล่ามไรเนี่ยชั้น)

ไว้จะรอมาเม้นท์เรื่องต่อไปจ้ะ

 

โดย: พี่อัน IP: 115.67.208.146 20 พฤศจิกายน 2551 1:24:37 น.  

 

อ่านสองตอนรวดเลย จบแล้วจริงๆ
อ่านจบแล้วรู้สึกอยากมีแฟนเลยอะพุด
(ต้องแบบใครสองคนในเรื่องด้วยนะ)
อยากรู้สึกอ่อนโยนกับใครซักคนแบบในเรื่องมั่ง
โอวววว..คร่ำครวญได้อีก หรือเพราะว่าเข้าหน้าหนาวแล้วนะ
รออ่านเรื่องต่อไปนะจ๊ะ น้องพุดสู้ๆ

 

โดย: andybe IP: 58.9.187.162 20 พฤศจิกายน 2551 18:29:39 น.  

 

อ๊ายยยย...จบจิงๆแล้วรึพุด

หวานทุกคู่เลยน้า....

มินมินชอบทำดีกับทุกคน..ใครๆก็หวั่นไหวทั้งน้าน...คุณหมอทนให้ได้นะคะ สู้ๆ

ดี้มันจะเรียนจบมั๊ย ป๋าคงตามกลับก่อนแน่ๆ....ป๋าเป็นคนหวงของมากๆ

ในที่สุดจินก็ทลายกำแพงในใจของซองได้ ดีใจด้วย....มีฉาก...ฮิฮิ บนโซฟา ฮิฮิ

จะเป็นกำลังใจให้น้องพุดตลอดไปค่ะ
พี่ปุ๋มจะรอฟิคเรื่องต่อไปของพุดนะ

 

โดย: piyawan IP: 118.172.249.4 20 พฤศจิกายน 2551 23:28:37 น.  

 

ในที่สุด

เอ๋ก้อตามมาอ่านจนจบบบ

เอ่ชอบตอนจบที่สุดดดในโลกกกกกกกกกกค่า


ป๋าน่ารักมาก
ตอนที่บอกว่า
"ไม่ยุ่ง ไม่ยุ่งเรย" 55555



ซองกะจินนี่ยกอันดับให้ ชอบมั่กมายยย
อันดับ1
ซองพูดว่า "ชั้นคิดถึงนาย"
เอ่นึกภาพตามแร้ว
แบบว่า ยังกะไปนั่งอยุตรงนั้น^^




พี่เอ้ม
คำพูดนี้ ขออนุยาดเอาขึ้นชื่อเอมนะคะ
"คุณมีสิทธิ์ในตัวผม100เปอเซน"


โดนได้อีกกกก




นู่จะไปอ่านฟิคต่อไปของพี่พุดแร้นน

เหนแพรมาบอกอยุ^^

ไปแร้วววฮับ


ขอบคุณที่ทำให้นู๋ยิ้มได้
เพราะเฮียๆทั้ง6

 

โดย: sushilanla IP: 58.9.21.142 6 ธันวาคม 2551 21:49:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.