Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
WWR 12 : กาซิโกกิ

กาซิโกกิ
โจ ชางอิน : เขียน
แฮจิน คิม : แปล
สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊ค
พิมพ์ครั้งที่ 3 เมษายน 2546
276 หน้า 190 บาท


"ปลากาซิเป็นปลาที่แปลกมากครับ หลังจากที่แม่ปลาวางไข่ไว้ก็จะหายตัวไปเลย
ไม่สนใจว่าลูกไข่ปลาจะเป็นยังไง พ่อปลาจะทำหน้าที่เฝ้าไข่ไว้แต่เพียงลำพัง
พ่อปลาจะสู้ยิบตากับปลาหรือสัตว์อื่นๆที่จะมากินไข่ปลา
พ่อปลาจะไม่หลับไม่นอนไม่กินเอาแต่เฝ้าระแวดระวังไม่ให้ใครมาทำร้ายลูกปลาของตนตลอดเวลา
หลังจากที่ลูกๆตื่นออกมาจากไข่และเจริญเติบโตขึ้นแล้วลูกปลาก็จะทอดทิ้งพ่อปลาจากไปตามทางของตนเอง
พ่อปลาที่เหลืออยู่เพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยวหลังจากที่ลูกปลาไปพ้นอกจะว่ายชนหินจนตาย
ปลากาซิทำให้ผมนึกถึงพ่อเสมอ"


เรื่องราวของ จองทาอุม เด็กชายวัย 10 ปีที่ป่วยเป็นลูคีเมีย
อาศัยและใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ เพราะแม่ทิ้งไปแต่งงานกับผู้ชายคนใหม่
ความรักระหว่างพ่อ-ลูกคู่นี้เป็นความรักที่บริสุทธิ์สัมผัสได้ซึ่งความทุ่มเท
พ่อดูแลลูก และ ลูกดูแลพ่อ


พ่อเป็นคนอมทุกข์ มักเหม่อมองท้องฟ้าอย่างเศร้าซึม

"การศึกษาไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดหรอกลูก
ถ้าแบ่งการดำรงชีวิตออกเป็นสิบส่วนละก็
การศึกษาเป็นแค่ 1 ใน 10 เท่านั้น"


ผมอยากถามพ่อต่อว่าแล้วอีก 9 ส่วนที่สำคัญคืออะไรแต่พ่อเองคงไม่รู้
ถ้าพ่อรู้ป่านนี้คงไม่มานั่งเศร้าซึมและหมดเรี่ยวแรงแบบนี้หรอก


"คนเราต้องรู้จักอดทนแม้แต่เรื่องที่เราไม่ชอบเพื่อคนที่เรารัก
คนที่ผมรักมากที่สุดในโลกคือพ่อ"


ผมเป็นเด็กไม่ดีครับ เป็นลูกที่มักทำให้พ่อต้องทุกข์ใจเสมอ
ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมคงเข้าออกโรงพยาบาลมากกว่า 10 ครั้ง
อย่างเร็วก็ 1 อาทิตย์ ถ้านานก็เกือบ 2 เดือนก็มี
แล้วครั้งนี้ก็เข้ามาอยู่โรงพยาบาลเดือนครึ่งแล้วครับ


"คราวนี้ค้างอยู่ 2 ยอดแล้วนะครับ"

แม้จะไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรมากมายแต่ก็เอาทั้งหมดที่มี
จ่ายเป็นค่ารักษาให้โรงพยาบาลจนหมด


"จะรีบจัดการให้ครับ"
"แน่นะครับ? ถ้าคุณไม่รักษาสัญญาละก็
ทางเราก็คงต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
"ดำเนินการขั้นเด็ดขาด?"
"คงต้องยุติการรักษาทุกขั้นตอน เราเองก็หวังว่าเหตุการณ์จะไม่ถึงขั้นนั้น"


งานที่หวังจะมี เงินที่หวังจะได้ก็พลาดไป จะยืมเงินเพื่อนรักมาเป็นค่ารักษาก็ถูกปฏิเสธ
การรักษาด้วยวิธีเดิมๆก็ไม่ได้ผล ส่วนการรักษาวิธีใหม่ค่าใช้จ่ายก็เกิดกำลัง สุดท้ายจองโฮยอนจึงตัดสินใจว่า


"ทาอุมเอ๊ย เราออกจากโรงพยาบาลกันดีมั้ย?"

ระหว่างที่กำลังสับสนกับความคิด จินฮีรุ่นน้องที่เคยร่วมงานก็นำเช็คมาให้
รวมกับเงินอีกจำนวนหนึ่งซึ่งได้จากการขายหนังสือบทกวีที่สะสมให้กับลีกุง
จึงทำให้ความคิดของจองโฮยอนเปลี่ยนไปและตัดสินใจที่จะลองรักษาด้วยวิธีใหม่
ตามคำแนะนำของหมอมิน นั่นคือ การปลูกถ่ายไขกระดูก แต่....


"หาผู้บริจาคไม่ได้หรือครับ"
"ไม่มีตัวอย่างที่เข้ากันได้อย่างเหมาะสมเลย เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง"
"แล้วต้องทำไงต่อครับ"
"ก็ต้องรักษากันต่อไป"
"จะให้รักษาด้วยวิธีเดิมๆทั้งๆที่ไม่มีความหวังอย่างงั้นหรือครับ ถึงจะรักษาไปก็ตายอยู่ดี
อย่างนี้แล้วยังจะรักษาด้วยเคมีบำบัดที่แสนทารุณต่อไปอีกหรือครับ?....
จะออกจากโรงพยาบาลครับ ถึงจะรักษาต่อก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น
ก็ควรจำออกจากโรงพยาบาลจริงมั้ยครับ"


ครั้งนี้จะออกจากโรงพยาบาลตามที่ลูกปรารถนา ลูกจะได้เห็นโลกอื่นที่ไม่โดดเดี่ยว
ไม่ถูกบังคับ ไม่ถูกจำกัดอีกต่อไป อยากกินอะไรก็จะให้กินจนเต็มอิ่ม
อยากทำอะไรก็จะตามใจเต็มที่ อยากไปไหนก็จะพาไปไม่ว่าจะสุดหล้าฟ้าเขียวก็ตาม


"พ่อ ขอบคุณครับที่ทำให้ผมหายป่วย พาไปเที่ยวทะเล ซื้อหมวกให้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ"

ไม่ใช่หายป่วยแต่เพราะอัดยาอย่างแรงเข้าไปทำให้เจ้าลูคีเมียมันอ่อนแรงชั่วขณะ
แต่อีกไม่นานมันจะกางกงเล็บอันชั่วร้ายออกมาฉีกทึ้งร่างของลูกออกเป็นชิ้นๆอย่างแน่นอน
มันเกินกำลังของลูกที่จะเอาชนะโรคร้ายได้ อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เวลานั้นจะมาถึง
อยากให้ลูกใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างที่เด็ก 10 ขวบทั่วๆไปเค้าทำกัน
ความสุขเพียง 1 วันย่อมมีค่ามากกว่าความทุกข์พันปีเป็นไหนๆ


"คนเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไกลแสนไกลเพื่อหลุดพ้นจากความมืด
ไม่จำเป็นต้องวาดหวังที่จะไขว่คว้าความสุขอันยิ่งใหญ่
เพราะความสุขคือการได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารักและสามารถทำทุกอย่างเพื่อคนที่เรารักไงล่ะ"



"สนุกมั้ย? งั้นทำไมไม่ซื้อล่ะ"
"แต่มันเป็นหนังสือการ์ตูนนะครับ"
"ไม่ใช่ว่าไม่ให้อ่านการ์ตูนทุกเรื่อง การ์ตูนบางเรื่องถ้าอ่านแล้ว
ทำให้เราได้ใช้ความคิดละก็ ถือว่าเป็นหนังสือที่ใช้ได้
ที่จริงตอนที่พ่ออายุเท่าทาอุมก็ชอบอ่านการ์ตูนมากกว่าหนังสือเรียนอีก"

ดราก้อนบอล เป็นการ์ตูนชุดที่ยาวมาก มีทั้งหมด 42 เล่มคงซื้อหมดไม่ไหว
และถ้าคิดจะหยุดอ่านกลางคันละก็ไม่ต้องเริ่มอ่านแต่แรกเลยจะดีกว่า
แต่พ่อก็ซื้อทั้ง 42 เล่มให้ผม
"แต่ต้องสัญญากับพ่อว่าจะอ่านได้วันละเล่มเท่านั้น"

เวลาทุกนาทีที่ผ่านไปนับตั้งแต่ออกจากโซลมามีความหมายอย่างยิ่ง
เขาตระเวนไปทั่วเมืองแดลิริและซาพุกเพื่อหาที่อยู่
อาศัยที่เหมาะสมและเขาดั้นด้นขึ้นไปจนถึงแถวเทือกเขาช็อปช็อปซัน
เพราะผู้เฒ่าคนหนึ่ง นี่นเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในหุบเขา
อากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ น้ำแร่ใสสะอาดที่ไหลจากซอกหิน
ไม่มีผู้คนและสิ่งต่างๆที่จะเป็นแหล่งเแพร่เชื้อโรคได้
เป็นที่ที่เขาพอใจอย่างยิ่งเปรียบเสมือนแหล่งพักพิงสุดท้ายที่ดีเลิศ
ถูกเตรียมไว้เพื่อพวกเขาแต่แล้วทุกอย่างก็หายวับไปราวกับแสงเทียนช่วงสุดท้าย
ที่ลุกโชนอย่างสว่างไสวก่อนจะดับลงอย่างฉับพลันชั่วกาลนาน
มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อนอยู่ๆลูกของเขาก็ต้องตกลงไปในห้วงนรกอเวจีอีกครั้ง


"พระเป็นเจ้า ท่านช่างโหดร้ายเหลือเกินท่านเป็นผู้พิพากษาที่โหดร้ายที่สุด
ลูกคือสิ่งสุดท้ายที่ผมเหลืออยู่แล้วทำไมยังคิดจะพรากแม้แต่ความปรารถนาสุดท้ายของผมไปอีก...
ลูกผมต้องกัดฟันต่อสู้กับโรคร้ายด้วยความทุกข์ทรมาน
ทั้งชีวิตมีแต่หยาดน้ำตามากกว่าเสียงหัวเราะ
มีแต่ความโศกเศร้ามากกว่าความสุขใจ
ลูกผ่านช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดมาเนิ่นนานเพื่อจะมีโอกาสยิ้มเต็มที่ก็เมื่อไม่นานมานี้เอง
ลูกไม่มีแม้แต่ครอบครัวที่สมบูรณ์เฉกเช่นคนอื่นๆ แม่ทอดทิ้งลูกไป ส่วนพ่อก็เป็นคนไร้ความสามารถ
ทั้งที่ลูกศรัทธาและไว้วางใจท่าน ผมไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านกระทำต่อชีวิตของลูกผม มันไม่ยุติธรรม.....
ได้โปรดช่วยชีวิตลูกผมด้วย ถ้าหากท่านต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนจากคนไร้ความสามารถเช่นผม
ได้โปรดเอาชีวิตผมไปแทนเถอะผมยอมตายแทนลูก
นอกจากลูกแล้วไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่ผมต้องการอีกแล้ว...."


ลูกยังอยู่ในอาการโคม่า อุปกรณ์การแพทย์จำนวนมากระโยงระยางอยู่เต็มร่างกาย
ราวกับเส้นด้ายบางๆที่คอยดึงชีวิตลูกจากปากประตูแห่งความตาย
ยาปฏิชีวนะเข้าไปสู่ร่างกายผ่านท่อสายน้ำเกลือที่แทงเข้าสู่เส้นเลือดดำ
บนหน้าอกมีเครื่องตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจ
ใต้ท้องน้อยมี่สายยางต่อออกมาเพื่อขับถ่ายปัสสาวะ
เครื่องช่วยหายใจถูกเสียบมิดเข้าไปในรูจมูก
เพื่ออัดลมหายใจเข้าไปสู่ร่างกายที่เหลือลมหายใจเพียงแผ่วเบา
แม้ที่ผ่านมาจะพยายามรักษาแล้วก็ตามแต่ตอนนี้เซลล์มะเร็งได้แพร่กระจาย
ไปจนถึงเส้นประสาทไขสันหลังแล้ว


ตลอดเวลาที่ลูกอยู่ในอาการโคม่า เขาวิตกกังวลแต่เรื่องความเป็นความตายของลูก
จนไม่ได้คิดเรื่องอื่นแต่หลังจากที่ลูกอาการดีขึ้นความคิดใหม่ก็รุมเร้าเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว
ปัญหาเรื่องเงินอีกแล้ว....เงินที่เตรียมมาตอนออกจากโซลยังเหลืออยู่เกือบเต็มจำนวน
แต่ค่ารักษาที่พอกพูนขึ้นตลอดการรักษามันมากพอกับจำนวนเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่
หลังจากชำระงวดนี้แล้วปัญหาต่อมาคือค่ารักษาพยาบาลในวันต่อไปข้างหน้าจะเอาที่ไหนจ่าย


"พี่บอกว่าจะได้เงินมา 10 ล้านวอนแล้วที่เหลืออีก 10 ล้านวอนล่ะจะทำยังไง"
"คงต้องหายืมจากที่นั่นที่นี่ดู"
"รุ่นพี่ครับ กรุณาอย่าเข้าใจผิดในเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้นะครับ
ผมมีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งลูกสาวป่วยด้วยโรคเนื้องอกในสมอง
เขาตัดสินใจจะขายอวัยวะแม้จะเสี่ยงต่อการถูกต้มตุ๋น
ผมแค่แนะนำเป็นวิธีสุดท้ายให้พี่ลองไปตัดสินใจดูก็เท่านั้น"


ถ้าหากนำส่วนนั้นมาช่วยลูกได้เขาก็ควรจะรีบยื่นมือไปไขว่คว้ามันไว้ก่อนที่จะบินหายไป

"คุณชองโฮยอน !! คงต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะบริจาคแล้วละครับ
การทำงานของไตไม่สมบูรณ์ ไดอ่อนแอมากจึงได้ส่งผลไปถึงการทำงานของตับ
พบเนื้องอกในตับ...พูดตรงๆก็มะเร็งตับ"


ตับเป็นอวัยวะที่จะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาจนกว่าจะถึงระยะสุดท้าย
ชีวิตที่ถูกกำหนดเส้นตายไว้ทำให้เขาไม่เหลือเวลาที่จะลังเลอีกแล้ว


"ผมไตร่ตรองมานานแล้ว ลูกควรอยู่กับคุณจะดีกว่า"
"โกหกใช่มั้ย กำลังลองใจฉันอยู่ล่ะซิ"
"คิดว่าผมกำลังขอร้องคุณก็แล้วกัน"
"แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่งคะ คุณต้องเขียนเอกสารยืนยันว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับลูกอีก
ตัดสายใยความผูกพันทิ้งไปซะ โดยเฉพาะความรักความผูกพันที่ลูกมีต่อคุณ ทำให้แกลืมคุณซะ"


"พ่อ"
"หยุดอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ"
"....พ่อ ผมคิดถึงพ่อ เมื่อไปถึงฝรั่งเศสแล้ว ผมโทรหาพ่อได้มั้ยครับ"
"ไม่ได้"
"จดหมายล่ะครับ เขียนจดหมายมาได้มั้ยครับ"
"ไม่ พ่อไม่ต้องการ"


น้ำตาเม็ดเล็กไหลร่วงลงมาจากดวงตาของลูก ลูกก้มหน้ามองพื้นเพื่อซ่อนน้ำตาเอาไว้แต่แล้วก็ถามขึ้นมาอีกว่า

"พ่อจะไปหาผมใช่มั้ยครับ"
"ไม่ต้องรอพ่อหรอก"
"งั้นผมก็ต้องรอไปอีกสี่ปีใช่มั้ยครับ กว่าจะได้พบพ่ออีก"
"ถ้าอายุไม่ถึงยี่สิบก็ไม่ต้องคิดจะกลับมาเหยียบแผ่นดินนี้ มีเรื่องจะพูดอีกหรือเปล่า"
"ผมแกะหน้าตัวเองจากท่อนไม้ที่พ่อเอามาให้ครับ
ผมคิดว่าบางทีพ่ออาจจะคิดถึงหน้าผมบ้างอาจจะไม่ใช่เดี๋ยวนี้
แต่ถ้าเผื่อพรุ่งนี้พ่อคิดถึงผมขึ้นมา.."
"เห็นถุงกระดาษที่วางอยู่บนม้านั่งมั้ย วางไว้ข้างๆนั่นแหละ
แล้วเอาถุงใบนั้นไปซะ สมุดบันทึกให้แม่เขา ส่วนหนังสือเป็นของลูก"
"พ่อครับ...ผมมีเรื่องจะขอร้องพ่อ....ผมอยากจับหูพ่ออีกสักครั้ง
ให้ผมจับอีกสักครั้งได้มั้ยครับ"

เขาส่ายหน้าปฏิเสธอย่างช้าๆ
"...ไปได้แล้ว พ่อจะลืมลูกดังนั้นลูกก็จงลืมพ่อซะ
มีชีวิตอยู่โดยลืมว่าเคยมีพ่อคนนี้อยู่
รีบไปซิ อย่าหันกลับมามองอีก วิ่งไปหาแม่อย่างร่าเริงด้วย"

ลูกไม่ได้หันหลังกลับมามองเขาจนนาทีสุดท้าย


ไปดีนะลูกพ่อ
ไปดีนะลูกชายของพ่อ
ต่อไปนี้พ่อไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกอีกแล้ว ไม่มีทางได้ยินเสียงของลูกอีกแล้ว
ไม่มีโอกาสจับมืออับอบอุ่นของลูกอีกแล้ว ไม่มีวันได้กอดลูกแนบอกอีกต่อไปแล้ว
แต่ลูกพ่อ...ลูกผู้เป็นทุกสิ่งในชีวิตของพ่อ
ถึงพ่อจะตายก็ไม่ได้สูญสลายไปจากโลกนี้







Create Date : 03 ธันวาคม 2552
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2553 0:55:42 น. 2 comments
Counter : 466 Pageviews.

 


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:12:13:13 น.  

 
เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านสักที กลัวเศร้าอ่ะ ฮ่าๆ



ปล. อ่ะนะ มีหนังเรื่องนี้ด้วยหรอเป็นหนังญี่ปุ่นนะ ถ้ามีจริงฝากไรต์มาให้หน่อยดิครับ อยากดูอ่ะ
ปล.2 โทรมาตอนไหนก็ได้ครับ ถ้าสะดวกรับเดี๋ยวก็รับเองจ้า


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:11:40:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

PTNCenter
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีเพื่อนใหม่ทุกคนนะครับ
ผมเป็นมือใหม่หัดเล่น จริงๆรู้จักมานานแล่ะ แต่ไม่ได้เล่น หลังจากแวะเวียนไปมาหาสู่บล็อกคนอื่นๆมานานชักอยากจะมีเป็นของตัวเอง ก็เลยจัดการสร้างซะเลย

ผมชอบอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลงมีความสุขดีครับ สำหรับคอเดียวกันทำความรู้จักกันได้นะครับ ยินดีอย่างยิ่งเลย
Friends' blogs
[Add PTNCenter's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.