<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
26 พฤษภาคม 2556

เป่า ยิ้ง ฉุบ


==============
เป่ายิ้งฉุบ

GTW/Psycho man
==============


มันเป็นเรื่องง่ายๆ เล่นไม่ยาก...ใครๆ ก็ต้องเคยเล่น หลังจากเล่นแล้วทุกคนจะมีรอยยิ้ม..และดวงตาเป็นประกาย...จบเกม ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน...ใช่แล้ว...มันควรจะเป็นแบบนี้ และไม่ควรมีอะไรมากไปกว่านี้...มันก็เพียงการละเล่นของเด็กๆ เท่านั้น....ใช่ไหม...


ไม่.....


ถ้าคุณเชื่อว่ามีบวกก็ต้องมีลบ...ถ้ามีกลางวันอันสว่างเจิดจ้า...คุณต้องยอมรับว่ามีรัตติกาลมาเยือน...ถ้าคุณเชื่อในพระเจ้า..คุณต้องยอมรับการมีของซาตาน...เหรียญบาทหนึ่งเหรียญ..หัวกับก้อย..จะมีด้านเดียวไม่ได้


• ค้อน : ชนะกรรไกร แต่แพ้กระดาษ
• กระดาษ : ชนะค้อน แต่แพ้กรรไกร
• กรรไกร : ชนะกระดาษ แต่แพ้ค้อน


การเล่น ผู้เล่นทั้งสองจะหันหน้าเข้าหากัน ไพล่มือที่จะเสี่ยงไว้ด้านหลัง เมื่อนับ "เป่า ยิ้ง" จะเตรียมเสี่ยงมือเอาไว้ ว่าจะออกเป็น ค้อน กระดาษ หรือกรรไกร เมื่อพูด "ฉุบ" ทั้งสองจะออกมือมาพร้อมกัน และจะรู้ทันทีว่าใครแพ้ หรือชนะ


เหมือนกับยอมรับความเป็นและความตาย…


เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียง ในห้องของโรงพยาบาลอันมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ พ่อแม่พี่น้องและบรรดาญาติ รอนอกห้อง สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

เธอกำลังจะตาย

ถ้าเธอไม่ “กำลังจะตาย” ผมคงไม่มีโอกาสมาพบเธอแบบนี้.....ใครบ้างจะรับและรู้ว่าผู้หญิงสูงส่งร่ำรวยจะมาคบกับผู้ชายที่แทบไม่มีอะไรนอกจากการพยายามจัดการให้ร่างกายและชีวิตอยู่ด้วยกันให้ได้เท่านั้น...แต่เมื่อสายใยสุดท้ายกำลังจะขาดหาย....คนเหล่านั้นก็เปิดโอกาสให้ผม....ผู้ซึ่งมีเสียงร่ำร้องออกจากปากของเธอ..ในช่วงสุดท้ายของชีวิต


เป่ายิ้งฉุบ…


เธอยังละเมอและพูดซ้ำซาก ทั้งที่มือไม่มีแรง ผมจับมือของเธอมาแนบแก้ม..ปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านราวสายธารอันเจ็บปวดทรมาน


เป่ายิ้งฉุบ…


เสียงใสๆ หน้าใสๆ แก้มใสๆประกายตาสดใส....รอยยิ้มใสๆ.....ของเด็กหญิงวัยไม่ถึงสิบขวบ สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ


เธอออกค้อน...


ที่จริงแล้วผมออกกระดาษ..กระดาษซึ่งจะห่อค้อนให้แพ้..ในเสี้ยวพริบตา..ผมเปลี่ยนเป็นกรรไกร

ใช่แล้ว..ผมแพ้เธอ..แพ้เพื่อแลกกับรอยยิ้มและดวงตาอันเป็นประกาย


“เธอแพ้เราเป็นครั้งที่สิบแล้วนะ”


เธอตอกย้ำความพ่ายแพ้..แต่ผมแอบยิ้มในใจ..ถึงผมไม่ใช่คนแก่แดด แต่ตอนนั้นผมก็รู้ว่า มีอะไรบางอย่างมีความหมายมากกว่าชัยชนะ ไม่เห็นผิดและเสียเกียรติตรงไหนเลย ในการที่ผู้ชายจะ”แกล้ง”ยอมแพ้ผู้หญิง  ผมพร้อมจะอ่อนข้อและตามง้อเธอเสมอ.ไม่ว่าจะถูกหรือผิด..ทั้งทีบางเรื่องผมไม่ได้ผิด...แต่ผมคิดว่าพวกผู้หญิงมีไว้เพื่อง้อ.ผมคิดแบบนี้จริงๆ ถึงมันจะไม่ถูกต้องกับในมุมมองของใครหลายคน แต่ผมคิดแบบนั้นมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว


เอาชนะผู้หญิง...ได้..แต่ผมมองไม่เห็นว่ามันมีคุณค่าควรภาคภูมิใจตรงไหนเลย


“เธอแพ้แล้ว.......” 


คำง่ายๆ แต่มีความหมายพิเศษกับบางสถานการณ์


กับคนที่รัก ทำไมแค่ยอมแพ้จะยอมไม่ได้..ตอนนั้นผมคิดแบบนี้จริงๆ ไม่รุ้ว่าคิดถูกหรือคิดผิด รู้เพียงต้องคิดแบบนี้ โดยเฉพาะกับเธอ


เห็นไหมครับ เธอร้องและหัวเราะอย่างดีใจ..แล้วผมก็ยิ้มแบบเออออห่อหมกไปด้วย...แพ้ก็แพ้สิ ไม่เห็นเป็นไร


“ยังไงเธอก็แพ้เรา”

เธอบอกตอกย้ำชัยชนะ ผมได้แต่ยิ้ม และไม่คิดว่าการเล่นแบบนี้จะมีผลยาวนานต่อเนื่อง

ตอนนี้....เธอกำลังจะตาย มัจจุราชกำลังเดินทางมาหาเธอ.. แต่ผมไม่มีวันจะร้องไห้ต่อหน้าของ

เธอ...แม้ว่าเธอจะนอนสงบนิ่งก็ตาม...ผมจะไม่มีวันยอมให้เธอเห็นความอ่อนแอของผมเด็ดขาด....ถ้าผมจะอดรนทนไม่ได้ ก็จะขอแอบร้องไห้....ไม่ให้เธอเห็นหรือรับรู้..จะซ่อนความเจ็บปวดไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ จะไม่ให้หยดน้ำตาของผมกัดกร่อนเธอแม้เพียงเศษเสี้ยว


มือของเธอยังขยับเล็กน้อย ผมรู้ว่าเธอรู้ว่า ผมอยู่ข้างๆ


มาเล่น....เป่ายิ้งฉุบ กันต่อไหม....
เธอไม่เคยชนะฉันเลยนะ
เสียงของเธอดังก้องในใจ...เป่ายิ้งฉุบ

…เป็นเกมที่เราสองเล่นกันมานานหลายปี กระทั่งต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปเรียน...ตามเล่นทางของชีวิต แต่ถึงจะห่างไกลแต่ไม่ห่างหาย ผมรู้ว่าเธอต้องคิดถึงผม


คนแพ้....ต้องปีนไปเก็บผลมะไฟนะ....


ใช่..ผมต้องแพ้...เพราะไม่อยากให้เธอปีนต้นมะไฟกลางทุ่งนา แล้วโดนมดแดงรุมกัด นั่นเป็นวิถีชีวิตของชาวชนบทอย่างพวกเรา


คนแพ้ต้องไปตักน้ำนะ


ใช่...ผมต้องแพ้ เพื่อที่จะรับภาระหิ้วถังไปตักน้ำจากบ่อน้ำมาใส่โอ่งน้ำของบ้านเธอ...ผมจะยอมให้เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไรกันใช่ไหมครับ...ถ้าคุณจะรักใครสักคนมากพอ คุณก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายยอมแพ้


คนแพ้ต้องก่อไฟหุงข้าว....


ใช่แล้ว.....ผมยอมหน้าดำมอมแมมกับการก่อไฟหุงข้าว ขณะที่เธอนั่งยิ้มและมองดูอยู่ข้างๆ อย่างสนุกสนาน


คนแพ้ต้องยอมให้ขี่หลังกลับบ้านนะ


นั้นเป็นความผูกพันอันบริสุทธิ์ในวัยเด็ก เป็นความทรงจำที่ดี และควรค่าแก่การจดจำ


แต่ตอนนี้เธอกำลังจะตาย อาการป่วยซึ่งพวกหมอยังงุนงง


ผมมองเห็น..ในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น...รู้ถึงสิ่งที่ไม่ควรเชื่อแต่มาปรากฏตรงหน้า.....ไม่ใช่ฝันร้าย แต่ความจริงบางอย่างยิ่งกว่าฝันร้าย

ปีศาจร้ายในเสื้อคลุมสีดำ...มือซ้ายถือเคียวเกี่ยววิญญาณ

มันจะมาเอาชีวิตของเธอ ผมรู้แบบนั้น...และทูตมรณะนั่นก็คงรู้ มันใช้สายตาซึ่งเหมือนมีไฟลุกโชนในเบ้าตาจ้องมองอย่างประหลาดใจ

“แกเอาเธอไปไม่ได้....”

ผมคำราม ทั้งที่รู้ว่าไม่รู้จะเอาอะไรไปต่อต้านทูตแห่งความตายนั้น ยังจะมีอะไรทรงพลานุภาพมากไปกว่าความตายได้อีกล่ะ...แต่ผมก็ต้องทำอะไรก็ได้เพื่อปกป้องคนที่ผมรัก ต่อให้กระโจนลงในหุบเหวหรือหล่มไฟก็พร้อมจะทำโดยไม่ลังเล ใบหน้าซึ่งมีแต่กระดูกแสยะยิ้ม ก่อนส่งเสียงคำรามเสียงต่ำแหบพร่า

“จะเอายังไง..”

น้ำเสียงของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ลักษณะอาการเหมือนแมวจับหนูได้แล้วยังไม่ยอมฆ่า หากใช้อุ้งเท้าตบไปมาจนกว่าจะเบื่อแล้วค่อยจัดการ


“ถ้าเราชนะ แกต้องปล่อยเธอ”


ผมพูดเสียงแข็ง โดยไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย ผมไม่มีอะไรต้องกลัว เพียงมีสิ่งจะเสียคือชีวิตเท่านั้น แต่ก็พร้อมจะลงทุน แม้ว่าโอกาสแพ้เกือบเต็มร้อย


“ถ้าเธอชนะ แกต้องปล่อยเธอ”


ผมคำรามย้ำอีกครั้ง ขณะกำมือแน่น 


“ว่ามา.....”


“เป่ายิ้งฉุบ ตาเดียว.......” 


ผมบอกอย่างตัดสินใจครั้งสุดท้าย ปีศาจแหงนหน้าหัวเราะเสียงกังวาน เป็นเสียงหัวเราะของปีศาจที่มองเห็นชะตากรรมของคู่ต่อสู้แบบเด่นชัดไม่ต้องสงสัย


“เล่นเป็นเด็ก......ก็ได้...แต่เอาอะไรมาเดิมพัน” ปีศาจส่งเสียงถามเหมือนจะเย้ย
“วิญญาณของฉันไง...พวกแกอยากได้มากไม่ใช่เหรอ”


ภูตแห่งความตายหัวเราะอีกครั้ง ยังจะมีอะไรหอมหวานเย้ายวนใจปีศาจมากไปกว่าวิญญาณของมนุษย์ นั่นล่ะจุดประสงค์ของพวกมัน.พวกปีศาจก็มักคิดและทำเพื่อสิ่งนี้จริงๆ


“ตกลง.. ช้าจะยอมลดตัวสนุกกับพวกมนุษย์ดูบ้างสักครั้ง”


.เสียงจอมปีศาจคำรนคำรามกึกก้อง กลิ่นกำมะถันกระจายไปทั่วห้อง 


ประกายไฟแตกวาบอยู่รอบตัวเหมือนจะเป็นการข่มขวัญ แต่ว่ามันใช้ไม่ได้ผลกับผมเสียแล้ว ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เพราะผมกำลังจะปกป้องคนรักของผมอย่างสุดชีวิตจิตใจ


“ระวัง”


มันส่งเสียงเตือนแบบปราศจากความหวังดี มิอแอบอยู่ด้านหลัง


ที่รัก

ผมจะช่วยคุณ พยายามทำเพื่อคุณ หากผมพลาดไป อภัยให้ผมด้วย
ฟ้าส่งเสียงครืนใหญ่ เจิดจ้ากว่าแสงแห่งดวงอาทิตย์

เป่า

ยิ้ง

ฉุบ…

ผมออกกรรไกร.. มันออกไปตามความเคยชิน  ออกกรรไกรไปทั้งที่รู้ว่าแบบนี้เคยแพ้ไปทุกครั้ง

เสียงปีศาจคำรามจนแสบแก้วหู


มันออกค้อน!!


ค้อนชนะกรรไกร เด็กๆก็รู้ สมควรแล้วที่ทูตมรณะจะหัวเราะด้วยความพึงพอใจ มันสมควรชนะผม..ผู้ซึ่งรับบทผู้แพ้ตลอดเวลา มันก็สมควรแล้ว


“วิญญาณแกเป็นของข้า”


ทูตมรณะ เงาแห่งความตายหัวเราะอย่างลำพองใจอีกครั้งหัวเราะอย่างยาวนานแบบสาสมใจ....ในที่สุดก็ยื่นมือปราดออกมา แต่แล้วก็ชะงักค้างเหมือนคว้าใส่ความว่างเปล่า สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่เข้าใจ


แทนคำตอบ ผมหันไปมองนางอันเป็นที่รัก มองมือขวาของเธอซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มออกมา


มือของเธอออกกระดาษ!


เป็นการเล่นเป่ายิ้งฉุบครั้งสุดท้ายของเธอ และมีความหมายความสำคัญมากที่สุด
แล้วผมก็เริ่มหัวเราะใส่หน้าทูตมรณะ


“แต่แกประมาทจนลืมคิดให้ดี.....คนที่แข่งกับแกไม่ใช่ฉัน..แต่เป็นเธอ”


ผมอยากหัวเราะให้บ้าตาย มันลืมคำที่ผมบอกว่า “ถ้าเธอชนะ แกต้องปล่อยเธอ”จ้าวแห่งความตายก็ยังรู้พลาดเพราะความเชื่อมั่นและยะโสโอหังแบบปีศาจแท้ๆ


“แกโกง.”


ทูตมรณะเบิกตากว้าง...ร้องเสียงกึกก้องยาวนาน...แต่สายเกินเสียแล้ว ถึงจะเป็นปีศาจก็ยังอยู่ใต้กฎของคำสัญญา ร่างของมันจางหายไปราวฝุ่นควัน แต่คิดว่ามันยังมีโอกาสได้ยินคำพูดของผมที่บอกว่า
“โกงอย่างไม่ผิดกติกาก็ไม่ถือว่าโกง”    


ใช่....มันสมควรเป็นแบบนี้ โดยเฉพาะกับพวกปีศาจ


เธอเริ่มขยับตัว...ผมรู้ว่าเธอพ้นจากความตายแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่สุด ไม่มีอะไรจะมีค่ามากกว่านี้ไปแล้ว

เป่ายิ้งฉุบ ของเธอไม่เพียงชนะผมเท่านั้น ยังชนะความตาย

 ประตูห้องเปิดออก หลายคนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าปิติยินดี ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งโผเข้ากอดเธออย่างดีใจและกอดเธอไว้แนบแน่น

     ผมยิ้มหม่นๆ....รู้ว่าตัวเองทำหน้าที่ของคนรักดีที่สุดแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องของชะตากรรม ผมไม่มีโอกาสดูแลเธออีกแล้ว  ใครบางคนคงทำหน้าที่ดูแลเธอในส่วนที่เหลือได้ดีกว่าผม.....ถึงจะนึกอิจฉาบ้างแต่ก็คิดว่าผมควรยินดีที่ใครคนนั้นมาทำหน้าดูแลเธอแทนผม......


     ผมควรจะดีใจมากกว่าจะร้องไห้ใช่ไหมครับ.......แต่ถึงจะคิดแบบนั้นผมก็อดจะรองไห้จนน้ำตาหลั่งไหลออกมาเป็นสายไม่ได้.....ไม่เป็นไร..ผมทำหน้าที่ของผมสมบูรณ์แล้ว โดยไม่จำเป็นประกาศให้ใครรับรู้ ถ้าจะรักใครอย่างจริงใจก็ไม่ต้องต้องเรียกร้องอะไรทั้งนั้น..ต่อให้เก็บความรู้สึกและการกระทำบางอย่าง ในใจตลอดไป


มีชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุขนะครับคนดี….และมีชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างควรจะเป็น

ผมไม่ได้ร้องไห้...เพราะรู้ว่าไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง ผมไม่ควรทำแบบนั้น ภาพสุดท้ายที่อยู่ในความทรงจำคือเด็กน้อยสองคน ใต้เงาไม้...กลางท้องนา....ล้อมรอบด้วยไอแดด..ท้องทุ่งเขียวขจี

รอยยิ้มสดใส มือยื่นออกมาอย่างมั่นใจ..เป่ายิ้งฉุบ..เห็นไหม...ฉันชนะเธออีกแล้ว....ยอมแพ้หรือยัง....


ร่างของผมค่อยๆจางหายไป.....ผมคงไม่มีโอกาสกลับไปยังร่างของผมซึ่งนอนอยู่ในห้องเก่าๆแถบๆซอมซ่ออันอ้างว้างนั้นอีกแล้วตลอดกาล


เป่ายิ้งฉุบ
เป่ายิ้งฉุบ
เป่ายิ้งฉุบ


จะค้อน กรรไกร หรืออะไรก็ตาม ผมจะยอมให้คุณชนะ ผมคิดว่ามันคุุ้มค่ากับการเห็นประกายตาสดใจของุคุณ เพียงแต่ตอนนี้ผมจะขอเก็บไว้ในลิ้นชักแห่งความทรงจำ

ลาก่อนที่รัก..




this is the end.




Create Date : 26 พฤษภาคม 2556
Last Update : 26 พฤษภาคม 2556 15:33:40 น. 5 comments
Counter : 1052 Pageviews.  

 
โอ้โห อาจารย์ ^^
เป็นเป่ายิ้งฉุบที่ควรจะยิ้มหรือหัวเราะ หรือร้องไห้ดีก็ไม่รู้ค่ะ
รู้แต่อ่านจบอึ้งไปสามวิ อิอิ



โดย: lovereason วันที่: 26 พฤษภาคม 2556 เวลา:18:51:16 น.  

 
เพิ่งเข้า blog มาอ่านครั้งแรก
เจอเรื่องราวที่สุดซึ่งเลยค่ะ



โดย: kinkan00 IP: 125.27.12.226 วันที่: 26 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:05:31 น.  

 
เป่ายิ้งฉุบ


โดย: มาโซคิส IP: 124.121.26.233 วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:01:33 น.  

 


โดย: GTW วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:53:56 น.  

 
รักแท้คือการเสียสละ เชื่ออย่างนั้นจริงๆ....


โดย: 957799 IP: 115.87.102.66 วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:3:18:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Psycho man
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add Psycho man's blog to your web]