การไปเที่ยวทอดกฐินที่ร้อยเอ็ด-ลาว
 | |  | | 

30-10-52….. - เวลาของการเดินทาง..จุดหมายรวมกันที่ตึก ศรีอยุธยา ..เพื่อไปขึ้นรถที่นั่น ไปถึงก็ต้องเช็คชื่อ-ติดบัตรประจำรถบัส-และโรงแรมที่พักแต่ละแห่ง..การเดินทางครั้งนี้มีรถบัส4คัน..เรานั่งรถบัสคันที่ 2 ซึ่งมีคุณปุ๊กคนสวยเป็นโค๊ชประจำรถคอยดูแลในการเดินทางครั้งนี้...เมื่อเช็คชื่อเก็บกระเป๋าขึ้นรถเรียบร้อย..ก็เริ่มเดินทางในเวลา 20.00น. จุดหมายปลายทางคือจังหวัดร้อยเอ็ด..เพราะจะต้องไปทอดกฐินเช้าที่วัดกลางมิ่งเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด...ตามหมายกำหนดการจะถึงเวลาประมาณ..ตี5..ปรากฎว่าถึงเวลาประมาณ ตี4.30น. เช็คอินท์เข้าโรงแรมที่พักร้อยเอ็ดซี้ตี๊...อาบน้ำแต่งตัวลงมาทานอาหารเช้า...ถ่ายรูปเก็บสถานที่โรงแรม..แล้วก็เดินทางไปวัดกลางมิ่งเมืองเพื่อทอดกฐินหลวงกัน....วันแรกที่ไปถึงโรงแรมก็รู้สึกแปลกใจมากตอนออกมาถ่ายรูปหน้าป้ายโรงแรมทำไมมีตำรวจอยู่เต็มหน้าโรงแรมไปหมด...พอรถบัสเริ่มเคลื่อนตัวไปวัดกลางมิ่งเมือง..ยิ่งแปลกใจมากไปอีกเพราะมีตำรวจคอยดูแลตลอดเส้นทางไปวัด..มากระจ่างแจ้งประจักษ์ใจก็เมื่อถึงวัดว่า..การทอดกฐินที่มีรัฐมนตรีชื่อ..กษิต ภิรมย์ ..เป็นประธานนั้น...จะมีเสื้อแดงมาต้อนรับหน้าวัดกลางมิ่งเมืองแบบถือป้ายประท้วงประณามโจมตีอยู่...ทอดกฐินท่ามกลางแดงเดือดกันเลยวันนั้น...แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค์ผ่านพ้นไปด้วยดี..เพราะวันนั้นคุณกษิต..ไม่มาเป็นประธาน..ให้ปลัดกระทรวงเป็นประธานแทน...ก็เลยผ่านไปด้วยดีสำหรับการทอดกฐินหลวงของกระทรวงการต่างประเทศที่ร้อยเอ็ด ณ.วัดกลางมิ่งเมือง...
31-10-52-....วันทอดกฐินที่จังหวัดร้อยเอ็ด


เมื่อทอดกฐินเสร็จแล้ว..ทางวัดเลี้ยงอาหารกลางวันเป็นโต๊ะจีนที่วัด...ทานอาหารเสร็จก็เดินช๊อปปิ้งกัน..เขาจัดร้านโอท๊อป..ก็พวกผ้าไหม..ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองร้อยเอ็ด..ช๊อปเสร็จ...ก็ต้องออกเดินทางต่อเพื่อไปเยี่ยมชมสถานที่อีกแห่งของจังหวัดร้อยเอ็ดคือ ...ผาน้ำย้อยเพื่อสักการะพระมหาเจดีย์ชัยมงคลซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม..เมื่อถึงวัดก็เดินสำรวจสิ่งมหัศจรรย์ของวัดและเก็บภาพถ่ายไว้เป็นระลึกกัน...ไปวัดนี้ก็ต้องขึ้นบันไดกันแบบสุดๆๆเพื่อไปกราบนมัสการอัฐิของพระพุทธเจ้า..บันไดก็เป็นบันไดวน..สูงมากกว่าจะถึงยอดสุดของเจดีย์..ก็ไปแล้วงัยก็ต้องถึงให้ได้...เสร็จจากวัดแล้วก็เดินทางกลับโรงแรมที่พัก..ทานอาหารเย็นกันที่ห้องอาหารของโรงแรมห้องอาหารแกรนด์บอลรูม...ก็งานนี้เราถูกบังคับแกมขู่ให้ขึ้นไปร่วมสนุกบน เวทีการแสดง..โดยร่วมร้องเพลง 1 เพลง..โอ้มายก๊อต...... หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ออกมาเดินย่อยอาหารกันที่ตลาดโต้รุ่งของเมืองร้อยเอ็ด...มาทั้งทีต้องมาให้ถึงสถานที่ของเมืองร้อยเอ็ด..ตลาดโต้รุ่งกันเลย...เสร็จแล้วก็มานอนพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่ประตูเมืองสะหวันเขตของสปป.ลาวเป็นโปรแกรมต่อไปคะ วันแรกของการเดินทางสู่ประตู สปป.ลาว
01-11-52-....เช้าของวันนี้ที่โรงแรมร้อยเอ็ดซี้ตี้...ทานอาหารเช้าที่โรงแรม..ก่อนเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พักเพื่อเดินทางต่อไปยังแขวงสะหวันนะเขตสปป.ลาว...เป็นโปรแกรมแรกของประเทศลาวคะ การเดินทางต้องใช้เส้นทาง..ของด่านตรวจคนเข้าเมือง..ไทย-ลาว..ของจังหวัดมุกดาหาร..เพื่อไปเมืองสะหวันนะเขต…
01-11-52…ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร..ไทย-ลาว-แขวงสะหวันนะเขต ที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมือง ไทย-ลาว-จังหวัดมุกดาหาร ก่อนเดินทางไปเข้าประเทศลาว ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อน ซึ่งก็ผ่านไปด้วยดีทั้ง4คันรถบัส เพราะได้ดำเดินการล่วงหน้าก่อนเดินทางแล้วเลยไม่ล่าช้าเท่าไร...เมื่อผ่านด่านเสร็จ ประตู่แรกที่จะไป..คือแขวงสะหวันนะเขตของประเทศลาว...สถานที่แรกที่ไปคือ..สถานกงสุลไทยประจำเทศลาว..เพื่อไปเข้าเยี่ยมคารวะท่านกงสุลใหญ่ ณ.แขวงสะหวันนะเขต..ในการนี้ท่านจะเลี้ยงอาหารกลางวันคณะเดินทางด้วย..ร้านอาหารที่ไปกันคือร้านอาหาร ...ลาว ลาว เด้อ..ติดกับแม่น้ำโขงมองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาวด้วย..ได้บรรยายกาศแบบมิตรภาพไทย-ลาวดีจริงๆๆร้านนี้
 
 
  หลังจากทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จ..โปรแกรมต่อไปอีกสถานที่ก็คือ..ไปนมัสการ พระธาตุฮีงฮัง ซึ้งเป็นพระธาตุที่เก่าแก่ของแขวงสะหวันนะเขต และเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนชาวลาว สำหรับการไปมนัสการพระธาตุ ฮีงฮัง นั้นต้องแต่งกายสุภาพโดยต้องนุ่งซิ่นไปกราบนมัสการ ห้ามนุ่งกางเกงโดยเด็ดขาด เวลาไปกราบนมัสการ ผู้หญิงห้ามเข้าไปใก้ลบริเวณพื้นที่พระธาตุ เข้าได้แต่ผู้ชาย..กราบไหว้แล้วให้ผู้ชายน้ำดอกไม้ไปวางที่พระธาตุให้ก็เป็นอันถูกต้องตามหลักการ..
 
  หลังจากการกราบนมัสการพระธาตุฮีงฮังแล้ว..รายการต่อไปที่จะไปคือ ศูนย์การค้าดาวเรือง และ ตลาดใหญ่ สะหวันนะไชย ซึ่งมีสินค้าหลากหลายจาก ลาว เวียดนาม และจีน ...ตอนนี้เป็นเวลาที่จะช๊อปซื้อสินค้า มีทั้งเครื่องเงิน ผ้าทอพื้นเมืองของลาว ผ้าไหม และ โทรศัพท์มือถือที่นำเข้าจากประเทศจีน(ของก๊อปแบนชั้นนำต่างๆๆ) ..ราคาต่อรองกันตามความเหมาะสมที่เราจะตั้งราคาต่อรองกัน..ตาดีก็ได้สินค้าดี...ก็แล้วแต่ความพอใจในตัวสินค้า...นักช๊อปทั้งหลายกระเป๋าแบนกันเลยที่เดียวที่ศูนย์การค้าดาวเรือง..ไก๋ลาวบอกว่าเป็นตลาดของ...คุณนายดาวเรือง ซึ่งเป็นคนเวียดนามที่มาแต่งงานกับคนลาว..และมาบุกเบิกทำธุรกิจที่ประเทศลาวจนร่ำรวย..จนทุกวันนี้ เสร็จจากช๊อปตลาดดาวเรือง....การเดินทางต่อไปอีกสถานที่...คือ..วัดใหญ่ไชยะพูม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของชาวเมืองสะหวันนะเขต ตลอดการเดินทางไปวัด จะเห็นบ้านแถบนี้เป็นบ้านเรือนเก่าสมัยฝรั่งเศลและอเมริกัน ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเป็นบ้านทรงสมัยฝรั่งเศล เพราะลาวเคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศลมาก่อน...ซึ่งก็มีให้เห็นตลอดเส้นทางในเมืองสะหวันนะเขต หลังจากนั้น...ก็รับประทานอาหารเย็นกันที่ร้านอาหารสะหวันลาวเดิม ริมแม่น้ำโขง เป็นร้านอาหารแบบเรือนแพก็เป็นบรรยายกาศที่แปลกดี มีการแสดงรำแบบฉบับของลาวต้อนรับช่วงรับประทานอาหารกันก็ได้บรรยายกาศแบบลาวดีไปอีกแบบหนึ่ง....
  ตลาดศูนย์การค้าดาวเรือง
  วัดใหญ่ไชยภูมิ
 
การแสดงการฟ้อนรำแบบฉบับลาว
  หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จก็เดินทางไปที่พักโรงแรมดาวสะหวัน รีสอร์ท แอนสปา แขวงสะหวันนะเขตในเวลา 20.00 น. เช็คอินท์เข้าโรงแรมก็พักผ่อนกัน..เพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อไปในเช้ารุ่งขึ้นอีกวัน..เพื่อไปแขวงจำปาสักซึ่งเป็นอีกสถานที่หนึ่งของโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยวในสปป.ลาว
  โรงแรมดาวสะหวันรีสร์อทแอนสปาตอนกลางคืน
  ยามเช้าหน้าโรงแรมดาวสะหวัน
  ปิดท้ายแขวงสะหวันนะเขตด้วยภาพโรงแรมที่พัก ดาวสะหวัน รีสร์อท แอนสปา
02-11-52- เช้าของวันนี้ทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พักเสร็จ..ก็เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมที่พักกัน...เพื่อเดินทางต่อไปยังอีกสถานที่ของ สปป.ลาว...... คือปากเซ - แขวงจำปาสัก...จุดหมายปลายทางสถานที่แรกที่จะไปเยี่ยมชม..คือ น้ำตกคอนพะเพ็ง ที่ขึ้นชื่อของแขวงจำปาสัก...การเดินทางจากแขวงสะหวันนะเขต เพื่อไปปากเซ - แขวงจำปาสัก..ก็ใช้เวลานานพอสมควร..ตลอดการเดินทางก็เก็บเกี่ยวภาพถ่ายไปด้วย..ก็ชื่นชมในความเป็นธรรมชาติ ที่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และพืชพันธ์อันอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านที่นั่นก็อยู่แบบพอเพียง อาชีพหลักที่แขวงจำปาสักต่างจากแขวงสะหวันนะเขตมาก แขวงสะหวันนะเขตเป็นแขวงที่มีธุรกิจที่กำลังเจริญเติบโตมีกิจการค้ามาลงทุนทำธุรกิจกันมากที่แขวงสะหวันนะเขต..แขวงจำปาสัก จะเป็นเมืองเกษตรกรรม และเป็นเมืองที่ใช้ชีวิตแบบพอเพียงยั่งยืนด้วยวิถีชาวบ้านเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา และค้าขายสินค้าพื้นเมืองซึ้งน่าชื่นชมวิถีชีวิตแบบนี้มาก...สถานทีท่องเที่ยวก็ยังสมบูรณ์และอนุรักษ์ไว้ได้ดีมากด้วย..ตรงนี้ขอชื่นชมชาวเมืองจำปาสักจริงๆๆ
 ภูมิทัศน์ของประชาชนลาว
 น้ำตกคอนพะเพ็งไนแองก่าร่า-ลาว
 น้ำตกตาดผาส้วม
คณะเดินทางถึง ปากเซ-แขวงจำปาสัก เช็คอินท์เข้าที่พัก...โรงแรมเอราวัณ ริเวอร์ไซด์ เมืองปากเซ แขวงจำปาสักถึงที่พักโรงแรมเวลา 11.30 น. เก็บกระเป๋าเข้าห้องพัก ..เข้าห้องน้ำ...ก็เดินทางมาขึ้นรถเพื่อไปเที่ยวชมน้ำตก คอนพะเพ็ง การเดินทางไปปากเซ-แขวงจำปาสักนั้น มีฝนตกปอยๆๆแต่ อากาศสดชื่น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงจุดหมาย น้ำตกคอนพะเพ็ง ...เป็นน้ำตกที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในเอเชีย ได้ยินเสียงน้ำตกที่ดังจนทำให้ต้องมองหาแหล่งที่มาของเสียง และเมื่อเดินมาจากจุดจอดรถเล็กน้อยเราก็จะพบน้ำตกคอนพะเพ็งที่สวยงามมากๆ เห็นแล้วอิจฉาประชาชนเมืองปากเซ ที่ถึงแม้แผ่นดินจะไม่ติดทะเล ไม่มีแหล่งน้ำทางทะเล แต่มีน้ำตกที่สวยงามที่สุดในเอเชีย นับเป็นธรรมชาติที่งดงามจริงๆๆ เห็นแล้วทำให้นึกถึงน้ำตกไนแองการาที่เรามักเห็นในสารคดีเลยที่เดียว ฉะนั้นหากใครอยากเห็นน้ำตกไนแองการา ไม่ต้องไปไกลให้มากมาทางตอนใต้ของสปป.ลาว ก็จะเห็นน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียที่เดียว..เรามีภาพแห่งความสวยงามและยิ่งใหญ่เก็บไว้ในความทรงจำเป็นภาพถ่ายมากมายที่น้ำตกแห่งนี้..... ชื่นชมความงามและเก็บภาพแห่งความทรงจำไว้ด้วยภาพถ่ายกันแบบไม่ยั้ง..เพราะความยิ่งใหญ่นั้นทำให้เราอดใช้เวลาชื่นชมจนคุ้มค่ากับเวลาที่ทางคณะให้เวลาเราไว้ให้มากที่สุดกับความยิ่งใหญ่” น้ำตกคอนพะเพ็ง” แห่งเมืองปากเซ-แขวงจำปาสักของสปป.ลาว นับว่าสมคำล่ำลือจริงๆๆว่าเหมือน น้ำตกไนแองการา แห่งเอเชียเลยที่เดียว หลังจากเดินชมน้ำตกกันแบบคุ้มค่ากับเวลาแล้ว..ก็เดินทางกลับไปที่พักเพื่อร่วมงานลอยกระทงกันที่โรงแรม..ซึ่งจะมีการประกวดการแต่งกายผ้าไทยย้อนยุค...ก็คงเป็นงานลอยกระทงที่สปป.ลาวแบบไทยแท้ๆกัน...วันนี้อากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน..เหมือนฝนจะตกเลยที่เดียว...กลับถึงที่พักที่โรงแรม...เห็นทางเจ้าหน้าที่โรงแรมกำลังจัดการแต่งเวทีการแสดง และ จัดเปิดร้านอาหารต่างๆๆ ที่บริเวณริมสระว่ายน้ำของโรงแรม บรรยากาศการจัดเตรียมงานน่าจะสนุกสำหรับการลอยกระทงที่นี่...สำหรับคณะเราพอเดินทางกลับ
 โรงแรมเอราวัณที่พักที่สุดท้ายที่พักกันที่ลาวเขตปากเซ
มีภาพบรรยายกาศงานลอยกระทงมาฝากด้วยงานนี้
 จากเที่ยวน้ำตกคอนพะเพ็งเดินทางถึงที่พักก็ต้องเตรียมตัวสวยงามโดยการแต่งกายย้อนยุคย้อนสมัยรัชกาลที่ 5 กันเลย..งานนี้ได้คนออกแบบเสื้อผ้าดี น้องวรรณใจดีตระเตรียมเสื้อผ้าพร้อมอุปกรณ์ให้แบบไม่อายขายหน้า..หน้าเราก็เหมาะกับการย้อนยุคย้อนสมัยเสียด้วย..เลยเต็มใจแต่งตัวสวยสำหรับงานนี้กัน...งานนี้ท่านกงสุลใหญ่มาเปิดงานลอยกระทง..และร่วมร้องเพลงถวายพระพรในหลวงกันด้วย..ก็เป็นงานลอยกระทงที่สมบูรณ์แบบไทยๆๆเราเลยทีเดียว...แถมมีการรำวงลอยกระทงอีก...ก็ฉลองงานวันลอยกระทงกันแบบชื่นมื่นเลยทีเดียว...
ในงานนี้จะมีการแสดงบนเวที..ของชาวเมืองปากเซ คือการแสดงรำแบบพื้นบ้านของชาวลาวด้วย…ส่วนทางไทยก็ส่งน้องวันพุธคณะของเราขึ้นไปรำไทยในชุดการรำดอกบัวเหมือนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณีไทย-ลาว ซึ่งประทับใจแก่ทุกๆๆคนที่ร่วมงานครั้งนี้.... หลังจากเสร็จสิ้นการแสดงแล้ว ท่านกงสุลใหญ่ก็เชิญคณะเราร่วมร้องเพลงถวายพระพรในหลวง...และทำพิธีเปิดงานการลอยกระทง...และประกาศผลการตัดสินชุดไทยย้อนยุค..ผลประกาศ...เราก็ติดอันดับได้รางวัลด้วย..หลังจบผลประกาศ..ฝนก็ตกมาพอดี ตอนแรกก็ตก..แต่ไม่มากแค่ปอยๆๆ..ประกาศผลรางวัลเสร็จตกหนักเลย..งานเลยต้องหยุดกัน..แต่ก็สนุกสนานกันดีทั่วหน้างานลอยกระทงที่สปป.ลาว เมืองปาก-เซ แขวง จำปาสัก...หลังจากนั้นก็ไปเก็บภาพถ่ายในโรงแรมกันอีกเล็กน้อย..แล้วก็พักผ่อนกัน...เพื่อเตรียมตัวตื่นเช้าๆๆไปเที่ยวน้ำตกผาส้วมและวัดพูจำปาสักอีกสถานที่หนึ่งของปากเซก็คงได้ชมความงามอีกแห่งหนึ่ง หลังจากที่ชมน้ำตกคอนพะเพ็งมาแล้ว...

 ภาพน้ำตกผาส้วม

 หมู่บ้านชนเผ่าในอุทยานน้ำตกผาส้วม
03-11-52. ณ. โรงแรมเอราวัณ ริเวอร์ไซด์ ทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จแล้วเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมที่พัก..เพื่อไปเที่ยวสถานที่สำคัญอีกแห่งของเมืองปากเซ นั่นคือ....ปราสาทวัดพู จำปาสัก...การเดินทางไปปราสาทวัดพูต้องเดินทางด้วยรถสองแถวและไปข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าเรือบ้านม่วง ..คณะเราต้องลงจากรถบัสเพื่อต่อรถสองแถวพาไปปราสาทวัดพู ช่วงเดินทางโดยสารรถสองแถว..เส้นทางยังเป็นทางลูกรังฝุ่นสีแดงมากเลย..บ้านเรือนก็ยังเป็นบ้านเรือนทรงฝรั่งเศลให้เห็นอยู่ปะปาย..ยังคงรักษาสภาพแวดล้อมความเป็นเมืองปากเซไว้ได้ดีมากแห่งหนึ่งของสปป.ลาว ….การไปเที่ยวชมปราสาทวัดพูแห่งนี้นั้น นับว่าสำบุกสำบันกันพอสมควร นั่งรถสองแถวแล้วก็ไปต่อแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำไปยังอีกฝั่ง...ถึงฝั่งแล้วลงรถสองแถว..เดินไปอีกไกลพอสมควรกว่าจะถึงตัวปราสาทวัดพู..พอถึงตัวปราสาทวัดพู..ต้องขึ้นบันไดอีก 70 กว่าขั้น ถ้านับตั้งแต่ฐานล่างเลย...ไหนๆมากันแล้วต้อง... ลุยๆๆกันไปให้ถึงปราสาทวัดพูเพื่อไปดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิของดีของปราสาทวัดพูที่อยู่บนสุดของปราสาท...และแล้วเราก็พิชิตปราสาทวัดพู ขึ้นไปยืนโชว์ 2 นิ้วยอดนักสู้ผู้พิชิตปราสาทวัดพูแห่ง เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ของสปป.ลาว ได้สำเร็จ...ปราสาทวัดพู..ประวัติวัดพูนั้นมีมาว่า ก่อนจะเป็นวัดพูนั้น เดิมเป็นปราสาทเก่าหลังจากนั้นเกิดการเปลียนแปลงขึ้น ต่อมาจากปราสาทก็มาเป็นวัดพูจนปัจจุบันนี้ วัดพูนี้จะมีน้ำธรรมชาติที่ไหลมาจากภูเกล้าดื่มกินและล้างหน้าล้างตาเพราะเชื่อกันว่านี่คือน้ำศักดิ์สิทธิ์...ที่ปราสาทวัดพูยังมีร่องรอยความเป็นศิลปะขอมให้เห็นอยู่ทั่วไป ตั้งแต่เมื่อเราเดินทางมาถึงก็จะเห็น บารายขนาดใหญ่ ถัดจากบารายขนาดใหญ่ก็จะผ่านร่องรอยของเสานางเรียง จากนั้นก็จะเป็นปราสาทหลังใหญ่ 2 หลัง ที่ยังคงร่องรอยของความงามในอดีต..อย่างพวกลวดลายสลักหินต่างๆก็ยังคงมีให้เห็นในความงดงามทางศิลปะขอม เลยจากปราสาทไปก็จะเป็นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขา ที่เป็นบันไดหินสูงชันในแบบขอม ..ก่อนทางขึ้นบันไดจะมีซุ้มต้นจำปาเรียงรายเป็นแถว และจะมีรูปปั้นของ พญากรมทา ซึ่งจากคำบอกเล่าต่อๆๆกันมาว่า พญากรมทาผู้นี้เป็นผู้เปลียนแปลงปราสาท ศาสนสถานแห่งนี้มาเป็นวัด ด้วยเหตุนี้ก่อนจะขึ้นบันไดไปปราสาทวัดพู จะต้องมาสักการะรูปปั้นนี้กันเกือบจะทุกคน....เมื่อเดินผ่านซุ้มจำปา และ บันไดทั้งหมด 70 กว่าขั้นไปได้ ก็จะพบความงามของต้นจำปาที่มองลงไปจากข้างบนของปราสาทวัดพู ..ปราสาทวัดพูแห่งนี้จะเต็มไปด้วยลวดลายแกะสลักศิลปะขอมที่แสดงถึงความเป็นฮินดูอยู่ครบครัน เช่น รูปนางอัปสร รูปทวารบาล รูปพระศิวะ รูปพระนารายณ์ รูปหน้ากาล เป็นต้น แต่ว่าในสิ่งก่อสร้างที่เป็นฮินดูนั้น ณ. วันนี้ก็มีวิถีแห่งความเป็นพุทธอยู่เต็มเปี่ยม ดูได้จากปราสาทปรางค์ประธาน ที่น่าจะเรียกว่าโบสถ์มากกว่า เพราะในนั้นมีพระพุทธรูปทั้งพระประธานและพระพุทธรูปองค์เล็กๆเรียงรายอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่กราบไหว้บูชาของชนชาวลาว..เราและคณะก็ไปกราบไหว้พระประธานเช่นกัน เพื่อเป็นศิริมงคลกับการเดินทางด้วย..การมาเที่ยวชมวัดพูแห่งนี้เก็บความทรงจำด้วยภาพถ่ายมาไว้มากมายสมความเหนื่อยยากที่กว่าจะได้มาชมก็ต้องผ่านความอดทนและความแข็งแรงทางร่างกายพอสมควร..ต้องขึ้นบันได70กว่าขั้น..รวมภาพประทับใจไว้มากมายเลยกับวัดพูแห่งนี้...
 ด่านก่อนขึ้นปราสาทวัดพูต้องเจอเลย
 ผ่านด่านแรกไปก็เดินกันไปอีกระยะหนึ่งแบบนี้

 ภูมิทัศน์ข้างทางไปขึ้นปราสาทก็ร่มรื่นตลอด
| |  | |  |
| Create Date : 15 ธันวาคม 2552 |
| Last Update : 9 กรกฎาคม 2554 16:02:16 น. |
|
1 comments
|
| Counter : 7113 Pageviews. |
 |
|
|
| โดย: Innocent IP: 96.255.191.3 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:21:59:54 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|