เรื่องราวในอดีตทุกๆ เรื่องนั้นเป็นครูสอนเราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าเรื่องนั้นๆ จะเป็นอย่างไรก็ตาม ฉะนั้นก่อนที่จะพูดหรือกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จงไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ ก่อนที่จะพูดหรือลงมือกระทำ . คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

Group Blog
 
<<
มกราคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
ที่มาของเพลง ..น้ำตาแสงไต้

เพลงผีบอก ที่มาของเพลง ” น้ำตาแสงไต้ ”

เพลงแห่งความหลัง ครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร



https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/5/5e/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%8C%282493%29.jpg



เรื่องราวที่จะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครูสง่า อารัมภีร

หรือ ครูแจ๋ว ที่ลูกศิษย์และเพื่อนพ้องในวงการเรียกกัน

นอกจากที่ครูแจ๋วมีความสามารถในการแต่งเพลง

ซึ่งเป็นงานที่ถือได้ว่าครูเป็นเอกทางด้านดนตรี

ท่านแต่งเพลงไว้ให้เราได้ฟังกันร่วมๆ 2,000 เพลง เพลงเอก อาทิ ;


เรือนแพ, ดาวประดับใจ,

เพื่อเธอเพื่อเธอ, น้ำตาแสงไต้, หนึ่งในร้อย ฯลฯ


เพลงแต่ละเพลงที่ครูแจ๋วแต่งล้วนแต่เพราะๆ

และโด่งดังเป็นที่รู้จักไม่เฉพาะคนรุ่นเก่า

คนรุ่นใหม่ยังซาบซึ้งไปกับบทเพลงของท่านกันไปทั่ว

นอกจากนั้นแล้วครูมีความสามารถในงานเขียนเช่นกัน

โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่อง ” ผี ”

ท่านเขียนได้อย่างมีเอกลักษณ์อย่างเฉพาะตัว

ท่านเขียนเรื่องไว้ประมาณ 60 เรื่อง 

ใช้นามปากกาว่า  แจ๋ว  วรจักร,  จ้อน  บางกระสอ 

เริ่องผีเรื่องแรกๆ ที่เขียนลงพิมพ์ในเพลินจิตต์รายสัปดาห์ เมื่อปี พ. ศ. 2489  

จากนี้ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลินกับงานเขียนและเสียงเพลงค่ะ




ที่มาของเพลง “ น้ำตาแสงไต้ “ 

เพลงแห่งความหลัง ครูแจ๋ว สง่า  อารัมภีร  ศิลปินแห่งชาติ ปี 2531 

สาขาศิลปะการแสดง ( เพลงไทยสากล )

ผมเองเป็นผู้เขียนขึ้นเมื่อปี 2493

เพื่อลงพิมพ์ในสูจิบัตรละครเรื่อง “กุลปราโมทย์”

เป็นละครลำดับที่ 68 ของ คณะศิวารมณ์  มันก็หลายปีมาแล้ว

แต่ก็ทำให้รำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งเก่าก่อนได้ดีอยู่ เปียโนตัวที่จะกล่าว

ถึงนั้น เวลานี้ก็ดูเหมือนยังอยู่ที่ห้องเล็กศาลาเฉลิมกรุง

เมื่อสองสามปีก่อนผมขึ้นไปบนห้องเล็กยังลูบคลำยู่เลย

มันเก่ามากแล้ว และเสียงบางเสียงก็เพี้ยนเพราะไม่มีใครดูแล

แต่เมื่อผมไปลูบคลำ วิญญาณของผม และมันยังผสานกันเหมือนเมื่อเก่าก่อน

แต่เดี๋ยวนี้มันจะยังอยู่ หรือถูกขายไปก็ไม่ทราบ ว่างๆว่าจะไปเยี่ยมมันอีกครั้ง




ข้าพเจ้าจำได้แม่นยำว่า วันนั้นในราวเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๘ 


ศิวารมณ์กำลังซ้อมละครเรื่อง “  พันท้ายนรสิงห์ ” อยู่ที่ห้องเล็ก ศาลาเฉลิมกรุง

ดูเหมือนจะเข้าโปรแกรมวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ซ้อมกันอย่างหนัก เพราะเป็นสมัยที่เริ่มงานใหม่ๆ

ตอนนั้นข้าพเจ้ามีหน้าที่ดีดเยโนให้นาฏศิลป์เขาซ้อมและต่อเพลงให้นักร้องเท่านั้น 

ผู้ที่แต่งเพลงให้ศิวารมณ์สมัยนั้นคือ  ประกิจ  วาทยกร และ โพธิ์  ชูประดิษฐ์ 

ข้าพเจ้าเป็นนักดนตรีใหม่ๆ ยังไม่ถึงปี  สุรสิทธิ์ , จอก , สมพงษ์ และทุกๆ คน

 มาซ้อมละครกันตั้งแต่เย็นส่วน เนรมิต , มารุต


สมัยโน้นเข้าคู่กันคร่ำเครียดกับบทและวางคาแร็คเตอร์ตัวละคร 

นาฏศิลป์ซ้อมกัน  เต้นกัน นักร้องก็ร้องเพลงกัน

เหลือเวลา ๕ วันละครจะเริ่มแสดงแล้ว 

เพลงเอกของเรื่องคือ  “  น้ำตาแสงไต้ “ ทำนองยังไม่เสร็จ

คุณประกิจและคุณโพธิ์แต่งส่งมาคนละเพลงสองเพลงยังไม่เป็นที่ไม่พอใจแก่

เจ้าของเรื่องและผู้กำกับ  ทั้งเจ้าของเรื่องและผูกำกับต้องการให้เพลง

มีสำเนียงเป็นไทยแท้ มีรสและวิญญาณไปในทาง ” หวานเย็นและเศร้า “

เย็นนั้นเมื่อเลิกซ้อมแล้ว ข้าพเจ้าพลอยอึดอัดไปกับเขาด้วย


ข้าพเจ้าลงมายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าเฉลิมกรุง

ไม่รู้จะไปไหนดี ได้ยินเสียงเรียก  ” หง่า  หง่า ”

คุณทองอิน บุณยเสนา ถามว่า ” ราบรื่นเรียบร้อยหรือไฉน ”

ข้าพเจ้าอ่ยถึงเพลง ” น้ำตาแสงไต้  ” ที่ยังแต่งกันไม่เสร็จ พี่อินฟังแล้วพูดว่า

” เพลงไทยนั้นมีเยอะ แต่ไอ้รสหวานเย็นและเศร้าที่หง่าว่ามันมีน้อย

อั๊วชอบมาก และรู้สึกว่าหวานเย็นเศร้ามีแต่ เขมรไทรโยคและลาวครวญ

เท่านั้น คุยกันสักพักข้าพเจ้ารู้สึกง่วงนอนปุ๊บหลับปั๊บจะหลับไปนานเท่าไรไม่รู้




           ข้าพเจ้ารู้สึกแปลกใจมาก  ที่ใครมาเล่นเปียโนที่ห้องเล็กก่อนข้าพเจ้า 

ปกติ ๘.๐๐ น. กว่าๆ  ข้าพเจ้าเห็นคนอยู่ ๔คน ชาย ๓ หญิง ๑

แต่งกายแปลกมาก ชายแต่งกายเหมือนนักรบโบราณ

เขาถอดหมวกวางไว้บนเปียโน

คนเล่นผิวค่อนข้างขาว หน้าคมคาย  อีกคนหนึ่งผิวคล้ำ

นั่งอยู่ทางขวาของเปียโน คนที่ ๓ อายุมากกว่าสองคนแรก

ผมหงอกประปราย ท่าทางเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ หน้าตาอิ่มเอิบ 

ส่วนผู้หญิงนั้นสวยเหลือเกิน นุ่งผ้าจีบพก

แต่งกายโบราณนุ่งผ้าจีบพก ห่มผ้าแถบสีแดงสด

ผิวนวลปล่อยผมปรกบ่า

กำลังยืนเอามือเท้าเปียโนอยู่ด้านซ้าย



              ข้าพเจ้าเปิดประตูเข้าไป  เขาไม่สนใจข้าพเจ้าเลย

จนข้าพเจ้าเดินเข้าไปใกล้จะเข้าพูดก็ไม่รู้จักเขา

 แต่งตัวแปลก เลยนั่งมองดูเขาและฟังเพลงที่ดีดนั้น

คนเล่นเปียโนเก่งมาก เขาเล่นจากความรู้สึกจริงๆ

ตาเขาลอยคล้ายฝันมองไปตรงหน้า มองหน้าผู้หญิง

เธอยิ้มรับน่ารักเหลือเกิน ข้าพเจ้าฟังเพลินมองเพลิน

สักครู่ก็สะดุ้ง เพราะเสียงห้าวต่ำอย่างมีอำนาจของ

ผู้สูงอายุพูดขึ้นว่า  ” ไหน…เทพ … เธอลองเล่น เขมรไทรโยคซิ ”

คนที่เล่นเปียโนผงกศีรษะรับ พร้อมกับเปลี่ยนเพลงมาเป็นเขมรไทรโยค

เขาเล่นด้วยความรู้สึก เสียงประสานประหลาด

แต่ทว่านุ่มนวลฟังแล้วทำให้คิด และมองเห็นภาพไปด้วยความรู้สึกหวานชื่น

เพลินฟังจนเพลงจบเมื่อไรไม่รู้

เพลงที่เล่นนั้นเพราะเหลือเกินพลันเสียงผู้สูงอายุพูดขึ้นว่า

 ” ธิดาจ๋า เธอจะไม่ลองฝีมือดูรึ ” สาวสวยคนนั้นเดินไปนั่งที่เปียโนบรรเลง

เพลงเป็นเพลงหวานเศร้าสำเนียงลาว ” ลาวครวญ ” อันหวานเศร้า

ฝีมือของเธออยู่ในขั้นเลิศ

ข้าพเจ้านั่งน้ำตาคลอคิดไปถึงความหลัง คิดเพลินจนเพลงจบไม่รู้ตัว

เสียงห้าวต่ำๆ ดังขึ้นอีกว่า  ” อมร…ถ้าเราเอา วิญญาณ ของเพลงสองเพลงนี้

มารวมกันเข้า คงจะเพราะอย่างหาที่ติไม่ได้เชียวนะ ”

ข้าพเจ้าเห็นคนผิวคล้ำที่นั่งข้างขวาของเปียโนก้มศีรษะรับพร้อมกับพูดว่า  ” กระผมเห็นด้วยคงจะไพเราะอย่างยิ่ง ”

หญิงสาวลุกขึ้นจากเปียโน

พลางหันหน้าไปพูดกับคนผิวคล้ำว่า ” ขอเชิญคุณครูค่ะ -

ขอเชิญคุณครูสวมวิญญาณของเพลงทั้งสอง ให้ศิษย์ได้ฟังเพื่อเป็นขวัญโสต

และขวัญชีวิตของศิษย์ทั้งสอง

“ ท่านที่รักเสียงที่ลอยมาจากเปียโนนั้นสำเนียงไทยแท้มี ” รสหวานเย็นเศร้า “

ครูอมรได้รวมวิญญาณของ เขมรไทรโยค และ ลาวครวญ

ได้สนิทแนบสำเนียง และวิญญาณถอดออกมาจากเพลงสองเพลงนี้อย่าง

ครบถ้วนโดยที่เพลงเดิมไม่ได้เสียหายอะไรแม้แต่น้อย

ดุจสองวิญญาณเก่าเคล้ากัน จนเกิดวิญญาณใหม่ที่

สวยงามขึ้นอีกวิญญาณหนึ่ง…

ข้าพเจ้าฟังเพลินจนสะดุ้ง

เมื่อมีหนักๆ มาเขย่าจนรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ บ่ายๆ สามโมงวันนั้น

เมื่อนาฏศิลป์และละครกลับกัน

บนห้องเล็กเหลือข้าพเจ้า , เนรมิต, มารุต, สุรสิทธิ์ 

เนรมิตและมารุตบ่นถึงเพลง ” น้ำตาแสงไต้ ”

ว่าทำนองที่คุณโพธิ์และคุณประกิจส่งมายังใช้ไม่ได้

เหลือเวลาอีก ๓ วัน ละครจะแสดงแล้วเดี๋ยวไม่ทัน

ข้าพเจ้านั่งฟังสักครู่หันมาเล่นเปียโน

ท่านที่รัก ความรู้สึกบอกไม่ถูกนิ้วมือข้าพเจ้าบรรเลงไปตามอารมณ์

ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไร เคลิ้มๆ ยังไงพิกล

เนรมิตถามว่า ” หง่า นั่นเพลงอะไร ”

ข้าพเจ้าสะดุ้งพร้อมกับนึกขึ้นได้ และจำทำนองได้ทันทีว่าเป็นเพลงที่ครูอมรดีด

ข้าพเจ้าหันไปถามเนรมิตว่า ” เพราะหรือฮะ ”

เนรมิตพยักหน้าบอกให้เล่นใหม่ ข้าพเจ้าบนนเลงอีกหนึ่งเที่ยว

ทั้งเนรมิตและมารุตพูดขึ้นว่า ” นี่แหละ น้ำตาแสงไต้ “ 

ข้าพเจ้าดีใจรีบจดโน๊ต และประพันธ์คำร้องกันเดี๋ยวน้น

            มารุตขึ้น “  นวลเจ้าพี่เอย ”

            เนรมิตต่อ “  คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ “

            แล้วช่วยกันต่อ ” ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย ”

พอจบประโยคแรก สุรสิทธิ์ร้องเกลาทันที

ร่วมกันสร้างจบคำร้องในราว ๑๐ นาทีเท่านั้นเอง

สุดท้ายเพลงก็ทันละครแสดง  เมื่อทำนองเพลง

” น้ำตาแสงไต้ ” พลิ้วขึ้นคนร้องไห้กันทั้งโรง แม้ พันท้ายนรสิงห์

จะสร้างเป็นภาพยนตร์ยังใช้เพลง " น้ำตาแสงไต้ " เป็นเพลงเอกอยู่



เพลงผีบอก ที่มาของเพลง " น้ำตาแสงไต้ "


คัดลอกมาจากหนังสือ เพลงผีบอก

รวมเรื่องผีและที่มาของเพลง ..น้ำตาแสงไต้

โดย ศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปะการแสดงปี ๒๕๓๑  สง่า อารัมภีร





และขอขอบคุณ พี่เต้ย คุณบูรพา  อารัมภีร บุตรชายของครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร


ที่อนุญาติให้นำที่มาของเพลง ” น้ำตาแสงไต้ ”


มาเผยแพร่ในบล็อก PRISANASWEETSONG


ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ


น้ำตาแสงไต้


คำร้อง :   มารุต - เนรมิต

ทำนอง :   สง่า   อารัมภีร


นวลเจ้าพี่เอย … คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ

ถ้อยคำเหมือนจะชวน    ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย

           น้ำตา…อาบแก้ม    เพียงแซบเพชรไสว

แวววับจับหัวใจ              เคล้าแสงไต้

          นวลแสงเพชร …    เกล็ดแก้วอันล้ำค่า

คราเมื่อแสงไฟส่องมา     แวววาวชื่นชม

          น้ำตา…แสงไต้     ดื่มใจพี่ร้าวระบม

ไม่อยากพรากขวัญภิรมย์    จำใจข่มใจไปจากนวล..





เพลง น้ำตาแสงไต้  เพลงจากละครเรื่อง  พันท้ายนรสิงห์  


บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี  พ.ศ. ๒๔๙๒


โดย  บุญช่วย  หิรัญสุนทร    .


ต่อมา ครูแจ๋ว สง่า  อารัมภีร ได้ให้คุณชรินทร์  นันทนาคร 


ร้องบันทึกเสียงอีกครั้ง



หลังจากนั้นไม่นานครูแจ๋ว สง่า  อารัมภีร 

ท่านได้แต่งเพลงมาร้องแก้กันกับเพลง "น้ำตาแสงใต้ "

คือเพลง " น้ำตานวล " และได้ให้คุณดาวใจ  ไพจิตร  บันทึกเสียงค่ะ




Create Date : 04 มกราคม 2559
Last Update : 4 มกราคม 2559 21:13:21 น. 0 comments
Counter : 542 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

sweetsong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




http://i442.photobucket.com/albums/qq143/yamiejung11/mie009/pup51.jpg iLength = document.images.length; for(i=0;i
Friends' blogs
[Add sweetsong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.