บล็อกอารมณ์ดี เน้นการมุ้ง ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง
แฟนคลับแรง แข่ง "กาก้า"

























































ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตที่ถูกจับตามองมากที่สุด
กับ The Born This Way Ball Tour Live in Bangkok
ของนักร้องสาวชื่อดัง "เลดี้ กาก้า" ที่มาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่ประเทศไทย
ในวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งงานนี้มีสาวกแฟนคลับเหล่ามอนสเตอร์แห่มาร่วมชมอย่างคับคั่ง
เต็มแน่นสนามราชมังคลาฯเลยทีเดียว

       หลังจากได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากอัลบั้ม Born This Way ส่งให้การเปิดคอนเสิร์ตThe Born This Way Ball Tour ครั้งนี้ของเลดี้ กาก้า ถูกยกระดับคอนเสิร์ตจาก 2 อัลบั้มก่อนหน้านี้ที่จัดตามอารีนาต่างๆ มาเป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้นสู่การใช้สนามระดับ สเตเดียม เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเลดี้ กาก้า เองที่ต้องการพัฒนาฝีมือด้านการแสดงโชว์นอกจากนั้นยังเป็นการตอบสนองบรรดาแฟนคลับลิตเติลมอนสเตอร์จากทั่วโลกที่ต่างต้องการรับชมการแสดงอันยิ่งใหญ่ของเธอ
       คอนเสิร์ตครั้งนี้ถูกจัดทำออกมาในรูปแบบ Electro-Metal Pop-Opera โดยเป็นเรื่องราวที่ถือกำเนิดขึ้นจากอาณาจักร Kingdom of Fame โดยสื่อว่าเราจะเฉลิมฉลองกับการเกิดและการตายอย่างไร โดยมีฉาก เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายต่างๆของเธอถูกปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์แต่ละบทเพลง
       คอนเสิร์ตวันนี้ผ่านไปด้วยดีกับอารมณ์เต็มอิ่มที่ เลดี้ กาก้า ขนเพลงใหม่และเพลงเก่าสุดฮิตจากอัลบั้มBorn This Way, The Fame และ The Fame Monster มาร่วมโชว์มากถึง 23 บทเพลง กับความยิ่งใหญ่ของฉากหลังที่ลืมเรื่องจอ LED ไปได้เลย เพราะงานนี้เธอจัดเต็ม ใช้ฉากปราสาทใหญ่ยักษ์เคลื่อนที่เปิดปิดได้มาเป็นแบ็คกราวนด์ พร้อมแสงสีตระการตา เปิดตัวเพลงแรกด้วย Highway Unicorn ( Road to Love ) ซึ่งงานนี้เป็นไปตามชื่อเพลง เพราะเธอนั่งมาบนยูนิคอร์นมาพร้อมขบวนพาเหรดของเหล่าแดนเซอร์ ก่อนจะเข้าสู่เพลง Government Hooker ที่นักร้องสาวเดินร้องเพลงลงมาจากด้านบนของปราสาท
เลดี้ กาก้า กลับมาอีกครั้งพร้อมกับฉากที่เรียกเสียงฮือฮาโดยเป็นฉากรูปขาขนาดยักษ์ที่นอนกางออกพร้อมท้องโต ก่อนที่นักร้องสาวจะยืนอยู่ด้านบนทำท่าร้องโอดโอยเหมือนจะคลอดลูก และเธอก็โผล่ออกมาจากช่องซิปขนาดยักษ์ด้านล่างที่เปรียบเสมือนช่องคลอดทำให้เธอได้คลอดออกมาดูโลกแล้ว เป็นการเข้าเพลง Born This Way ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจได้เป็นอย่างมาก
       การแสดงครั้งนี้เลดี้ กาก้า จัดแฟชั่นมาให้แฟนๆได้ชมแบบเต็มๆขนชุดมาเพียบกว่า 15 ชุด กับบทเพลงหลากหลายจากอัลบั้มเก่าใหม่ทั้ง Bloody M ary, Bad Romance, Judas, Fashion of His Love, Just Dance, Love Game ต่อมาเธอได้หยอดคำหวานๆใส่แฟนๆให้โทรหาเธอได้เมื่อรู้สึกไม่มีใคร เพื่อเข้าสู่เพลง Telephon บทเพลงที่เธอเคยร่วมงานกับ บียอนเซ นักร้องสาวชื่อดัง
เลดี้ กาก้า เปิดตัวอลังอีกครั้งกับการนอนคว่ำยาวพาดคอมาบนแฮนด์มอเตอร์ไซค์พร้อมชุดตาข่ายสุดเซ็กซี่เผยให้เห็นสัดส่วนและก้นของเธออย่างชัดเจนในเพลง Heavy Metal Lover โดยที่ท้ายมอเตอร์ไซค์จะมีการห้อยธงชาติของประเทศที่เธอกำลังเปิดการแสดงไว้ด้วยทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่างานนี้ธงชาติไทยก็โบกสะบัดอยู่ท้ายมอเตอร์ไซค์คันเก่งของเธอเช่นกัน ในเพลงนี้เราได้เห็นเลดี้ กาก้า นอกจากจะร้องเพลงแล้วเธอยังแสดงกายกรรมโยคะโชว์ตัวอ่อนและยืนทรงตัวยกขาชี้ฟ้าบนรถมอเตอร์ไซค์ให้คนรู้สึกทึ่งแปลกตาหลายต่อหลายครั้งด้วย ก่อนที่จะลงมาแดนซ์กระจายกันต่อกับบทเพลง Bad Kids ต้องบอกว่าแม้คอนเสิร์ตจะผ่านไปครึ่งทางแล้วแต่เลดี้ กาก้า ก็ร้องไปเต้นไปด้วยพลังเสียงที่ไม่มีตก สมกับที่สื่อต่างๆพากันชื่นชมว่าเธอเป็นศิลปินที่แสดงสดได้อย่างสุดมหัศจรรย์
เลดี้ กาก้า กล่าวชื่นชมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนที่เธอจะเข้าสู่บทเพลงต่อไป ยานแม่หันไปสังเกตเห็นยานลูกด้านล่าง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น"โอม" แฟนคลับคนเดียวกับที่ใส่ชุดไทยสวมชฏาไปยืนต้อนรับเธอที่สนามบิน นักร้องสาวระบุว่าเธอจำ"โอม"ได้ เธอเห็นเขาที่สนามบินก่อนจะขอยืมชฏาดังกล่าวมาสวม โดยก่อนที่จะรับชฏามาสวมเธอก็ยกมือไหว้เป็นอย่างดี และเมื่อสวมเสร็จเธอก็ยืนไหว้อีกครั้งทำให้แฟนๆต่างส่งเสียงกรี๊ดลั่น โดยเลดี้ กาก้า ระบุว่าเธอจะขอสวมชฏานี้ไว้เพื่อร้องเพลงต่อไปจนจบ ก่อนจะขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ตัวเก่าอีกครั้งซึ่งมันไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ธรรมดาแต่มีคีย์บอร์ดฝังอยู่ด้านหน้า
       และขณะที่ดีดอินโทรลไปเจ้าตัวก็กล่าวถึงการต่อต้านการรังแกผู้อื่นโดยเฉพาะกับกลุ่มรักร่วมเพศเป็นระยะๆ เพื่อเข้าสู่เพลง Hair และในระหว่างที่กำลังร้องเพลง เจ้าตัวได้กล่าวคั่นอีกว่าแต่ละประเทศที่เธอไปเปิดคอนเสิร์ตมีคนประท้วงต่อต้านเธอมากมาย และประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆที่เธอรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้มาเปิดคอนเสิร์ต และขอบคุณคนดูกว่าห้าหมื่นคนที่เชื่อมั่นและยังคงยืนหยัดเพื่อเธอ ซึ่งมาถึงตรงนี้เจ้าตัวเสียงสั่นเครือยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มอย่างเห็นได้ชัด พร้อมร้องเพลงดังกล่าวต่อไปจนจบโดยมีแฟนๆที่กำลังซาบซึ้งร้องไห้ไปด้วยต่างช่วยกันร่วมร้องส่งเสียงดังลั่น ความหวานซึ้งยังดำเนินต่อไปจนถึงเพลง You and I ซึ่งงานนี้แฟนคลับต่างปรบมือและร้องเพลงตามไปด้วยลั่นสนาม
       นอกจากจะร้องเต้นและโชว์เสียงร้องอย่างสุดมันส์แล้ว เลดี้ กาก้า ยังมาอวดลีลาทำท่าดีดกีตาร์แบบขาร็อคให้ดูในเพลง Electronic Chapel ต้องบอกว่าเลดี้ กาก้า ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและต่อต้านการรังแกผู้อื่นมากทีเดียว โดยเห็นชัดว่ามือกีตาร์ที่มาแสดงบนเวทีของเธอไม่มีการแบ่งแยกสีผิว โดยเธอมีทั้งมือกีตาร์ผิวสี ผิวเหลือง และผิวขาวอยู่บนเวทีอย่างครบถ้วน
       และหากใครยังจดจำได้กับชุดเนื้อสุดฉาวที่เธอใส่ไปเดินพรมแดงงานประกาศผลรางวัล MTV Video Music Awards จนเป็นที่ฮือฮา งานนี้เธอก็นำชุดเนื้อดังกล่าวกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งกับเพลง Americano แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เนื้อสดแต่ใช้เป็นผ้าพิมพ์ลายเนื้อแทน โดยมีพร็อพประกอบฉากเป็นเนื้อปลอมชิ้นใหญ่ยักษ์ห้อยต่องแต่งไปมาเต็มเวที ต้องนับว่าเลดี้ กาก้า แสดงนัยยะแฝงบางอย่างผ่านเนื้อเพลงและการแสดงดังกล่าว เมื่อครั้งที่เธอใส่ชุดเนื้อสดขึ้นรับรางวัลเธอได้กล่าถึงนัยยะของชุดดังกล่าวว่า "มันถูกตีความไปหลายๆด้าน แต่สำหรับฉันในเย็นวันนี้ ถ้าเราไม่ลุกขึ้นยืนหยัดตามความเชื่อของเราเอง และถ้าเราไม่ต่อสู้เพื่อสิทธิความชอบธรรมของเรา อีกไม่นานเราก็จะมีสิทธิของเราเท่ากับเนื้อที่ห่อหุ้มกระดูกของตนเองเท่านั้น และฉันไม่ใช่ชิ้นเนื้อ" หากดูตามเนื้อเพลงแล้วเพลงนี้ค่อนข้างกล่าวอย่างชัดเจนถึงการต่อต้านกฏหมายเรื่องการแต่งงานของเพศเดียวกันในอเมริกา รวมทั้งศาสนาคริสต์ที่ต่อต้านเกย์ นอกจากนั้นยังพูดถึงเรื่องการอพยพข้ามชาติ ซึ่งกำลังจะบอกว่าดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างอเมริกาตอนนี้ได้ขับไล่ทุกคนออกไปจนสิ้น โดยในตอนท้ายเธอลุกขึ้นมาหยิบปืนยิงขับไล่เหล่าแดนเซอร์ชายที่ถือปืนออกไปจากเวทีด้วย
       จากนั้นก็เข้าสู่เพลงสุดฮิต Poker Face โดยเธอถอดกระโปรงออกเหลือแต่เพียงชุดว่ายน้ำเกาะอกคอร์เซ็ตต์ลายเนื้อ ซึ่งเพลงนี้เจ้าตัวแฝงอารมณ์ขันโดยจับแดนเซอร์ยัดลงไปในเครื่องบดเนื้อขนาดยักษ์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากพร้อมกล่าวว่าเธอทำแบบนี้กับแฟนเก่า และตอนจบเพลงเธอก็นำตนเองหัวทิ่มลงไปในเครื่องบดเช่นกันก่อนจะเลื่อนลงสู่ด้านล่างเวที
       เธอกลับขึ้นมาอีกครั้งบนโซฟาเนื้อขนาดยักษ์พร้อมเสื้อยกทรงรูปปืนที่หน้าอกทั้งสองข้างเพื่อเข้าสู่เพลง Alejandro และไฮไลท์ต่อไปเห็นจะเป็นเพลง Paparazzi ซึ่งในเพลงนี้เปิดตัวด้วย หน้าหุ่นยนต์เลียนแบบเลดี้ กาก้า ขนาดยักษ์ที่สามารถขยับปาก ขยับตา ร้องเพลงได้ โดยในตอนท้ายเพลง เลดี้ กาก้าได้ยิงปืนใส่หุ่นดังกล่าว ทำให้หุ่นดังกล่าวมีเลือดออก นับว่าน่ากลัวและน่าตื่นตาในเวลาเดียวกัน
       แม้จะเดินทางมาถึงช่วงท้ายเจ้าตัวออกอาการเหนื่อยให้ได้เห็นบ้าง แต่เมื่อถึงเพลงScheiße ลีลาการเต้นของเธอยังคงออกสเต็ปได้อย่างดี นอกจากนั้นพลังเสียงร้องของเธอก็ยังดีไม่มีตกเช่นกันเรียกทุกคนโบกไม้โบกมือให้ขยับเต้นตามไปด้วย ก่อนจะลาไปด้วยเพลง Black Jesus Amen Fashion ซึ่งเธอบอกกับแฟนๆว่าเป็นเพลงสุดท้ายของโชว์แล้ว
       แต่งานนี้เหล่าบรรดา ลิตเติล มอนสเตอร์ ไม่ยอมให้จบง่ายๆต่างตะโกนเรียก "กาก้า" กันดังกึกก้องเป็นการอังกอร์ให้เธอกลับขึ้นเวทีอีกครั้ง ซึ่งเธอก็ไม่ปล่อยให้แฟนคลับรอนาน กลับขึ้นเวทีโดยปรากฏตัวที่ยอดปราสาทพร้อมดีดคีย์บอร์ดร้องเพลงโชว์พลังเสียงชั้นยอดใน The Edge of Glory ก่อนจะเดินไปตามปราสาทและเรียกให้แฟนคลับยกมือกระโดดไปตามจังหวะอย่างสนุกสนาน และจบลงด้วยลีลาการไซร้ซอกคอเธอจากแดนเซอร์หนุ่ม
       ปิดท้ายคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วยเพลง Marry The Night โดยก่อนไปเธอกล่าวหวานว่าเธอคงจะคิดถึงทุกๆคนมากและขอบคุณช่วงเวลาที่เธอได้อยู่ที่นี่ และเมื่อจบเพลงเธอลากลับไปด้วยท่ากรงเล็บมอนสเตอร์พร้อมกับบรรดาแดนเซอร์ รวมทั้งบรรดาแฟนคลับที่ทำท่ากรงเล็บสัญลักษณ์ของลิตเติล มอนสเตอร์บอกลายานแม่อย่างพร้อมเพียงกัน
       คอนเสิร์ตครั้งนี้นับว่าเต็มอิ่มจุใจทีเดียว เพราะเมื่อพูดถึงฉาก แสง สี แล้วถือว่าอลังการคุ้มค่าการรอคอย ส่วนระบบเสียงก็นับว่าดีมากถือว่าเอาอยู่กับสเกลที่ใหญ่ขึ้นระดับสเตเดียมเปิดโล่งเช่นนี้ ส่วนตัวศิลปินเองก็ไม่ต้องพูดถึง เลดี้ กาก้า ใส่พลังของตนเองแบบไม่มียั้ง ร้องสดเต้นมันส์และเอนเตอร์เทนคนดูได้ดีเยี่ยมตลอดเวลาแสดง ทำให้ผู้ชมตื่นตัวได้อยู่เสมอกับทุกการแสดงของเธอบนเวที โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความรู้สึกต่างๆที่เธอพร่ำบอกว่าเธอชื่นชอบประเทศไทยมากแค่ไหน และที่นี่สร้างแรงบันดาลใจต่างๆให้กับเธอได้อย่างไร นับได้ว่าเลดี้ กาก้า สร้างความประทับใจได้ใจเหล่าลิตเติล มอนสเตอร์ชาวไทยไปเต็มๆจนทำให้เหล่ามอนสเตอร์กลับบ้านอย่างอิ่มเอมและเต็มอิ่มกับคอนเสิร์ต Born This Way Ball Tour Live in Bangkok ของยานแม่กันถ้วนหน้า ซึ่งหลังจบคอนเสิร์ต เลดี้ กาก้าได้ขึ้นข้อความในเฟซบุ๊คด้วยว่า "ฉันตื่นเต้นมากกับการแสดงคืนนี้ ฉันได้เห็นโชว์ที่วิเศษที่สุดในกรุงเทพฯ ถึงเวลาของคุณแล้วที่จะไปเจอสาวๆของฉัน เมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองโปรดที่สุดของฉันเลย"





Create Date : 26 พฤษภาคม 2555
Last Update : 26 พฤษภาคม 2555 15:55:01 น. 0 comments
Counter : 1140 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pringpring
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มีคนบอกว่าพริ้งบ้าดารา
อ้ะจ้า ไม่เคยเถียง
บ้าจริงๆ
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
26 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add pringpring's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.