13 ชีวิตติดถ้ำ กับ ข้อคิดในแง่ต่างๆ


***คำเตือน: ถ้าจะอ่าน กรุณาอ่านทั้งหมดให้จบ
ไม่ใช่อ่านครึ่งๆ กลางๆ อ่านแบบความรู้ยังไม่ทันเข้าสมอง
ก็ออกตัวด่าคนอื่นแล้ว อะไรแบบนั้น***
(เข้าใจว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยปีนึงไม่ถึง 1 บรรทัด แต่เรื่องนี้ sensitve ต่อทุกฝ่าย กรุณาอ่านให้จบ)

...จุดเริ่มต้นการติดตามข่าวนี้ของเรา...
ตอนแรกเราก็ไม่ได้สนใจอะไรกับข่าวช่วงนี้ 
เพราะมีแต่เรื่องที่มันไม่น่าสนใจ ก็เลยไม่ติดตามอะไร
พอดีแม่เราบอก แม่ตามข่าว เด็กติดถ้ำอยู่เนี่ย
ติดมา 2 วันแล้ว ยังหาไม่เจอเลย

เราก็ เห้ย มีข่าวแบบนี้ด้วยหรอ หลังจากนั้นก็ ยาวเลยจ้าาา
ก็หาอ่านทั้งหมดบนโลกออนไลน์ เท่าที่จะหาได้
ก็ติดตามจากหลายๆ ที่ รวมถึงในพันทิปนี้ด้วยแหละ
ความรู้สึกก็คง เป็นห่วง และก็ เข้าไปทำไมในนั้นนน
หน้าฝนโว้ยยยย ไม่ดูฟ้าดูฝนเลยลูกเอ้ยยยย
ก็บ่นๆ โค้ช เหมือนกัน จะพาไปทำไม หน้าฝน ว้าาา
แต่การตามข่าวนี้ ทำให้เราได้ข้อคิด ได้เห็นอะไร
หลายๆ อย่าง มากมาย


...สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการหาข้อมูลข่าว...
1. สำนักข่าวต่างๆ นำเสนอข่าวที่ชักนำให้ผู้เสพข่าว
เข้าใจผิดไปตามๆ กัน ไม่ช่วยให้มีความเข้าใจ
สถานการณ์ใดๆ เพิ่มขึ้นเลย แถมยังทำเพื่อนๆ 
เราถกเถียงกันเป็นวงกว้าง ว่า ตกลงแล้ว มันยังไง?
ความจริงจากสำนักข่าว มีไม่ถึง 50% ปั่นกระแสไม่พอ
ยังใส่สีตีไข่ข้อมูลที่ได้แล้วนำเสนอออกไป
ไม่ขอโทษ ไม่แก้ข้อมูลที่นำเสนอไปผิดๆ
(มันควรถูกปฏิรูปใหม่ได้ละ ดูจากสภาพนะ)

2. หาแหล่งข่าวจากบุคคล ใน FB กลุ่มนี้ มี 3 แบบ
2.1) นักข่าวภาคสนาม 2.2) บุคคลทั่วไป 2.3) คนทำงานภายใน 
ซึ่งสิ่งที่เราเห็นความต่างระหว่างคน 3 กลุ่มนี้ก็คือ
นักข่าวภาคสนาม บางคนก็จุ้นจ้าน กีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่
บางคนก็ นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เราเรียกได้ว่า 
ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด อาจจะเพราะไม่มีความรู้ความเข้าใจ
หรือ เป็นบุคคลประเภทเข้าใจอะไรยาก ก็เลยทำให้ตีความผิดๆ
นำเสนอผิดๆ พอบุคคลทั่วไปติดตาม ก็จะรับข้อมูลผิดๆ นั้นไปต่อ
พอแชร์กันไปทั่วโซเชียล มันก็วุ่นวายไปหมด เพราะจริงไม่จริง ไม่รู้
บุคคลทั่วไป อันนี้ คนที่เราตามส่วนใหญ่เราก็ดูว่า
เขาคัดกรองมาดีไหม มีอะไรยืนยันการนำเสนอข้อมูลของตัวเองไหม
ก็มีบางคนที่พอจะโอเคในวันแรกๆ พอวันหลังๆ ก็เริ่มมั่ว จนเราไม่ตาม
บางคนก็เหมือนจะไม่มั่ว แต่ก็มั่วเหมือนกัน ก็มี 55+
คนทำงานภายใน กลุ่มนี้เราว่า ตลกดี เพราะอะไรรู้ไหม
เพราะคนว่างงานเท่านั้นถึงจะโพสไง แสดงว่า งานเขาไม่หนัก
ที่เห็นโพสบ่อยจะมีกลุ่มครัว กลุ่มพยาบาล กะกลุ่มที่เฝ้าสถานที่
ทหารก็มีบ้าง ตำรวจก็มีบ้าง เห็นบางทีก็นึกเหมือนกัน 
ยังว่างมาโพสน้ออออ คนเรา 5555+ แต่คนกลุ่มนี้ 
ข้อมูลที่ได้มาคือ ถูกต้อง 100% เชื่อถือได้เลย

3. เพจ Facebook&Twitter
เพจหลักๆ ที่เราตามก็มีแค่ของ mthai และหน่วย ซีลไทย
ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลถูกต้อง แต่เราขอชื่นชมทีมงาน mthai
เพราะข้อมูลเขาไม่ได้ถูกดัดแปลงอะไร เหมือนอย่างบาง
สำนักข่าว เขามีหน้าที่แค่นำเสนอข้อมูล เขาก็ทำแค่นั้น
โพสรูปที่ได้จากหน้างาน ซึ่งก็ดีที่ทำให้คนเข้าใจตรงกัน
จริงๆ แล้วสิ่งที่นักข่าวทั่วไปควรทำ คือ แบบทีมงาน mthai
ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่า เขาได้ข้อมูลมายังไงเหมือนกัน
แต่มันตรงกับแถลงการณ์ของผู้ว่าฯ ทั้งหมด ซึ่งดีมาก

เพจ...บางเพจที่ก่อเรื่อง อันนี้ ไม่ไหวเหมือนกันนะ
หิวข่าวไปหน่อย กลัวไม่ได้ภาพไปหน่อย แย่ๆๆ
เห็นภาพแว๊บๆๆ จากหลายๆ comment อยู่เหมือนกัน
แถมพอไม่พอใจอะไร ก็วีนเหวี่ยงสร้างความแตกแยกอีก
เพจคุ้นชื่อ แต่ไม่เคยติดตามอะไรจากเพจนี้เลยแหละ
ไม่รู้ว่าใช่ทีมเดียวกับที่แอบเข้าถ้ำช่วงแรกรึเปล่านะ
ถ้าใช่นี่คือ มึงคือตัวปัญหาของสังคมค่ะ 555+

4. Pantip
มีอยู่กระทู้เดียวนั่นแหละ ที่เราตาม ซึ่งก็โอเคมากๆๆ 
เพราะการติตตามจากใน pantip ทำให้เราไม่เสียเวลา
เข้าไปอ่านในหลายๆ ที่ แต่ก็มี comment ที่
การศึกษาไม่ช่วยประเทืองปัญญาให้มีมากขึ้นเลย
ซึ่งเขาก็อันเชิญให้ออกไปกระทู้เรื่องลี้ลับ ที่ตั้งแยกออกไป
อ่านใน pantip ถือว่า ง่ายสุดแล้ว แค่รอคนเถียงกันให้จบ
เราก็จะได้ข้อมูลเท็จจริงที่สมบูรณ์ 555+

การวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากสถานการณ์
ช่วงแรก จากข้อมูลที่เราได้มา ก็คือ โค้ชและเด็ก เข้าถ้ำหน้าฝน
แล้วติดอยู่ในถ้ำ เรานี่แบบด่าโค้ชก่อนเลยอ่ะ มันนึกยังไง
เอาเด็กไปถ้ำตอนนี้ พายุก็เข้ายาวช่วง 22-29 มิ.ย. ด้วยนะ
ไม่ดูฟ้าดูฝนเลยอ่ะ คือการพาไป มันไม่ผิด แต่ผิดที่ปล่อยให้เข้าไปลึก
แล้วก็มีรูปออกมา จากของปลายปี 59 ที่โค้ชเป็นคนพาไปเอง
เราเลยคิดว่า โค้ช น่าจะเป็นคนพาเด็กไปแหงๆ แม่งแย่ว่ะ

ช่วงกลาง ก็ได้ข้อมูลเพิ่มมาระหว่างเริ่มค้นหา ว่า พบโทรศัพท์
รอยนิ้วมือ และรอยเท้า ทางที่ไปพัทยาบีช ซึ่งเราก็สันนิษฐานว่า
ตอนแรกๆ น้ำคงยังไม่มีหรือมีน้อย เด็กๆ ก็เลยเข้าไปข้างในถ้ำกัน
การเดินเท้าเปล่าเข้าไปกัน แต่น้ำดันเริ่มขึ้นสูง เด็กก็เลยวิ่งกลับ
แต่ว่าทางเข้าถูกปิดไปแล้ว ก็เลยรีบวิ่งกลับไปที่พัทยาบีชกัน
ระหว่างทางก็ทำโทรศัพท์หล่น แต่โค้ชสั่งห้ามไม่ให้เก็บ
เพราะการแยกออกจากกลุ่มในที่มืด หมายถึง ความตาย
ยิ่งมองไม่เห็น และเสียงในถ้ำระบุทิศทางไม่ได้อีก
เราก็เลยคิดว่า เด็กเชื่อฟังโค้ช และโค้ชเข้าใจสถานการณ์ดี
ตอนนั้นเราได้แต่หวังว่า โค้ชจะคุมสถานการณ์อยู่
ก็คือทำให้เด็กไม่ตื่นตกใจ และเป็นกำลังใจให้เด็กได้
เป็นที่พึ่งทางใจให้เด็กๆ กลุ่มนี้ได้ ทำให้ไม่ท้อกัน
ชีวิตของเด็กกลุ่มนี้ ขึ้นอยู่กับโค้ช ทั้งหมด

เราก็คุยกับเพื่อน เพื่อนก็บอกว่า จริงๆ จะโทษโค้ช หมดก็ไม่ได้
เพราะบางที เด็กนั่นแหละ ตัวดี เป็นคนพากันเข้าไปเอง
เราก็ เออว่ะ ตอนเฮียๆ อายุเท่านั้น แม่งยังพากันเข้าป่า
(เรามันตัวแถมไง ติดพี่ เลยตามเขาไปด้วย 555+)
ไปตอนแรกๆ ก็สนุกดี ผจญภัยไง ชอบไง แต่พอหลังเที่ยง
เราอ่ะ ร้องไห้ตลอด อยากกลับบ้าน 55555+
หลงวนไปตั้งนาน คือ ที่เข้าป่าเพราะแค่อยากสำรวจทางน้ำ
พวกเฮียอยากทดสอบอะไรกันซักอย่างนี่ล่ะ เรื่องตามน้ำ
แล้วจะออกจากป่าได้ ซึ่ง แถวบ้าน มันเป็นจริงตามนั้น
เราก็เลยว่า เออว่ะ จริงๆ แล้วอาจจะเป็นเด็กๆ ที่เข้าไปเอง
แล้วโค้ชตามเข้าไปทีหลังก็ได้นี่หว่า เด็กวัยรุ่น
ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอยู่แล้วด้วย 
อยากรู้อยากลองไปหมด นึกจะทำไรก็ทำ ไม่บอกพ่อแม่ด้วย

ช่วงท้าย มารู้เพิ่มว่า โค้ชมีเต้นท์ และก่อนเข้าถ้ำได้ซื้อของ
เป็นจำนวนมาก ซึ่งเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย
แต่คงไม่เพียงพอสำหรับการอยู่รอดในถ้ำเป็นเวลานาน
และโค้ชมีประสบการณ์ติดถ้ำขณะบวช 3 วัน เราก็เบาใจขึ้นนะ
การที่ไม่มีศพลอยน้ำมา มันก็เป็นสัญญาณดีมากๆ

เราก็คิดเผื่อนะ ถ้าเด็กตาย ศพต้องเหม็นแน่ๆ 
มันก็ต้องผลักลงน้ำ เพื่อจะได้ไม่กระทบกับคนที่เหลือรอด
แต่การที่มันไม่มีเลย แสดงว่า ทุกคนยังมีชีวิตอยู่
เพื่อนเราก็ถกเถียงกันเยอะเลย จะรอดไหม วันที่ 7 แล้วนะ
วันที่ 8 แล้วนะ วันที่ 9 แล้ววว อะไรแบบนี้
แต่มันไม่มีไง หลักฐานของการจบชีวิตอ่ะ แสดงว่า ยังรอด
การมีน้ำดื่มเรื่อยๆ มันช่วยต่อชีวิตให้เด็กๆ ได้อย่างดีเลย

ตอนแรกก็คิดว่าการขาดอาหาร 7 วันนี่ตายชัวร์ๆ
แต่ก็พอมาคิดถึงช่วงที่ตัวเองบวชชี ก็จำได้ว่า
ถ้าเรานั่งสมาธิ หรือขยับตัวให้น้อยๆ เนี่ย เราแทบจะไม่หิวเลย
แล้วก็ เราก็เคยพยายามอดอาหารเหมือนกัน 
ร่างกายจะทำให้เราอยากนอนอัตโนมัติ เพื่อลดการใช้พลังงาน
แน่นอนว่า มันก็มีผลเสียมาถึงทุกวันนี้ เราก็รู้ตัวเองดี
ก็คิดแล้วว่า โค้ช น่าจะเข้าใจสถานการณ์และสอนเด็กได้
ยังไงก็น่าจะรอด น้ำนี่ยอมดื่มน้ำโคลนเพื่อให้รอด
มันก็ยังพอโอเคเหมือนกัน ค่อยมารักษาทีหลัง รอดเป็นพอ

พอพบเด็ก แล้วทุกคนมีชีวิตอยู่ ร่าเริงสดใสสไตล์เด็กๆ 
มันก็รู้สึกว่า เออ เด็กเขาก็น่ารักดีนะ ขำๆ ไป และทราบว่า
อยู่รวมกันเป็นกลุ่มเพื่อให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกัน
และโค้ชบอกให้นอนกับพื้น และดื่มน้ำเวลาหิวก็พอ
ไปๆมาๆ ดื่มน้ำที่หยดจากเพดานถ้ำแทนน้ำที่ท่วม 
ซึ่งโอเคกว่าที่เราคาดมากๆ

การรอดชีวิตของเด็กๆ ทั้ง 12 คน ในถ้ำ 10 วันครั้งนี้
ต้องขอบคุณโค้ชให้มากๆ เขาคือผู้มีพระคุณของเด็ก
เขาคือคนที่คอยสอนให้เด็กเอาตัวรอดได้
ในสถานการณ์ที่แย่ขนาดนี้ และยังมีกำลังใจที่ดีมากๆ
จนกระทั่งทีมกู้ภัยมาพบ 

***นอกเรื่อง เราก็คนนึงที่มีคนยืนยันว่าเจอตัวน้องในวันที่มีข่าว
นอกเหนือจากทางเฟสหรือไลน์ ตอนแรกก็คิดว่า เจอแล้ว เลยไม่ตามต่อ
แต่พอดูจากสถานการณ์แล้วเนี่ย ยังไม่เจอ แต่ทำไมพ่อแม่เด็กถึงทำแบบนั้น
คือโทรไปแจ้งคนที่บ้านว่า เจอแล้ว เพื่ออะไร? แล้วแจ้งตรงกันทุกคน

เราเลยคิดว่า หน่วยแพทย์เขารึเปล่าที่เป็นคนบอก แค่เพื่อให้พ่อแม่ไม่เครียด
แต่เรื่องมันกลับบานปลายเพราะพ่อแม่เด็กๆ โทรไปบอกญาติๆ 
จนเหตุการณ์มันวุ่นวาย ข่าวมั่วไปหมด จนทีมงานต้องออกมาแก้ข่าว

แต่บรรดาแพทย์ๆ หรือคนที่บอกพ่อแม่เด็กก็เงียบไปเลย
โยนความผิดไปให้พ่อแม่เด็กไปอีก ชาวเน็ตก็แสบใช่ย่อยเหมือนกัน
ตามไปด่าญาตืพี่น้องเด็กถึงเฟสบุ๊คอ่ะ สังคมมีแต่พวกไร้จิตสำนึกจริงๆ

จน ณ จุดนี้ ก็ยังไม่มีใครรู้ ว่า ใครสร้างข่าวขึ้นมาคนแรก
ถ้าเป็นหน่วยแพทย์ตามที่เราสันนิษฐานจริง ก็น่าจะออกมาขอโทษบ้าง
ทำผิดแล้วรู้ว่าผิด มันน่าให้อภัย แต่ถ้าทำผิดแล้วเงียบแบบนี้
มันไม่น่าให้อภัยจริงๆ***


...ปาฏิหาริย์ของการพบ 13 ชีวิต...
สิ่งที่เราประทับใจที่สุดในชีวิตเรา คือ การเห็นคนไทยเป็นแบบนี้แหละ
สิ่งนี้ก็คือ ปาฏิหาริย์ของเด็กๆ กลุ่มนี้
ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยเหลือกันโดยไม่สนใจเชื้อชาติ ศาสนา อาชีพ
ใครทำอะไรได้ ก็ช่วยกันทำ ถึงแม้บางคนจะสร้างปัญหาบ้าง
เป็นที่รำคาญ เจ้าของวลีเด็ด "มีใบอนุญาตไหม?"
เรายอมรับเลยนะ สังคมไทยเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพราะคนนี้เลย
ทุกคนด่า ทุกคนว่า ทุกคนเกลียดขี้หน้าแบบไม่ต้องถามอะไร
ถ้านักการเมือง คนเกลียดก็แค่ฝั่งตรงข้าม แต่คนนี้อ่ะ
จะฝั่งไหนก็เกลียด เหมือนๆๆ กันทั้งหมด นับถือจริงๆ
ทำให้คนเกลียดได้มากมายขนาดนี้ 5555555555555555+

สิ่งที่เราเห็นขณะที่ติดตามข่าวนี้ก็คือ 
1. ทุกฝ่ายร่วมมือกันดีมากๆ ภายในประเทศเล็กๆ ของเรา
2. ประเทศเราไม่โดดเดี่ยว ต่างชาติยื่นมือมาช่วยเหลือมากมาย
ทั้งลาว พม่า อังกฤษ เยอรมัน อเมริกา จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฯลฯ
3. คนไทยไม่แล้งน้ำใจในยามยาก การบริจาคส่วนหนึ่งมาจาก
สังคมออนไลน์ ข่าวมาไวไปไว เราก็ช่วยแชร์ด้วยเหมือนกัน
4. ความสำเร็จในการตามหา การเอาชนะธรรมชาติได้
เกิดจากทุกๆ คน ทุกๆ กำลังใจ ไม่ได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่งเลย
5. หมอผี แม่หมอ หมอดู หรือแม้แต่พระบางรูปนั้น 
ก็แค่ทำนาย หรือคาดเดาเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ
แต่อย่างใด แต่ผู้คนก็พากันเชื่อถือ
6. คนไทยส่วนหนึ่งใช้ชีวิตผูกติดกับความเชื่อ เหนือวิทยาศาสตร์
ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว
7. ครึ่งหนึ่งตอนพบเด็ก พูดว่า เป็นเพราะอำนาจบารมีของครูบาบุญชุ่ม

สิ่งที่เราประทับใจคือ 1,2,3,4 สิ่งที่เรากังวลคือ 5,6,7

...กระตุกต่อมคิด #1 ทางโลก...
ใจเรานะ เราอยากให้คิดให้มากๆ พิจารณาให้มากๆ ตามความเป็นจริง
จะพระ จะเจ้าที่ไหน ก็ไม่ได้มีอำนาจเหนือธรรมชาติหรอก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มันก็เป็นเหตุสุดวิสัย 

Smiley การผจญภัยของเด็กๆ มันไม่ใช่ความผิด มันเป็นเรื่อง
ที่เขาต้องเรียนรู้ มันคือประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้
มันคือความสนุกในวัยเด็ก ของคนที่อยู่รอบนอก 
ที่ไม่ใช่สังคมในเมือง
(เรามีประสบการณ์พวกนี้โดยตรง ชีวิตแบบนี้มีความสุขมากๆ
และมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงมากๆๆ เช่นกัน)

Smiley เรื่องนี้เป็นบทเรียนราคาแพงของทางการไทยเหมือนกัน
การปิดถ้ำ ปิดอุทยาน ควรทำให้รอบคอบมากกว่านี้
โดยเฉพาะถ้ำที่เป็นเส้นทางน้ำ ไม่ใช่ถ้ำท่องเที่ยวทั่วไป
มีความเสี่ยงและอันตรายมากอยู่แล้วตั้งแต่ต้น

Smiley ฝนหยุดเพราะบารมีพระ ไม่ใช่ค่ะ มันเป็นเพราะพายุเข้า
ช่วงวันที่ 22-29 มิ.ย. 61 จะมีฝนตกตามที่อุตุแจ้งไว้ 
ว่าจะมีพายุเข้าช่วงนั้น ซึ่ง คนทั่วไปไม่ได้ติดตาม
เจ้าม่งเจ้าแม่ ไม่ได้โกรธอะไรทั้งนั้น แค่ "พายุเข้า"
และมันไม่ได้หยุดเพราะพระ มันหยุดเพราะพายุ
มันเคลื่อนตัวผ่านเลยไปแล้ว 

Smiley น้ำไม่เคยท่วมถ้ำมาจนปากถ้ำ "ไม่จริง" ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ
ไม่มีใครเดินเข้าถ้ำทุกวัน ตลอดทั้งปี ฝนตกก็อยู่บ้าน อยู่ไร่นากัน
จะเอาเวลาที่ไหนไปนั่งดูน้ำในถ้ำ ท่วมไม่ท่วมต้องไปถามคนหลง
ปี 59 เขาบอกว่า น้ำท่วมถ้ำ เลยไม่ได้เข้าถ้ำ มันชัดเจนอยู่แล้ว
ว่าปกติท่วมไม่ท่วมอ่ะ

Smiley ถ้ำมีเสียงร้องออกมา คำถามเดียวที่เราอยากถามเลยนะ
เคยผิวปากไหม? แล้วมันมีเสียงไหม? มีใช่ไหมล่ะ มันก็เหมือนกัน
ภูเขารอยเลื่อน มันก็ต้องมีรู มีช่องแคบๆ ที่อากาศเข้าๆ ออกๆ
ยิ่งเวลามีน้ำขัง อากาศจะถูกดูดเข้าไปจากรูพวกนี้ 
ทำให้เกิดเสียงตามขนาดของช่อง ช่องใหญ่ก็เสียงนึง
ช่องแคบๆ ก็เสียงนึง ตามลักษณะของช่องและความเร็วของลม

Smiley ภูเขาลูกนี้ เป็นช่วงหางของหิมาลัย มีอยู่มาตั้งนานแล้ว
อาจจะไม่ถึงล้านปี แต่อาจจะอยู่ในช่วงหลายแสนปีก่อน
ก่อนที่มนุษย์จะเป็นมนุษย์เสียอีก ดังนั้นตำนานของเขาลูกนี้
มันเกิดจากการเล่าต่อๆ กันของผู้คนในหลัก 100 ปีก่อน 
ไม่ถึง 300 ปีแน่นอน คนที่ไปเที่ยวเขาลูกนี้คนแรกๆ
เขาคงมีจินตนาการสูง ถึงมองเป็นเป็นรูปผู้หญิงท้องแก่นอน
ที่เขาไม่คิดถึงคนอ้วนนอน เพราะยุคนั้นก็ช่วงสงคราม
มันอดๆ อยากๆ คงไม่มีใครอ้วนลงพุงแล้วหนีรอดกลางสงครามได้
มันเหมือนกับเวลาที่เรามองก้อนเมฆแล้วจินตนาการเป็นรูปโน้นรูปนี้
บางคนก็คิดเหมือนกัน บางคนก็ไม่ แต่คาดว่า คนแรกๆ
ที่เรียกอย่างนั้น น่าจะเป็นคนมโนปั้นแต่งตำนานนั้นขึ้นมาเอง
เพื่อทำให้ผู้คนเรียกขานเขาลูกนั้น ตามเขาก็เท่านั้นเอง

Smiley  อาถรรพ์ฝนตกเฉพาะแต่บนเขา Hey! You! คุณคะ
เมฆก่อตัวจากที่ๆ มีความชึ้นสูง เพราะเราเคยเห็นการเกิดมาแล้ว
เราเคยไปบริเวณที่เป็น glaciers มาก่อน แถบนั้นก้อนเมฆก่อตัวมา
จากไอน้ำ กลายไปเป็นก้อนเมฆอ่ะ เห็นมากับตาตัวเอง ยืนยันได้
และรูปที่เราเคยดูจากโทรศัพท์แฟน เป็นรูปช่วงหน้าร้อน
ตอนแฟนขึ้นเครื่องไป กทม. ตามภูเขา มีเมฆ แต่รอบบ้านคน
รอบๆ เมือง ไม่มีเมฆเลย และเพื่อนเราทำงาน ขึ้นๆ ลงๆ ดอย
เราเคยตามไปเหมือนกัน ฝนตกถี่มาก แทบจะทั้งปี 
แม้ว่าข้างล่างจะร้อนตับแทบแตก แต่บนเขา ร้อนด้วย ฝนตกด้วย
ฝนตกแต่บนเขา ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องธรรมชาติ

Smiley พบเด็กๆ เป็นเพราะบารมีครูบาบุญชุ่มและพระเกจิรูปอื่นๆ
มั่วของแท้เลยอันนี้ เราจะเชื่อ 100% ก็ต่อเมื่อพระทั้งหมด
เดินเข้าถ้ำไป แล้วกลับออกมาพร้อมเด็ก เนี่ย เราถึงจะเชื่อ
แต่นี่ ไม่ใช่ ภาพที่เห็น คืออะไร ทุกคนรับรู้ มันคืออะไร
คนทำงานต้องคอยแก้ปัญหา นักข่าวงี่เง่า ปัญญาอ่อน เกะกะ
ผู้ว่าฯ ที่ยึดแผนการณ์ การซ้อม การสำรวจ ศึกษา
ปรึกษา วางแผน อะไรหลายๆ อย่าง เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น
รวมไปถึงชาวเน็ตที่ช่วยกันบริจาคข้าวของตั้งมากมาย
คนที่อยู่หน้างาน ทั้งคนครัว ทั้งทีมพยาบาล ทหาร ตำรวจ
ทีมกู้ภัยจากต่างประเทศ ทีมขุดน้ำบาดาล ทีมพญานาค
การไฟฟ้า ทีมเก็บรังนก ทั้งชาวบ้านที่สละที่ไร่นารับน้ำ
และหลายๆ หน่วยงาน อีกมากมาย 
ทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือทรัพย์สินก็ดี แรงกายก็ดี แรงใจก็ดี
ทั้งหมดนี้ต่างหาก ที่ทำให้พบเจอเด็ก ทั้งหมดนี้
คือปาฏิหาริย์ของจริง มีอยู่จริง สัมผัสได้จริง

...กระตุกต่อมคิด #2 ทางธรรม...
Smiley พระพุทธเจ้า สอนให้เราเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้
ดังหลักคำสอนที่ปรากฏในการลามสูตร
พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า การจะเชื่ออะไรแค่ไหนนั้น
จะต้องทดลองพิสูจน์ด้วยตนเอง โดยอาศัยสติ
ปัญญาและเหตุผล แต่อย่างเชื่อโดยวิธีดังต่อไปนี้ คือ
 1) อย่าเพิ่งปลงในเชื่อเพียงเพราะการฟังตามกันมา
 2) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะการถือสืบ ๆ กันมา
 3) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะการเล่าลือ
 4) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะการอ้างคัมภีร์
 5) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะนึกคิดเอาเอง
 6) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะการคาดคะเนเอา
 7) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะการตรึกตรอง
 8) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะตรงกับความเห็นของตน
 9) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะรูปลักษณะน่าเชื่อ
 10) อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อเพียงเพราะท่านเป็นครูของเรา
ทั้งเรื่องเล่า ตำนานที่มาของเขา หรือแม้แต่เจ้าแม่อะไรนั่น
มีจริงๆ หรอ? ภูเขาอยู่มาเป็นแสนปี เป็นล้านปี 
เจ้าแม่มาจากไหน มันไม่มีจริงไง ไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก
เชื่อกันเป็นตุเป็นตะหลายคนเลยแหละ

Smiley มนุษย์เรานี้ เป็นพวกสกปรกในสภาวะจิต กิเลสหนา
เป็นไปได้ยากมากๆๆ ที่เทวดาจะมาใช้เป็นร่างทรง
ส่วนใหญ่มีแต่ภูติ ผี สัมภเวสี อะไรพวกนี้เสียมากกว่า
สามารถบอกเล่าเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ แต่ไม่ชัดเจน
ใบ้หวยก็ทำได้ แต่เมื่อทำไปบ่อยๆ อำนาจเขาจะหมดลง
คำทำนายหรือบอกกล่าวหลังจากนั้น ก็ออกทางมั่วๆ ไปหมด
เพราะกิเลสครอบงำไปเรียบร้อยแล้ว กิเลสเป็นเหมือนน้ำขุ่น
คลุกคลีบ่อยๆ จิตก็เศร้าหมอง ก็สกปรกเป็นธรรมดา
พวกนี้อาศัยเกาะผลบุญเก่าของคนทรงเท่านั้น
การทำนายทายทักอะไรแบบนี้ เราว่า มันคือกรรมใหม่
เหมือนพยายามสร้างกรรมใหม่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็คง
ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ 

Smiley พระผู้ประเสริฐ อันที่จริง เรานับถือครูบาบุญชุ่มมาก
เฉพาะเรื่องการปฏิบัติภาวนาตามที่สงัด พวกถ้ำอะไรแบบนี้
ส่วนพระเกจิอันนี้ ส่วนตัวไม่เคยเรียกว่า พระ เท่าไหร่นะ
มองผ่านๆ เดินสวนไม่ก้มหัวให้ อะไรแบบนั้น 
ตัวคลุมแต่ผ้าเหลือง กราบไหว้ ไม่เหมาะ ไม่ควร
ศีลครบ ไม่ครบ เราไม่ทราบ ถ้าศีลครบ
คงไม่อวดอิทธิฤทธิ์กลางสาธารณะชนแน่นอน

เรามีพระอาจารย์ที่เรานับถือเลื่อมใสท่านอยู่มาก
ท่านรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ แต่ไม่พูด แต่จะพูดอ้อมๆ
เป็นปริศนาธรรมมาแทน เวลาท่านสอนท่านก็สอน
แบบปริศนาธรรม ให้ไปตีความตามแต่ปัญญาของตนเอง
พระอาจารย์เราแทบจะไม่รับกิจนิมนต์เลย ท่านว่า
มันไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่ถ้าเพื่อความสบายใจของญาติโยม
ก็ไปบ้าง เป็นบางกรณี ไม่ได้ไปทั้งหมด
ท่านไม่รับปัจจัย ไม่รับพวกผ้าป่าทั้งหมดเลย ปฏิเสธหมด
เวลาท่านทักอะไร ท่านไม่ได้ทักทุกคน ท่านเลือกคน
เรื่องคำสอนต่างๆ ท่านไม่เคยว่า นี่คำสอนของท่าน
ท่านจะบอกเสมอว่า คำสอนของพระพุทธเจ้า 
ท่านแค่นำมาบอกต่อเท่านั้น เป็นอย่างนี้แหละ
เราถึงนับถือเลื่อมใสพระอาจารย์ของเรามาก
อยู่ในเชียงใหม่นี่ล่ะ เป็นคนบ้านเดียวกับเรา
คนเหนือ ที่ไม่ใช่คนเชียงใหม่

ในส่วนที่พระครูบาบุญชุ่มที่ไป เราคิดว่าท่านก็ไป
เพื่อความสบายใจของพ่อแม่เด็กๆ และทีมงานทุกคน
เหมือนเวลาไทยเราออกรบ ก็ขอพรพระ ซึ่งพรที่ดี
ก็คือ กำลังใจและความเชื่อมั่นของทุกๆ คนนั่นแหละ
ท่านไปถูกที่ ถูกเวลา มากๆ เราเข้าใจว่า ท่านบอกแค่
เด็กๆ อยู่ทุกคน สบายดี อีกวันสองวัน จะดีขึ้น
ท่านคงเห็นแล้วว่าทีมกู้ภัยเจอแน่ๆ แต่ว่า
ก็มีคนเอาคำพูดของท่าน ไปปนกะพระรูปอื่น
แล้วถ่ายทอดออกมาสร้างปาฏิหาริย์อะไรไม่รู้
การทำแบบนี้ ทำให้ท่านเสียหายไม่น้อยเลย ในมุมเรานะ
เอารูปท่านไปแปะตัวหนังสือ ข้อความเสมือน
ตัวท่านเป็นคนพูดเอง บางข้อความท่านไม่ได้พูดด้วยซ้ำ
เห็นแล้วก็นะ เพลีย 555+ นี่ยังไม่รวมเพจบ้าๆ บอๆ
ที่แอบถ่ายตอนงานพิธีของท่านอีกนะ
เราเข้าใจที่ท่านไม่ให้ถ่าย มันเป็นแค่การสร้างขวัญ
กำลังใจของคนที่นั่นเท่านั้น ตัวพิธีไม่ได้มีอำนาจใดๆ

|||MY PEOPLE MY HERO|||
คนไทย คนที่เรารู้สึกว่า น่าเอาเป็นแบบอย่างจากเหตุการณ์นี้
1. ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย: Ideal Leader 
มีความเป็นผู้นำสูงมาก มีสติสัมปชัญญะสูงมาก 
คิดและตัดสินใจเฉียบขาด แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าดีมาก
ไม่ใช่เป็นประเภทเข้าไปสั่งๆ ขู่ๆ ด่าๆ อะไรแบบนั้น
เป็นคนที่ใช้เหตุและผลโดยสมบูรณ์ มีการทดลอง
วางแผน ปรึกษาหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ 
คุมเจ้าหน้าที่ สื่อต่างๆ ให้อยู่ตามตำแหน่ง
เราชอบที่มีผู้นำแบบนี้อยู่ในประเทศไทย 
เราอยากเห็นผู้ว่าฯ หลายๆ จังหวัดดูท่านเป็นตัวอย่าง
นี่คือคนทำงานจริงๆ คนที่มีจิตสาธารณะจริงๆ
เป็นผู้นำที่ดูแลพื้นที่ของราษฎรได้ ดูแลทุกข์สุขของเขาได้
ไม่ใช่สักแต่รับเงินที่ฟาดหัว หรือเรียกร้องหาเงินบริจาค
หรือพวกที่ไม่ยอมจัดการเรื่องน้ำช่วงหน้าฝนจนน้ำท่วม
แล้วหากินกับเงินภาษีประชาชน งบดูแลน้ำท่วม
เสียดายที่ผู้ว่าฯหลายๆ จังหวัดที่เป็นคนแบบนั้นอ่ะ
ต้อง ผู้ว่าฯ เชียงราย นี่ล่ะ คนจริง!!!!!
(ถ้าเราเป็นคนเขียนกฎหมาย เราจะเล่นมันให้หนักเลย
พวก รอ งบน้ำท่วมเนี่ย ถ้าน้ำท่วม หักเงินเดือนมาเป็นงบเท่านั้น
หักทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนั้นๆ คิดดูละกัน 
น้ำท่วมทุกปี เงินเดือนหายหมดแน่ พวกเปรตส่งมาเกิดเนี่ย 555+
บริหารจัดการให้ได้สิ ไม่ใช่รอแต่งบมากิน จิตคุณมันเปรตชัดๆ)

2. ทีมหน่วยซีล ทหารเรือไทย: Ideal Army Soldier 
ไม่รู้จะพูดอะไรมากอ่ะ ก็เห็นๆ กันอยู่ 
ทำภารกิจ MISSION IMPOSSIBLE ขนาดนี้
ดำน้ำโคลน ขุดลอกใต้น้ำทั้งที่มองไม่เห็นอะไรเลย
น้ำก็เย็น เชี่ยวอีกต่างหาก เห้ย มันแบบโคตรคนเลยอ่ะ
จะเป็นทหารทั้งที มันต้องแบบนี้ล่ะ ทหารปกป้องประชาชน
ทหารดูแลทุกข์สุขของประชาชนอยู่เบื้องหลัง
ใครไม่เห็นคุณค่าของทหาร เราคนหนึ่งล่ะ ที่เห็นมานาน
ขอบคุณที่ดูแล และแก้ปัญหาหลังบ้านแทนประชาชน
ขอบคุณที่ทำงานปิดทองหลังพระมานานจนไม่รู้จะนับยังไง
(เราขอยกเว้น ไม่ขอบคุณเฉพาะนายทหารใหญ่ ในอดีตตัวหนึ่ง
และตระกูลของมัน ที่ขโมยที่ดิน สวนผลไม้ของครอบครัวเราไป 40 ไร่ 
แบบหน้าด้านเหี้ยๆ เมื่อสมัยที่เริ่มให้ทำโฉนดที่ดิน 
ปู่เราเครียดจนเส้นเลือดแตก เป็นอัมพาตย์หลายสิบปี ก่อนจะเสียชีวิต 
เขาฆ่าครอบครัวเรา ฆ่าคนในครอบครัวเราทั้งเป็น เราจะไม่ลืมเลย)

3. พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ หมอภาคย์
: Ideal Army Doctor
ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว นับถือมากๆ
คือประเทศเราใครจะเป็นแพทย์ทหารอ่ะ เอาให้ได้อย่างนี้
เป็นหมอล่าป้าย แต่หมอท่านนี้ถือเป็นเพชรน้ำงามเลย
ศึกสงครามไม่ต้องให้ใครมาดูแล รักษาคนอื่นได้อีก
ลุยได้อีก ขนาดไม่มีสงคราม งานกู้ภัยระดับหินนี้
หมอก็เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย
ทั้งประเทศดันมีแค่คนเดียวอีก น่าเสียดายมากๆ
ส่วนคนที่จบหมออ่ะ ดูๆ ไว้ เนี่ยหมอที่มีคุณต่อแผ่นดิน
มีคุณต่อประชาชน มีคุณต่อประเทศชาติ
ไม่ใช่หมอที่ห่วงรวยไปวันๆ รักษาเพื่อเงินเท่านั้น

4. เอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก
: Ideal Coach/Teacher
ตอนแรกที่เราบ่นๆ ไปนี่คือ เราคิดว่าโค้ชพาเด็กไป
แต่พอมาคิดถึงว่า ด้วยอายุเท่านั้น ตอนพี่ชายเราเท่านั้น
แต่ละคนก็แสบพอตัว วีรกรรมการผจญภัยวัยเด็กก็มี
มันก็คงจะไม่ต่างกัน และโค้ชก็น่าจะเป็นคนตามไปดูแล
คนจะเป็นครู เป็นโค้ชเด็กหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก
คุณต้องเป็นให้ได้แบบโค้ชเอก เป็นที่รัก ที่เคารพของเด็กๆ
ถ้าเขาทั้งรัก ทั้งเคารพ เขาจะเชื่อฟังแม้ในยามวิกฤตแบบนี้
โค้ชเป็นคนฉลาด มีสติสัมปชัญญะดีเลิศ มีความเป็นผู้นำ
แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก โค้ชรักและเข้าใจเด็ก
เด็กวัยนี้ ถ้าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเขา เขาจะไม่รักและไม่แลเลย
เขาคือตัวอย่างที่ดีของคนที่มีความเป็นครูในตัว


...ฝากคำพูดถึง... "โค้ช"...
โค้ชคับ เหตุการณ์ครั้งนี้ มันก็มีทั้งคนรักและคนเกลียด
มีทั้งคนด่าและคนชม ความเป็นคน คนมีหลายประเภท
คนมีความหลากหลาย เราบังคับเขาให้เข้าใจเราไม่ได้คับ
พี่ขอให้โค้ชดูแลเด็กๆ และรักเด็กๆ แบบนี้ตลอดไป
พี่เชื่อว่า วันหนึ่งสิ่งที่โค้ชคอยทำมาตลอดมันจะส่งผลดี
ต่อโค้ชเองในอนาคต ถ้าเปรียบโค้ชกับอะไรสักอย่าง
พี่ขอเปรียบให้น้องเป็นเหมือนเครื่องเจียรไนเพชร
เด็กๆ ที่โค้ชดูแลก็เหมือนก้อนกรวดธรรมดาๆ
ที่เรายังไม่รู้ว่า ข้างในนั้นคืออะไร ข้างในนั้นเป็นอะไร
วันหนึ่งก้อนกรวดที่โค้ชพยายามเจียรไนออกมานั้น
อาจจะเป็นเพชรเม็ดงามที่ทำให้คนไทยทั้งชาติภูมิใจ
ก็เป็นได้นะคับ พี่เป็นกำลังใจให้โค้ชคับ

...ฝากคำพูดถึง... "ทีมหมูป่า"...
น้องๆ ทีมหมูป่าคับ น้องๆ ทำให้พี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ
มาทั้งสัปดาห์เลยนะคับ เป็นห่วงมากๆ ในฐานะคนแปลกหน้า
ที่พอจะมีความเป็นแม่อยู่บ้าง วันหลังจะทำอะไร
ก็ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนนะคับ พี่เข้าใจว่าวัยรุ่นใจร้อน
แต่การทำอะไรไม่รอบคอบ ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน
สุดท้าย มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แบบนี้ได้นะคับ
พี่ก็เคยมีประสบการณ์แบบนั้น แต่ต่างกันที่พี่หลงป่าคับ
น้องอาจจะมีคนมาให้กำลังใจบ้าง อาจจะมีคนมาด่าบ้าง
ก็ไม่เป็นไรคับ ก็ค่อยๆ เรียนรู้มันไปมันก็เป็นรสชาติของชีวิต
สนุกๆ กับการเรียนรู้ กับประสบการณ์การผจญภัยของน้อง
ถ้ามีคนมาบอกว่า "น้องทำให้ประเทศชาติเสียเงินมหาศาล"
น้องบอกเขาไปเลยคับ "พวกผมจะไม่ให้เสียเงินฟรีแน่นอน
พวกผมจะคว้าเอาแชมป์บอลโลกให้ได้คับ แล้วคอยดู"
ถ้าน้องๆ พาทีมฟุตบอลประเทศไทยเข้าบอลโลกได้
พี่ๆ จะขนครอบครัวไปเชียร์ถึงขอบสนามเลยคับ
แล้วพี่จะเตรียมเงินรอไปเชียร์น้องๆ นะคับ ^^

การพบน้องๆ ทั้ง 13 คน มันคือเรื่องมหัศจรรย์มากๆ
การได้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย
(รวมกันรัก และรวมกันเกลียด ก็ ขำๆๆ กันไป 555++)
ได้เห็นความสามารถของผู้นำท้องถิ่นในระดับจังหวัด
ได้เห็นประโยชน์ของการฝึกโหดๆ ของทหารไทย
เราก็ได้แต่หวังว่า น้องๆ ทุกคนจะออกมาได้อย่างปลอดภัย
ขอให้ทั้งน้องๆ และผู้ช่วยเหลือทุกคนปลอดภัย
เจ็บป่วยก็ขอให้หายดีตามแต่สภาพร่างของแต่ละคน
ขอบคุณทุกความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่มาทั้งหมด
ขอบคุณที่ทหารไม่ทิ้งประชาชน ขอบคุณประชาชนที่รักกัน


ด้วยรัก... จาก Matcha

//เป็นไปได้ก็อยากให้คนที่หลงเข้ามาอ่าน
ฝากคำพูดถึงทั้งโค้ช และน้องๆ ทีมหมูป่าด้วยกันค่ะ



Create Date : 04 กรกฎาคม 2561
Last Update : 4 กรกฎาคม 2561 18:42:07 น.
Counter : 1208 Pageviews.

3 comments
  
โห...ข้อมูลแน่นปึ๊กเลยครับ
พี่ก๋านั่งอ่านอยู่นานเลยกว่าจะจบ

ตามอ่านข่าวและลุ้นมาหลายวันเช่นกันครับ
มีทั้งเรื่องที่ชอบและไม่ชอบ
มีทั้งข่าวที่เชื่อและไม่เชื่อ

ดีใจที่พบเด็กแล้ว
แต่เริ่มเครียดต่อ
ว่าจะช่วยเด็กออกมาได้ยังไง
ดูแล้วยากมากครับ
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่พี่ก๋าเชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญ
และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ
คงหาทางออกที่ดีที่สุด
ปลอดภัยที่สุดให้กับน้องๆได้อย่างแน่นอน


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:22:58:00 น.
  


สวัสดียามเช้าครับน้องเหม่ง

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:33:28 น.
  
ดี
โดย: คดี IP: 182.232.199.48 วันที่: 17 กรกฎาคม 2561 เวลา:14:25:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Princezz Matcha Latte
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Latte ปิศาจร้าย ของ เจ้าชายลู จ้าา
^_^
กรกฏาคม 2561

1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
18
19
20
21
22
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog