โลกออนไลน์...กับวิจารณญาณ
พอพูดถึงเรื่องราชวงศ์ แล้วก็ทำให้คิดถึงข่าวสารต่างๆ ที่ออกมา
ก่อนหน้านั้นหลายๆ เรื่อง ซึ่งจริงมั่ง ไม่จริงมั่ง มั่วซั่วไปหมด
คนเชื่อ พอเจออะไรที่เป็นเรื่องจริงก็หน้าหงาย คนไม่เชื่อ 
ส่วนนึงก็รู้สึกสะใจที่พวกที่เชื่อนั้นโง่งมเพราะเชื่ออะไรง่ายๆ
"เขาว่ามา"ๆๆๆ พูดติดๆ ปากกันตามมา บางส่วนก็คิดว่า
เออ กว่าจะรู้ว่าเชื่อในสิ่งที่ผิดมานาน ได้สติซักที

เรานี่ พอเห็นรูปที่คนตัดต่อ หรือคลิปที่ตัดต่อเอามาออก
แล้วก็ใส่ร้ายป้ายสีราชวงศ์หลายต่อหลายเรื่อง เราก็แบบ เห้อนะ
ไอ้คนตัดต่อว่าเลวร้ายแล้วนะ ไอ้คนที่แม่งเชื่อแล้วแชร์ 
แม่งหนักกว่าอีก อาจจะเพราะเราเรียนมา และเคยทำงาน
ตัดต่ออะไรพวกนี้มาก่อนด้วย เราเลยรู้ว่าจริงๆ แล้ว
ประเทศเราเป็นมือตัดต่อระดับโลกนะ ภาพยนตร์หลายๆ
เรื่อง ตัดต่อและทำ CG ในบ้านเรามานานมากๆๆ แล้ว

พอเห็นรูป/คลิปอะไรเสียๆ หายๆ ก็รู้เลยว่า ตัดต่อชัวร์ๆ
และภาพทุกอย่างมันชัดเจนในงานพระราชพิธี ซึ่งมันลบ
ทุกคำกล่าวหาที่ขบวนการเลวร้ายภัยต่อชาติเคยทำทั้งหมด
คนกลับใจ ก็ถึงขั้นบอกว่า ที่ผ่านมาขอลบทิ้งทั้งหมด
ขอเชื่อมั่นในสิ่งที่เห็นตรงหน้าดีกว่า ซึ่งดีนะ ดี
กว่าจะมีสติ ก็เสียสติไปเสียนานกันเลย

ยิ่งพอแต่งตั้งราชินี ก็มีคนทำคลิปตัดต่อออกมาโจมตี
คนที่อ่านแค่หัวคลิปก็เข้าไปด่า เข้าไปสาปแช่ง ปั้นน้ำเป็นตัว
คนที่เสี่ยงดู ก็เห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องโกหก ก็ด่าคนโพส
นัวกันไปหมดอ่ะ ทั้งคนที่เชื่อง่าย กับคนที่ไม่เชื่ออะไร
พูดถึงเรื่องราชองครักษ์ ในไทย เพื่อนสนิทเรา(ทอม)ก็เคยคิด
อยากจะสมัคร แต่พออ่านเงื่อนไข คุณสมบัติแล้วถึงกับเซ็ง
เพราะมีแฟน มีพันธะผูกพัน ไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้แน่ๆ
สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไม่สมัคร เพราะถ้าไม่ได้คุยกับแฟนเลย
เพื่อนเราทำไม่ได้ ต้องคุยทุกวัน คุยตลอดอะไรแบบนี้

จะว่าไปในอดีตก็มีการใส่ร้ายป้ายสี ร.9 ด้วยเหมือนกัน
เห็นคนพิมพ์ๆ ในคอมเม้นท์ใต้รูปของ ร.10 ในวันนี้
พออ่านที่เขาตอบเรื่อยๆ ก็เห็นว่า ตัวเขาก็เคยเชื่อ
แต่สุดท้ายไม่เชื่อ เพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้ามันตรงข้าม
กับสิ่งที่คนใส่ร้ายป้ายสี คนหลายคนก็เลิกเชื่อข่าวลือไปเลย
แต่พวกที่ยังเชื่อปักใจ อันนี้ก็ไม่รู้แล้วนะ อคติส่วนบุคคล
แก้ไขไม่ได้ นอกจากเจ้าตัวจะแก้เอง บัว 4 เหล่า
จะเหล่าไหน ก็พิจารณาตัวเองเอง

ช่วงก่อนก็เห็นฟีตในเฟสบุ๊คแชร์กระทู้เกี่ยวกับ การใช้ชีวิตของคน
ระหว่างออนไลน์ กับความเป็นจริง ว่า บนโลกออนไลน์หน้าตา
ดูเหมือนพริตตี้เงินล้าน แต่ตัวจริง คือ อ้วนฉุ ตัวกลมๆ คนละเรื่อง
กับรูปในโปรไฟล์ เวลาโพสอะไรก็มักจะโพสรูปทุกอย่างที่ไม่มี
รูปของตัวเอง แล้วไม่ให้มีแท็ก อะไรแบบนั้น เราก็เข้าไปเผือก

บางคนอ่านแค่หัวกระทู้ก็ด่าเจ้าของกระทู้ไปเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งเขาแค่อยากรู้ว่า คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตยังไง แค่นั้น ซึ่งก็ดีนะ
มีคนมาตอบหลากหลาย แต่ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน
ทำให้ผู้คนหลงติดภาพลักษณ์ที่ดูดี ตัวจริงจะเป็นยังไงไม่สน
แต่มันเป็นการสร้างความทรงจำที่เลวร้ายให้กับคนที่อยากรู้จัก
ในโลกออนไลน์ ที่พอเจอตัวจริง ก็กระทืบให้ตายคาตีนกันเลย
ก็คงต้องรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี สิ่งที่ตนเป็น ถึงจะทำให้
อยู่ได้อย่างสงบ แม้สังคมเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนก็ตาม

จะว่าไปก็คล้ายกับเรื่องของเพื่อนสนิทเราคนนึงเหมือนกัน
ด้วยความที่เราชอบเข้าวัดเป็นประจำอยู่แล้ว ทำทานตลอด
ช่วงนั้นเราปฏิบัติตลอดทุกวันไม่เคยพัก เพื่อนเห็นภาพลักษณ์
เราดูดี เพื่อนก็เลยชวนเราไปเข้าวัด แล้วถ่ายรูปคู่กับเราโพสไป
มันสร้างความฮือฮาได้มาก ว่า เห้ย เพื่อนเราไปเข้าวัดกับแม่ชี(เรา)
ผู้สละซึ่งทางโลก(ตอนนั้นกะบวชจริงจัง) โพสได้อยู่เดือนสองเดือน
มีผู้ชายมาตามจีบ บอกชอบเพื่อนคนนี้มาก ธรรมะธรรมโมสุดๆ
เข้าวัดบ่อย (2 เดือนที่มีเราติดในรูป) พอผู้ชายคนนั้นรู้จักเพื่อนเรา
ตัวตนจริงๆ ของเขา ทั้งเที่ยวผับ ดื่มเหล้า ปากจัด (>เราx10)
ศีล 5 ทุกข้อขาดหมดอ่ะ ผู้ชายคนนั้นตัดสินใจลาจากแบบไม่บอก
หนีไปสอบชิงทุนเรียนต่อต่างประเทศ ทิ้งให้เพื่อนเรานอนกอด
ขวดเบียร์เป็นลังๆ ทำใจอยู่เดือนนึงเต็มๆ 

และสมัยนี้ เด็กๆ รุ่นใหม่นิยมเป็นยูทูปเบอร์ คือ ทำงานด้วยการ
ขายเนื้อหาทางยูทูป ยอดซับเยอะ ยอดวิวเยอะ ก็ได้เงินเยอะ
คนรุ่นเก่าทำงานหามรุ่งหามค่ำ ได้เงินไม่กี่บาท เด็กรุ่นใหม่
แค่นำเสนอเนื้อหาอะไรที่โดนใจคนหมู่มากให้ได้ ทำไม่กี่วัน
ก็ได้เงินหลักแสน หลักล้านกันทั้งหมดแล้ว ยุคสมัยมันเปลี่ยนไว
เท่าที่ไปท่องมา มีอยู่ไม่กี่ช่องที่เนื้อหาใช้ได้ บางช่องก็ก๊องแก๊งมากมาย
แถมสร้างความเข้าใจผิดๆ ให้คนไปทั่ว บางช่องก็อ้างงานวิจัย

ซึ่งงานวิจัยได้มาตรฐานไหม ไม่ทราบ เอามาแค่สรุปผลที่ตัดๆ มา
ไม่เคยอ่านงานวิจัยฉบ้บเต็ม เอาแค่ผลลวกๆ มาอ้างใช้
ซึ่งเราก็มองว่ามันตลก และมีเด็กรุ่นใหม่เชื่ออย่างล้นหลาม
ทั้งที่ก็ไม่รู้เลยว่า งานวิจัยนั้นตั้งสมมุติฐานยังไง ผลเป็นยังไง
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ เป็นยังไง ก็ไม่ทราบอะไรเลย
อ้างมั่วซั่วแบบนี้ ทำให้คนที่หลงเชื่อ ส่งต่อความเชื่อผิดๆ
ไปให้คนที่ไม่รู้ต่อไปอีก เกิดเป็นกลุ่มคนหลงเชื่ออะไรง่ายๆ
พอกพูนขึ้นมาเต็มไปหมด

ส่วนตัวเราถ้ามีข่าวอะไรอ้างงานวิจัย เราจะไปโหลด
งานวิจัยฉบับเต็มที่อ้างนั้นมาอ่านทันที ซึ่งแน่นอน
อ่านไปก็ขำไป ไม่คิดว่าคนหลงเชื่อมันจะเยอะขนาดนี้
คนที่ตัดบางท่อนเอามาเขียนก็เข้าใจคิดนะ สร้างความเข้าใจ
ผิดๆ ได้มากมายทั่วโลก อย่างน่าเหลือเชื่อ 555555555555
ข้อมูลหลายๆ อย่างจากแฟน ก็มาจากเพื่อนแฟน ที่มีแต่หัวกะทิ
จบ ดร. โพสงานวิจัยของตัวเองบ้าง พ่อคนรู้จัก ที่เป็นนักวิจัย
ศ.ดร. บ้างอะไรบ้าง ครอบครัวเพื่อนแฟน มีแต่คนโหดๆ 555 
เรื่องการตัดต่อข้อมูลอ้างงานวิจัยต่างๆ เลยไม่สามารถ
ทำให้เราเชื่อได้ 55

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เราก็คิดว่า มันก็เป็นตัวอย่างของสังคม
ที่เชื่อทุกอย่าง อย่างไร้วิจารณญาณ เชื่อไปตามสิ่งที่คนปรุงแต่ง
ภาพลักษณ์ที่คนปรุงแต่งต่างๆ นานา เนื้อหาที่คนปรุงแต่ง
บทความที่คนปรุงแต่งขึ้นมามากมาย ใครที่อ่านมาจนถึงตรงนี้
ก็ขอให้ตั้งสติในการเสพข้อมูลข่าวสาร จะจากการอ่านมา
จากการฟังมา หรือจากอะไรใดๆ ก็ตามใช้วิจารณญาณให้มากๆ

ยิ่งอ่านจากสำนักข่าวอะไรแบบนี้ ยิ่งต้องระวัง เพราะข้อมูล
ที่นำเสนอส่วนใหญ่จะอิงตามความต้องการของผู้ถือหุ้น
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รู้สึกสงสารคนรุ่นเก่าเป็นอย่างมาก
ที่เสพติดการติดตามและอ่านข่าวสารจากสำนักข่าว
เพราะเห็นพ่ออ่านข่าวจากทุกสำนักแล้วปวดหัวแทนจริงๆ
แต่ละสำนักนำเสนอข่าวเดียวกัน แต่คนละเรื่อง 55555555
ยุคนี้เขาไม่นำเสนอข่าวแล้ว นำเสนอทุกอย่างตามกระแสเท่านั้น
อะไรเป็นกระแส ขายได้ ก็เอามาทั้งหมด 5555555555555



Create Date : 08 พฤษภาคม 2562
Last Update : 8 พฤษภาคม 2562 13:35:49 น.
Counter : 114 Pageviews.

4 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเพรางาย

  

สวัสดียามเช้าครับ

เราอยู่ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเยอะมาก
และมีทั้งความจริง ข้อเท็จจริง การกุเรื่อง
ไปจนถึงการทำเนื้อหาแบบมีอคติ

ด้วยข้อมูลมหาศาลทั้งจริงและเท็จ
พี่ก๋าคิดว่าเราก็เข้าใจผิดกันได้ตลอดเวลาจริงๆครับ 5555

ก่อนแชร์เนื้อหาจึงต้องคิดให้ดีดีเลย

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:30:51 น.
  
ขอบคุณค่ะ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวที่เป็นประโยชน์มาให้อ่าน
โดย: เพรางาย วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:35:53 น.
  
รุ่นพี่ก๋า
มีคนจ้างทำธีสิสด้วย
ราคาตอนนั้น 2 หมื่นบาทครับ
แต่ก็ไม่จบรอบแรกอยู่ดี

พี่ก๋าไม่เห็นด้วยเลยกับการกระทำแบบนี้

งานวิจัยในบ้านเรา
ไม่พัฒนาก็คงเพราะมีวิธีคิดแบบนี้ด้วยมั้งครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:30:47 น.
  
ข่าวสารในทีวี อินเตอร์เน็ต...ส่วนใหญ่ผมจะใช้ตาดู ใช้สติแล้วชั่งดู
ความเป็นไปได้.. มากน้อยเพียงใด

บางทีเห็นชื่อคนโพสต์แล้ว อ๋อ..จิตโสมมเห็นมานาน คลิ๊กผ่านไม่
อ่านไม่ดูครับ

บางคนเป็นนักร้องที่กำลังจะดัง เห็นแต่ละโพสต์ด่าคนโน้นคนนี้
ประจำ จนน่ากลัวว่าจะถูกฟ้อง ไม่นานเพลงเริ่มโปรโมทค่ายคง
สั่งให้ คิดดูก่อนโพสต์เลยซาไป..ดีเหมือนกัน..เราเองเห็นแล้วอนาจ
ใจจำคำเขามาด่า... จะเสียแฟนเพลงที่อาจจะ มี..หุ หุ

ส่วนงานวิจัย เซ็งครับ...คงเป็นแบบที่ไม่เชื่อถือ..เลยไม่ค่อยมี
คนนำไปต่อยอด
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:56:34 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Princezz Matcha Latte
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Latte ปิศาจร้าย ของ เจ้าชายลู จ้าา
^_^
พฤษภาคม 2562

 
 
 
2
3
7
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog