<<
กรกฏาคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
22 กรกฏาคม 2563

รู้ก่อนได้เปรียบ “มะเร็งปากมดลูก” อาการและความเสี่ยงสำหรับสาวๆ

เมื่อพูดถึงโรคมะเร็งในผู้หญิง หลายๆ คนอาจจะคิดถึงโรคมะเร็งเต้านมเป็นอันดับแรก เพราะว่าเป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในผู้หญิงมากที่สุด แต่ก็ต้องบอกว่าโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นก็เป็นมะเร็งที่สาวๆ ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ เพราะว่าตามสถิตินั้น ในประเทศไทยมีผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ย 6,000 รายต่อปี และกว่าจะรู้ตัวนั้นก็ใช้เวลานานพอควร สำหรับคนไหนที่กังวลว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งปากมดลูกไหม แล้วมีอาการอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันว่ามะเร็งปากมดลูกมีอาการอย่างไร และมีอะไรเป็นความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกบ้าง เพื่อจะเตรียมตัวและป้องกันตัวเองอย่างดี มาดูกันเลย

 

 

โรคมะเร็งปากมดลูกคืออะไร?

โรคมะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) ที่สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก ซึ่งโอกาสและความเสี่ยงของผู้ที่จะติดเชื้อ HPV นั้น ก็จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ยังเด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปี) มีคู่นอนหลายคน กินยาคุมกำเนิดติดต่อกันมากกว่า 5 ปี ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ตั้งครรภ์มากกว่า 4 ครั้ง การไม่รักษาความสะอาดบริเวณช่องคลอด ไปจนถึงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานผักและผลไม้น้อยจนเกินไป ก็ถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วย

 

โรคมะเร็งปากมดลูกมีอาการอย่างไร?

สำหรับอาการของมะเร็งปากมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกนั้นอาจจะไม่มีอาการที่เห็นได้ชัด แต่อาการที่พบมากมักจะมีอาการเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน มีประจำเดือนที่นานจนผิดปกติ มีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์ และบางรายอาจจะมีอาการตกขาวมากผิดปกติ มีกลิ่นหรือมีเลือดปนออกมาด้วย

ในกรณีที่มะเร็งปากมดลูกมีอาการลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ก็อาจจะมีอาการปวดหลัง ปวดก้นกบ ปวดร้าวลงขา ปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด และอาจลุกลามไปยังกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ ท่อน้ำเหลือง จนทำให้เกิดอาการขาบวม ท่อน้ำเหลืองอุดตัน ไปจนถึงไตวายเฉียบพลันได้

 

แม้ว่าอาจจะดูน่ากลัว แต่ก็ต้องบอกว่ามะเร็งปากมดลูกนั้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ เมื่อมีการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแม้ไม่มีอาการ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันตัวเอง นอกจากนี้แล้ว ก็ควรที่จะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และสาวๆ คนไหนที่รับประทานยาคุมกำเนิด ก็ควรที่จะตรวจหามะเร็งปากมดลูกทุกๆ 6 เดือนด้วยล่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกจนไม่สามารถรักษาให้หายได้ นอกจากนี้แล้ว ควรที่จะต้องฉีดวัคซีน HPV ด้วย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ซึ่งวัคซีนนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้อย่างน้อย 5 - 10 ปีอีกด้วยล่ะ 




Create Date : 22 กรกฎาคม 2563
Last Update : 22 กรกฎาคม 2563 11:37:18 น. 0 comments
Counter : 51 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 4207396
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 4207396's blog to your web]