<<
กุมภาพันธ์ 2562
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
22 กุมภาพันธ์ 2562

สัญญาณเตือนอาการแบบไหนที่ต้องผ่าตัดต้อกระจกโดยด่วน



หนึ่งในปัญหาด้านสายตาที่มักเกิดในผู้ป่วยสูงอายุและมีผลกระทบถึงชีวิตประจำวันส่วนใหญ่นั่นคือเรื่องของต้อกระจก โดยการเกิดภาวะต้อกระจกนั้นมีสาเหตุมาจาก ความเสื่อมสภาพของเลนส์แก้วตาที่เมื่อสูญเสียความใสไปจะทำให้แสงนั้นผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้น้อยลง และเมื่อแสงไม่สามารถเดินทางได้ปกติ ก็จะทำให้เกิดการฉายภาพที่ผิดเพี้ยน มองภาพไม่ชัด และเกิดภาวะต้อกระจกในที่สุด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการผ่าตัดต้อกระจกโดยด่วน

สัญญาณเตือนอาการของต้อกระจก

สำหรับคนที่เริ่มเป็นต้กกระจกหรือเป็นมานานแล้วมักจะพบว่าตัวเองต้องเผชิญกับปัญหาทางสายตาเหล่านี้อยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการมองที่เห็นได้ไม่ชัดเหมือนเดิมไม่ว่าจะมองอะไรก็รู้สึกว่าประสาทสัมผัสทางสายตานั้นดูเสี่อมถอย ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจนในทุกรายละเอียด ไม่ได้มีอาการสายตาสั้นหรือสายตายาวเพิ่มขึ้น หรือรู้สึกว่าใช้ชีวิตประจำวันได้ยากขึ้นในเรื่องอื่นๆ อีก อาทิ มีปัญหาในการอ่านหนังสือ มีปัญหากับการใช้คอมพิวเตอร์ต้องเพ่งสายตา และถึงแม้ว่าจะพยายามมองแล้วแต่ก็ยังเห็นภาพที่ไม่ชัดเจนอยู่ดี นอกจากนี้ภาวะต้อกระจกยังอาจส่งผลถึงการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ ได้อีกมากมาย อย่างเช่นคนที่ต้องใช้ชีวิตตามลำพังคนเดียว รวมไปถึงรู้สึกว่าเมื่อต้องท่ามกลางที่สว่างมากๆ ก็รู้สึกว่าดวงตาแพ้แสงจนไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้


การรักษาภาวะต้อกระจก

ภาวะต้อกระจกนั้นสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการผ่าตัดต้อกระจกเพียงอย่างเดียว เนื่องจากไม่มียาใดๆ รักษาจากภายนอกได้ (หรือหากมีการใช้ยาหยอดตาเพียงบรรเทาอาการได้เท่านั้นแต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดถาวรได้) ซึ่งการผ่าตัดต้อกระจกเป็นการผ่าตัดที่มีความปลอดภัยสูง มีโอกาสในการติดเชื้อน้อยกว่า 1 เปอร์เซนต์ และหลังผ่าตัดแล้วผู้ป่วยสามารถกลับมามองเห็นได้ดีขึ้นมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ วิธีการคือนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก และวางเลนส์แก้วตาเทียมใหม่เข้าไปแทน

โดยปัจจุบันผ่าตัดต้อกระจกเพื่อรักษาแบ่งเป็น 2 วิธีคือ

1. การผ่าตัดต้อกระจกแบบเปิด

วิธีนี้จะเป็นการผ่าตัดต้อกระจกแบบเปิดแผลเพื่อนำเลนส์แก้วตาออกมา โดยเปิดแผลบริเวณขอบตาดำด้านบน ความยาวของแผลประมาณ 10 มิลลิเมตร จากนั้นใส่เลนส์แก้วตาเทียมใหม่เข้าไปแล้วทำการเย็บปิดแผล


2. การผ่าตัดแผลเล็ก

วิธีนี้คือการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง และผ่าตัดต้อกระจกด้วยขนาดเล็กเพียง 2.2-3.0 มิลลิเมตรเท่านั้น จากนั้นจึงใส่เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพับได้เข้าไปแทน วิธีนี้จะทำให้ใช้เวลาผ่าตัดน้อยกว่า ผู้ป่วยกลับมามองเห็นชัดได้เร็วกว่า ไม่ต้องเย็บแผล ผ่าตัดได้โดยใช้การหยอดยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องฉีดยาหรือดมยาสลบ มีความปลอดภัยสูงและได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะถือเป็นวิธีการผ่าตัดต้อกระจกแบบมาตรฐาน


ใครที่รู้ตัวว่าเริ่มมีอาการหรือสัญญาณเตือนของต้อกระจกแล้วล่ะก็ อย่ามัวนิ่งนอนใจเพราะอาการของโรคนั้นจะทำลายจอประสาทตาในทุกๆ ขณะและหากไม่รีบรักษาอาจจะทำให้เกิดการตาบอดและไม่สามารถกลับมามองเห็นได้อีกในที่สุด





Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2562
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2562 15:25:18 น. 0 comments
Counter : 281 Pageviews.  

สมาชิกหมายเลข 4207396
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 4207396's blog to your web]