Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
พาสปอร์ตพระ

มีประสบการณ์ในการทำพาสปอร์ตพระมาเล่าให้ฟัง
เผื่อมีใครต้องได้ไปช่วยดำเนินการให้หลวงพี่หลวงพ่อท่าน


เริ่มจากที่เรามีความคิดว่าอยากจะนิมนต์หลวงพ่อ (ซึ่งเป็นพ่อพวกเราจริงๆ)
ไปกราบสักการะสิ่งที่เป็นที่เคารพบูชาของชาวพุทธแถวประเทศเพื่อนบ้านของเรา
ก็เลยต้องดำเนินการเรื่องจัดทำพาสปอร์ตให้ท่าน

จะมีใครสักกี่คนนะที่จะรู้ว่าการทำพาสปอร์ตพระนั้นยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน
ไม่ใช่อยู่ดีๆ นึกอยากมีพาสปอร์ตก็จะสามารถเดินไปทำที่สำนักงานหนังสือเดินทางได้เลย กรณีของพระนั้นก่อนจะไปทำพาสปอร์ตได้จะต้องไปขออนุญาตจากศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.) เสียก่อน หลังจากได้รับอนุญาตแล้วจึงจะไปทำพาสปอร์ตได้ ซึ่งก็เป็นไปตามขั้นตอนเหมือนคนธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ



ที่จะมาเล่าให้ฟังคือ ขั้นตอนการขออนุญาตจาก ศ.ต.ภ.นี่แหละค่ะ
ว่าไปตามลำดับเลยนะคะ


1. ก่อนอื่นเลยต้องมีแบบหนังสือขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศ (ศ.ต.ภ.) ก่อนนะคะ ถ้าสะดวกไปซื้อเองก็ไปที่โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อยู่ถนนบำรุงเมือง แถวๆ ปากซอยบ้านบาตร ราคาชุดละ 300 บาท

แต่ถ้าไม่สะดวกก็สามารถโทร.ไปสั่งซื้อได้ที่ โทร. 02 2233351 และ 02 2235548 ทางโรงพิมพ์เค้าจะคิดค่าส่งไปรษณีย์ (EMS) เพิ่มชุดละ 50 บาท

สำหรับชุดแบบหนังสือขออนุญาตฯ จะบรรจุอยู่ในซองพลาสติก เขาจะมีคู่มือการเดินทางไปต่างประเทศสำหรับพระเล่มเล็กๆ แถมมาด้วย หากมีแบบอยู่แล้วก็ขอให้ดูให้ดี เพราะถ้าเป็นแบบเก่า (ซึ่งคงเก่ามากๆ แล้ว) ที่เขายกเลิกไปแล้วเมื่อปี 2549 ศ.ต.ภ.จะไม่รับพิจารณาเลยค่ะ (สรุปก็ต้องทำมาใหม่)


2. เมื่อได้แบบมาแล้วก็ให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ข้อมูลต้องถูกต้องตรงกับหนังสือสุทธิและสำเนาทะเบียนบ้าน เพราะถ้าข้อมูลไม่ตรงกันก็จะมีปัญหาและไม่ผ่านการพิจารณา จะเดินทางไปประเทศไหน เพื่อไปทำอะไร มีใครเป็นหัวหน้าคณะ มีกำหนดกี่วัน พึงระลึกไว้เสมอว่าพาสปอร์ตไม่ใช่สิ่งจำเป็นพื้นฐานที่พระจะต้องมีไว้ ท่านต้องมีกิจว่าจะไปไหนจึงจำเป็นต้องไปทำพาสปอร์ต แล้วถ้าเป็นพระที่บวชยังไม่ถึง 5 พรรษา ก็จะยิ่งยุ่งยากขึ้นอีก เพราะจะต้องมีหนังสือรับรองจากพระผู้ใหญ่รับรองว่าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ในพระธรรมวินัย สมควรอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศได้ (โดยจะไม่ไปทำอะไรให้เสียชื่อคณะสงฆ์ไทย อย่างนั้นมั้ง!!)
กรอกข้อมูลเสร็จแล้วก็ติดรูปขนาด 2 นิ้วที่แบบ ให้ท่านลงชื่อในช่องใต้รูป แล้วให้เจ้าอาวาสเซ็นต์ชื่อบนรูป และขีดคร่อมใต้ลายเซ็นต์ (คงกลัวจะมีการเปลี่ยนรูปกลางทาง) รวมถึงเซ็นต์ในแบบให้ครบด้วย


3. หลังจากนั้นก็เป็นเวลาของการเดินสายไปกราบนมัสการเจ้าคณะทุกระดับเพื่อให้ลงนามในแบบให้ครบ (ขั้นตอนนี้หลวงพ่อท่านต้องไปเองค่ะ ประมาณว่าให้เห็นหน้าเห็นตากัน) เริ่มตั้งแต่เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด และสุดท้ายคือเจ้าคณะภาค

ฟังดูเหมือนง่ายเนอะ แต่กว่าจะได้ลายเซ็นต์ครบก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ลำพังเฉพาะอยู่ในจังหวัดเดียวกันก็ไม่เท่าไร แต่ระดับเจ้าคณะภาคก็จะลำบากหน่อยเพราะส่วนใหญ่ท่านจะอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วอย่าลืมว่าเจ้าคณะจะมีทั้งมหานิกายและธรรมยุต ดูให้ดีอย่าได้สับสนเดี๋ยวจะไปผิดวัด


4. เมื่อได้ลายเซ็นต์ครบเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เตรียมเอกสารที่จะต้องแนบเพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้ (จริงๆ ก็ต้องเตรียมตั้งแต่แรกก่อนจะไปให้เจ้าคณะทุกระดับเซ็นต์รับรองแล้วล่ะ)

(1) สำเนาหนังสือสุทธิ วิธีการถ่ายเอกสารหนังสือสุทธิก็ไม่ยากค่ะ กางออกแล้วถ่ายทีละคู่ กระดาษถ่ายเอกสารเอสี่ก็ถ่ายได้ 4 หน้าของหนังสือสุทธิ เช่น
แผ่นที่ 1 หน้าปก+ปกหลัง และ หน้า 2 +หน้า 3
แผ่นที่ 2 หน้า 4 + หน้า 5 และ หน้า 6 + หน้า 7
แผ่นที่ 3 หน้า 8 +หน้า 9 และ หน้า 10 + หน้า 11
ถ่ายให้ครบทุกหน้าที่มีการอัพเดทข้อมูล ถ้าข้อมูลไม่มากก็จะมีแค่หน้าแรกๆ ค่ะ

(2) สำเนาทะเบียนบ้าน 1 แผ่น

**เอกสารตาม (1) และ (2) อย่าลืมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องด้วยนะคะ

(3) รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป (ต้องแนบไปกับต่างหากอีก 1 รูป)

(4) เอกสารประกอบอื่น เช่น
- หนังสือนิมนต์ (อันนี้แล้วแต่กรณีค่ะ ของเราไม่ต้องใช้เพราะไม่ได้ไปตามที่มีผู้นิมนต์)
- รายละเอียดกำหนดการเดินทาง ขอแนะนำว่าให้เป็นกำหนดเผื่อล่วงหน้าสักหน่อย เพราะบางครั้งกว่าเรื่องเราจะเข้าประชุมอาจจะล่วงเลยกำหนดเดินทาง ซึ่งเคยมี case ที่ ศ.ต.ภ.ไม่อนุมัติ โดยมีเหตุผลว่าเลยกำหนดเวลาเดินทางแล้ว (ก็เลยไม่จำเป็นต้องมีพาสปอร์ตมั้ง)
- หนังสือรับรองความประพฤติจากพระผู้ใหญ่ (กรณีที่ยังเป็นสามเณรหรือพระที่บวชยังไม่ถึง 5 พรรษา) ฯลฯ


5. เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้วก็ส่งแบบที่สำนักงานเลขานุการ ศ.ต.ภ.ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่วัดสังเวชวิศยาราม ถนนสามเสน (ซอย 1) หรือเข้าซอยข้างป้อมพระสุเมร (สวนสันติชัยปราการ บางลำพู) ก็ได้ พอไปถึงในวัดก็ไม่ต้องไปพบใคร เพราะพระท่านทำตู้รับแบบเอาไว้เรียบร้อย แค่เอาไปหย่อนชุดเอกสารลงตู้รับแบบก็จบขั้นตอน ถ้าไม่ได้ไปส่งเองก็ส่งไปทางไปรษณีย์ก็ได้ (เคยจดเบอร์โทร.ไว้ ไม่รู้หายไปไหนแล้ว)

* ที่อยู่สำนักงานเลขานุการฯ ศ.ต.ภ.
สำนักงานเลขานุการฯ ศ.ต.ภ.
วัดสังเวชวิศยาราม ถนนสามเสน 1
แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร 10200


6. คณะกรรมการ ศ.ต.ภ. จะมีการประชุมกันเดือนละ 2 ครั้ง คือ วันที่ 1 และวันที่ 15 ของเดือน เวลา 16.00 น. เพราะฉะนั้นก็ต้องวางแผนให้ดีว่าแบบขออนุญาตจะทันการประชุมรอบไหน เพราะถ้าช้าไปวันเดียวก็จะต้องรอไปอีก 15 วัน และอย่าไปยื่นในวันประชุมล่ะเพราะท่านจะไม่รับพิจารณาแบบที่ไปยื่นในวันที่ประชุม


7. ขั้นต่อไปก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องติดตามผลการพิจารณา ซึ่ง ศ.ต.ภ.จะประกาศผลภายใน 1 วันทำการหลังวันประชุม โดยจะประกาศผลทางเวบไซต์ของ ศ.ต.ภ. ที่ //www.sortorpor.org ดูแล้วก็อย่าลืมจดลำดับที่ที่ได้อนุมัติและวันเดือนปีที่ประชุม เพื่อจะได้นำไปแจ้งตอนจะทำพาสปอร์ต เพราะจะไม่มีหลักฐานอะไรเป็นเอกสารแล้วนะคะ

* ตัวอย่างเหตุผลของ ศ.ต.ภ.ที่ไม่ให้ผ่าน เผื่อจะได้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อนเพราะถ้าไม่ได้รับอนุมัติเอกสารทั้งหลายที่ส่งมาจะขอคืนไม่ได้เพราะทาง ศ.ต.ภ.จะเก็บไว้เป็นหลักฐาน ถ้าจะขอก็ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดค่ะ
- นามสกุลที่หนังสือสุทธิหน้าสถานะเดิมมีการลบ
- ชื่อวัดที่แบบขออนุญาตกับหนังสือสุทธิไม่ตรงกัน
- ชื่อที่แบบขออนุญาตกับหนังสือสุทธิและสำเนาทะเบียนบ้านไม่ตรงกัน
- นามสกุลที่แบบขออนุญาตกับหนังสือสุทธิและสำเนาทะเบียนบ้านไม่ตรงกัน
- หนังสือสุทธิขาดหน้าอุปสมบท
- หนังสือสุทธิขาดหน้าสังกัดวัด



8. เมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็ไปทำพาสปอร์ตที่สำนักงานหนังสือเดินทางได้ทั่วประเทศเลยค่ะ ผลการอนุมัติจะมีอายุแค่หกเดือน ถ้าเลยนั้นแล้วยังไม่ไปทำพาสปอร์ตก็ต้องไปขออนุญาตใหม่ค่ะ

สำหรับสถานที่ที่จะทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพฯ มีที่กรมการกงสุล ตรงหลักสี่ และ สนง.ชั่วคราวอีก 2 แห่ง อยู่ที่บางนา (เซ็นทรัลซิตี้ ชั้นบี 1) และที่ปิ่นเกล้า (ตึกธนาลงกรณ์ ชั้นใต้ดิน) ถ้าทำในกรุงเทพฯ ก็จะได้เล่มภายใน 2 วันนับจากวันที่ทำ (กรณีไปรับเล่มเอง)

สำหรับต่างจังหวัดก็จะมีสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวใน 10 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา อุดรธานี พิษณุโลก ยะลา และภูเก็ต ค่ะ ถ้าทำที่ต่างจังหวัดก็รอหลายวันหน่อยนะคะ เพราะการทำเล่มต้องทำที่กรุงเทพฯ เสร็จแล้วถึงจะส่งกลับไปค่ะ

รายละเอียดดูที่เวบไซต์กรมการกงสุลก็ได้ค่ะ //www.consular.go.th

ขั้นตอนการทำพาสปอร์ตคราวนี้ก็เหมือนคนทั่วไปแล้วค่ะ ต้องมีเอกสารที่แสดงตัวตน (ของพระใช้หนังสือสุทธิแทนบัตรประชาชน) และสำเนาทะเบียนบ้าน (สำหรับใช้ดูเลข 13 หลัก) แล้วก็แจ้งลำดับที่อนุมัติ ศ.ต.ภ. แล้วก็ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ถ้าให้ส่งเล่มให้ทางไปรษณีย์ก็เพิ่มอีก 35 บาท ค่ะ


กรณีของหลวงพ่อใช้เวลาดำเนินการเดือนกว่าๆ (หลวงพ่ออยู่ต่างจังหวัดต้องส่งเอกสารกันไปมา และสุดท้ายก็ต้องเดินทางมากรุงเทพฯ เพราะท่านเจ้าคณะภาคอยู่วัดแถวบางเขน) ก็มีปัญหาบ้างเล็กน้อยในบางขั้นตอนซึ่งไม่ขอพูดถึงในที่นี้ ผลการพิจารณาของ ศ.ต.ภ.ก็ผ่านในครั้งแรก (อิอิ เพราะคุณลูกศึกษาข้อมูลมาดี) แล้วก็ไปทำพาสปอร์ตได้เล่มมาเรียบร้อยแล้ว

คราวนี้ก็เหลือแค่หาโปรแกรมที่จะนิมนต์ท่านไปจริงๆ
ต้องปรึกษาหารือในหมู่ญาติพี่น้อง
ท่าทางจะยากกว่าขออนุญาต ศ.ต.ภ.อีกค่ะ อิอิ







Create Date : 01 เมษายน 2553
Last Update : 26 สิงหาคม 2555 19:37:55 น. 8 comments
Counter : 7437 Pageviews.

 
ได้ความรู้เยอะเลยนะเนี่ย ขั้นตอนดูยุ่งยากเหมือนกันเนอะ ของพวกเรา ๆ ดูง่ายจัง แล้วถ้าเป็นแม่ชีล่ะ ต้องทำแบบนี้ด้วยรึป่าวจ้ะ


โดย: พี่เปี๊ยก IP: 10.2.6.92, 210.246.86.132 วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:8:19:50 น.  

 
ระเบียบมหาเถรสมาคมฯ เรื่องนี้ ใช้บังคับกับพระภิกษุกับสามเณร ค่ะ





โดย: รุ่นป้าหน้าใส วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:12:54:30 น.  

 
อาตมาก็อยากไปทัศนศีกษาประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาให้มากๆแต่ว่าติดที่ไม่มีโยมอุปถัมภ์นะถ้ามีโยมมีศรัทธามีความประสงค์จะอุปถัมถ์อาตมาเรื่องค่าใช้จ่ายในการไปทัศนศึกษาก็ยินดีติดต่อมาที่วัดแสงสุริยาราม ต.วังชะโอน อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร 62210 ก็ขอเจริญพรมาณโอกาสนี้


โดย: พระมหาบ้านนอก IP: 180.180.61.47 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:14:26 น.  

 
อาตมาก็เคยทำพาสปอร์ตนานมาแล้วตอนทำได้เดินทางไปขอลายเซ็นต์อนุญาตจาก เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด และรองเจ้าคณะภาค หรือเจ้าคณะภาค ที่อาตมาเจอมากับตัวเองก็คือต้องเช็คว่าพระผู้ใหญ่เราที่จะไปกราบเรียนท่านอยู่หรือไม่ถ้าเราไม่เช็คก็เสียเวลาเราที่ไปหาท่านแล้วไม่อยู่(อาตมาทำตอนนั้นพระผู้ใหญ่)ตั้งแต่ตําแหน่งเจ้าคณะจังหวัด และรองเจ้าคณะภาค หรือเจ้าคณะภาค ไปต่างประเทศ อาตมาทำครั้งนั้นใช้เวลา3เดือนกว่าจะได้ลายเซ็นต์ครบแล้วตอนนี้พาสปอร์ตก็หมดอายุแล้วด้วย เจริญพร


โดย: พระการ IP: 223.206.209.86 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:22:07:17 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ความกระจ่างครับเพราะผมพ่งตั้งปุจฉากับพระน้องชายว่า ทำไม ทำไม เพราะเราเข้าใจว่าจะเหมือนกับการทำพาสปอร์ตของฆราวาสทั่วไป


โดย: เป็นเช่นนี้เอง IP: 125.24.217.156 วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:7:09:39 น.  

 
สงสารพระจริงหนอ ตั้งใจจะไปแสวงบุญที่อินเดีย ก็ไปยากแสนเข็ญ รวบรัดขั้นตอนหน่อยไม่ได้หรือ อาน่า 10 เรียบร้อย อย่าให้ถึง สาม สีึ่เดือนเลย สงสารพระท่านจะไปทำบุญจริง ๆๆ


โดย: นิพล IP: 58.9.103.105 วันที่: 8 เมษายน 2555 เวลา:21:49:21 น.  

 
เอาอย่างนี้ดีใหม
เพื่อประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย
คือ เป็นชายไทย สัญชาติไทย สมบูรณ์แบบ 100%
ไปบวชเป็นพระต่างประเทศ จะเป็นที่ลาว พม่า หรือกัมพูชาก็แล้วแต่ (หมายถึงภูมิลำเนา พื้นที่ติดชายแดน ของแต่ละประเทศไปมาสะดวกนะ) ส่วนที่อื่นๆ แล้วแต่จะพิตจารณา ภายหลังบวชแล้วมาอยู่ในเมืองไทย บ้านเกิดเมืองนอนของเรานั้นแหละ ตอนนี้เป็นพระที่สมบูรณ์แบบ 100% คราวนี้ ระเบียบดังกล่าวเกี่ยวกับการเดินทางเข้าออก การขออนุญาต ไม่ต้องผ่าน ศ.ต.ภ. ไปทำที่ทกรมการกงสุล หรือสำนักงานเดินทางชั่วคราวต่างจังหวัด 10 แห่ง ได้สะบายๆ ตัวอย่างมรมาแล้ว เจ้าหน้าที่ก็แนะนำกันอย่างนี้ และเจ้าหน้าที่แจ้งด้วยว่า ระเบียบ หรือ กฎมหาเถรสมาคมบางฉบับ รวมทั้งฉบับนี้ด้วย มันขัดรัฐธรรมนูญ ลิตรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ หรือประชาชน (ในแง่กฎหมาย พระสงฆ์ สามเณร ไม่เป็นมนุษย์หรืออย่างไร หรือมหาเถรสมาคม อาจมองว่า พระเณรเป็นเทวดา ก็เป็นได้นะ) แต่ไม่มีใครสนใจ คือ พระสงฆ์ หรือสามเณรไม่แจ้งศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนชาวบ้านทั่วไป คงไม่เกี่ยว เพราะระเบียบที่เกิดขึ้นโดโย มหาเถรสมาคม ชาวบ้านไม่ได้อานิสงส์ด้วย คือไม่มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยกับระเบียบดังกล่าว ...


โดย: สามเณรน้อย IP: 101.51.225.121 วันที่: 9 สิงหาคม 2555 เวลา:11:45:24 น.  

 
thank you so much


โดย: watana IP: 1.20.0.140 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:13:55:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

รุ่นป้าหน้าใส
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





สนใจหลายเรื่อง ก็เลยมีหลายมุม ไม่มี theme ว่าจะเน้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร วนๆ เวียนๆ อยู่กับเรื่องกิน เรื่องเที่ยว และเรื่องดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้า

ขอขอบคุณ Bloggang ที่ให้ใช้พื้นที่ และขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่แวะมาเยี่ยม ไม่ว่าจะแค่เข้ามาแว้บๆ นานๆ ที หรือแวะมาทักทายกันเป็นประจำ ขอบคุณนะคะ :)

Friends' blogs
[Add รุ่นป้าหน้าใส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.