Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
!!!!! บทสรุป !!!! ปัญหาระบบ "เบรคทื่อ" ในรถ Fortuner และ Vigo!!!!!

วัตถุประสงค์ในการนำเสนอ
1. เพื่อชี้แจ้งถึงวัตถุประสงค์ของผมในการนำเสนอปัญหาระบบเบรคทื่อ ของรถ Fortuner และ Vigo ว่ามีเจตนาอย่างไร และออกมาเคลื่อนไหวทำไม
2. เพื่อทำให้ผู้ใช้รถ Fortuner และ Vigo เข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาระบบเบรคทื่อ เป็นประเด็นเดียวกันโดยใช้ไดอะแกรมอธิบายอย่างง่ายๆ
3. เพื่อร่วมกันเรียกร้องสิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้รถ Fortuner และ Vigo



สภาพรถที่ผมเกิดอุบัติเหตุจนกระดูกคอ C2 หัก และภาพ "ไอ้เดี้ยง" สุนัขที่พิการ 2 ขาหลังที่ผมเลี้ยงไว้และทำล้อหลังให้จนเดินได้ วิ่งได้ แต่เบรคไม่ได้ ซึ่งผมคิดว่าการที่ผมรอดมานั้นผมคงได้ทำบุญกับไอ้เดี้ยงก่อนผมรถคว่ำผมจึงมีความเชื่อในเรื่องการทำความดีเหมือนเปิดบัญชีสะสมความดี วันใดที่เราเกิดอุบัติเหตุเราอาจจะได้เบิกมาใช้โดยที่เราไม่รู้ตัว



ผมขออนุญาติรายการคมชัดลึก และคุณยุทธนา มา ณ ที่นี้ด้วย ผมขออนุญาตินำบางส่วนของรายการที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ถึงวัตถุประสงค์ในการทุบรถ Fortuner มานำเสนอแก่ผู้ใช้รถเพื่อความชัดเจนของเจตนาของผมและผมขอยืนยันว่าไม่มีใครจ้างผมมาหรอกครับอย่าเบี่ยงเบนประเด็นกันอีก

รวมถึงการทดสอบรถ Fortuner สีขาวป้ายแดงรุ่นใหม่ที่มีการอ้างว่าปรับปรุงระบบเบรคแล้ว เห็นแค่เพียงเปลี่ยนวาล์วลมในหม้อลมเบรคจึงทำให้มีเลข Part No. ใหม่ แต่ขนาดหม้อลมเท่าเดิม ซึ่งหน้าที่ของหม้อลมเบรคนั้นจะช่วยผู้ขับผ่อนแรงในการเหยียบเบรคที่แป้นเบรคเท่านั้น คือรู้สึกเบาเท้าขึ้น เป็นการแก้ไขทางความรู้สึก ( Feeling ) แต่ไม่ได้แก้ไขประสิทธิภาพของระบบเบรคให้ดีขึ้นเลย

แรงดันน้ำมันเบรคล้อหลัง (หลังออกจาก LSPV ในกรณีที่นั่ง 1 คนแรงดันน้ำมันเบรคหลังมีค่าเท่ากับ 20 Ksc. ตั้งแต่แรงดันน้ำมันเบรคหน้าเพิ่มขึ้นจาก 50 จนถึง 100 Ksc. แสดงว่าการที่แรงดันน้ำมันเบรคหลังคงที่อยู่ที่ 20 Ksc. สาเหตุเกิดมาจาก วาล์วใน LSPV เคลื่อนตัวขึ้นมาปิดแรงดันน้ำมันเบรคล้อหลัง ทำให้ เรารู้สึกว่า เบรคไม่อยู่ จึงต้องเพิ่มแรงเหยียบเบรคที่แป้นเบรค ซึ่งมีผลทำให้ภาระในการเบรคทั้งหมดตกอยู่ที่ล้อหน้า สังเกตุได้จากแรงดันน้ำมันเบรคล้อหน้าเพิ่มขึ้นจาก 50 จนถึง 100 Ksc ตามแรงเหยียบเบรคที่แป้นเบรค แต่แรงดันน้ำมันเบรคหลังคงที่อยู่ที่ 20 Ksc. แสดงว่าเบรคหลังไม่ช่วยเบรคหน้าทำงาน ทำให้เกิดความร้อนสูงขึ้นถึง 550 องศาเซลเซียส ในการทดสอบเบรคที่สนามบริดสโตน ทำให้ผ้าเบรคเกิดอาการร้าวได้ และเกิดการสึกหร่อของผ้าเบรคหน้าอย่างรวดเร็ว เห็นได้จาก รถ Fortuner และ Vigo บางคันใช้ไป 10,000-15,000 กม. ผ้าเบรคก็หมด


ในรถปกติทั่วไปที่มีระบบ LSPV ที่มีหน้าที่ควบคุมแรงดันน้ำมันเบรคหลังตามน้ำหนักบรรทุกหรือความสูงของท้ายรถที่เปลี่ยนแปลงไปตามน้ำหนักบรรทุก เราจะสังเกตุเห็นว่า ในช่วงเริ่มต้นก่อนที่ LSPV ทำงานแรงดันน้ำมันเบรคหน้าและแรงดันน้ำมันเบรคล้อหลัง (หลังออกจาก LSPV) จะมีค่าเท่ากัน เช่น 250,500 PSI จนถึงจุดที่แรงดันน้ำมันเบรคล้อหลังที่เข้า LSPV ชนะแรงดึงของสปริง วาล์วใน LSPV ก็จะยกตัวขึ้นเพื่อลดแรงดันน้ำมันเบรคหลังเป็น SLOPE ตามค่าความแข็งของสปริง




รถปกติทั่วไปที่มีระบบ LSPV ที่มีหน้าที่ควบคุมแรงดันน้ำมันเบรคหลังตามน้ำหนักบรรทุกหรือความสูงของท้ายรถที่เปลี่ยนแปลงไปตามน้ำหนักบรรทุก เราจะสังเกตุเห็นว่า ในช่วงเริ่มต้นก่อนที่ LSPV ทำงานแรงดันน้ำมันเบรคหน้าและแรงดันน้ำมันเบรคล้อหลัง (หลังออกจาก LSPV) จะมีค่าเท่ากัน เช่น 250,500 PSI (Operation below knee point) ซึ่งเป็นจุดที่แรงดันน้ำมันเบรคล้อหลังก่อนเข้า LSPV ยังไม่ชนะแรงดึงของสปริงใน LSPV วาล์ว ทำให้แรงดันน้ำมันเบรคหน้าและหลังเท่ากัน



ในรถปกติที่ทุกอย่างทำงานปกติ ทั้งแม่ปั๊มเบรคบน ที่สร้างแรงดันน้ำมันเบรคหน้าและหลังก่อนเข้า LSPV ได้เท่ากัน เมื่อเราเพิ่มแรงเหยียบเบรคที่แป้นเบรคแรงดันน้ำมันเบรคหลังก่อนเข้า LSPV ก็จะเพิ่มขึ้นจนไปชนะแรงดึงของสปริงทำให้วาล์วของ LSPV ยกตัวขึ้นมาเพื่อลดแรงดันน้ำมันเบรคหลังเป็นดังรูป (Operation At knee point)



กราฟแสดงถึงแรงดันน้ำมันเบรคล้อหน้าและแรงดันน้ำมันเบรคหลังออกจาก LSPV เราจะสังเกตุเห็นว่าในกรณีที่นั่ง 1 คนแรงดันน้ำมันเบรคหลังมีค่าเท่ากับ 20 Ksc. ตั้งแต่แรงดันน้ำมันเบรคหน้าเพิ่มขึ้นจาก 50 จนถึง 100 Ksc. แสดงว่าการที่แรงดันน้ำมันเบรคหลังคงที่อยู่ที่ 20 Ksc. สาเหตุเกิดมาจาก วาล์วใน LSPV เคลื่อนตัวขึ้นมาปิดแรงดันน้ำมันเบรคล้อหลัง ทำให้ เรารู้สึกว่า เบรคไม่อยู่ จึงต้องเพิ่มแรงเหยียบเบรคที่แป้นเบรค ซึ่งมีผลทำให้ภาระในการเบรคทั้งหมดตกอยู่ที่ล้อหน้า สังเกตุได้จากแรงดันน้ำมันเบรคล้อหน้าเพิ่มขึ้นจาก 50 จนถึง 100 Ksc ตามแรงเหยียบเบรคที่แป้นเบรค แต่แรงดันน้ำมันเบรคหลังคงที่อยู่ที่ 20 Ksc. แสดงว่าเบรคหลังไม่ช่วยเบรคหน้าทำงาน ทำให้เกิดความร้อนสูงขึ้นถึง 550 องศาเซลเซียส ในการทดสอบเบรคที่สนามบริดสโตน ทำให้ผ้าเบรคเกิดอาการร้าวได้ และเกิดการสึกหร่อของผ้าเบรคหน้าอย่างรวดเร็ว เห็นได้จาก รถ Fortuner และ Vigo บางคันใช้ไป 10,000-15,000 กม. ผ้าเบรคก็หมด


กรณีนั่ง 4 คน(1+3) จะสังเกตุเห็นว่าความสูงของท้ายรถลดลง 2 ซม. ซึ่งทำให้เหมือนสปริงมีแรงตึงเพิ่มมากขึ้น ทำให้วาล์วใน LSPV ทำหน้าที่หรี่ลดแรงดันน้ำมันเบรคหลังทำให้ได้เส้นกราฟที่มีความชัน ซึ่งจะทำให้เบรคหลังช่วยเบรคหน้าทำงานมากขึ้น เพื่อนๆ ลองสังเกตุว่าในรถ Fortuner และ vigo หากนั่ง 4 - 7 คน จะรู้สึกว่าเบรครถดีขึ้นกว่าในกรณีที่ขับนั่งคนเดียว


รถผมที่ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยคำนวนหาความสัมพันธ์ของแรงดันน้ำมันเบรคหน้าและแรงดันน้ำมันเบรคหลัง (ออกจาก LSPV วาล์ว) โดยใช้วิธีการ PRE LOAD สปริง ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุโดยใช้เกจวัดแรงดันให้ได้กราฟดังด้านล่าง


หนังสือจาก TMT ส่งถึง สคบ.ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 ชี้แจ้งว่าพบว่าอุณหภูมิของผ้าเบรคหน้าสูงสุดประมาณ 550 องศาเซลเซียส ในวันทดสอบเบรคที่สนามบริดสโตนตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2548 ซึ่งผมคิดว่าผู้บริโภคตามสิทธ์ของผู้บริโภคข้อที่ 1 ที่กล่าวว่า "สิทธิ์ที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและพอเพียงที่จะไม่หลงผิดในการซื้อสินค้าหรือบริการโดยไม่เป็นธรรม" อาจจะได้รับทราบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากที่ลงหนังสือพิมพ์ระบุว่าอุณหภูมิผ้าเบรคสูงกว่า 300 องศาเซลเซียส

ผมคิดว่าถ้าผู้บริโภคได้รับข้อมูลเหมือนกับที่ Toyota ชื้แจ้งกับ สคบ.ว่าอุณหภูมิของผ้าเบรคหน้าสูงสุดประมาณ 550 องศาเซลเซียสผมว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจแก่ผู้บริโภคมากกว่าที่ลงในสื่อต่างๆ ว่า อุณหภูมิผ้าเบรคหน้าสูงกว่า 300 องศาเซลเซียส



เห็นกันชัดๆ ว่าอุณหภูมิผ้าเบรคหน้าสูงสุด 550 องศาเซลเซียส ในวันที่ไปทดสอบที่สนามบริดสโตนกับกลุ่มผู้ใช้รถ Fortuner แต่ออกสื่อต่างๆ ว่าอุณหภูมิผ้าเบรคหน้าสูงกว่า 300 องศาเซลเซียส ภาษานักการเมืองจริงๆ นะครับ



หนังสือภายในของ TMT ที่แจ้งไปยังศูนย์บริการต่างๆ ลงวันที่ เดือนพฤษภาคม 2548 อีก 2 วันครบ 1 ปีพอดีที่บริษัทนี้รู้ว่าผ้าเบรคหน้าของรถ VIGO และ FORTUNER แตกร้าวแต่การแก้ไขกลับช้ามาก...





Create Date : 01 พฤษภาคม 2549
Last Update : 1 พฤษภาคม 2549 14:46:09 น. 17 comments
Counter : 12141 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 1 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:51:09 น.  

 
กำลังจะซื้อรถเลยต้องรอคำชี้แจงจากโตโยต้าหรือไปซื้อmu7ดีกว่าไม่สวยเท่าแต่ปลอดภัย


โดย: kasie IP: 203.209.32.172 วันที่: 14 มิถุนายน 2549 เวลา:10:06:20 น.  

 
ไม่มีรถดีสำหรับคุณหรอก คุณปรีชา


โดย: ไปตายซะ IP: 58.8.20.119 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:22:05:53 น.  

 
ผมกำลังจะซื้อรถ และผมได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับรถอยู่ 2 รุ่น Fortuner & Mu-7 มีคนที่ประสบปัญหากับเบรกของ Fortuner เหมือนกัน และพอได้เห็นข้อมูลจากคุณปรีชา เป็นข้อมูลที่ดีมากเลยทีเดียว โดยส่วนตัวผมชอบ Fortuner เพราะสวยกว่า Mu-7 แต่ก็พยายามหาข้อมูลให้มากที่สุด และตอนนี้เริ่มเทใจให้กับ Mu-7 เยอะแล้ว เพราะต้องการรถใช้งานประหยัด คุ้มค่าในระยะยาว มากกว่ารูปทรงภายนอก และขอบอกคุณ"ไปตายซะ"ให้คุณไปเองดีกว่า


โดย: คนกำลังจะซื้อรถ IP: 124.157.202.168 วันที่: 9 ธันวาคม 2549 เวลา:12:01:58 น.  

 
ขอบคุณมากคับ เวลาผมขับเจ้าอ้วนขาวของผม จะได้ระวังตัวให้มากขึ้น


โดย: Detto IP: 124.157.210.13 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:47:44 น.  

 
เยี่ยมมากครับสำหรับข้อมูล น่าจะเอาไปเผยแพร่ใน fortunerclub.com ด้วยนะครับ


โดย: ผ่านทาง IP: 124.120.25.109 วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:07:49 น.  

 
^
^
^
คงเอาข้อมูลไปเผยแพร่ไม่ได้หรอกครับ fortunerclub เค้าไม่ให้คนๆนี้เข้า

แล้วที่กระดูก C2 คุณหักมันเกี่ยวอะไรกับ fortuner

ครับ ผมจำได้นะครับว่าคุณเคยบอกว่าคุณขับ fortuner ไปประสพอุบัติเหตุจนทำให้กระดูก C2 หัก ไม่ใช่เหรอครับ


โดย: aa IP: 61.7.138.7 วันที่: 25 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:00:21 น.  

 
อ่าครับ


โดย: pert for play วันที่: 27 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:23:49 น.  

 
มั่วชิบหาย อ่านหนังสือแล้วเดาเอานี่หว่า


โดย: สงสารควาย IP: 58.8.167.193 วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:17:52:50 น.  

 
ขอบคุณข้อมูลค่ะ

คนที่ใช้ยี่ห้อนี้อยู่ก็ต้องร้อนเป็นธรรมดาด้วยการด่าทอ

ขอให้ผู้ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถ ใช้ความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้งดีที่สุด แล้วประกอบด้วยเหตุผลและสิ่งที่เกิดขึ้นจริงของรถยนต์แต่ละค่าย พินิจพิจารณาดูให้หลากหลายด้วยสติปัญญา

เพราะเงินคุณ ซื้อมาเพราะฟังหรือดูจากคนอื่นมากไป สุดท้ายตัวคุณเองไม่ชอบก็จะรู้สึกเสียดายเงินเปล่า ๆ นะเราว่า

ชอบฟอร์จูนซื้อฟอร์จูน ชอบมิวก็ซื้อมิว ซึ่งสิ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้น อยู่ที่ตัวผู้ขับขี่เป็นสำคัญด้วยเช่นกันค่ะ


โดย: tarika วันที่: 1 ตุลาคม 2553 เวลา:12:00:26 น.  

 
จากการที่ผมได้ซื้อมาใช้งาน ฟอรจูนเนอร์ก็คือกระบะดัดแปลงเปลี่ยนช่วงล่างด้านหลัง แต่ระบบต่างๆคือรถกระบะเวลาขับมันเร่งขึ้นเร็วมาก แรงจริงๆ ก็ไอ้เพราะมันแรงนี่แหละคนเลยขับเร็ว ก็ต้องไปปรับเรื่องการขับขี่ การกะระยะห่างของรถคันหน้า ทิ้งระยะให้ปลอดภัย 15-30เมตรในขณะที่วิ่งเร็วผมว่าน่าจะปลอดภัยนะครับ ที่สำคัญหัดใช้เอ็นจินเบรคบ้างถ้าเบรคมันเอาไม่อยู่แล้วจริงๆ หรือไม่รู้ว่าเอ็นจินเบรคใช้ยังไงอีก ก็จากขับDก็ลดมาD3 แล้วเบรคช่วย หรือเอาไม่อยู่แล้วก็ลงD2 D1 เอาให้เครื่องมันเบรคลากล้อหลังไปเลย รถมันมีคุณภาพทุกยี่ห้อครับ แต่คนบ้างคนอาจขาดประสบการณ์ ลองดูครับ


โดย: โน่ IP: 223.205.99.34 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:1:13:15 น.  

 
ผมว่าส่วนนี้ต้องดูที่ รถฟอจูนเนอร์กับวีโก้ มันผ่านมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ถ้าผ่าน ก็คงไม่น่าจะเรียกร้องอะไรได้ ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยใช้ฟอจูนเนอร์อยุ่ร่วม3ปี มีนิสัยชับรถเร็วและแข่งขันรถยนต์เป็นกิจกรรมอดิเรกบ้าง วันแรกที่ผมขับรุ่นนี้ ผมรู้สึกแปลกใจด้วยซ้ำว่ารถสูงๆทำไมช่วงล่างทำได้ไม่แพ้รถเก่งเลยในเรื่องการยึดเกาะถนนและเบรค ผ่านไปมาสักพักผมก็อ่านเจอกระทู้แนวๆนี้แล้วก็เห่อไปเตลมสูญ ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับการตอบสนองใดๆเลย แค่สบายใจว่าได้เคลมแล้ว ผมขับรถด้วยความเร็วสูงสุดตามที่โรงงานเคลมไว้ ใช้เบรคหนักๆบ้างเวลารีบๆ ซึ่งผ้าเบรคไม่เคยมีปัญหาใดๆ เบรคชุดแรดเปลี่ยนที่ห้าหมื่นโล ชุดที่สอง แปดหมื่น ชุดที่สามแสนกว่าๆ โดยส่วนตัวผมมองว่า ถ้าคำว่าเบรคตื้อ เบรคไม่มีแรง ผมไม่เคยรู้สึกเช่นนั้นเลย แต่ที่รู้สึกอย่างนั้น น่าจะนำหนักตัวที่มากเหมืนขับขี่กระบะบันทุกเต็มคันรถ กับยางโตๆที่ทำให้มันหยุดยากกว่าเมื่อเทียบกับรถเก๋งทั่วๆไป การที่เค้าเซ็ตให้ปรับใช้เบรคหน้ามากๆนั้นก็เพื่อให้ผู้ที่ขับรถประสบการณ์น้อยไม่เจอกับอาการล้อหลังล็อคเหมือนอย่างไมตี้เอกซก่อนๆ ซึ่งในความเหมาะสมกับผู้ขับขี่วงกว้าง คงต้องให้เบรคหน้าทำงานเต็มที่มากที่สุด มันคอนโทรง่ายกว่า และฟอจูนเนอร์มันเป็นรถบ้าน เบรคที่มาก็ไม่ใหญ่โตเหมือนอย่างคาเยน แต่ก็เถอะนะ ผมก็เคยเห็นว่ามีคันนึงยุขึ้นไปลงเบรมโบ้ชุดใหญ่มารทะลุแสนกับผ้าเบรคเทพพร้อมกับตัดระบบวาลว์อะไรทิ้งตามสูตรที่เค้าล่ำลือกันมา ทุกคนลองนั่งแวบอกว่าคนละโลกกับเบรคเดิม แต่พออีกเดือนผมเจอผลเทสในนิตยสารเล่มหนึ่ง ผลปรากฎว่าวิ่งทุกรัน เบรคแย่กว่าของสแตนดาททุกรัน ความร้อนสะสมมากกว่าทุกรัน ผมเห็นแล้วก็เข้าท่าดี ผมเคยเอาฟอร์จูนเนอรไปลงแข่งจิมคาน่าเล่นๆอยู่ทีนึง มันไม่ได้แย่เลยไม่ว่าจะเบรคหรือช่วงล่าง วันหนึ่งผมบ้ายุตามที่เค้าบอกๆกันคือให้ไปปรับให้น้ำหนักถ่ายไปหลังเยอะกว่าเดิม มันเบรคดีขึ้น (หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ) ผมปรับจนศูนย์บริการเข้าบอกว่าสุดแล้ว ขับแรกๆก็ไม่มีอะไร เบรคก็ไม่ต่างจากเดิมมาก แต่มีช๊อตนึงเบรคกระทันหันจากรถคันหน้าๆชะลอตัว ซึ่งหากใครชื่นชอบความรู้สึกนั่งไวกิ้งเวลาที่ขับรถสูงๆแล้วท้ายปัดแถๆให้หัวจิกเข้าโค้งเพื่อเตรียมกรอคันเร่งดริฟท์สาดโค้งเหมือนที่ซีคอนเข้าทำกันก็แนะนำว่า วิธีนี้น่าจะมาถูกทาง แต่ผมไปปรับกลับเป็นปกติ เพราะอย่างน้อยๆล้อหลังมันไม่ดื้อแบบเดาไม่ได้ ซึ่งเซฟกว่าสิ่งไหนๆที่เราจะเสี่ยง ส่วนการเบรคไม่อยู่ ต้องถามว่าคุณเอาความรู้สึกตอบหรือเอาตัวเลขตอบ ผมเอาฟอจูนเนอร์เบรควัดกับวีออส มันไม่ได้ต่างกันจนเรียกว่ารถรุ่นนี้มีปัญหาเรื่องเบรค ส่วนกระบะวีโก้ส่งของทุกคัน เข้าหน้าฝนผมเตือนให้ไปปรับเบรคให้มาล็อคล้อหน้า ถ่ายไปหน้ามากที่สุด ถึงจะไม่มีอะไรระทึกช่วงหน้าฝน แต่ผมเชื่อว่า มันไม่ได้มีปัญหาอะไร ผ้าเบรคไหม้ มันก็เป็นทุกคันครับ ไม่ว่าจะเบนซ บีเอ็ม ถ้าเบรคไม่บันยะบันยัง เบรคเอาแต้ม เบรคชิงถ้วย และผมไม่เชื่อหรือเห็นด้วยทั้งหมดที่ว่าเบรคฟอจูนเนอร์ไม่ดีจนเป็นสาเหต"หลํก" ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุให้กับพวกคุณ สาเหตุทั้งหลายผมว่าโดยมาก เพราะดีเซลสมัยนี้มันแรงเกินกว่าที่คิดเยอะ เหยียบไปร้อยแปดสิบง่ายๆ แถมรถสูงๆ ใครๆก็หลบให้ จนลืมกันไปว่าน้ำหนักรถตัวเองเท่าไหล่ น้ำหนักช่วงล่างและยางเท่าไหร่ พอกระทันหันเข้าก็รู้สึกเบรคตื้อ ถ้าคุณขับฟอจูนเนอร์กับยางออกโรงงานแล้วบอกว่าเบรคตื้อ ผมว่าทางแก้ของคำว่าเบรคตื้อไม่ใช่แก้ที่เบรค แต่มันต้องไปแก้ที่ยาง ถ้าบริดสโตนดูเลอออลเทอรเลนยังทำแรงจีได้ไม่สะใจคุณเวลาเบรค คงต้องหันไปคบกับบางไฮเปอฟอม้านซซัมเมอร์ หรือหาซอฟคอมปาวเลย กับแมกฟอจซสักชุด บนถนนทั่วไป เบรคของโรงงานมันดีที่สุดแล้วครับ ต่อให้ไปเอาเบรคซิ่งอะไรมา มันไม่ได้ช่วยมากเท่าไหร่ หน่ำซ้ำจะแย่กว่าเก่า เพราะเบรคซิ่งมันมีอุณหภูมิที่ต่างกับเบรคเดิม มีไว้ทนกับการถูกเบรคแรงๆหลายๆครั้ง แต่ถ้าเอาไปเบรคครั้งเดียว มันก็จะได้เหมือนตัวอย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้า อีกอย่างคือผมเห็นคนเค้าเล่นพิเรนเอาฟอจูนเนอร์ไปลงพีระวิ่งในรุ่นรถกระบะ รถเดิมทุกอย่าง ก็ไม่รั้งท้ายนะครับ และไม่เห็นเค้าเบรคตื้อเลย แข่งจบผ้าเบรคก็ยังไหว ไม่ใช่ผ้าเบรคไหม้และไม่ได้ลงไปขับกินลมแน่ๆครับ แปลกที่กระทู้ดุ่ยๆขึ้นมาว่าเกิดอุบัติเหตุ แต่เกิดเพราะอะไร คนขับ ขับที่ความเร็วเท่าไหร่ ด้วยสภาพร่างกายอย่างไร และสมาธิมากน้อยเพียงใดขณะนั้น แล้วถ้าไอวาลว์นั่น เขาต้องการให้เบรคมันมาทำงานที่ล้อหน้ามากๆเพื่อให้ไม่เสียการทรงตัว นี่เค้าออกแบบผิดหรือพวกคุณใช้ผิดๆเอง ถ้าอยากระยะเลรคสั้นลงอีก ผมแนะนำเอาเอบีเอสออกด้วยครับ อย่าไปใช้มัน เบรคแล้วสู้เท้าอยู่ได้ เสียระยะเบรคหมด ผมเห็นเรื่องนี้ลากข้ามปี มีใครคอยปั่นอยู่เรื่อยๆ พออ่านกันมากๆเข้า กลัวกันไปหมด ชนขึ้นมาก็โทษเบรคไม่ดี รถมีปัญหา เรียกร้องให้เค้าแก้ ผมว่าใครจะแก้ให้ถูก เพราะแก้แบบไหนที่คุณต้องการกัน ถ้าเขาทดสอบแล้วว่าจาก60-0 100-0ต้องได้ไม่เกินเท่านี้ในมาตรฐานที่เป็นสากล แต่คุณเอามาตรฐานคุณมาบอกว่าเบรคซ้ำๆแล้วมันเบรคไหม้ เบรคครั้งหลังๆใช้ระยะทางเพิ่มขึ้น เบรคแล้วไม่ได้แรงจีอย่างที่คุณคาดหวังในช่วงที่กำลังเหยียบกันย่านจะแตะสองร้อย ผมว่าโตโยต้าเขาก็ถอยให้หลายๆอย่าง ถึงขนาดเชิญไปชมโรงงาน ดูขั้นตอนการผลิต หลายท่านที่ไปก็ระดับเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วในวงผู้ใช้ฟอจูนเนอร ในเมื่อความสามารถพวกท่านก็ไม่ด้อยกว่าวิศวกรโตโยต้า ที่สามารถบอกได้ว่าตรงนี้ผิด ตรงนั้นไม่ดี ไอนี่ไม่ถูกต้อง ผมว่าน่าจะเอาฟอจูนเนอร์ในแบบที่พวกคุณพอใจว่าเบรคแบบนี้ถึงเรียกว่าไม่มีปัญหา ไปเจรจากับเค้าให้รู้แล้วรู้รอดกันไป บอกแต่ว่าต้องแก้ให้ฉัน แต่แก้แบบไหนที่ต้องการ ก็ไม่บอกเค้า ไม่แปลกที่เค้าทำให้ไม่ถูกใจ ในเมื่อเค้าสร้างรถขึ้นมา มีมาตรฐานในแบบที่เค้าใช้กันมา แต่คุณผู้ซื้อ ซื้อรถไปแล้วบอกว่านั่นไม่ได้มาตรฐานฉัน คุณต้องแก้ไขให้ฉันนะ เรื่องก็วนไม่จบสิ้น แล้วเราก็ต้องแห่ไปทำเบรคกันที่ไหนสักแห่ง ส่วนที่คุณบอกมาในกระทู้ อ่านไปอ่านมาผมว่าฆ่าตัวเองตายนะครับ ก็วาวล์มันไม่ได้ใช้เพื่อลดระยะเบรค มันใช้เพื่อคำนวนการกระจายน้ำหนักเบรคให้สมดุล แน่นอนว่านั่งคนเดียว วาลว์คำนวนได้ว่าไม่ต้องใช้แรงเยอะก็เบรคได้ ปล่อยให้เบรคหน้ารับภาระไปก็เพียงพอมากกว่าจะให้ล้อหลังมาช่วยเบรคเพื่อเพิ่มอัตราการเสี่ยงที่จะเสียการควบคุมของล้อหลัง พอมีคนนั่งมากขึ้น ก็คำนวนว่าต้องใช้แรงเบรคมากขึ้นเพื่อหยุดน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น จากคนนั่งที่เพิ่มขึ้น ระบบคำนวนว่าต้องใช้แรงเบรคเพิ่มขึ้นเพื่อให้หยุดรถได้ใกล้เคียงกับระยะเดิมมากที่สุด ระบบคำนวนว่าน้ำหนักเพิ่มมาประมาณนี้ งั้นยอมปล่อยให้เบรคหลังทำงานเพิ่มขึ้น เพราะมั่นใจแล้วว่าล้อหลังจะไม่ล้อคแน่นอน เบรคจบ ทุกอย่างทำงานตามหน้าที่ของมันทุกอย่าง ไม่มีตรงไหนผิดพลาดเลย ทุกอย่างทำตามหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ มีแต่คนเท่านั้นที่รถไม่มีปัญหา ก็จะยัดเยียดให้มันมีปัญหาให้ได้ วาลว์ปรับแรงดัน ปรับเพื่อรักษาสมดูล ไม่ให้ผู้ขับคำนวนผิดพลาดในการเผื่อระยะเบรคไม่ว่าจะนั่งคนเดียวหรือบรรทุกเยอะ แต่คุณจะให้มันมีไว้เพื่อกระจายแรงเบรคให้ระยะเบรคสั้นลง แค่ความเข้าใจกับสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมามันก็ผิดแล้วครับ ยังมานั่งทึกทักว่าระบบผิดพลาด ยิ่งนั่งเยอะเบรคยิ่งดี ไม่น่าหลงมาเจอกระทู้นี้เลยครับ ไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้จงใจมาขัด แต่น่าจะมีหลายๆคนอ่านแล้วอารมณ์ขึ้น ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้


โดย: กระทุข้ามเวลา IP: 182.52.61.108 วันที่: 5 เมษายน 2555 เวลา:20:27:19 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณ กระทุข้ามเวลาครับ ผมขับรถและทดสอบรถมาแทบทุกรุ่นในไทย ทั้งเดิมทั้งแต่ง ของเดิมโรงงานน่ะ ดีที่สุดครับ เขาคำนวนมาเฉพาะรุ่นอยู่แล้ว


โดย: คนขับรถ IP: 171.4.183.226 วันที่: 23 ตุลาคม 2555 เวลา:9:55:24 น.  

 
กระทุข้ามเวลา เข้าใจพูดนะ
คุณปรีชา เอาข้อมูลจากการทดสอบ จากการวัดมาแสดงให้ดู แต่อีกระทุ เอามาจากความรู้สึก เชื่อใครดีล่ะครับ
Fortuner ผมปี 2006 เพิ่งเอาไปตรวจสภาพกับ ตรอ. เพื่อจะไปต่อทะเบียน ปรากฏว่า เบรคหลังจับไม่อยู่ ต้องใช้เบรคมือช่วย ถึงจะทดสอบผ่าน หลังจากนั้นอีก 2 วัน ขับรถบนถนนเปียก เบรคแรงแล้วเลี้ยวเข้าซอย ปรากฏว่าล้อหน้าทำงานมาก จนลื่น ABS ทำงาน หน้าแถ เบรคหลังไม่ได้ช่วย ...


โดย: BiG IP: 180.180.61.139 วันที่: 16 กรกฎาคม 2556 เวลา:0:41:49 น.  

 
ผมก็ใช้อยู่ vigo 4x4 เบรคมีปัญหาจริง เลยต้องขยายจานหน้าเป็น 340mm. ถึงได้มั่นใจขึ้น และใช้เกียร์ช่วยเบรค ในเวลาฉุกเฉิน



โดย: โกโบ IP: 183.88.115.175 วันที่: 14 สิงหาคม 2558 เวลา:19:45:05 น.  

 
ผมใช้วีโก้แชมป์ 4x4 เครื่อง 2500 ใช้มาสี่ปี ตอนนี้เบรคมีปัญหาครับ บางครั้งรู้สึกเบรคจับเฉพาะล้อหลัง จึงไม่ค่อยอยู่ ส่วนมากเวลาฉุกเฉินครับ ลากล้อหลังยาวเลย ส่วนล้อหน้าไม่จับ


โดย: นพ IP: 27.145.29.219 วันที่: 16 มกราคม 2560 เวลา:21:23:25 น.  

 
ใช้รถด้วยความกังวลตลอด สุดท้ายต้องแก้ไขเอง


โดย: เป็นเรื่องจริงที่ผู้ใช้ต้องรับชตากรรมเอง IP: 1.46.46.63 วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:17:08:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Preecha Fortuner
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Preecha Fortuner's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.