..ปรารถนาดี weblog เขียนด้วยความปรารถนาดีล้วน ๆ จากใจค่ะ..

Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
12 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
สมถะและวิปัสสนา..

    สมถะ(หรือสมาธิ)  คือความตั้งมั่นแห่งจิต  และวิปัสสนา(หรือปัญญา) คือความรู้แจ้ง  สองคำนี้ใช้แพร่หลายในวงกรรมฐาน จนเกิดความเห็นแบ่งแยกเป็นสองฝักสองฝ่ายเรื่องบทบาทความสำคัญและความสัมพันธ์กันระหว่างสมถะและวิปัสสนา  บางสำนักเน้นเรื่องสมถะ บางสำนักสอนแต่วิปัสสนาล้วน

    สำหรับหลวงพ่อท่านมิได้แบ่งแยกสมถะและวิปัสสนาออกจากกันหรือให้ความสำคัญระหว่างสองสิ่งมากน้อยต่างกัน  แต่ทว่าคำสอนของท่านโยงใยให้เห็นว่า  ธรรมสองข้อนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไรและมีองค์คุณเกี่ยวเนื่องกันเช่นไร

"สมาธิ(สมถะ)  และปัญญา(วิปัสสนา) นี้ต้องควบคู่กันไป  เบื้องแรกจิตจะเข้าถึงความระงับโดยอาศัยวิธีทำสมาธิภาวนา  จิตจะสงบอยู่ได้โดยเฉพาะที่ท่านนั่งหลับตาเท่านั้น  นี่คือสมถะ  และอาศัยสมาธิเป็นพื้นฐานช่วยให้เกิดปัญญาหรือวิปัสสนาได้ในที่สุด  แล้วจิตก็จะสงบ  ไม่ว่าท่านจะนั่งหลับตาอยู่หรือเดินอยู่ในเมืองที่วุ่นวาย  เปรียบเหมือนกับว่าครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นเด็ก  บัดนี้ท่านเป็นผู้ใหญ่  แล้วเด็กกับผู้ใหญ่นี้เป็นคนเดียวกันหรือเปล่า  ท่านอาจจะพูดได้ว่าเป็นคนเดียวกัน  หรือถ้ามองอีกแง่หนึ่ง  ท่านจะพูดได้ว่าเป็นคนละคนกัน  สมถะกับวิปัสสนาก็อาจจะพูดกันได้ว่าแยกออกจากกัน  ในทำนองเดียวกัน  หรือเปรียบเทียบอาหารกับอุจจาระ  อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งเดียวกันและถ้ามองอีกแง่หนึ่งก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนละสิ่งกัน"



     คำว่า  สงบจิต  และ  สงบกิเลส  เป็นนิยามที่หลวงพ่อเลือกมาใช้แทนคำว่าสมถะและวิปัสสนาได้อย่างสมเหตุสมผล  เพราะสามารถชี้นำเข้าถึงหัวใจแห่งการปฏิบัติกรรมฐานได้เป็นอย่างดี

"ถ้าพูดถึงสมถะก็คือที่เรียกว่า  มันสงบจิต  เมื่อเราทำสมาธิเราเข้าไปสงบจิต เรื่องสงบจิตนี้อายุมันน้อยอายุมัน
สั้น ตรงนี้มันไม่สบายมันถูกอารมณ์มาก  เราก็เข้าไปที่ใดที่หนึ่งที่มันสงบ  แล้วก็เข้าไปสงบจิตอยู่ตรงนั้นแต่ว่ากิเลสมันยังอยู่นะ  ไม่ใช่เรื่องสงบกิเลส  ตรงนี้มันแบ่งออกเสียเรื่องสงบจิตมันเป็นอย่างหนึ่ง  เรื่องสงบกิเลสมันก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง

เรื่องจิตมันสงบมันไม่ได้ยินอารมณ์อะไรมาพลุกพล่าน  จิตมันก็สงบไปได้ง่าย  แต่หากว่ามีอะไรมาคุกคามแล้วจิตมันสงบไม่ได้  อันนี้คือมันยังอยู่  มันปล่อยไม่ได้  มันวางไม่ได้ตรงนี้  เรื่องที่เขาสมมุติว่าเรื่องสมถะหรือวิปัสสนา  ถ้าเราพูดส่วนแยกออกมันก็แยกออก  ถ้าพูดส่วนรวมมันก็แยกของมันไม่ได้  มันติดกันอยู่อย่างนั้น  มีญาติโยมหรือสหธรรมิกเคยมาเรียนถามว่า  ทุกวันนี้ฝึกให้เขาทำวิปัสสนาหรือสมถะ  ผมไม่รู้  มันฝึกไปพร้อม ๆ กัน  ถ้าตอบตามความเป็นจริงในเรื่องของจิตจะต้องตอบอย่างนี้  คือฝึกไปพร้อม ๆ กัน  เพราะมันเป็นไวพจน์ซึ่งกันและกัน  เมื่อมีความสงบถ้าไม่มีปัญญามันก็อยู่ได้ไม่นาน"

      หลวงพ่อให้คำจำกัดความอย่างสั้น ๆ แต่ชัดแจ้งในตัวว่า
"ปัญญาคืออาการไหวตัวของสมาธิ  เช่นเดียวกับคำว่า  น้ำไหลนิ่ง  คือสมถะและวิปัสสนาของผู้มีสัมมาปฏิบัติต้องประสานสอดคล้องไหลรินดุจกระแสน้ำ  จิตใจของผู้ประพฤติปฏิบัตินี้เหมือนน้ำนิ่งมันไหล  ถ้าเปรียบเข้ามาในธรรมะก็คือมีสมาธิ  ความสงบที่ประกอบด้วยปัญญา  มีศีล  มีสมาธิ  มีปัญญา  ไปนั่งตรงไหนมันก็นิ่งมันก็ไหลอยู่  มันเป็นน้ำไหลนิ่ง  ทั้งสมาธิ  ทั้งปัญญา  ทั้งสมถะ  ทั้งวิปัสสนามันจะบอกมันเลย  มันอยู่ตรงนี้  ธรรมะเป็นอย่างนี้"

พระธรรมเทศนาโดย
พระโพธิญาณเถร หลวงพ่อชา สุภัทโท
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
จากหนังสืออุปลมณี น.๒๓๓-๒๓๔

...

- กราบนมัสการพ่อแม่ครูบาอาจารย์  สาธุเจ้าค่ะ Smiley
- ขอขอบคุณภาพประกอบจาก internet ค่ะ





Create Date : 12 กรกฎาคม 2556
Last Update : 12 กรกฎาคม 2556 20:43:23 น. 0 comments
Counter : 380 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สติไม่มาปัญญาช้อปเกิด
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สติไม่มาปัญญาช้อปเกิด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.