สดชื่นเหนือคำบรรยาย.. กับเชียงรายหน้าฝน ตอนที่1 สายฝนพาเข้าวัด ลมพัดไปดอยแม่สลอง

สวัสดีครับ

หายไปเกือบปีเลยทีเดียวสำหรับรีวิวการท้่องเที่ยวในแ⁞บบของผม สัญญานะว่าจะเข้ามาอัพเดทให้บ่อยกว่านี้เพราะว่างานเริ่มว่าง และชีวิตเริ่มจะเคลียร์หลังจากผ่านมรสุมมาหนักเหมือนกันครับ ^^ 

เอ้าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า !!


สำหรับทริปนี้เป็นทริปสบายๆ จากตั๋วโปร Air Asia  0 บาท  ที่เราได้จองกันไว้นานที ตั้งแต่ปีที่แล้ว  สมาชิกมี 3 ท่าน เป็นเพื่อนๆ ในที่ทำงานกันนี่แหละ 

โดยโจทย์แบบง่ายๆ ของเรา ในการเดินทางทริปนี้ คือ ตามล่าหาไอหมอก และสีเขียว  (ซึ่งก็ต้องเจออยู่แล้วหละ 555 ก็มาซะหน้าฝนขนาดนี้) 

plan คร่าวๆ คืนแรกเราจะนอนค้างกันที่ดอยแม่สลอง ส่วนคืนที่สองนั้นเราจะขึ้นไปนอนกันที่ภูชี้ฟ้าครับ ^^ 


สิ่งที่น่าหนักใจสำหรับการเดินทางในครั้งนี้คือเส้นทางที่จะต้องขึ้นและลงเขาสูง ทำให้นักขับมือใหม่ด้อยประสบการณ์อย่างผมนั้นชักจะหวั่นๆ  

ว่าแต่จะเอารถอะไรดีล่ะ !!

ผมตัดสินใจจองฮอนด้า Jazz กับทาง Hertz ด้วยโปรโมชัน 890 บาท/วัน  กับสมาชิกสามคน คงชิวๆ ล่ะเนอะ  

ส่วนที่พัก ผมไม่ค่อยเรื่องมากในเรื่องความเป็นอยู่ แต่มากเรื่องในบรรยากาศ ที่พักทุกที่ จะต้องถูกจริตคนอย่างผม (ว่าไปนั่น !)

จะได้พักที่ไหน เดี่ยวลองอ่านกันดูนะคร๊าบบ... 


20/07/2013



ออกเดินทางแล้วจ้า

เราเดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองแต่เช้าตรู่ (เกือบแปดโมง) เดินทางไม่นานเท่าไหร่เราก็ถึงเชียงรายกันแล้วครับ  ลงจากเครื่องมาก็พบกับบรรยากาศค่อนข้างจะครึ่มเพราะว่าเมฆมาก(ทำใจไว้แล้วหละ) 
ที่แรกที่เราจะแวะไปนั้น .. แน่นอนครับ วัด  

ผมกับเพื่อนตัดสินใจจะไปเที่ยววัดพระสิงห์กันครับ โดยค้นหาเส้นทางจาก  Google Map จาก GalaxyS3  แต่ก็หลงจนได้สิน่า..
ที่เชียงรายเช้านี้ รถเยอะจังเลย GPS ก็ไม่ค่อยจะ update สักเท่าไหร่  ใช้เวลาสักพัก จึง Tune ติดและนำทางได้ถูกต้องสักที .. 

ระหว่างที่กำลังเดินทางไปวัดพระสิงห์กันนั้น .. พวกเราดันเจอวัดอีกวัดหนึ่งก่อน ชื่อว่า วัดเจ็ดยอดครับ ใหญ่และสวยงามมากเลยทีเดียว



วัดสวยมากจนสะดุดตาเลยล่ะครับ

วัดเจ็ดยอดเป็นวัดที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จากซากวัดโบราณ ซึ่งไม่มีหลักฐานทั้งชื่อเดิม ผู้สร้างและเวลาที่สร้าง 
แต่เชื่อกันว่าจะเก่าแก่ถึงสมัยอาณาจักรล้านนา 



ลวดลายวิจิตรบรรจง ^^

เมื่ออาณาจักรล้านนาเสื่อมลง ต้องตกอยู่ในอำนาจพม่ากว่า ๒๐๐ ปี โดยมีบางยุคสมัยที่พระมหากษัตริย์อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์กรีธาทัพไปขับไล่พม่าออกไป
แต่ก็ยังไม่สามารถรักษาอาณาจักรล้านนาไว้ได้ตลอด เมืองเชียงรายและเมืองเชียงแสนถูกทิ้งไว้ให้รกร้างเป็นเวลานาน 
จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พม่าไม่อาจมารุกรานดินแดนทางเหนือของประเทศไทยได้แล้ว เพราะมีปัญหาจากการรุกรานของอังกฤษ     
ใน พ.ศ. ๒๓๘๖ พระเจ้ามโหตรประเทศ พระเจ้าเชียงใหม่จึงโปรดให้เจ้าจากราชวงศ์เชียงใหม่นำราษฎรเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง 
เดินทางมาสร้างบ้างแปงเมืองเชียงราย เชียงแสน ให้กลับเจริญรุ่งเรืองดังเดิม



พระเจดีย์เจ็ดยอด เดินขึ้นไปข้างบนได้ (ผู้ชายเท่านั้นนะครับ)

วัดที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในครั้งนั้นมีวัดเจ็ดยอดด้วย ในการแผ้วถางพื้นที่ได้พบซากวัดเก่า มีแนวกำแพง ฐานวิหาร ฐานเจดีย์ 
ปรากฏเป็นพระธาตุ ๗ องค์ทั้งองค์ใหญ่และองค์เล็กซึ่งอยู่ในสภาพชำรุดผุผัง 
พระครูบาคันธะคนฺธวํโส พระภิกษุที่ร่วมเดินทางมาด้วยจึงชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันบูรณะวัดนั้นเป็นวัดประจำหมู่บ้าน หมู่บ้านนั้นจึงชื่อ บ้านเจ็ดยอด ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๘๗ 
แต่บางตำนานจากประวัติศาสตร์บอกเล่าสืบต่อกันมาก็ว่า บริเวณนั้นมี     วัดร้างถึง   ๗ วัด พระครูบาคันธะไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงจังนำมารวมกันสร้างเป็นวัดเดียว 
และสร้างพระธาตุเจดีย์เจ็ดยอดพร้อมทั้งให้ชื่อวัดเจ็ดยอด ตามชื่อวัดโพธารามหรือวัดเจ็ดยอดที่นครเชียงใหม่ 



พระประธานองค์ใหญ่

หลังจากชื่นชมความงามได้สักพัก ฝนก็เริ่มลงเม็ดบ้างประปราย เราตัดสินใจเดินทางไปยังวัดพระสิงห์ตามที่ตั้งใจจะไปกันเป็นวัดแรกครับ
เมืองเชียงรายในวันนี้ รถค่อนข้างเยอะ การจราจรค่อนข้างจอแจและไฟแดงเยอะมากเลย เราค่อนข้างเสียเวลาไปเยอะกับถารติดอยู่บนถนน แต่ถ้าแลกกับการได้เห็นวัดสวยๆ ก็คุ้มล่ะ ^^



จอดตรงนี้แหละครับ

ใช้เวลาไม่นานนัก ... เราก็เดินทางมาถึงวัดพระสิงห๋แล้วครับ  



พระเจดีย์สวยงามมาก สีทองอร่ามเลยครับ



วันนี้โอกาสดีมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เก็บภาพอย่างสบายใจ ^^

วัดพระสิงห์ อยู่ที่ถนนท่าหลวง ใกล้ศาลากลางจังหวัด เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ในปัจจุบัน 



มุมกว้างๆ ครับ

ตามประวัติเล่าว่าเจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนากษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ได้อัญเชิญพระพุทธสิงหิงค์มาจากเมืองกำแพงเพชร 
พระเจ้ากือนาได้โปรดฯ ให้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ 
ต่อมาพระเจ้ามหาพรหมทูลขอยืมพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานไว้ที่เมืองเชียงรายเพื่อหล่อจำลอง



แต่เมื่อสิ้นบุญพระเจ้ากือนาและพระเจ้าแสนเมืองราชนัดดาของพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ เจ้ามหาพรหมคิดจะชิงราชสมบัติจึงยกกองทัพจากเชียงรายไปประชิดเมืองเชียงใหม่
แต่เจ้าแสนเมืองก็สามารถป้องกันเมืองได้อีก รวมทั้งยกทัพตีทัพเจ้ามหาพรหมมาถึงเชียงราย
และครั้งนี้เองที่ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์คืนกลับไปประดิษฐานอยู่ที่วัดพระสิงห์เชียงใหม่สืบมา



วิหารเล็ก วิจิตรบรรจงสุดๆ



ซุ้มประตูนี้ใหญ่และสวยงามมากครับ

ชื่นชมวัดสวยๆ กันอย่างอิ่มใจแล้ว ได้เวลาอาหารกลางวันสักที มื้อนี้อยากทานอาหารริมน้ำจังเลยครับ
เมื่อนึกคิด พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร้านอาหารละแวกนั้น เจอละ ร้านอาหารเล็กๆชื่อดัง(ไม่ขอเอ่ยนาม)   ตรงข้ามวัดพระสิงห์นั่นเอง ...  เราสั่งอาหารตามสั่งหลายอย่างด้วยความหิวโหย .. 

บางอย่างอร่อยใช้ได้ เช่น ส้มตำ ลาบ  แต่บางอย่างรสชาติแปลกๆ ครับ 
เช่น ต้มยำปลา.. ทานไม่ลงเลยครับ ทานได้คำเดียวแล้ววางเลย ...  มันหวานมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นต้มยำของทางเหนือหรือเปล่า แต่พอเจอกับนื้อปลาแล้ว กลิ่นคาวลอยละล่องเลย 
ไก่ทอด หวานมาก หวานเหลือล้น ทานไม่หมดเช่นกัน ..  สงสัย.. เราไม่เคยกินเลยไม่ชินอะ 
สรุป มื้อนี้ไม่อิ่มเลยครับ .. ไปหาทานที่อื่นดีกว่า ..

บ่ายโมงแล้ว .. เรารีบบึ่งรถไปที่ดอยแม่สลองกันดีกว่าน่า .. ไม่รู้เส้นทางจะเป็นอย่างไรบ้าง เท่าที่ได้ทำการศึกษามาอย่างดีพบว่า 
ทางขึ้นแม่สลองนั้นมีหลายเส้นทาง .. เส้นทางที่เราเลือกจะขึ้นไป คือเส้นทาง กิ่วสะไต ครับ  เนื่องจากได้รับการคอนเฟิร์มจากผู้มีประสบการณ์แล้วว่า เส้นทางสวย และไม่ยาก(เหรอออ)



วิวหมู่บ้านสันติคีรี มองจากพระธาตุ

ด้วยอิทธิฤทธิ์ของเจ้า Google Map  มันจะชอบพาเราไปยังเส้นทางแปลกๆ ทุกที  ชอบให้ขึ้นเขาชัน ไปทางรกร้าง หรือเลาะเข้าไปในหมู่บ้าน พอรู้สึกตัวว่าคงไม่ใช่เส้นทางที่เขามากัน .. ก็ต้องวกกลับ
 ... เราจึงเสียเวลาในการเดินทาง นานมาก ... ทุกคนระวังไว้ด้วยนะครับ

และแล้ว เวลาเกือบๆ บ่ายสาม เราก็เดินทางถึงดอยแม่สลองกันแล้วคร๊าบบบ... 

ที่แรกเลยที่เราจะแวะขึ้นไป คือ พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทร์สถิตมหาสันติคีรี  



มีรถเราแค่คันเดียวเองครับ ส่วนตัวสุดๆ ^^

พระธาตุ ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงสุดของแม่สลอง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กม. ยอดสูงสุดที่ระดับความสูง 1,500 ม. 
เหนือหมู่บ้านสันติคีรี  มีถนนลาดยางตัดขึ้นไปยังพระบรมธาตุฯแต่ถนน นั้นก็สูงชันคดเคี้ยวมาก



พระธาตุ เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นรายละเอียดครับ



กระจกสีภายในองค์พระธาตุ

พระบรมธาตุฯ สร้างแล้วเสร็จเมื่อราวปี พ.ศ. 2539 เพื่อถวายเป็น พระราชกุศลแด่สมเด็จย่า  



ฟ้าครึ้ม เหมือนฝนจะตกแล้วครับ

เราพักเหนื่อยจากการเดินทางกันที่นี่ครับ วิวสวยและกว้างไกลมากเลยทีเดียว ..  มองไปทางหมู่บ้านสันติคีรี  เลยออกไปอีกนิด.. ฝนเริ่มตกมาแล้ว จึงต้องออกเดินทางอีกครั้ง ด้วยความหิวเล็กน้อย ^^ 



หาอะไรรองท้องกันดีกว่า ^^



คุ้มนายพลรีสอร์ท

เราลงมาตามเส้นทางที่คดเคี้ยวและลาดชัน จนถึงหมู่บ้านสันติคีรี  ฝนไม่ตกแหะ โชคเข้าข้างเรา.. แน่นอน เราหยุดพักที่คุ้มนายพล และขอลิ้มรสขาหมู หมั่นโถว เห็ดอบซอส และยำใบชาสดกับปลากระป๋อง ให้หายหิวสักหน่อย
อากาศบนนี้เย็นสบาย  ประมาณ 20 องศานิดๆ บวกกับลมที่พัดมา ทำเอาหนาวได้เหมือนกันนะครับ ^^

บ่ายคล้อยเข้าไปทุกที .. หลังจากที่เราอิ่มแปล้จากรีสอร์ทคุ้มนายพล เราก็ได้เวลาเดินทางไปยังรีสอร์ทสุดฮิปที่เราได้จองไว้ .. แม่สลองเอ้าท์ดอร์ นั่นเองครับ 



ไร่ชา 101



ไร่ชาสีเขียวสด ตัดกับใบไม้และท้องฟ้า สวยเลยครับ

ระหว่างทาง มีไร่ชา 101 ให้เราได้แวะเข้าไปถ่ายรูปเล่นครับ บรรยากาศครึ่มฟ้าครึ้มฝน แต่ก๋เดินชมไร่ชาได้สบายดีไม่ร้อนเน้อ ..



อีกมุมหนึ่ง ที่ไร่ชา 101

เราลงมาจากยอดเขาจนแทบจะถึงตีนดอย ใกล้ๆกับภูใจใส เราก็ได้พบทางเข้ารีสอร์ท แม่สลองเอ้าท์ดอร์แล้วล่ะคร้าบ .. 
การเดินทางนั้น ง่ายๆเลย .. จากถนนเส้นหลัก ให้เราเลี้ยวเข้าไปตรงทางลูกรังและขับไปเรื่อยๆ ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงแล้วครับ



แม่สลองเอ้าท์ดอร์ กับวิวเนินเขาสวยๆ



ที่นี่บรรยากาศเงียบมาก เราจัดแจงเรื่องที่พัก สอบถามว่าห้องที่จองไว้อยู่ส่วนไหนของรีสอร์ท ... เมื่อเข้าไปชมแล้วก็พบว่า ห้องพักก็สวยและแนวดีจริงๆ ..
คุณต้อมใจดี  ลดราคาห้องพักให้เรา  2 ห้อง เพียงแค่ 750 บาท และได้รับทราบจากคุณต้อมว่า ค่ำคืนนี้จะมีเราแค่สามคน เหมารีสอร์ทไปเลย ...  ^^



บ้านกระต่าย บ้านนี้ชื่อน่ารักดี มีเตาผิงด้วยล่ะครับ



การตกแต่งแบบแนวๆ หาสิ่งของใกล้ตัวมาช่วยประดับเครื่องเรือน ชอบเลยครับ



สีสันของบ้าน ออก earth Tone เวลาเจอแสงส้มๆ ของหลอดไฟ มันมีเสน่ห์มาก



หนึ่งในห้องนอนของเรา



ห้องนอนสารพัดสี สวยจริงๆ



นั่งชิวๆ ชมบรรยากาศ

เวลาทานอาหารเย็นของเราคือ 2 ทุ่ม  อาหารที่เราทานเป็นอาหารง่ายๆ ปลาเผา แกงอ่อม ต้มจืด และไข่เจียว ...เราจุดเตาผิง และนั่งคุยเล่นกันสักพัก
จากนั้นแยกย้ายและงีบหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ค่ำคืนนี้เป็นคืนแห่งการพักผ่อนที่แท้จริง.. 



อาหารเย็นในค่ำคืนนี้

21/07/2013 
เราตื่นแต่เช้า เดินเล่นรอบๆรีสอร์ทเพื่อสูดไอหมอกเรี่ยยอดเขา สดชื่นมาก 



ยามเช้า ที่ดอยแม่สลอง

ภารกิจของเราในวันนี้ คือ การใส่บาตร .. 
ไม่ใช่การใส่บาตรธรรมดานะครับ .. ใส่บาตรพระขี่ม้าบิณฑบาตจ้า..



พระขี่มา .. ครั้งแรกในชีวิต

แต่เดี๋ยวผมจะขอเล่าต่อในตอนถัดไปนะคร๊าบบ... เดี๋ยวจะรีบมาเขียนต่อจ้า ^^



Create Date : 09 สิงหาคม 2556
Last Update : 23 สิงหาคม 2556 0:50:28 น. 6 comments
Counter : 3275 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:5:07:22 น.  

 
ภาพสวยมากค่ะ ยินดีต้อนรับสู่เชียงรายนะคะ


โดย: kor_pink วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:19:05:42 น.  

 
สวัสดีตอนดึกๆ ครับ ......

บล็อกนี้ ห่างหายจากการ up บล็อกใหม่ไปนานเลยนะครับ กลับมาคราวนี้ ภาพยังสวยแจ่มเช่นเคย ......

วัดทางเหนือ ส่วนใหญ่จะสวยอลังการแทบทั้งนั้น งานสถาปัตยกรรมและปฎิมากรรมของที่นั่นจะแตกต่างจากวัดในแถบภาคกลางและตะวันออกที่ผมคุ้นเคยไปมาก .....

ดอยแม่สลองหน้าฝน บรรยากาศดีเหมือนกันนะครับ ดูเงียบสงบไม่วุ่นวายแบบในหน้าหนาว ที่นั่นเป็นอีกแห่งในเชียงรายที่ผมยังไม่เคยไปเลยนะ อยากไปถ่ายภาพไร่ชาแบบนี้บ้างเหมือนกัน .....



โดย: NET-MANIA วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:0:32:17 น.  

 
ไปครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อเกือบ 30 ปีมาแล้ว
ดูภาพแล้วไม่เหมือนที่เคยมาเลยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:15:10:43 น.  

 
ตอนที่ไปเชียงรายผมไม่ค่อยได้เที่ยววัดในเมืองเลยครับ ไปแค่วัดพระธาตุดอยจอมทอง วัดกลางเวียง และวัดงำเมือง จะเน้นเจาะเที่ยวเชียงแสนซะมากกว่า แต่ถ้าได้ไปรอบหน้าอยากไปวัดพระสิงห์และวัดพระแก้วครับ (มีแต่วัดที่เคยประดิษฐานพระดัง แต่ไม่มีพระดัง T^T)
รอบล่าสุดผมไม่ได้ไปดอยแม่สลองเลย พระธาตุสมเด็จย่าสวยเด่นเห็นแต่ไกลเลยครับ
ส่วนวัดเจ็ดยอดนี่เคยเดินไปไหว้พระตอนเช้าๆ เพราะอยู่ใกล้ที่พักครับ

พลาดวัดเชียงมั่นไม่ต้องเสียดายครับ มีที่น่าเที่ยวอีกหลายวัด ไปเชียงใหม่รอบหน้าไปให้ครบเลยจ้า


โดย: ชีริว วันที่: 13 สิงหาคม 2556 เวลา:22:17:46 น.  

 
หายไปนานเลยนะคุณกาแฟเย็น เนี่ยพอดีกินกาแฟเย็นอยู่เลยนึกถึงกันขึ้นมาเลย อิอิ

ภาพยังเจ๋งเหมือนเดิม แต่ว่าๆ มาคราวนี้เหมือนอยู่ในช่วงนิยมภาพสีสดแบบแรงๆใช่มะครับ ^^


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 16 สิงหาคม 2556 เวลา:14:41:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




กล้องเก่าๆ เลนส์เดิมๆ กับการท่องเที่ยวในสไตล์ของฉัน
ความคิดเห็นล่าสุด
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.