คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
เดินเล่นไปตามทางสายน้ำ



ถนนสายน้ำ

เพิ่งกลับมาจากบ้านหินลาดในค่ะ บ้านนี้อยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นที่อยู่ของพี่น้องชนเผ่าปกาเก่อญอ

ฉันชอบที่นี่เป็นพิเศษเพราะมีเส้นทางสายน้ำให้เดินเล่น เดินไปเรื่อย ๆ หยุดเอาเท้าแช่น้ำได้เป็นระยะ ๆ

ที่นี่ได้ชื่อว่า เป็นที่ซึ่งดูแลป่าไว้อย่างดี เป็นตัวอย่างของคนอยู่กับป่า

ที่นี่ยังปฏิเสธหลายอย่าง ปฏิเสธกองทุนเงินล้านของรัฐ ปฏิเสธไฟฟ้า โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพราะไม่อยากให้หมู่บ้านเป็นเกสเฮ้าส์ ปฏิเสธการปลูกชาแบบมีผู้ให้ทุน แต่ยังรักษาชาป่าเอาไว้เช่นเดิม หมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องชาดี คือชาป่าธรรมชาติ มันขึ้นอยู่ในป่าและต่อมาปลูกเพิ่มเติมบ้างแต่ปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์จากชาป่านั่นแหละ

ครั้งหนึ่งมีผู้จะมาลงทุนให้ปลูกชาแบบที่เขาปลูกกันคือปลูกอย่างจริงจัง ปลูกแต่ชาเท่านั้นเพื่อเพิ่มผลผลิตให้เต็มที่ แต่ที่นี่ไม่ยอม ยังคงรักษาชาป่าเอาไว้ และให้เป็นส่วนผสมผสานซึ่งมีของกินร่วมกับชาถึงยี่สิบชนิด

อันได้แก่ พลับ ส้มโอ มะนาว มะขม ลูกก่อ หวาย และอื่น ๆ รวมทั้งไม้ใหญ่ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ครั้งนั้นถูกหาว่าโง่ จะมามัวทำชาป่าอยู่ทำไม แต่ถึงวันนี้ชาป่าได้รับความนิยมอย่างสูงเพราะใคร ๆ ก็อยากดื่มชาที่ดี ปลอดจากสารตกค้าง ปุ๋ยและสารเคมีอื่น ๆ


ยอดชาสด ๆ เก็บมากับมือ

เดินเล่นเก็บยอดชาพอได้เหงื่อ เพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองยังพอมีแรงอยู่ คนที่ใกล้สูงวัยต้องทดสอบพละกำลังตัวเองอยู่เสมอเพื่อยืนยันว่า เรายังแข็งแรงอยู่ นี่เป็นเพราะว่า ความมันใจเริ่มลดลงแล้วค่ะ
ต้องอาศัยการยืนยันอยู่ตลอดเวลา

เอาละค่ะ ขอเวลาดื่มชาร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศหนาว อุณหภูมิ22 องศาเย็นสบายค่ะ



ดาวใจ ศิริ เยาวชนปกาเก่อญอ



เดินกลับมาก็มีของกิน

**************

ต่อไปนี้เป็นเนื้อที่โฆษณาขายหนังสือค่ะ หนังสือใหม่ ๆ ค่ะ


กว่าจะเป็นหนังสือ

2548 ช่วงนั้นน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่อย่างหนัก

รู้สึกแปลกใจที่เมืองแม่น้ำในหุบเขาน้ำท่วม แต่เพื่อนซึ่งอยู่ริมน้ำบอกว่า เป็นธรรมดาสำหรับคนที่อยู่ริมน้ำ น้ำท่วมวันสองวันก็ผ่านไป ไม่ได้ท่วมนานและไม่ได้เน่าขังจึงไม่มีปัญาหาอะไร แต่น้ำท่วมเดี่ยวนี้มีปัญหามากเพราะน้ำไม่มีทางไป การสร้างผังเมืองใหม่ผิดพลาด ถนนหลายสายกั้นน้ำเอาไว้ ลำเหมืองถูกถม พื้นที่รับน้ำหลายแห่งกลายเป็นบ้านจัดสรร

แม่น้ำปิงสองฝั่งถูกบุกรุกจนเหลือแคบนิดเดียว พื้นที่สาธารณะถูกจับจองไปหมดไม่ใช่แค่ร้านอาหาร โรงแรม เท่านั้นสถานที่ราชการก็มี

ฉันเดินทางไปเชียงดาว หลังน้ำท่วม และตกใจกับบ่อขยะที่ระเบิด บ่อที่ใช้ซีเมนต์ล้อมรอบทั้งสี่ด้าน เป็นที่เก็บขยะมาหลายปี แรงน้ำทำให้มันระเบิดออกสองด้าน ขยะจำนวนมหาศาลทะลักออกไปคลุมหมู่บ้านหนึ่ง มันเต็มไปด้วยขยะ สารพัดขยะ ติดอยู่ทุกแห่งของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประตูบ้าน หน้าต่าง และตามต้นไม้ด้วย เหม็นคลุ้งทั้งหมู่บ้าน หลับตาก็ยังเห็นภาพนั้น สูดดมก็ยังได้กลิ่นในความรู้สึก

น้ำได้ประกาศความยิ่งใหญ่ ระเบิดบ่อขยะออกมา ถนนที่ว่าแข็งแรงรับรถบรรทุกมานับร้อยนับพันคันได้แต่มันก็ทรุดตัวลงเพราะสายน้ำ ถนนจะปิดทางสายน้ำไม่ได้

ยังเห็นอ่างเก็บน้ำแม่ประจุ๋มแตก เกิดน้ำท่วม บ้าน และเรือกสวนไร่นา ถูกดินหินทรายถล่ม ที่นี่ไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนบ้านบ่อขยะ มันสะอาดราบเรียบจริง ๆ ไม่มีอะไรเลยสวนผลไม้ นาข้าว หายไปในพริบตา มีหินทรายมากลบหมด

เรื่องราวในสองปีนั้น ทำให้ฉันต้องรู้เรื่องอีกมากมาย

พื้นที่ป่าต้นน้ำของแม่ปิง มีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่เดี๋ยวนี้พื้นที่ป่ามีการขยายตัวของพืชเศรษฐกิจ มีสวนส้ม กะหล่ำปลี ข้าวโพด ยางพารา พืชเศรษฐกิจทำให้มีการเปิดหน้าดิน เปิดพื้นที่ป่า มีการไถพรวนหน้าดินจนเกิดปัญหาการชะล้างหน้าดินเมื่อฝนตกหนักจึงไม่มีอะไรซับน้ำ และไม่ใช่แต่เชียงดาวเท่านั้นที่อื่น ๆ ก็เหมือนกัน

ฉันพบอุ๊ยคนหนึ่งที่วัดเกตุ อายุ 80 ปี แกบอกว่า วันหนึ่งน้ำปิงที่เคยใสไหลอยู่ทุกวัน กลับขุ่นข้นเป็นสีแดง และนับจากวันนั้นแม่น้ำปิงก็ไม่ใสขึ้นอีกเลย เมื่อถามแกว่า เกิดอะไรขึ้นในช่วงนั้น

อุ๊ยบอกว่า เขาตัดไม้ เป็นการทำไม้ครั้งใหญ่ เปิดสัมปทานไม้ น้ำบนภูเขาทะลักลงมา และน้ำก็ไม่เคยใสอีกเลย บ้านอุ๊ยซุกตัวอยู่หลังถนน อุ๊ยปลูกมะไฟเอาไว้ข้างบ้าน เพื่อไว้ล้างสารพิษจากอากาศและควันพิษจากรถ อุ๊ยหวังว่าจะห็นน้ำปิงใสสะอาดอีกครั้ง

ต่อมาฉันได้รู้จักกับแก่ฝายชื่อลุงหมื่น ทิพยเนตร และพ่อหลวงสมบุรณ์ บุญชู ที่หน้าฝายพญาคำ ในวันที่นายกรัฐมนตรีในปีนั้นมีคำสั่งรื้อฝาย แก่ฝาย และผู้ช่วย รวมทั้งคนเฒ่าคนแก่ กลุ่มผู้ใช้น้ำมาอยู่กันฝาย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรื้อ ถึงขั้นหลายคนประกาศยอมตายและฉันก็รู้จักเหมืองฝายครั้งแรก

คุณถนอม ไชยวงษ์แก้ว ร่วมค้นคว้าและเขียนบทแรกที่เป็นภาพรวมให้ ต่อมาภาคีคนฮักเจียงใหม่เอาไปทำนิทรรศการแม่น้ำปิง

ก่อนหนังสือจะเป็นรูปเล่ม ได้คุยกับแสงดาว ศรัทธามั่น แสงดาวเล่าถึง แม่น้ำปิงเมื่อเขายังเยาว์ ฉันจึงบอกให้แสงดาวเขียนบทนี้

ต่อมา ธนภูมิ อโศกตระกูล กับหญ้าน้ำ ทุ่งขุนหลวง ไปล่องเรือหางแมงป่อง แม่น้ำปิง จึงชวนสองคนมาเขียนด้วย

นี่คือที่มาของหนังสือเมืองแม่น้ำในหุบเขา หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางจำหน่ายสั่งซื้อได้โดยตรงที่ hugchiangmainews@gmail.com ราคา 120 บาท

รายได้เพื่อสมทบทุน ภาคีคนฮักเจียงใหม่ ภาคีคนฮักเจียงใหม่ เป็นกลุ่มคนธรรมดา ๆ มารวมตัวกันเพราะเห็นสภาพบ้านเมืองที่ตัวเองอยู่มีการพัฒนาที่ไม่เหมาะสมในทิศทางที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม

มูลนิธิไทยรักป่าสนับสนุนการจัดพิมพ์



Create Date : 24 กันยายน 2551
Last Update : 24 กันยายน 2551 10:19:28 น. 29 comments
Counter : 951 Pageviews.

 
ผักน่ากินมากๆ



โดย: เช้านี้ยังมีเธอ วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:13:16:38 น.  

 
ผมไม่ได้เดินเล่นไปตามทางสายน้ำ แต่เมื่อวานไปเดินเล่นในห้างสรรพสิืนค้า เจอเขาขายหนังสือจัดรายการอยู่ ผมลองเดินเกร่ ๆ ไปดู ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะงดเว้นการซื้อหนังสือสักระยะ จนกว่าจะอ่านหนังสือที่ซื้อมาสะสมไว้ให้จบไปสักหลาย ๆ เล่มก่อน

ผมเจอหนังสือชื่อ "คนรักและหินหอย"

หนังสือชื่อแปลก

แต่คนเขียนชื่อคุ้น

จากราคาปก 110 บาท ผมซื้อหนังสือเล่มนั้นมาในราคาเพียง 20 บาท

วันนี้เข้าบล็อกตัวเอง เห็นชื่อเพื่อนชาวบล็อกแก๊งที่ชื่อเหมือนคนเขียนหนังสือเล่มนั้นไปทิ้งคอมเม้นต์ไว

บางทีแม้ตัวจะอยู่ไกลกัน แต่ดวงจิตอาจสื่อถึงกันได้

พี่ว่าจริงมั้ย


โดย: 9A วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:13:37:12 น.  

 
เช้านี้ยังมีเธอ

ใช่แล้วผักมีมากมายและน่ากินทั้งนั้น ที่นเขามีการถนอมอาหารหลายอย่างเช่นทำผักกาดแห้ง ทำมะเขือเทศแผ่น


โดย: แพรจารุ วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:20:20:06 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ยาย..

แจมเอง.. งานไม่เข้าน่ะค่ะ เลยเงียบๆ ไป

มีเพื่อนที่อยู่ใน มูลนิธิเพื่อนรักป่า ชวนไปทำงานด้วยเหมือนกัน แต่ไม่กล้าทิ้งบ้านไปนานๆ กลัวกลับมาแล้วน้าจะเหลือแต่กระดูก

แค่แจมไปทำเนียบ กลับมา น้าก็ผ๊อม ผอมแระ

คิดถึงพี่ยาย กับพี่หนอมค่ะ

แจม


โดย: แจมค่ะ IP: 125.24.97.107 วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:20:31:56 น.  

 
เห็นสายน้ำแล้วน่าเดินมาก ๆ เลยค่ะ

ใบชาสด ๆ เป็นยังงี้เอง
เพิ่งเคยเห็น


สำหรับ "หนึ่งถ้วยกาแฟ"
วีเขียนเป็นตอนสั้น ๆ สามารถอ่าน
เฉพาะตอนได้ค่ะ ไม่ต้องอ่านทั้งหมด
เพราะมีจบในตอน และแบบ 2 ตอนจบ
ลักษณะเหมือนซิทคอมน่ะค่ะ

ว่าง ๆ แวะไปอ่านหน่อยนะคะ
ต้องการกำลังใจอย่างแรง

(ขออ้อนหน่อยค่ะ อิอิ)


โดย: โสดในซอย วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:21:24:20 น.  

 
เยี่ยมค่ะ
อ่านแล้วนึกถึงหมู่บ้านที่เคยไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ลำพูน เป็นปกากะญอเช่นกัน
ตอนนั้นกระแสอนุรักษ์ยังไม่เข้ามาเลย แต่บ้านนั้นอนุรักษ์สุดโต่งค่ะ แน่จริงๆ
คงได้กินมุสะโตนะคะ


โดย: หินทิเบตก้อนสุดท้าย (last_tibetstone ) วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:21:49:09 น.  

 
คุณโสดในซอยค่ะ

เข้าไปอ่านแล้วค่ะ อ่านแล้วคิดถึงความหลังครั้งที่ยังชอบไปนั่งร้านกาแฟกับเพื่อน ๆ ยิ่งตัวละครหนึ่งเป็นนักเขียนอิสระด้วย


พี่หินทิเบตเจ้า

ตอนกลับเอาหอวอหรือหอมวอมาด้วยนะเจ้า พี่คงเคยกินแน่ ๆ เลย เมือ่ทำมุสโต๊ะเขาจะใส่ลงไปด้วยแบบเหมือนผักชีนั่นแหละคะ ต้มยำไก่ก็ใส่ค่ะ ครั้งนี้ไปหัดทำ
ข้าวเบ๊อะมาด้วยค่ะ

งานอ้ายไพฑูรย์ลาออกจากงานสำเร็จพี่จะไปร่วมงานกับเขาด้วยไหมที่สถาบันเห็นว่า มีวงเพื่อนเก่าไปบรรเลงด้วย


โดย: แพรจารุ วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:7:37:33 น.  

 
แจม
มูลนิธิเพื่อนรักษ์ป่าอยู่ที่ไหน

มีข้อแนะนำง่าย ๆ ว่า ไปไหนก็ชวนน้าไปด้วย จะได้ผอมไปด้วยกัน


โดย: แพรจารุ วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:8:01:54 น.  

 
เท่าที่เห็นเมื่อวาน หนังสือเล่มนั้นผมเห็นมีอยู่แค่ 3 เล่มเอง แต่อาจจะหลงหูหลงตาไปก็ได้ครับ

เดี๋ยวจะหาโอกาสไปดูอีกทีนึงนะครับ


โดย: 9A วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:9:10:29 น.  

 
น้ำท่วมหม้ายนิ
ได้ข่าวว่าท่วมประโน้นหลายจังหวัด

ใครอ้วนใครผอมหรือท่าน
ที่แน่ๆกลิ่นขัดสนลอยมาแต่ต้นเดือนเลยพี่เอย


โดย: ตาพรานบุญ วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:17:31:02 น.  

 
กำลังเป็นไข้ค่ะ ถึงกับต้องกินยาเม็ดแล้ว ดูอาการตัวเองอยู่สองวัน จำต้องกิน!

ปกติจะไม่ค่อยกินยาหรอกจ้ะ
พยายามรักษาแบบธรรมชาติบำบัดตามรอยมหาตมะคานธี แต่เอาไม่อยู่ ความจริงต้องใช้เวลาอีกแต่ห่วงเรื่องจัดรายการวิทยุ เลยหาทางลัดซะ แย่ค่ะ

เพิ่งได้อ่านเม้นท์ของแพร จารุ เรื่องสารคดี น่าสนใจค่ะ การเขียนลงบล็อกสำหรับพี่หินเป็นเพียงเค้าโครงกระดูก เนื้อน้ำและศิลปะในการปรุงไม่อาจเต็มที่ได้ เหมือนคนปรุงอาหารไม่ครบเครื่อง
นี่ว่าสำหรับพี่หินคนเดียวนะจ๊ะ
งานไพฑูรย์คงไปไม่ได้ค่ะ พรุ่งนี้แล้ว ไข้ยังไม่ลด และอีกวันต้องไปจัดรายการด้วย กลัวช้างล้มค่ะ ยุ่งแน่ๆ
ตอนนี้กำลังซุ่มเขียนนิยาย ขนาดไม่ยาวนัก ได้ครึ่งแล้ว เรื่องศิลปินผู้แสนสุข เดาได้ใช่ไหม ใคร ศิลปินนั่น
รอเจอมาลานชา จะขอซื้อหนังสือเล่มล่าสุดค่ะ


โดย: last_tibetstone วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:17:45:40 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่ะ

คิดถึงอยู่อย่างนี้
ความหวังดียังมีให้
รับรู้ว่าห่วงใย
และส่งใจไปถึงกัน


โดย: teansri วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:5:13:49 น.  

 
กลับบ้านปีที่แล้ว..ขึ้นไปแม่อาย
ตกใจมาก...ไม่ใช่เห็นสวนส้มเต็มภูเขาสูง
แต่เห็นเขาหัวโล้นลิบๆสุดตา
ถามกันเองว่าถ้าลำพังแค่ชาวเขา ชาวบ้านที่เขาอาศัยอยู่ตรงนั้น...เขาโค่นป่า ทลายภูเขาได้กว้างใหญ่เพียงนี้รึ ?

แอบชอนไชสายตา...ยอดยางอ่อนอายุไม่เกิน 3 ปี ลับแลอยู่ในซอกเขาด้านใน หมายความว่าอย่างไร...คนที่อาศัยอยู่ในซอกเขา
รู้จริงหรือว่ายางพาราให้อะไรกับเขา...
แล้วจะแปลกใจอะไรหนอ....ที่แม่อาย แม่สลองกลายเป็นเช่นนั้น

จึงบังเกิด.....เมืองแม่น้ำในหุบเขาขึ้นมา

เจอคนเมืองนนท์หรือยังคะพี่ยาย...ท่าทางจะติดใจเชียงดาว จนอยู่ยาวแล้วกระมัง


โดย: ปลายแปรง วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:8:33:11 น.  

 
แวะมาเยี่ยมบ้านนักเขียนครับ
ยังไม่เคยอ่านงานของคุณเลย

ถามเรื่องหนังสือเล่มโปรดหน่อยนะครับ
ฝากไปบอกที่
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amp-atom&month=08-2008&date=21&group=3&gblog=97

เวลาเจอนักเขียน มักจะถามว่า เล่มไหนในผลงานของคุณที่แนะนำให้ผมอ่านเป็นเล่มแรก
ถามคุณด้วยคนนะครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:7:08:27 น.  

 
สวัสดีครับพี่


เมื่อวานนอนอ่าน "ตามรอยฝัน"
ทั้งวันด้วยความติดพัน
อ่านจบตอนเกือบๆเที่ยงคืน
ตื่นมาเลยนึกถึงพี่ครับ

นึกภาพตามความเหนื่อยเหน็ด
ขณะพาครูจรัลไปหลับนิรันดร์ที่ดอยเชียงดาวแล้ว
....

....


ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อเลยครับ



โดย: ก๋าคุง (กะว่าก๋า ) วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:8:33:35 น.  

 
สวัสดีจ้ะยาย

เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย

ที่ว่าจะไปตอนนั้นคือที่นี่ใช่ไหม ?

คราวหน้าฟ้าใหม่คงมีโอกสได้ไปด้วย

ไปแบบนี้ชอบ ๆๆ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:21:12:24 น.  

 
พ่อพเยีย

ใช่แล้วเส้นทางสายน้ำนี่แหละ เดือนธันวาคมเราจะไปอีกเพราะน้อง เยาวชนที่นั้น เขาอ่านแผ่นหลังพ่อแล้วอยากเขียน และพวกเขาอยากทำหนังสือของตัวเองด้วย

น้อง ๆ เขาเรียนกศน.กัน (มีทั้งหมด 20 คน แต่สนใจงานเขียนตอนนี้ 10 คน)

หากว่าสนใจจะร่วมเดินทางไปด้วยก็ได้ ที่น่าสนใจคือพวกเขาขอมาเอง

ไปสามวันสองคืนอบรมเชิงปฏิบัติการณ์ กำลัง สำหรับนักเขียนที่มีจิตสาธารณะร้อยเปอร์เซ็นต์ มีรถรับส่งจากเฃียงใหม่และหมู่บ้าน กับมีอาหารกิน(อาหารจากป่าบ้านหินลาดในนั่นแหละ)

ถ้าโดมสนใจและอยู่เชียงใหม่ช่วงนั้นก็ไปด้วยกันได้



โดย: แพรจารุ วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:12:02:29 น.  

 
ปลายแปลง

เมืองแม่น้ำในหุบเขาน่าห่วงใยมาก พื้นที่หลายแห่งอยู่ในภาวะเสี่ยง ดินถล่ม บางแห่งเขาทำนายว่า ภายในสิบปี จะเหลือเพียงชื่อหมู่บ้านก็มี

พี่กำลังทำบันทึกหมู่บ้านที่คาดว่าจะหายไปจากดินถล่ม

ว่าไปแล้วเกิดจากการทำลายป่าจริง ๆ โดยเฉพาะการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ยางพารา ส้ม และตอนนี้กำลังส่งเสริมปลูกพืชเพื่อใช้เป็นพลังงาน อย่างสบู่ดำ ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการพื้นทีซึ่งว่างเปล่า ไม่ชอบร่มเงา

พูดแล้วเศร้านะปลายแปลง


โดย: แพรจารุ วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:12:08:06 น.  

 
กะว่าก๋า สวัสดีค่ะ

เมื่อวานเข้าไปอ่านเรื่องภาษาสมัยใหม่ในบล็อกของคุณแล้ว เห็นด้วยกับที่นำเสนอค่ะ

ภาษาชุดหนึ่งมาแล้วก็ไป บางคำพี่ก็ชอบพูด เช่นคำว่า มาก ๆ เขาจะพูดว่า มัก ๆ

เมื่อวานเข้าไปคอมเมนต์ที่บล็อกก๋าไม่ได้ค่ะ

ในช่วงที่เดินป่าดอยเชียงดาว เหนื่อยมาก เพราะเราไม่รู้จักดอยมาก่อน ไม่รู้จะเตรียมพร้อมอย่างไร แต่ดีใจที่เดินไปถึง เป็นเรื่องราวหนึ่งที่คิดถึงได้อย่างเป็นสุขที่ได้ทำ

คิดว่าจะเดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาวอีกครั้งแบบค่อย ๆ เดินไป สัก 4 วัน

ใครรีบให้ไปก่อน แต่เราจะไปช้า ๆ แบบผู้สูงวัย




โดย: แพรจารุ วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:12:50:10 น.  

 
แล้วเล่มไหนล่ะครับ ที่เป็นผลงานของแพรจารุที่จะ
แนะนำให้ผมอ่านเป็นเล่มแรก


โดย: คนขับช้า วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:19:08:03 น.  

 
คนขับช้า

อยากอ่านเล่มไหนก็ไปอ่านเถอะ ที่พอจะหาในตลาดหนังสือได้ ตอนนี้ น่าจะมี "แผ่นหลังพ่อ" (เป็นวรรณกรรมเยาวชน) กับคนรักและหินหอย เป็นรวมเรื่องสั้น นอกนั้นก็น่าจะเป็นหนังสือเก่าที่ถูกเก็บแล้ว

ขอบคุณนะคะ คนขับช้า อยากถามว่าอะไรทำให้คุณใช้ชื่อคนขับช้า


โดย: แพรจารุ วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:12:29:19 น.  

 



จั น ท ร์ แ จ่ ม ใ ส จ๊ ะ

ย้ายน้ำตกยกมาให้ชื่นชมถึงบ้าน นะจ๊ะ นะจ๊ะ

รักษาสุขภาพ และมีความสุขกับวันดีๆทุกทุกวันจ๊ะ



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:21:13:26 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ยาย รูปที่ถ่ายมาสวยจัง ดูแล้วชื่นใจ

พออ่านบล็อกนี้แล้วก็เกิดความคิดว่า น่าจะมีหนังสือที่เขียนกับวิถีชีวิตของชาวปกาเก่อญอบ้าง แล้วพออ่านเรื่อยมาก็เห็นพี่บอกว่ามีน้องๆ อยากจะเขียนหนังสือแล้วก็ดีใจค่ะ

ตอนที่ปอมเรียนที่นี่ ได้ลงเรียนวิชาวรรณกรรมเยาวชนหลากวัฒนธรรม เรียนแล้วก็นึกถึงวรรณกรรมที่บ้านเราว่า ไม่ค่อยมีวรรณกรรมที่มาจากต่างวัฒนธรรมมากนัก เด็กๆ เรารู้จักกันแต่คนเชื้อชาติไทย แต่ไม่เคยรู้จักเลยว่าเรายังมีเพื่อนร่วมประเทศที่เชื้อชาติต่างกัน มีวัฒนธรรมย่อยที่ต่างกัน ทำให้คนไทยไม่รู้จักกัน

ที่อเมริกาจุดประสงค์ของการส่งเสริมการอ่านวรรณกรรมเยาวชนหลากวัฒนธรรมก็เพื่อเปิดโลกให้แก่เด็กๆ ให้รู้จักเพื่อนที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายต่างจากกระแสหลัก เพื่อปลูกฝังให้ใจกว้างยอมรับบุคคลที่แตกต่างไปจากพวกของตัวเอง เพราะอเมริกามีคนหลากหลายเชื้อชาติมาก และมีปัญหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ เล่ายาว...สรุปคือ พอเรียนวิชานั้นแล้ว ก็อยากให้บ้านเรามีการส่งเสริมแบบเขาบ้างน่ะค่ะ

ไม่จำเป็นว่าต้องจำกัดแค่ว่าเป็นหนังสือจากชนเผ่า หรือชนกลุ่มน้อย แค่วรรณกรรมที่มาจากภูมิภาคแตกต่าง ก็ถือว่าเป็นวรรณกรรมแนวหลากวัฒนธรรมได้แล้วนะคะ บ้านเราแต่ละภาคนี่ต่างกัน ภาษาที่ใช้ก็ต่างกัน ถ้ามีการเขียนหนังสือซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมที่ต่างกันเหล่านี้ ก็น่าสนใจมากๆเลยค่ะ


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 7 ตุลาคม 2551 เวลา:7:46:56 น.  

 
แวะมาทักทายพร้อมส่งข่าวค่ะ



หนังสือ SINGLE WOMAN IS SIMPLE อย่าเชื่อในรักนิรันดร์ วางแผงแล้วค่า
คลิกที่ปกอ่านรายละเอียดนะคะ ขอบคุณค่ะ



โดย: เช้านี้ยังมีเธอ วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:22:58:06 น.  

 
สวัสดียามเช้าของวันอาทิตย์ครับ


โดย: ธารดาว IP: 202.149.25.197 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:5:14:46 น.  

 
สวัสดีครับคุณยาย
เห็นยอดชาแล้ว
อยากกินส้ายอดชา ใส่มะกอก
น่าจะอร่อยน่ะครับ
ผมเคยกินที่บ้านปางมะโอ อ.เชียงดาว
บอกได้เลยครับว่าสุดยอด


โดย: ดอกเสี้ยวขาว วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:18:21:37 น.  

 
พี่ยาย...
ยังไงถ้ามาถึงเชียงดาวแล้ว โทรหากันเน้อ...



โดย: ภู IP: 118.175.184.138 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:23:51:07 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ไม่ได้มาทักทายซะนานเลยค่ะ
มาทักทายให้หายคิดถึงค่ะ
เอาไว้ว่างๆจะเข้ามาอ่านน่ะค่ะ
ยังรออ่านเรื่องแม่ของน้าน่ะค่ะ
เมื่อไหร่จะเขียนต่อค่ะ


โดย: เบญจวรรณ IP: 61.7.231.130 วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:11:01:25 น.  

 
แวะมาเยี่ยมจ้ะ
พักนี้เดาว่าคงจะเหน็ดเหนื่อยกัน เมื่อวานเจอน้อย อัคนี ท่าทางอิดโรยน่าดู เขาเพิ่งออกมาจากประชุมอะไรสักอย่าง ( ไม่ได้ถาม)
บ่นเหนื่อยๆอยู่เหมือนกันค่ะ



โดย: หินทิเบตก้อนสุดท้าย IP: 203.170.208.171 วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:19:01:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.