คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
23 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
จดหมายจากนาอ่อนฉบับที่ 3






ดอยสูงฟ้าหม่น



จดหมายจากนาอ่อน

คุณหญิงที่รัก


"มาตากอากาศ ในสนามรบกันเถอะ" (เคยได้ยินคำพูดนี้มาจากหนังสือเล่มไหนหรือหนังเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ช่างเป็นประโยคที่เหมาะสมกับเวลาจริง ๆ)


คุณหญิงคงจำได้ว่าในจดหมายฉบับแรกที่ฉันบอกคุณหญิงว่าโชคดีแล้วที่ไม่ได้มากับฉัน ลำพังฉันไม่เป็นไร

แต่รู้สึกเสียใจที่พาหลานสาวมาด้วย

คิดไปตลอดทางว่า หากเกิดอะไรขึ้น พี่สาวคงจะไม่ให้อภัยฉันแน่

เช้าวันนี้กำลังจะออกจากหมู่บ้านและพบว่า ฝาปิดน้ำมันหายไปตอนไหนก็ไม่รู้คิดว่า มันคงหลวมและหลุดไปเพราะรถเก่าเหลือเกิน เป็นรถเช่าที่สภาพข้างนอกดูดีมาก หรือไม่ก็ตอนแวะเติมน้ำมันคนเติมมันไม่ได้ปิดให้

สาวตั๊กไม่มีทางเลือกนอกจากเอาถุงพลาสติก มาหุ้มไว้และใช้หนังยางรัดไว้ ฉันแอบคิดในใจอย่างสยอง ๆ ว่า หากรถเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำตกเขาเราจะไม่มีทางรอดเลยเพราะน้ำมันจะไหลออกมา ไฟจะลุก เราจะถูกไฟไหม้หยิกงอตายอยู่ในรถ

ชีวิตพลาดไม่ได้เลย

ก่อนจะเดินทางกลับสาวตั๊กน้องอาสาสมัคร คอส. ต้องไปบ้านแปะแซมก่อน นัดกับพ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านไว้แล้ว ฉันคิดว่าก็ดีเหมือนกันเพราะอยากจะไปดูสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ตามพระราชดำริ บ้านแปกแซม

ที่บ้านแปกแซมนี่แหละที่ชาวลีซูบ้านนาอ่อนอาจจะต้องย้ายไปอยู่

เส้นทางลำบากมากเพราะถนนยังลื่นอยู่แม้ว่าฝนจะหยุดตกไปแล้ว ถึงสถานีฯ ตั๊กขอขับรถเองเหมือนเดิม และเพราะหนุ่มเมาขับได้น่าหวาดเสียวมาก และตลอดทางฉันก็คิดถึงถุงพลาสติกและหนังยางที่รัดฝาปิดน้ำมันไว้

เราหยุดที่สถานีฯเห็นชาวเขากำลังเข้าแถวเตรียมออกทำงาน เมาเข้าไปถามหนุ่มคนหนึ่งท่าทางเป็นหัวหน้าว่าพ่อหลวงอยู่ที่นี่หรือเปล่า เขาบอกว่าอยู่ในหมู่บ้าน

เราเข้าไปตามเส้นทางที่สวยงาม แต่ไม่ค่อยกล้าจะมองใกล้ ๆ ไต่ไปตามทางไหล่เขาไปเรื่อย ๆ จนถึงด่านกั้น มีทหารเฝ้ายาม ถามว่าจะไปไหน และมาจากไหน ฉันไม่รู้ว่าตั๊กตอบว่าอะไร แต่เขาก็ให้ผ่านไปโดยดีหลังจากดูบัตรประจำตัวแล้ว


หมู่บ้านแปกแซม ดูเป็นหมู่บ้านที่ดูสวยงามกว่าบ้านนาอ่อนมาก ตั้งแต่ตัวบ้าน การจัดวางดูสวยงาม ฉันรู้มาว่าครั้งหนึ่งหมู่บ้านแปกแซมและสถานีฯแห่งนี้ เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้านชายแดน หรือมีความพยายามจะให้เป็น จำไม่ได้ว่าไปอ่านมาจากหนังสือเล่มไหน และเมื่อเป็นเช่นนี้ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา

การผ่านด่านทหารก็ไม่น่าจะกลัวอะไร ทหารก็ดูใจดี ยิ้มแย้มหัวเราะกับเรา เมื่อตั๊กหาบัตรไม่เจอ

เราลงจากรถเดินเข้าไปถามหาพ่อหลวง ผู้ชายคนหนึ่งชี้ให้เข้าไปด้านใน บอกว่าบ้านพ่อหลวงอยู่ท้ายโน้น ไปตามทางที่เขาชี้บอก พบว่าบ้านห่าง ๆ เหมือนกับว่าจะไม่มีบ้านแล้ว

จึงหยุดถามอีกครั้ง คราวนี้หนุ่มเมาลงไปคนเดียว และกลับขึ้นมาบอกว่า เรารีบออกไปจากที่นี่เถอะท่าทีไม่น่าไว้วางใจ

“มีอะไรเหรอ” ตั๊กถาม
“เออน่า ออกไปก่อนแล่วจะเล่าให้ฟัง”
“มีอะไรก็บอกมาซิ จะได้ช่วยกันคิด”
“ เดี๋ยวจะบอกออกไปก่อน”
“ก็บอกมาเลยซิเอ้อ มันจะอะไรนักหนา”
“นั่นนะซิ.” สาว ๆ ลงความเห็นพร้อมกันว่าให้หนุ่มเมาพูดมาเลย

ยังไม่ทันจบคำเถียงกัน มอเตอร์ไชค์ทหารคันหนึ่งก็ตรงเข้ามา หนุ่มเมาพูดขึ้นว่า ตามมาแล้ว

“คงไม่หรอกเขาคงมาตามปกติของเขา มองโลกในแง่ดีไว้”ฉันบอกหนุ่มเมา แต่ก็หวั่น ๆ ในใจ

อ้าว ไม่ปกติแล้ว เขาโบกมือให้เรา เป็นสัญญาณให้หยุดรถ และถามว่าไปไหน มาจากไหน มาทำอะไร

หนุ่มเมาลงจากรถไปคุยกับเขา ตั๊กบอกทหารว่า ขอไปจอดที่ราบ ๆ เรียบ ๆ หน่อยนะ เขาพยักหน้า

เรานั่งลังเลอยู่ชั่วครู่ อยากจะบอกตั๊กว่า ให้เธอลงไปคุยเองดีกว่า ทาทีของหนุ่มเมาเขามั่นใจตัวเองเกินร้อย และลักษณะของเขาเป็นผู้คงแก่เรียนอยู่ด้วย แม้ว่าหน้าตาดีก็ช่วยอะไรไม่ได้ในสถานการณ์นี้ ถ้าสาวตั๊กลงไปพูดเองสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ยังไม่ทันได้ตัดสินใจ หนุ่มเมาก็ขึ้นไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไชค์ทหาร และทหารก็หันมาตะโกนบอกว่า ขับตามมา

สถานการณ์อย่างนี้จะทำอะไรได้นอกจากขับตามไปอย่างว่าง่าย เราไม่พูดอะไรกันเลย ต่างนิ่งเงียบเหมือนเป็นใบ้ชั่วขณะ

แต่ทันทีที่รถผ่านเข้าไปในเขตทหาร เห็นปีน เห็นหลุมหลบภัย เห็นพวกทหารที่ประจำการอยู่กระโดดลงหลุม ไม่รู้ว่าสายตาในจินตนาการหรือเห็นจริงฉันรู้สึกเหมือนว่ากระบอกปืนตรงมาทางรถของเราที่ขับเข้าไป

ตั๊กเดินตามเมาเข้าไปข้างใน ส่วนฉันและหลานรี ๆ รอ ๆ อยู่ข้างนอก เพราะไม่รู้ว่าจะวางจังหวะตัวเองอย่างไร และตื่นตาตื่นใจกับหลุมหลบภัย ปืนยาว อยากจะชะโงกหน้าไปดู อยากจะไปถ่ายรูปด้วย

อะไร ๆ มันเกิดขึ้นเร็วจริง ๆ ในขณะที่หมุ่มเมากับสาวตั๊กกำลังถูกสอบอยู่ด้านใน ทหารคนเดิมก็ออกมาดูฉันกับหลาน เขาเริ่มต้นด้วยคำถามว่า มาทำไมและอยู่ที่ไหน

ก่อนจะตอบฉันเริ่มต้นด้วยการขอโทษเขาก่อน ที่ทำให้เขาเดือดร้อนยุ่งยากใจ น่าแปลกที่ว่าในเวลานั้นฉันรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ฉันคิดว่าน่าจะเป็นหัวใจของแม่ที่อยู่ในตัวฉัน ซึ่งนานครั้งจะแสดงออกมา แม่เป็นคนขี้เกรงใจคนเป็นที่สุด และแม่ไม่กล่าวโทษใคร ไม่ทะเลาะกับใคร เรียกว่าไม่เคยมีปัญหากับใครเลย บ่อยครั้งที่ฉันไม่ได้ดังใจเพราะดูเหมือนแม่จะยอมใคร ๆ เขาไปทั่ว อย่างเรื่องนี้ ถ้าแม่รู้แม่ก็จะพูดว่า เขาก็ไม่ชอบใจ เขาไม่เข้าใจลูกนะซี

ในช่วงสถานการณ์คับขันอย่างนี้ การขอโทษทำให้ทุกอย่างดีขึ้นจริง ๆ เสียงเข้ม ๆ ดุ ๆ ก็เบาลง และคำพูดที่ออกมาจากปากเขาก็น่าฟังขึ้น เขาพูดว่า เราเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกคุณหากว่า ทางฝ่ายไหนยิงเข้ามาจะทำอย่างไร ที่นี่เป็นชายแดนไม่ได้เหมือนที่อื่น

และเริ่มต้นที่คำถามเดิมว่า มาจากไหน และเป็นใคร

ฉันตอบออกไปว่า เป็นนักเขียน ดูเหมือนครั้งนี้ฉันจะพูดเต็มปากเต็มคำว่า “เป็นนักเขียน” ครั้งก่อน ๆ เมื่อถูกถามว่าเป็นใคร หรือทำอะไร ฉันก็จะตอบว่า เป็นคนเขียนหนังสือ เพราะว่าคำว่า “นัก” หมายถึงมืออาชีพ และรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เป็นมืออาชีพ จึงคิดว่าเป็นได้แค่คนเขียนหนังสือได้หรือพอเขียนได้

หลานสาวรีบพูดขึ้นว่า มีหนังสือที่น้าเขียนด้วย เอาหนังสือให้ดีกว่า

ว่าแล้วเธอก็รีบเข้าไปในรถ รื้อค้นหนังสือในกระเป๋า เรามีแต่หนังสือเยาวชน หนังสือเด็ก หน้าปกหนังสือเล่มนี้มีป้าย เครื่องหมาย “ยูนิเซฟประเทศไทย”

แน่นอน คนทำงานแบบนี้ ย่อมเป็นคนมีจิตใจที่ดี รักเด็ก รักธรรมชาติ และเสียงเพลง ไม่ชอบความขัดแย้ง ( อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้นคุณหญิง)

ดูเรื่องราวต่อไปดีกว่า
สถานการณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะคุณหญิง ทหารบอกฉันว่า หัวหน้าเขาก็ชอบอ่านหนังสือ และเขาชอบด้วยที่มีคนขึ้นมาเขียนเรื่อง และยังบอกว่า มันไม่ยุ่งยากอะไรถ้าประสานงานมาให้จริงจังกว่านี้

เขาถามว่าชื่อฉันอยู่ตรงไหน ในหนังสือเล่มนี้ และช่วยเซ็นชื่อไว้ด้วย ที่ติดต่อด้วยเขาจะได้รายงานได้ถูกว่า คุณแพรจารุ นักเขียนกับคณะจำนวนสี่คนมาที่นี่

ฉันเซ็นให้เขาว่า เป็นที่ระลึก และบอกที่ติดต่อพร้อม เพราะฉันเชื่อว่า ฉันทำในสิ่งดี ฉันจริงใจ เธออย่ามาว่าฉันโง่เลย ฉันไม่กลัวโง่หรอก เรื่องโง่มันช่วยไม่ได้จริง ๆ

“คุณชอบอ่านหนังสือหรือเปล่า ถือว่ามอบไว้ให้อ่านหรือให้ไว้เป็นที่ระลึกแล้วกันนะคะ” ฉันชวนคุยต่อ

เขาพยักหน้าและถามว่าไปไหนมาบ้างแล้ว ฉันบอกว่าเมื่อคืนนอนบ้านนาอ่อน ถ่ายรูปและคุยกับชาวเขา
“ที่นี่สวยดีนะคะ กลางคืนคงจะหนาวมาก” ฉันพยายามคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ

ฉันว่าความไว้วางใจเกิดขึ้นเพราะเราไว้วางใจเขาก่อนนั่นเอง เขาจึงชวนเข้าไปข้างในไปรวมกับสองคนนั้น เมื่อฉันเข้าไป หนุ่มเมาก็ได้โอกาสลุกเดินสองสามก้าว เขาคงรอโอกาสนี้มานาน

ทหารบอกให้ดื่มน้ำดื่มกาแฟได้ด้วย
เห็นไหมล่ะ กาแฟมาแล้วทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น

เอาละ...อย่างไรก็มาแล้วขอชื่นชมทิวทัศน์หน่อยเถอะ สวยจริง ๆ

ความงามกับความตายช่างอยู่ใกล้กันจริง

ฉันสบตากับสาวตั๊กเป็นคำถาม “ว่าไง”
สาวตั๊กตอบเบา ๆ ว่า เขากำลังจะยิงเรา ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดเล่นหรือพูดจริง

ในสถานการณ์อย่างนี้ เธอไม่น่าจะพูดเล่น นั่งอยู่ครู่หนึ่ง ฉันรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อยากออกไปจากเร็ว ๆ

และต่อไปนี้ทุกคำพูดเป้าหมายเพื่อออกไปจากที่นี่

ไม่นานมีทหารคนใหม่เข้ามาเป็นระดับหัวหน้าเข้าไปอีก โชคดีเหลือเกิน ทหารคนเดิมที่ฉันให้หนังสือและเขายังกอดหนังสือไว้กับอก เขาได้ช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี เขาพูดแทนเรา และอธิบายบายให้หัวหน้าที่เขาเรียกว่าผู้การฟังอย่างละเอียด ว่าเราเข้ามาเพื่อจะถ่ายรูปและเขียนหนังสือ เรานัดกับพ่อหลวงไว้แล้วแต่พ่อหลวงไม่อยู่ พร้อมกับเอาหนังสือยื่นให้ดู หัวหน้าเขาถามว่าต้องการข้อมูลอะไรบ้าง

สาวตั๊กบอกว่าอยากรู้ข้อมูลพื้นฐานของหมู่บ้าน จะมาคุยกับพ่อหลวงแต่พ่อหลวง พ่อหลวงน่าจะบอกได้

“จำนวนคนอยู่ไม่ค่อยแน่นอนเป็นเขตชายแดนมีตายบ่อย ตายกันเรื่อย ๆ ” ท่านว่าอย่านั้น

ในจังหวะนั้นเองฉันบอกท่านว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร และคิดว่าเราควรจะไปขอข้อมูลพวกนี้ได้ที่ไหนดี ที่อำเภอน่าจะได้นะ

ในช่วงที่เขาทำท่าครุ่นคิด ฉันก็พูดต่อว่า เราไปที่อำเภอกันดีกว่า

ก็ใจของฉันอยากจะออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว อยู่ ๆ ฉันก็คิดขึ้นมาว่า หากว่าถูกกักตัวอยู่ที่นี่ จะมีคนเดือดร้อนมากมาย มีใครสักคนต้องมารับ หรือหากเรื่องรู้ไปถึงพี่สาว ถึงแม่ พวกเขาจะพากันเป็นห่วง แม่จะไม่สบายใจเปล่า

“เอาอย่างนี้นะคะ ไม่รบกวนแล้ว”
“เอาอย่างนั้นหรือครับ แต่ต่อไปถ้าจะมาก็ติดต่อมาก่อนนะครับ”

สาวตั๊กถามว่าจะติดต่ออย่างไร ฉันล่ะฉุนสาวตั๊กจริง ๆ วิญญาณคนทำงานขึ้นสูงเหลือเกินหล่อน แทนที่จะได้รีบออกไป เท่ากับเปิดประเด็นใหม่

หยุดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ตั๊กเดินตามเข้าไปข้างในอีกครั้งทหารให้กระดาษมาแผ่นหนึ่ง

ฉันเดินไปรอที่รถกับหลานสาว

ทหารมาส่งที่รถ ไม่รู้ว่าทหารคนไหนพูดหยอกเล่นว่า ขับรถเก่งนี่ เดี๋ยวชวนอยู่ที่นี่เลย ในช่วงนั้นหลานสาวกับตั๊กพูดขึ้นพร้อม ๆ กันว่า เอาคนนั้นไว้ได้ไหม และชี้มือไปที่หนุ่มเมาซึ่งขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย

ก่อนออกรถทหารบอกว่า ให้เราแวะที่สถานีฯ เพื่อเอาผักไปกิน แต่เมื่อถึงสถานีเราก็ขับผ่านเลย เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช้ผักที่สถานี แต่บ้านที่นอนอุ่นต่างหาก ฉันคิดว่า เราต่างคิดไม่ต่างกันในเวลานี้ อยากจะกลับไปหาคนที่บ้าน

เมื่อลงมาถึงตลาดเปียงหลวง พวกเราหัวเราะออก หยุดเดินเล่น ซื้อของ กินอาหารไทยใหญ่


อาหารไทยใหญ่


เราเริ่มคุยกัน

หลานสาวบอกว่า เธอสวดมนต์ตลอด อิติปิโส ภควา...ฉันไม่ได้ถามว่าเธอสวดกี่จบ เริ่มตั้งแต่เข้าเขตทหารหรือว่าเริ่มเมื่อรถไต่เขา

ส่วนตั๊กเล่าว่า บอกทหารว่า พาพี่นักเขียนมาถ่ายรูป มาเก็บข้อมูลเขียนหนังสือ ฉันบอกตั๊กว่า ฉันก็บอกเขาว่า ฉันเป็นนักเขียนและให้น้องเขานำทางมา น้องผู้ชายเคยมาบ้านนาอ่อน

เพราะเราพูดในสิ่งที่เป็นจริงที่สุด การเดินทางของนักเขียนก็เพื่อเขียนหนังสือ เรื่องอื่นเป็นเรื่องรองจริง ๆ

คุณหญิงที่รัก
เมื่อฉันลงมาถึงบ้าน และเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง พวกเขาบอกว่า เท่มากที่ฉันได้เข้าไป ไม่มีใครสักกี่คนหรอกที่ได้ไปในสถานที่เช่นนั้น อีกคนพูดว่า ถ้าไม่รอดออกมาก็ไม่เท่หรอก

แต่ฉันเชื่อว่า ไม่มีใครเขาอยากทำร้ายใครหรอก แม้ทหารมีปืน

ฉันก็เชื่อว่าเขาไม่ยิงกันง่าย ๆ หรอก พี่ชายฉันก็เป็นหาร เขาใจดีเลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เด็ก หลังจากพ่อตายฉันก็อยู่กับทหาร

แต่ที่ฉันกลัว ฉันกลัวความไม่เข้าใจ และหากพูดกันไม่เข้าใจ และคนที่อยู่พื้นราบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่บนภูเขาสูงนั่นต่างหากที่ฉันกลัว

เอาละคุณหญิง

ฉันจบจดหมายจากนาอ่อนแล้ว คุณหญิงไม่ต้องเขียนตอบฉันหรอกนะ

ฉันแค่อยากจะเล่าไว้เท่านั้นเอง

ทั้งหมดคือเรื่องราวของเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ด้วยกัน

ด้วยความรัก
แพรจารุ




ความสุขเล็ก ๆ ซื้อเต้าหู้ไทยใหญ่และผักชาวเขาไปกิน






Create Date : 23 กรกฎาคม 2550
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 21:57:42 น. 19 comments
Counter : 1829 Pageviews.

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะ พระจะบิณฑบาตรแล้ว..แจมไปนอนล่ะ
แอบสงสัยนิด ๆ..

แล้วบทกวี แม่ปิง พี่ถนอมไปตกหล่นที่ไหนเสียล่ะ พี่..



โดย: แจม IP: 61.7.150.193 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:5:06:29 น.  

 
มาตามอ่านจดหมายครับ ผมเห็นด้วยกับคุณแพรจารุครับที่ว่า "การขอโทษทำให้ทุกอย่างดีขึ้นจริง ๆ"
ก็เคยเจอมาบ้างเช่นกัน เพื่อนเขาเมาอาละวาดไม่ยกเว้นแม้นตำรวจ ผมต้องขอโทษขออภัย เพื่อนผมจึงปลอดภัยในคราวนั้น

***************************************************
ขอบคุณ คุณแพรจารุมากเลยครับ ที่ปรารถนาดีแนะนำ สนพ ให้กับผม

นิยาย "ป่วนป่า" เขียนไว้หลายปีแล้วครับ เคยพิมพ์ไปครั้งหนึ่งกับ สนพ ชื่ออะไรผมก็จำไม่ได้เสียแล้ว วันนี้นำมาลงบล็อกให้ชาวบล็อกได้อ่านกันบ้างน่ะครับ

พูดถึงงานเขียน ผมขาดความรู้ในแทบทุกด้าน เรื่องป่าและเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันนั้นก็ไม่มีเลย ต้นไม้สักชนิดผมไม่เคยรู้จักก็พูดได้ อนุบาลมาก ๆครับ ได้แต่อาศัยการเสาะหาข้อมูลต่างๆจากการไปเที่ยวป่า ไปสำรวจดูพื้นที่จริงๆบ้าง กางแผนที่ดูทิศทางเอาบ้าง หาอ่านจากตำราก็ด้วย จึงพอกล้อมแกล้มเขียนจนจบเรื่อง และเป็นนิยายป่าเรื่องแรกและเรื่องเดียว กับเรื่องสั้น(ป่า)อีกหนึ่งเรื่อง ที่ผมมีอยู่ในขณะนี้ นึกๆแล้วยังแปลกใจตัวเองไม่หายเลยครับ ว่านึกอะไรถึงหัดเขียนนิยาย

คงเป็นเพราะว่า “หัดเขียน” ผมจึงเป็นแค่ “คนเขียนหนังสือสมัครเล่น” เท่านั้น ทั้งคิดว่ายังเป็นผลงานที่น้อยประสิทธิภาพรวมอยู่ด้วย จึงไม่กล้าพอที่จะนำเสนอผลงานสู่ สนพ ที่นักเขียนระดับอาจารย์ท่านมีผลงานอยู่ “ป่วนป่า”จึงยังไม่แพร่หลายในหมู่นักอ่านนิยายครับ อิอิ ยกเว้นใครเมตตานำไปพิมพ์

ร่ายซะยาวเลย ขอโทษนะครับที่ทำให้ต้องเสียเวลามาอ่าน ทั้งขอขอบคุณมากๆครับผม สำหรับคำแนะนำดี ๆ


โดย: เขาพนม วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:22:11 น.  

 
"เขาพนม"


เขียนนิยายจบเป็นเล่มก็ถือว่า ผ่านการฝึกสำเร็จแล้ว
คนที่ไม่ได้เขียนอย่างเป็นอาชีพ นาน ๆ ออกมาเล่มหนึ่งก็อาจจะดีได้ ดีกว่าพวกเขียนทุกวันก็ได้นะ เพราะความสดของงาน กับข้อมูลที่รู้จริงเป็นจริงนั่นแหละ น่าสนใจยิ่ง แต่ต้องหาบรรณาธิการดี ๆ มาช่วยเรื่องแระโยคเรื่องภาษา

ยายเองเขียน โน่น เขียนนี้ ไปเรื่อย ๆ แบบว่า คนเขียนหนังสือเป็นอาชีพ

แต่การเขียนหนังสือนั้น เขาว่าต้องฝึกไปตลอดชีวิตการเขียนแหละ

การมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกัน

ไม่ถือว่าเป็นการเสียเวลาใด ๆ ค่ะ ธรรมดาก็ไม่ค่อยได้อะไรมาก เป็นงานที่ไม่มีเวลาแน่นอน ไม่ได้เขียนมากมายอะไร ทำงานแค่พอประมาณเท่านั้น พอกับแรงตัวเอง

เมื่อไหร่ผ่านไปนคร ฯ แวะถ่ายรูปแม่น้ำกลายมาฝากด้วย
แรกที่มาอยู่เชียงใหม่ "จรัล มโนเพ็ชร" เขียนเพลง"ล่องแม่ปิง" เคยคุยกับเขาว่า อยากชวนเขาไปที่แม่น้ำกลาย ไปเขียนเพลงแม่น้ำกลาย ยังไม่ทันได้ไปเขาก็เดินทางไกลไปอย่างไม่รู้กลับแล้ว เคยเอาเรื่องแม่น้ำกลายมาเขียนสักฉากสองฉาก ในเรื่องแผ่นหลังพ่อ หลายปีก่อนเขาจะพัฒนาแม่น้ำกลายเพื่อการท่องเที่ยว ล่องเรือด้วยแต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ ครั้งนั้นได้ส่งหนังสือแผ่นหลังพ่อเข้าไปที่ศาลากลางจังหวัดด้วย

ไม่รู้ใครจะได้อ่านหรือเปล่า เผื่อเขาราชการที่ย้ายมาใหม่จะได้รู้ว่า มีทีมาที่ไปอย่างไร มีพ่อท่านกลายศักสิทธิ์นะ

อย่างน้อยก็ได้ทำอะไรบ้าง คำว่าพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวนี้มันแทงใจดำจริง ๆ นะ เมืองเชียงใหม่พัฒนาจนเมืองจะจมนำแล้ว เขาว่าจะได้รับผลจากภาวะโลกร้อนก่อนใคร

แล้วพบกันใหม่คะ




โดย: ยาย (แพรจารุ ) วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:25:28 น.  

 
good night จ๊ะ

กูดไนท์ พวกตลกภาคใต้ เขาเอามาเล่นกันว่า พระรูปหนึ่งเดินสวนทางกับพระฝรังที่บวชใหม่
พระฝรั่งกล่าวว่า กูดไนท์
พระไทยตอบว่า กุดโน่น
(ขำไหม ถ้าไม่ขำไปถามน้านพ)
คือว่าพระไทยเข้าใจว่า พระฝรั่งถามว่า กุฎิอยู่ไหน ก็เลยตอบว่า กุดโน้นกุดโน่น

เอาละพี่
พี่กำลังจะไปนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องออกจากบ้านไปงานตั้งแต่เช้าเลยแหละ

มีเรื่องตลกว่า มีงานหนึ่งมาเทียบเชิญพี่ไปเป็นพิธีกรราย โอ...พระเจ้า (โอประเทศไทย อุทานแบบสีน้ำฟ้า)
ให้ข้าไปช่วยงานอื่นเถอะ แจกกระดาษเอกสารอะไรอย่างนี้ก็พอได้ ทีมาเขียนหนังสือก็เพราะพูดไม่ชัดนี่แหละ พวกปักษ์ใต้จึงเขียนหนังสือกันเยอะด้วยเหตุนี้ เรื่องนี้มีการทำวิจัยแล้ว
ราตรีสวัสดีจ๊ะ




โดย: แพรจารุ วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:37:46 น.  

 
อาหารไทยใหญ่น่ากิน66

ขำ เพื่อนว่า ไม่ตายก็ไม่เท่ แต่เราว่าจะเท่กว่าถ้าตาย แต่ปลอดภัยมาก็ดีแล้ว คนดีผีคุ้มแต่ไม่ประมาทเป็นดี
มีจตุคามไปด้วยหรือเปล่า


โดย: หน่อย IP: 203.113.50.140 วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:7:44:03 น.  

 
นึกย้อนกลับไป
ก็กลายเป็นเรื่องตื่นเต้นที่น่าจดจำใช่ไหมล่ะคะ
^____^


โดย: ม่วนน้อย IP: 202.44.136.50 วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:7:57:14 น.  

 
ยกเลิกการไปร่วมงานของสมาคมนักเขียนแล้วค่ะ มีเรื่องด่วน ๆ ที่นี่ เช่นน้องพี่หนอมจะไปสวีเดน และคงจะอยู่นานจึงนัดเจอกันก่อน

ดังนั้นแจมไปกับลุงบูลย์แล้วกันนะ

ไปนอนล่ะ วันนี้ประชุมทั้งวัน แก้ปัญหาอย่างบูรณาการระหว่างภาครัฐกับเอกชน ไม่เป็นจริง เพราะชุดความคิดคนละชุด ทาทีที่มีต่อกันก็ไม่ดี

นี่ขนาดว่าวันนี้มีแต่รองผู้ว่าเชียงใหม่ มาในฐานะคนของรัฐ และอาจารย์ฉลาดชาย คนภาคประชาชน ยังขนาดนี้ พรุ่งนี้มีรองนายกรัฐมนตรี จะขนาดไหน

ไปนอนนะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ติดตามตอนต่อไป


โดย: สีน้ำฟ้า (แพรจารุ ) วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:39:25 น.  

 
ม่วนน้อย สวัสดีจ๊ะ

ใช่แล้ว เรื่องตื่นเต้น หนังสือที่พี่เขียนกับ รวมกับคนอื่น ๆ อีกสี่คนเสร็จแล้วด้วย เดี๋ยวจะขึ้นปกให้ดี แต่ในหนังสือมีแค่สองตอน

ชื่อหนังสือโศกนาฏกรรมคนชายขอบ วันนี่เขาเอาไปให้พี่ดูที่งานสัมนา มีอาจารย์ท่านหนึ่งพูดขึ้นว่า
โศกนาฏกรรมคนชายขอบ ทำไมมีแต่ ชายขอบ ไม่มี
สาวขอบ หญิงขอบ
อารมณ์ดีเหลือร้ายจริง ๆ


โดย: แพรจารุ วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:44:12 น.  

 
"หน่อย"

แหม...
คนดีผีคุ้ม แต่เขาว่าเดี๋ยวนี้ผีก็ไม่ค่อยว่างแล้ว ถูกรบกวนมาก

อาหารไทยใหญ่ชามนี้เขาเรียกว่า ข้าวไรเฟริน ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า กินมาหลายครั้งแต่จำชื่อไม่ค่อยได้ ชอบที่มีพริกแห้งตำไม่ละเอียดคั่วใส่น้ำมันหรือผัดน้ำมันก็ไม่แน่ เมื่อจะกินราดลงไปเยอะ ๆ เลย เผ็ดอร่อย



โดย: แพรจารุ วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:08:41 น.  

 
ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับความห่วงใย ที่แบ่งไปให้ที่บล็อค กานต์ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

----------------------------------

เหอ เหอ น่าตื่นเต้นนะค่ะเนี่ย

จริงๆ น่าจะแวะเอาผักที่สถานีกลับมาด้วยเนอะ เหอ เหอ

แต่อารมณ์นั้นคงไม่อยาก


โดย: karnlaka วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:07:48 น.  

 
สวัสดียามดึกค่ะคุณยาย

เมื่อวานนี้ได้คุยกับพี่มธุรินค่ะ

พี่มธุรินฝากข้อความถึงคุณยายด้วย จดจำมาทุกถ้อยคำค่ะ

"ฝากถามยายว่า ยังจำวังทองหลางกับอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ไหม ผ่านทีไรก็คิดถึง และก็ขอฝากความคิดถึงชามา...เพื่อนผู้แสนดีด้ย เคยโทร.ไปแล้ว ก็เปลี่ยนที่อยู่ ให้โทร.กลับมาด้วยนะ (0-2224-6041)"

อยากบอกคุณยายว่า น้ำเสียงพี่มธุรินมีความสุขมาก เมื่อรู้ว่าจะได้ฝากข้อความุถึงคุณ และพี่เขาก็รำลึกถึงความหลังให้ฟังด้วยความปลาบปลื้มใจไม่ลืมค่ะ



โดย: หนอนเมืองกรุงฯ IP: 58.9.169.8 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:08:18 น.  

 
สวัสดีจ๊ะ หนอนเมืองกรุง

"พิราบขาวที่น่ารัก" ได้นำข่าวไปถึงมิตรของเราแล้ว ช่วงนี้มีงานหนังสือใช่ไหมจ๊ะ หนอนฯคงได้พบกับพี่เขาอีก พี่หญิงชามาเธอไปอยู่เมืองจีนและเพิ่มงกลับมาอยู่กับพี่ชายที่แถวปากเกร็ด

แล้วจะกลับมาคุยใหม่นะหนอนฯ เช้านี้มีงานต้งแต่เก้าโมง พรุ่งนี้ก็ว่างแล้ว ได้นั่งคุยกัน

คิดถึงจ๊ะทั้งพี่มธุรินและหนอนด้วย


โดย: แพรจารุ IP: 203.113.50.14 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:02:39 น.  

 

สวัสดีจ๊ะ p-tham

คนเขียนคอลัมน์เรื่องเล่าเล็ก ๆ จากบ้านทุ่งเสี้ยว ฝากมาสวัสดีด้วย
และขอบคุณในแนวคิด ข้อคิดเห็นในเรื่องบุคคลที่หาได้ยากยื่งในโลก
^
^
^
กราบสวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน อืมม์ ว่าแต่แนวคิดเรื่องอารัยหรือขอรับ


โดย: p_tham วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:24:49 น.  

 
ตอนหมูแอมไปออกงานโครงการอาสาสมัยปีสาม
หมูแอมไปแถวแม่ฮ่องสอน เจอตอตะหานเยอะแยะ
เวลาจะขึ้นดอยและเลียบชายแดนเขาจะให้เราแจ้งวันที่ก่อน
ถ้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าถูกพะม่าจั๊บตั๋วละเขาจะช่วยไม่ได้
ก็ตื่นเต้นลุ้นดีค่ะ แต่วัยรุ่นไม่เคยกลัวอะไร
หลังจากกลับจากชายแดน พ่อหลวงบอกว่า
ดีนะที่พวกเราไม่ถูกจับ ก่อนหน้านั้นวันเดียว พะม่าจับกระเหรี่ยงฟากไทยไป

ไม่รุดวงดีหรือไง หรือเพราะการประสานงานที่ดีของพี่เลี้ยง
ถ้าถูกจับไปตอนนั้นสงสัยจะได้เป็งอะไรไม่รุ


ป.ล. ช่วงนี้หมูแอมกำลังพยายาเขียนเรื่องสั้นลงพันทิป
ยังไงถ้าจบเมื่อไรหมูแอมจะรวบรวมลงบล็อกไว้ให้อ่านและวิจารณ์นะค่ะ


โดย: aMp IP: 222.123.30.83 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:46:52 น.  

 
แวะมาทักทายจ้า...

สบายดี มีความสุข สมปรารถนา


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:05:37 น.  

 
อยู่บ้านอก ไกลปืนเที่ยง นานๆจะได้เข้าเน็ทสักที....แวะมานิดหนึ่งพี่ยาย ไปแหล้ว...


โดย: แผน IP: 203.113.51.7 วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:5:02:29 น.  

 
เพิ่งได้มาอ่านค่ะพี่ยาย อ่านแล้วก็คิดตาม
ใจหายตามไปด้วย

ข้าวไรเฟริน จะใช้ข้าวแรมฟืนหรือปล่าฮึ

เหมือนจะเคยกินน่ะค่ะ คุ้นๆ


โดย: kakade IP: 61.91.94.156 วันที่: 29 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:13:56 น.  

 
"kakade"

ก็ช่วงที่พี่กลับมาวันแรกและเข้าไปเขียนบอกว่า มาอ่านดวง แม่นจริง ๆ เรื่องแบบนี้คงเกิดขึ้นครั้งเดียว-จได้ไหม

ใช่ จริง ๆ เกด พี่เรียกผิด มันคือข้าวแรมฟืน ช่วงนี้มีงานประชุมมากไปหน่อย เช้ายันเย็นมาหลายวัน พอดีบ้านไกลด้วย กลับมาถึงเพลีย วันก่อนเข้าไปคอมเมนตอบเกดแต่ดันไปเขียนชื่อเกดตอนชื่อผู้เขียน แจ้งลบประชาไทไม่ลบคงเห็นเป็นเรื่องเล็ก "ข้าวแรมฟืน" ใช่แล้ว

"แผน"

ขอบคุณจ๊ะ นาน ๆ รู้ว่าอยู่สบายดี ก็ดีแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ชลบุรีหรือเปล่า คิดถึงจ๊ะ คอมที่แผนมาประกอบยังใช้ได้ดีอยู่ เมื่อไหร่มาเชียงใหม่ยินดีมากเลย มีคอมให้ซ่อมด้วย เป็นของหลานชาย

"พ่อพเยีย"
ขอบคุณมาก มีความสุขตามสภาพจ๊ะ

"หมูแอม" ช่วงนี่เปลี่ยนประตูหรือจ๊ะ เปิดเข้าไปอ่านไม่ได้จ๊ะ



โดย: แพรจารุ วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:46:51 น.  

 
ผมเองก็คยไทใหญ่คับ


โดย: ต้น IP: 180.183.82.15 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:0:17:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.