คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
19 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
จดหมายจากนาอ่อนฉบับที่ 2



บ้านเล็กในป่าใหญ่และคอกหมู



เช้าวันหนึ่งที่บ้านนาอ่อน
คุณหญิงเพื่อนรัก


ฉันตื่นขึ้นมายามเช้า เพราะเสียงไก่ขันอยู่ใกล้ ๆ เท้า ทุกบ้านทำสิ่งเดียวกันคือหุงข้าว ทำแกง ควันไฟลอยอยู่เหนือหลังคาบ้านเกือบทุกหลัง ผักหญ้าที่เก็บมาเมื่อเย็นวานถูกนำมาสับเป็นอาหารหมู

เมื่อคืนนี้ฉันนอนฝันไม่ดีอาจจะเป็นเพราะว่ามีเรื่องค้างคาอยู่ในใจ คำถามหนึ่งที่ติดอยู่ในใจคือการถูกอพยพของคนที่นี่

หลานสาวถามด้วยความซื่อว่า น้าคิดว่าพวกเขาควรจะถูกย้ายไหม

ถ้าคิดด้วยเหตุผลของผู้ที่ต้องการให้ย้ายคนออกจากพื้นที่ก็คือ ชาวเขากลุ่มนี้อยู่ในเขตป่าต้นน้ำ และสองอยู่ในเขตพื้นที่ของสถานีส่วนหนึ่ง และสามอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยเชียงดาว

คุณหญิงงงไหม ทำไม คนแค่ 13 ครอบครัว 52 คน จึงอยู่ในพื้นที่ตั้งสองหน่วยงาน เรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะคุณหญิง เขาเล่าว่า เดิมที่เป็นพื้นที่อุทยานทั้งหมดต่อมาสถานีฯมาตั้ง อุทยานจึงกันพื้นที่ให้สถานีฯส่วนหนึ่ง ลืมบอกคุณหญิงไปว่า สถานีฯที่เรียกสั้น ๆ คือสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ตามพระราชดำริ บ้านแปกแซม และมีนโยบายการจัดการระเบียบชุมชนของของสถานีฯ

อีกเหตุผลที่กล่าวอ้างก็คือ มีการตัดไม้การบุกเบิกพื้นที่ทำกิน คือเขากลัวว่าต่อไปชุมชนใหญ่ขึ้นการบุกเบิกพื้นที่จะเพิ่มขึ้น

เอาล่ะ คุณหญิงจะอยากรู้หรือไม่ก็ตามแต่ฉันอยากเล่า

เรื่องมันเป็นอย่างนี้นะคุณหญิง พวกเขาเล่าว่า เขามาอยู่ก่อนที่สถานีฯจะเข้ามา ฉันคิดว่าเรื่องเข้ามาก่อนมาหลังนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ไม่สำคัญเท่ากับว่า จำเป็นต้องย้ายพวกเขาออกไป เพื่อการจัดระเบียบชุมชนและเมื่อจัดระเบียบแล้วชาวเขาจะไม่ทำลายป่าอีกแล้ว หรือกลับมามองที่ว่า ป่าที่เขาอยู่แล้วให้เขาอยู่ต่อไปในพื้นที่แค่นั้นโดยกำหนดเขตให้เป็นทำกินแค่ไหน เป็นป่าอนุรักษ์แค่ไหน และพื้นที่ป่าใช้สอยเก็บพืชผักในป่ากินได้แค่ไหน น่าจะดีกว่าไหม เพราะเมืองไทยคนอยู่กับป่ามานานแล้ว เราคิดเล่น ๆ ว่า คนที่ไม่อยากอยู่กับป่าในเมืองไทยเข้าไปอัดกันอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ และในเมืองหลวงมีมากมายอยู่แล้ว

จริง ๆ นะคุณหญิง มีหมู่บ้านตัวอย่างในการย้ายคนออกจากพื้นที่เดิม มีตัวอย่างที่บ้านลีซูหัวน้ำที่แม่อาย ชาวเขาถูกย้ายลงมาโดยจัดสรรบ้านให้คนละหย่อม ๆ พวกเขาไม่มีที่ทำกิน ไม่มีข้าว ไม่มีผัก ไปเป็นแรงงานรับจ้าง ผู้หญิงเข้ามาในเมืองเชียงใหม่ เพื่อทำงานตามร้านอาหาร ร้านเสริมสวย คาราโอเกะ ในวันที่ฉันเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านของเขา หญิงสาวคนหนึ่งเดินทางกลับมากับผู้ชายชาวญี่ปุ่น

ส่วนพ่อลงมาเป็นกรรมกรแบกหาม เก็บขยะ เด็ก ๆ ก็ลงมาขายแรงงาน และขอทาน บางคนเดินทางต่อเข้ากรุงเทพฯ แล้วปัญหาต่าง ๆ ก็ตามอีกมากมาย

คุณหญิงพอจะตอบคำถาม เพื่อนของคุณหญิงได้หรือยังว่า ชาวเขาถูกย้ายถิ่นออกมาจากป่าแล้วมันเกี่ยวกับเราอย่างไร

ปีต่อมาชาวบ้านร้องเรียนขอที่ทำกิน กลับไปที่เดิมไม่ได้เพราะมีโครงการฯมาลงในพื้นที่แล้ว แต่ขอให้ได้ที่ทำกินใหม่ ต้องการแค่พื้นที่ปลูกข้าว ปลูกผัก ฉันไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้จะเป็นอย่างไร

การผลักภาระคนออกชุมชนเดิม เป็นการผลักภาระสังคมอย่างหนึ่ง นี่เรายังไม่พูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนของเขานะ พูดแต่สิทธิ์ของเราอย่างเดียว

อีกอย่างหนึ่งนะคุณหญิง เขาบอกฉันว่า การย้ายชนเผ่าออกจากพื้นที่เป็นอคติ คิดและเห็นว่า ชาวเขาเท่านั้นที่ตัดไม้ทำลายป่า บุกรุกป่า มีปัญหายาเสพติด


เขาเล่าว่า ยามเย็นวันหนึ่งในฤดูหนาว มีเจ้าหน้าที่ของรัฐประมาณยี่สิบคน เข้ามาในหมู่บ้าน และให้เตรียมตัวอพยพออกจากบ้านนาอ่อนภายในสองเดือน หากไม่ย้ายไปจะทำการรื้อถอนและจะจับดำนินคดีบุกรุกป่า

เมื่อถามว่าพวกเขาทำอย่างไรเขาบอกว่า “กลัว”
“กลัวมาก ๆ”
ตอนนี้ยังไม่ถูกย้ายเพราะว่า พวกเขาวิ่งหาหน่วยงานต่าง ๆ ที่พอจะช่วยเหลือได้ เขาเล่าว่ามี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน องค์กรสิทธิมนุษย์ชนด้านชนเผ่า แต่สถานการณ์ก็ไม่แน่นอนอะไร มีการคุยกันว่าให้หาพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมให้ซึ่งยังหาไม่ได้ ย้ายไปพื้นที่ใหม่ก็ต้องมีที่ทำกินด้วย ไม่ใช่เพื่อไปเป็นลูกจ้างของสถานีฯเท่านั้น เพราะเมื่อสถานีฯมาตั้ง ชาวเขาก็ได้ไปเป็นลูกจ้าง ปลูกผักปลูกต้นไม้ ขุดดินเหมือนกับที่เขาทำนั่นแหละ แต่มันไม่ค่อยจะพอกินเพราะว่า ไม่ได้ปลูกข้าวกินเอง ไม่ได้ปลูกผัก ต้องเอาเงินรายได้รายวันไปซื้อกินทุกอย่าง

เขาว่าอย่างนั้นนะเธอ มันมีตัวอย่างให้เห็นจากหมู่บ้านที่สถานีฯเข้าไปตั้ง ชาวเขาจะเปลี่ยนสภาพเป็นลูกจ้างเกือบทั้งหมดเพราะแรงงานต้องใช้เพื่อสถานีฯ ผักที่ปลูกก็จะเป็นผักเมืองหนาวเพื่อส่งขายในเมือง หมูที่เลี้ยงก็ไม่ใช่หมูที่เขากินหรือใช้ทำพิธีกรรม

ผู้ชายคนหนึ่งบอกกับเราว่า เขาเคยไปที่อำเภอมาแล้ว ทางนั้นเขาพูดว่า อย่างไรก็ต้องย้าย ถ้าไม่ย้ายเขาจะไม่ดูแลช่วยเหลืออะไรเลย เจ็บป่วยก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาล แต่ถ้าย้ายตามที่มีคำสั่งแต่โดยดีมีอะไรช่วยได้ก็จะช่วย

ผู้ชายคนนั้นพูดจบหนุ่มเมาที่มาด้วยก็โพล่งออกมาว่า ใครมีสิทธิ์ทำอย่างนั้น เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ ไปฟ้องศาลปกครองเลย

พวกเราหัวเราะพร้อม ๆ กันโดยไม่ได้นัดหมาย มองไปที่นายเมา โธ่คุณหญิง ศาลปกครองไหนเล่า มันเป็นเรื่องไกลเกินฝัน แล้วจะไม่ให้เขากลัว ไม่ให้เกรงคนในอำเภอได้อย่างไร คนเราก็ต้องเกรงอกเกรงใจกันนะถูกแล้ว เน้อ คุณหญิงเนอะ แต่ว่ามันต้องมีเหตุผลมาอธิบาย มีความเข้าใจ เห็นใจกัน ถ้าความเข้าใจเห็นใจเดินทางมาถึงทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น หรือว่าจากเรื่องร้ายก็จะกลายเป็นดีได้ ฉันยังมองโลกในแง่ดีว่าไม่มีใครอยากทำร้ายใครหรอก หากว่าเขารู้ความจริง รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร


ชายหนึ่งอุ้มลูกเข้ามาและบอกว่า ไม่อยากย้ายแต่ถ้าต้องย้ายจริง ๆ ขอว่าขอที่ดินทำกินเก่า คือว่าย้ายบ้านแต่ว่ากลับขึ้นมาปลูกข้าว ปลูกผักที่นี้เหมือนเดิม มันไกลก็สร้างกระท่อมเล็ก ๆ พอนอนได้ ในไร่

โธ่ ใครเขาจะยอมนะคุณหญิง ก็เขาอยากจะจัดระเบียบชุมชนใหม่ อยากจะเอาที่ดินทั้งผืนเพื่อใช้กิจกรรมอื่น ไม่ใช่พื้นที่สร้างบ้านหย่อมเดียว

ยามเช้าในขณะที่ฉันนั่งดูหย่อมบ้านเล็ก ๆ หลานสาววัยเยาว์ของฉัน เธอไม่คุยเรื่องการถูกย้ายถิ่นแล้ว เธอหันไปเล่นกับเด็ก ๆ มีเด็ก ๆ หลายคนเล่นกันอยู่ที่ลานดิน เด็กเหล่านี้ได้เรียนหนังสือตามชั้นบังคับ พ่อแม่ของพวกเขาบางคนมีบัตรประจำตัวประชาชน บางคนก็มีบัตรเขียว

เด็กตัวเล็กถูกแม่ทำโทษที่เล่นมีด แม่กลัวว่าลูกจะได้รับอันตราย แม่ลูกที่ไหนก็เหมือนกันนะคุณหญิง เด็กสองคนนั่งอยู่ตรงระเบียง เขานั่งมองอะไรกันสักอย่าง พวกเขาคงจะรอแม่ที่ตำน้ำพริกทำกับข้าวกินข้าวด้วยกันก่อนที่จะไปไร่ เด็ก ๆ สนุกสนานกับการกินการเล่นและการได้อยู่กับพ่อแม่เท่านั้น เด็ก ๆ ที่ไหนก็เหมือนกัน

ฉันเก็บภาพนี้มาฝากคุณหญิง ภาพเด็กสองคนนั่งมองไกล ที่มองแล้วทำให้คิดฝันได้ไกล และเป็นคำถามถึงวันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ของเด็ก ๆ ในโลกนี้

คุณหญิงคงสงสัยว่า พื้นที่ที่ชาวบ้านสร้างบ้านหย่อมหนึ่งกับที่ทำกินนั้นเท่าไหร่ ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่า 283 ไร่ น้องที่ไปด้วยพูดว่า ไม่น้อยทีเดียว มันมากทีเดียวแหละสำหรับเรา แต่เมื่อรู้ถึงจำนวนที่เป็นของสถานีฯก็จะรู้ว่าที่ชาวบ้านทำกินนั้นนิดเดียวเพราะพื้นที่สถานีฯใช้ถึง 19,000 ไร่

ฉันคิดว่า หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐน่าจะอยู่กับชาวบ้านที่เขาอยู่ก่อนแล้วได้โดยไม่จำเป็นต้องย้ายพวกเขาออกจากพื้นที่ เรื่องราวเก่าก่อนที่เป็นตำนานชาวเขาทำลายป่าก็น่าจะจบลง เปลี่ยนแนวคิดใหม่เป็นผู้ดูแลป่า ไม่ว่าชาวเขาหรือใครก็ตามที่อยู่กับป่า เขาได้รับเกียรติเป็นผู้ดูแลป่า ฉันว่าศักดิ์ศรีในความรักที่มีต่อบ้านเมืองจะต่างกัน

การทำร้ายทำลายมันจะช่วยได้อย่างไรกันเล่า การทำให้เกิดความกลัวจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

แล้วเราจะเรียกร้องให้เขาดูแลป่ารักป่าได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่ให้สิทธิแกเขาในการรักและดูแล และฉันคิดไม่ว่าหน่วยงานของรัฐจะใช้กำลังใช้อำนาจในการจัดการอพยพโยกย้ายอย่างไรก็ตาม ปัญหาก็จะไม่หมดไป เพราะมีคนมากมายอยู่ในป่า เพราะประเทศเราคนอยู่กับป่ามานานแล้ว

ดังนั้นหน่วยงานของรัฐรวมทั้งเราด้วยสนับสนุนให้เขาดูแลป่าเพื่อเรากันดีกว่า

ฉันคิดเช่นนี้นะคุณหญิง คิดแบบคนธรรมดา ๆ ที่เข้าไปรู้ไปเห็น คุณหญิงคิดอย่างไรล่ะคะ เมื่อได้อ่านจดหมายสองฉบับของฉันจบลง

ด้วยความรักที่มีต่อกัน
แพร จารุ
มิถุนายน 2550






ผมอยู่นี่ครับ


Create Date : 19 กรกฎาคม 2550
Last Update : 19 กรกฎาคม 2550 18:51:36 น. 39 comments
Counter : 839 Pageviews.

 
แวะมา Good morning

ไปเยี่ยม Blog มั้งนะจ้ะ


โดย: Aui_haui วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:23:46 น.  

 
นอกจากที่เราจะเคยไปทำงานกับเด็กสถานพินิจทางภาคใต้แล้ว เราก็เคยไปทำงานเรื่องละครเพื่อการพัฒนากับเด็กชาวเขาที่แม่ฮ่องสอนด้วย

เด็กใต้..ฉลาด ว่องไว กล้าแสดงออก
เด็กเหนือ..สงบเสงี่ยม เจียมตน กล้าคิด แต่ยังแสดงออกได้ไม่เต็มที่นัก
เวลาอยู่กับพวกเขาแล้วทำให้เราพลอยรู้สึกว่าตัวเองนิ่งขึ้น เหมือนได้พัก ได้คลาย
ความซื่อ ความไร้เดียงสาของพวกเขาทำให้เรารู้สึกสบายใจเวลาทำงานด้วย

แต่..แม้ว่าพวกเขาอยากอยู่อย่างสงบ แต่กลับไม่มีอะไรเอื้อให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการเลย....


โดย: mrs.postman วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:29:30 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ มาอ่านจดหมายจากนาอ่อนต่อ ตอนสอง ด้วย


โดย: เขาพนม IP: 203.113.0.192 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:30:33 น.  

 
ป้าแพรเป็นอะหยังเจ้า

โทรแล้วหลุด.. หลุดแล้วโทร
แต่บะได้อู้กับป้าแพรสักเตื่อ..

แจมแค่จะบอกว่า.. ไปดูการออกแบบหน้าแรก (แรกแท้ ๆ เลยนะ ยังไม่มีเนื้อใน ของเว็บภาคีได้ที่

www.phiphitoday.com เว็บสำรองของแจมที่เอาไว้ออนไลน์ให้ลูกค้าดูอ่ะเจ้า



โดย: เจ้าตัวดีของพี่คนเดิม IP: 61.7.161.230 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:51:57 น.  

 
สวัสดีจ๊ะ เจ้าตัวดีฯ

วันนี้ข้าเจ้าประชุมทั้งวัน ว่าด้วยเรื่อง GNH (ความสุขมวลรวมประชาชติ หรือ ชี้วัดความสุข) มีตัวแทนจากท่านจิ๊กมี่ ภูฏานมาเล่าเรื่องของให้ฟัง วันนี้พี่มีคำว่า happiness ทั้งวันเลยแหละจ้า
ปรัชญาที่น่าสนใจมาก แล้วจะนำมาเล่าให้ฟังจ๊ะ ดังนั้นพี่จึงไม่ได้รับโทรศัพท์ และพยายามจะโทรหาเหมือนกันแต่ติดขัดดังกล่าว ตอนนี้กลับมาถึงบ้านแล้ว ดีใจที่ได้พบ ขอบคุณสำหรับเว็บนะจ๊ะ เดี๋ยวจะเปิดดู


โดย: แพรจารุ วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:03:55 น.  

 
แวะมาบอกว่า

จากเพลงปี้น้อยใจ๋ยา
และต้นมะขาม หน้าบ้านพี่ยาย

ได้ต้มโคล้ง มาชุดหนึ่งค่ะ

ลองไปอ่านเล่นๆ นะค่ะ

(คาดว่าอาทิตย์หน้าหมูแอมจะลงบทความแล้วจะมาขอร้องให้ช่วยวิเคราะห์วิจารย์ค่ะ)


โดย: sugarhut วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:19:37 น.  

 
เจอเรื่องหนักๆแบบนี้นี่เอง
มิน่าจึงบ่นเบื่อประเทศไทย
...
เอางี้สิ
"ประเทศไทยไม่ใช่ของกรูคนเดียว"
ตะโกนไปเล้ยยยย


โดย: เงาศิลป์ IP: 203.146.63.185 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:39:42 น.  

 
อึ้งค่ะ กานต์ก็เพิ่งจะรู้สึกเข้าใจอย่างถ่องแท้มากขึ้น

คนชาวเขาที่ถูกไล่ที่ ไม่มีที่ทำกิน มาเป็นลูกจ้างในเมือง

ไม่ดีแน่ค่ะ สิ่งสำคัญที่พอจะทำให้คนเราสามารถมีเศรษฐกิจพอเพียงได้

คือเราต้องมีที่ดินสักนิดหน่อยไว้ปลูกผักพืชสวนกินเอง

คนในเมืองเอง ยังต้องการไขว่คว้าที่บนเขา

ไม่ใช่เพื่อทำกิน แต่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจตากอากาศ

กะอีแค่ ชาวเขา 13 ครัวเรือน ขอที่ดินเพื่อทำกิน..

เฮ้อ เรื่องมันเศร้าจังค่ะ


โดย: karnlaka วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:55:02 น.  

 
อืมม์ เศร้าใจจัง
แต่ไม่เป็นไรหรอกคุณแพร
เพราะตอนนี้เค้าคงไม่ส่งเสริม
ให้ปลูกผักเมืองหนาวเยอะแล้วล่ะ
เนื่องจากห้างท็อปที่รับผักเจ้าใหญ่ ของห้างใครไม่รู้
เค้าจะเจ๋งแล้วมั้ง เห็นลดพนักงานลงเยอะ
เกี่ยวไหมเนี่ย....
เพราะที่เคยขึ้นไปที่ข้างบนนั้น
ไปกับพวกห้างดังฯที่ส่งเสริมให้ปลูกผักพอดี ร้อนตัวเลยค่ะ

และครุ่นคิดเกี่ยวกับหลายๆอย่างของโครงการฯสถานีฯ
จากที่เคยๆไปทำงานให้มา
ก็รับรู้ปัญหาลึกๆของโครงการฯ
ที่หลายอย่างก็ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก
มันเอื้อ หรือทำร้ายวิถีเดิมให้ชาวบ้านกันแน่
เจอบ่อยเลยทำนองนี้ ไม่เอาไม่พูดละค่ะ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:45:07 น.  

 
อ่านแล้วเซ็ง


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:3:56:06 น.  

 
"ฟ้าดิน"
เห็นด้วยกับคุณอ่านแล้วชวนเซ็งจริง ๆ คนเขียนก็เซ็งเหมือนกัน

"Aui_haui"
สวัสดียามเช้าของอีกวันหนึ่งคะ ยินดีที่ได้พบ แล้วจะเข้าไปเยี่ยมเยือนที่บ้านนะคะ

"แจม"
พี่ไม่สามารถเข้าไปดูได้นะเจ้า ช่วยเอาไปแปะไว้ที่เมลได้ไหมคะ ตรงนั้นน่าจะสะดวกกว่า


โดย: แพรจารุ วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:00:30 น.  

 
สวัสดี"เงาศิลป์"

จริงของเพื่อนแหละ แต่ไม่มีเสียงจะตะโกนแล้ว ตะโกนแล้วแต่ไม่มีเสียงออกมานะเพื่อน อ้าปากมีแต่ลมออกมา

"สวัสดีจ๊ะ ยิปซีทะเล"
โอ...จริง ๆ เหรอ โชคดีจังที่คุณได้ไปกับห้างดังที่ว่า
แต่ ว้าว พวกเขาคงคิดผิดที่เชิญคุณ

วันก่อนเพื่อนเราขอถอนเรื่องที่สำนักพิมพ์ส่งไปเพื่อขอรางวัล ลูกโลกสีเขียว ของปตท. เธอกลัวว่าจะไม่ได้เป็นกลางต่อไป อันนี้ต้องคารวะเธอ







โดย: แพรจารุ วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:33:56 น.  

 
"karnlaka"
ถูกใจที่ว่า คนในเมืองยังต้องการที่บนภูเขา ใช่แล้วส่วนหนึ่งเป็นอย่างนั้น พื้นทีบนภูเขามากมาย เป็นที่ปลุกพืชเชิงเดี่ยว เช่นสวนส้ม สวนยางพารา ข้าวโพดอ่อน นี่เป็นผลผลิตของนโยบายรัฐ บริษัทใหญ่ ๆ จะเป็นเจ้าของกิจการพวกนี้ และให้ชาวบ้านปลูก อันที่จริงพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากกว่าพื้นที่ที่ชนเผ่าอยู่มาก


เพื่อนเล่ให้ฟังว่า เหตุจากนโยบายที่ว่าพื้นที่เสื่อมโทรม สามารถเข้าไปขอทำกินได้ หรือว่าสัมปทานปลูกพืชได้ คราวนี้ปัญหาคือพื้นที่ที่กำลังจะเสื่อมโทรม ก็ทำให้มันเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมเสีย อย่างนี้ด้วย

ไปทางแม่แจ่มก็จะเห็นมากมาย พี่เพิ่งไปนานมาที่น่านมีภูเขาหัวโล้นจริง ๆ มองจากในเมืองเห็นถนัดมาก ๆ



โดย: แพรจารุ วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:34:40 น.  

 
คุณเขาพนม สวัสดีคะ ว่าจะไปบ้านคุณอยู่พอดี ช่วงนี้บ้านนี้มีแต่เรื่องป่า เรื่องเขา เรื่องชนเผ่า แต่คนละมุมกับป่าเขาที่บ้าน เขาพนม ก็เลยคิดว่าจะแว๊บไปหาบรรยากาศทิวทัศน์ที่นั่นเสียหย่อน เผลอ ๆ นอนเล่นนั่งเล่นชมสวนสักพัก





โดย: แพรจารุ วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:46:19 น.  

 
เหตุจากคอลัมน์ เรื่องเล่าเล็ก ๆ จากบ้านทุ่งเสี้ยว ของคุณถนอม พาดพิงมาถึง พี่ยาย จึงนำมาคุยกันตรงนี้ต่อ คือคำถามอยู่ที่โน้น คำตอบอยู่ที่นี่

เรื่องที่ 1 ว่ากันด้วยเรื่องไข่เจียว
ไขเจียวเป็นอาหารพิเศษ ซึ่งคนทำไข่เจียวไม่อร่อยยากที่จะทำอาหารอื่นให้อร่อย

เมื่อครั้งไปเตร่ ๆ ตามห้องอาหารที่คุณถนอมเล่นดนตรี พบว่าเมื่อเขาจะรับแม่ครัว เขาจะให้ทดสอบอาหารสามสี่อย่าง ซึ่งมีไข่เจียวด้วย

ไข่เจียวมีตั้งแต่แบบฟูมาก ๆ คือฟูเกินไป เพราะตีไข่จนฟูมาก และนำมันมาก นำมันร้อนจัด อันนี้เราไม่ชอบเพราะมันไม่เป็นเนื้อ แต่มีร้านทีทำไข่เจียวแบบนี้แล้วอร่อยคือร้านครัวไหล่หิน ที่แม่แจ่ม

ไขเจียวแบบต่อไป เป็นแบบกลม ๆ อันนี้ถือว่าเด็ดเหมือนกัน เรียกว่าไขเจียวซะลาเป๋า ซึ่งไปกินครั้งแรกที่ร้านคุณสุตรงแยกศาลากลางใหม่ กินแล้วติดใจมาก ๆ และลองเอามาทำกินกว่าจะได้กลมพอประมาณหมดไข่ไปเป็นแผง ๆ คนที่บ้านกินไข่ติดต่อกัน เป็นอาทิตย์

ไขเจียวสูตรต่อไปเป็นของคุณแม่เราเอง
เรื่องเป็นอย่านี้ แม่มีลูกมาก บ้านเรามีสวนมะพร้าว ไก่และเป็ดเราเลี้ยงเอง ดังนั้นอาหารที่กิน 90 % เป็นอาหารจากแรงงานในบ้าน รวมทั้งสารพัดผักที่พ่อปลูกด้วย

ไข่ทอดสูตรนี้หรับชาวสวนมะพร้าวลูกมาก ว่างั้น อันดับแรกไปหามะพร้าวทึนทึกมาก่อนมะพร้าวห้าวห้ามใช้ไม่อร่อย ขูดมะพร้าวเอาไปผสมกับไข่ที่ตีไว้แล้ว ใส่น้ำปลาลงไปและเอาไปทอด ไฟบานกลาง น้ำมันปานกลาง ไข่สองใบได้ไขเจียวจานใหญ่ (มะพ้าวที่ใส่ลงไปให้แฉะ ๆ พอดีกับไข่นะ)

ไข่เจียวแบบนี้สามารถดัดแปลงได้เป็นทรงเครื่องคือเอาน้ำพริกแกงใส่ลงไปเล็กน้อย มันทรงเครื่องน้ำพริกแกงเป็นของเผ็ดได้อีก

ไข่เจียวอีกอย่างของแม่ ไข่เจียวกะปิ เนื่องมาจากบ้านใต้กะปิหาง่าย และดี ขอบอกว่า กะปิต้องดี อันนี้ไม่ต้องใช้มะพร้าว ไข่ธรรมดา ตีเปา ๆ ไม่ต้องให้ฟู หลังจากนั้นเอากะปิใส่ลงไป อย่าขยี่นะ ให้มันเป็นก้อน ๆ เล็ก ๆ เท่าปลายนิ้ว และอย่าใส่มาก เอาลงทอดไฟบานกลางเพราะต้องให้กะปิสุกด้วยนะ

มีอีกหลายสูตรข้ามไปเลยแล้วกัน เอาสูตรที่ สีน้ำฟ้ามากินแล้ว kakade สนใจ

อันนี้ความจริงแล้วเป็นของคุณดวงเขา
คุณดวงนี้แกเป็นสมาชิกภาคีคนฮักเชียงใหม่และแกมีความสามารถในการดัดแปลงอาหาร แกเขียนตำราอาหารสองสามเล่มแล้ว วันหนึ่งเราเดินทางไปเที่ยวบ้านแม่แก่ง ลำปางกัน

คราวนี้ข้าวเหนียวเหลือแห้งกรังอยู่ แกก็เลยคิดให้เป็นอาหารออกมา โดยเอาไข่ไก่มาตี และเอาข้าวเหนียวลงไปแช่ ให้มันแตก ๆ ออกจากกัน จากนั้นก็เติมซีอิ๋วขาว ซอสปรุงรส พริกไทยป่นให้เปียก ๆ แฉะ ๆ แล้วเอาไปทอด มันอร่อยพอที่จะขึ้นโต๊ะเป็นอาหารเช้า กินกับกาแฟก็ได้ หรือจะกินเป็นกับข้าวก็ได้ ที่สำคัญมันได้มาก ลงทุนน้อย ไข่สามใบ ไปซื้อข้าวเหนียวมาห้าบาท วันนั้นทอดให้คุณสีนำฟ้ากับซู้ก้ากินและบอกหล่อนทั้งสองว่า สูตรพิเศษ

สองคนนั้นนอนตื่นสายแบบไม่อายหนุ่มหน้าไหน พอแหกขี้ตาขึ้นมาพบไข่เจียวสูตรพิเศษรออยู่

เรื่องต่อไปความหลังของหนอนเมืองกรุง
หนอนจ๊ะ จำได้เรื่องราวที่เกี่ยวกับพี่มธุริน จำเหตุการณ์แต่เราจำหน้าหนอนไม่ได้แล้ว มันนายโขทีเดียวตั้งแต่สมัยที่งายสัปดาห์หนังสืออยู่ที่คุรุสภา ว่าไปแล้ว ช่วงที่งานอยู่ที่คุรุสภา ตรงถนนลูกหลวงนั้นอบอุ่นดีนะ ดูเป็นงานพบนักอ่านนักเขียนโดยไม่ตั้งใจกันจริง ๆ ไม่เหมือนกับงานที่อาคารใหญ่เดี๋ยวนี้ และพบนักอ่านแบบนักเขียนจัดตั้ง เราไปไม่กี่ครั้ง ครั้งหลังสุดเมื่อสองปีที่แล้วกลัวหลง จะกินอะไรก็ลำบากคนเยอะ ไปซื้อคูปองแล้วรอที่นั่งอีก กินรีบ ๆ เพราะเกรงใจคนที่รออยู่

ถ้าพบพี่มธุริน บอกแกด้วยว่า คิดถึงแกนะ เขียนมาคุยบ้างจะใช้โปสการ์ดหรือคุยในบล็อกก็ได้
เขียนมายาวแล้ว สวัสดีก่อน


โดย: แพรจารุ วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:40:04 น.  

 
มีข่าวมาฝากค่ะ
งานบูรณาการการแก้ปัญหาแม่นำปิง เป็นการพบกันระหว่างรัฐ และหน่วยงานภาคประชาชน และประชาชนทั่วไป ใครสนใจก็เชิญนะคะ ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูเขา เวลาตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสี่โมงเย็นสองวันค่ะ วันที่ 25และ 26 กค.นี้คะ มีรายละเอียดดังนี้นะคะ
กำหนดการเวทีสาธารณะ
แนวทางการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคประชาชน
ในการบริหารจัดการแม่น้ำปิงทั้งระบบอย่างบูรณาการ
วันที่ ๒๕-๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ณ ห้องภูมิระพี โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐
ระดมความคิดเห็นและข้อเสนอภาคประชาชน
โดย ชาวบ้านต้นน้ำปิง (เวียงแหง เชียงดาว ฝาง พร้าว แม่แตง)
ชาวบ้านกลางน้ำ (แม่ริม สารภี หางดง)
ชาวบ้านท้ายน้ำ (แอ่งลำพูน ฮอด จอมทอง)
ตัวแทนภาคเมือง (ภาคีและเครือข่ายในเมืองเชียงใหม่)
๐๘.๓๐ น. – ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียนและรับเอกสาร
๐๙.๐๐ น. – ๐๙.๑๕ น. อ.เฉลิมพล แซมเพชร ผู้ประสานงานภาคีคนฮักเจียงใหม่
กล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน
๐๙.๑๕ น. - ๐๙.๓๐ น. -ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน
๐๙.๓๐ น. – ๑๐.๐๐ น. ปาฐกถา เรื่อง “การบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม”
โดย อ.ฉลาดชาย รมิตานนท์

๑๐.๑๕ น. – ๑๒.๐๐ น. แบ่งกลุ่มย่อยระดมสมองเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำแม่ปิง

๑๓.๐๐ น. – ๑๔.๓๐ น. ประมวลข้อเสนอกลุ่มย่อยและร่วมวิเคราะห์
โดย อ.วสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม
อ.พรพิไล เลิศวิชา เมธีวิจัยอาวุโส
คุณศิรินาถ กตัญญู สื่อมวลชน ‘รายการร่วมด้วยช่วยกัน’
ดำเนินรายการโดย คุณสวิง ตันอุด

๑๔.๔๕ น. – ๑๖.๐๐ น. สรุป-รวบรวมข้อเสนอการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบภาคประชาชน
วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐
เวทีร่วมหารือระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการบริหารจัดการแม่น้ำปิงทั้งระบบอย่างบูรณาการ
๐๘.๓๐ น. – ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียนและรับเอกสาร
๐๙.๐๐ น. – ๙.๓๐ น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวต้อนรับ- ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน
๐๙.๓๐ น.- ๑๐.๐๐ น. ฯ พณฯ รองนายกรัฐมนตรี ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธานเปิด
และปาฐกถาเรื่อง”ทิศทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชนใน การบริหารจัดการน้ำแม่ปิงทั้งระบบอย่างบูรณาการ”
๑๐.๐๐ น. – ๑๐.๑๕ น. นำเสนอวีดีทัศน์ “ปัญหาการบริหารจัดการน้ำแม่ปิง”

๑๐.๓๐ น. – ๑๑.๐๐ น. - ตัวแทนภาครัฐนำเสนอแผนงานบริหารจัดการแม่น้ำปิง
๑๑.๐๐ น. – ๑๑.๓๐ น. - ตัวแทนภาคประชาชนนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำแม่ปิง
๑๑.๓๐ น. – ๑๒.๐๐ น. - นักวิชาการจาก สกว. นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำแม่ปิง
๑๓.๐๐ น. – ๑๕.๐๐ น. ฯ พณฯ รองนายกรัฐมนตรี ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธานการปรึกษาหารือเรื่อง “แนวทางการทำงานร่วมระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชนในการบริหารจัดการแม่น้ำปิง และสรรหาคณะกรรมการระดับนโยบายในการบริหารจัดการลุ่มน้ำแม่ปิง (แอ่งเชียงใหม่-ลำพูน)ทั้งระบบอย่างบูรณาการ

๑๕.๑๕ น. – ๑๖.๐๐ น. ประมวลข้อสรุปนำเสนอต่อ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

โทรศัพท์ ๐๘-๔๐๔๑-๕๐๙๖


โดย: แพรจารุ วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:14:24 น.  

 
สวีสดี ยาย

ลุงบูลย์ ขอโทษด้วยที่ตอบช้าล่าไป ๔ วันแล้วนี่ พอดีไม่ได้ค่อยไปตรวจว่าใครเขาไปโพสต์ไว้ที่บล็อกไหนบ้าง มักจะดูแต่บล็อกที่อัพเดทใหม่ ๆ

ยายสบายดีนะ เราพบกันครังสุดท้ายที่พนมรุ้ง ยังจำได้ไม่ลืม คราวนี้วันที่ ๒๗-๒๘ กรกฎา ไปนครไหม ถ้าไปก็พบกัน
ตอนนี้ชุมพรฝนตกทุกวันลุงไม่ค่อยมีความสุขเลย อากาศมันชื้นมาก


โดย: lungboon (pantamuang ) วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:28:07 น.  

 
สวัสดีค่ะ.. พี่ยาย..และสวัสดีลุงบูลย์ด้วย

แจมอยากจะไปด้วยเหมือนกันค่ะ 27-28 นี้
เดี๋ยวดูก่อนน๊า.. ถ้าเคลียร์งานได้ จะไปค่ะ

ปล. จะลองงัดน้านพไปด้วย มิรู้เฮียเขาจะให้แจมพกไปด้วยหรือเปล่า


โดย: สีน้ำฟ้า วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:37:11 น.  

 
คิดว่าจะไปนะคะลุง ต้องดูเวลาอีกนิดหนึ่ง พอดีมีเพื่อนจากเมืองหลวงมาเยี่ยมคะ ไม่ทราบว่าเขาจะอยู่กี่วันค่ะ

ภาคใต้กับฝนเป็นธรรมดา เราอยู่กับฝน ๆ มานาน เชียงใหม่ตอนนี้มีฝนเล็กน้อยคะ ที่นี่ช่วงน่าฝนจะดีที่สุด หากว่าเมืองยังไม่ประสบกับปัญหานำท่วม

น่าฝนจะเขียวสวยมาก ๆ เดินป่าน่าฝนก็มีเสน่ห์มาก แต่ช่วงนี้หวาด ๆ เรื่องดินถล่มคะ


โดย: แพรจารุ IP: 203.113.50.140 วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:6:44:22 น.  

 
สวัสดียามเช้า เมือคืนนอนเร็วเช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ว่าจะไปหาข้าวเหนียวสังขยามากินกับกาแฟเสียหน่อยที่นี่ยังมีข้าวเหนียวห่อละสองบาท ห่อใบตอง ที่มีใส่โฟม 5 บาทก็มีเจ้านั้นเขาว่าอร่อยมากด้วย แต่เขาไม่ยอมที่จะไม่ใช้โพม พี่ว่ากินข้าวเหนียวนิดเดียวช่วยเพิ่มขยะ ช่วยให้โลกร้อนอีกก็เลยกินที่อร่อยน้อยหน่อยก็ได้

ถ้าเลือกได้พี่ก็ควรเลือกนะ เกรงใจคนที่จะมาอยู่ที่หลัง ที่เขาเพิ่งเกิดมาอีกมากมาย

ตามแต่จะเลือกทำได้ อย่างพ่อพเยียเพิ่งรู้ตอนเขามาเยี่ยมบ้านว่า แกไม่กินอาหารมื้อเย็น อย่างนี้ก็เท่ากับประหยัดทรัพยากร ช่วยโลกเหมือนกัน แต่เราคนชอบกินยังทำไม่ได้ ตอนที่แกมาเผยแพร่แนวคิดก็เห็นด้วย และลองดูเพราะคิดว่าเป็นการประหยัดด้วย แต่เอาเข้าจริงมันหิวก็เลยกลับมากินดีกว่า

ลืมไปพี่แปะข้อความไว้ที่ฝาบ้านแล้วว่า ดูเวบตัวอย่าแล้วนะจ๊ะ


โดย: พี่ยาย IP: 203.113.50.140 วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:6:56:58 น.  

 
ลืมไปข้างบนเขียนถึงสีน้ำฟ้านะจ๊ะ


โดย: ยาย IP: 203.113.50.14 วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:07:43 น.  

 
สวัสดีจ้ะยาย


ต้องมาขอพูดหน่อยในฐานะที่ถูกพาดพิง เรื่องการงดอาหารมื้อเย็น

ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะประหยัดทรัพยากรโลกให้กับคนอื่นหรอก

และไม่ได้อดข้าวเย็นแบบถือศีล

แต่ที่ไม่ได้กินอาหารมื้อเย็นมานานแล้ว เพราะตอนแรกทดลองดูเมื่อตอนที่ไปเข้าคอร์สที่เรือนธรรม และจากที่เคยอ่านท่านพุทธทาสภิกขุเคยบอกว่าประโยชน์อย่างไรในการอดอาหารมื้อเย็น

(เป็นประโยชน์ในทางร่างกายและสมองอย่างไร จำไม่ได้กลัวอธิบายผิด - รู้แต่ว่าเมื่องดแล้วรู้สึกเบาสบายกว่าตอนที่สวาปามแบบไม่เลือกมื้อแน่นอน)

แต่เมื่อออกจากเรือนธรรมคราวนั้น สัก 4-5 ปีมาแล้วกระมัง ก็งดมื้อเย็นเรื่อยมา

และตอนไปบวชครั้งที่สองเมื่อปี 2546 นั้นเมื่อไปเป็นพระก็ไม่ต้องไปฝึกไปฝืนอีกแล้ว เพราะอดไปก่อนที่จะบวชแล้ว

แต่การอดข้าวเย็นของเราไม่เกี่ยวกับการถือศีลนะ
และไม่ใช่ว่าหลังเที่ยงไปแล้วไม่กิน มื้อกลางวันของเราอาจจะเลยไปได้ถึงบ่ายสอง

และมื้อเย็นหาจะมีกาแฟบ้าง นิดๆหน่อยก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดกติกาอันใด แต่จะไม่กินอาหารหนักๆอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว หรือข้าว

และเท่าที่ได้งดมื้อเย็นต่อเนื่องมานานพอสมควร ก็พบว่ามันสะดวกสบายท้อง ไม่อึดอัด (เพราะเมื่อก่อนสามารถกินได้มากกว่าสามมื้อ) คือเจออะไรอร่อยก็กินได้หมด

สมัยที่ยังชอบดื่ม เมื่อไปเมานอกบ้าน ก่อนกลับบ้านก็ไปนั่งร้านข้าวต้มต่อ ทำว่าเป็นห่วงสุขภาพต้องกินข้าวก่อน หรือไม่กลับมาบ้านก็ควานหามาม่าในตู้ อยู่อย่างนั้นเป็นประจำ

เดี๋ยวนี้พอไม่ต้องกินมื้อเย็นกลับรู้สึกเบาสบายท้อง และไม่เป็นภาระเมื่อไปอยู่ที่ไหนคนเดียว

สรุปว่าที่งดมื้อเย็นเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเองเป็นอันดับแรก

ต้องอธิบายยาว เดี๋ยวจะคิดว่าไอ้โดมนี่มันถือศีลไม่กินข้าวเย็น เหมือนพระอะไรทำนองนั้น

รู้แต่ว่าถ้าคนเราทำให้ "ท้องพร่อง" บ้างก็จะดีกว่าให้ท้องเต็มอยู่ตลอดเวลา (เวลาอิ่มเราก็มักทำให้ท้องแน่นๆเสียด้วย)

เมื่อเรางดจนร่างกายชินแล้วกระเพาะมันก็ปรับเข้าที่เข้าทางของมันเอง

และไม่ได้คิดว่าใครจะต้องทำตามในเรื่องนี้ คนที่จะทำอะไรสักอย่างจะต้องเห็นประโยชน์ในสิ่งที่ตัวเองทำชัดเจนก่อนจึงจะทำได้


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:59:34 น.  

 
อ้อ...ขอต่ออีกบรรทัด

ในทำนองที่กลับกันจากประโยคสุดท้ายของคอมเม้นท์ที่แล้วก็คือ...

"การที่คนเราจะเลิกอะไรสักอย่างได้ ก็ต้องเห็นโทษนั่นแหละจึงเลิกได้"

ไปแล้ววว !!!


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:02:05 น.  

 
อ่านเรื่องข้างบนแล้ว ก็ต้องพูดเหมือนชื่อหนังสือข้าพเจ้า
"เมืองไทยไม่ใช่ของ..ม....คนเดียว"
ปัญหาแบบตัดไม้ทั้งป่าเอากระหล่ำปลีกิโลละสลึงนั้นมีมาโคตร ๆเง่าศักราช ซับซ้อนอ่อนละเอียด พูดไม่ได้หัวขาด
มันรับกันไปรับกันมาจากเมืองนาเมืองนอกนู้นนนน..
อ่านเรื่องไข่เจียวสารพัดแบบอิ่มใจ
ขอเสนอสูตรน้าแพทร้านคำหวาน ใส่ใบกระเพราะทอดลงไป เลียนแบบกันไปทั้งเมือง

ของเราทุบพริกขี้หนูลงไปสักกำ ซอยหอมบั่ว ทอดให้แฉะ
(ไม่สุก-น้ำมันอย่าเยอะ)
ไขเจีนฃยวนี้เป็นอาหารศิลปินจัด
จังหวะ เวลา อารมณ์ สำคัญสุดต้องแหลกตอนหิว ๆ-----
อาหารฟ้าประทานทุกสูตร


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:51:01 น.  

 
จริงของพ่อพเยีย ขอบคุณมาก ๆ นับว่ามีประโยชน์ยิ่ง
"การที่คนเราจะเลิกอะไรสักอย่างได้ ก็ต้องเห็นโทษนั่นแหละจึงเลิกได้" อันนี้ถือว่าจริงที่สุด

แต่ถึงแม้ว่าไม่มีตั้งใจ แต่วิถีชีวิตก็พอจะบอกได้ ชีวิตในช่วงนี้ของเราเกื้อกูลธรรมชาติแค่ไหน

เราว่าการขับมอเตอร์ไชค์ไม่เป็น และใช้จักยานไปไหน ๆ ก็ช่วยเรื่องภาวะโลกร้อนเหมือนกันนะตัวเอง


โดย: แพรจารุ วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:5:49:55 น.  

 
เป็นยามเช้าที่สดใส พบท่านสัญจรมา และทิ้งข้อความไว้ อ่านแล้วขำ ๆ ยิ้มได้คนเดียว

จริงของท่าน เรื่องมันซับซ้อนละอียดอ่อน น่างุนงงและสงสัย...
ถ้าเป็นเรื่องเป็นเรื่องสั้นแบบไหนดี เป็นเรื่องเหนือจริงได้ไหม

กินไข่เจียวดีกว่า
สูตรของท่านน่าจะอร่อย เพื่อนที่กำลังเดินทางมาจะได้กินในมื้อแรกของพรุ่งนี้ เธอเป็นคนที่รู้จักท่านดี เธอเคยพูดว่าเพราะมีท่าน เพราะมีสู่ฝัน เธอจึงเขียนกวี เขียนหนังสือ

มีคนแซวว่า ถ้าเธอไม่พบท่าน เธอคงได้เป็น "พยาบาล"ไปแล้ว


โดย: แพรจารุ วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:6:23:44 น.  

 
"อุ๊ย..น่าอิจฉาจัง"

(อยากอ่านคำขยายความ ไปอ่านที่บล็อกแจมดิ..ฮิฮิ..มีเล่นแง่)

แหม ๆๆๆๆ อนุญาตให้หนูหน้อยเต๊อะ



โดย: เจ้าตัวดีของพี่คนเดิม IP: 61.7.150.167 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:7:03:35 น.  

 
"เจ้าตัวดี"

ไม่หลงกลหรอกเจ้าตัวดี ว่าแต่ไปเปิดเมลหรือยัง ไปดูเวบลุงบูลย์มาแล้ว ดูดีทีเดียวอย่างนี้ถ้านักเขียนท่านใดอยากมีเวบของตัวเองก็ติดต่อไปได้สิ มีค่านำร้อนน้ำชาพอสมควรใช่ไหม เผื่อนักเขียนคนไหนอยากมีเวปของตัวเอง พี่จะไปขยายความให้ เผื่อเจ้าจะได้มีงานมากขึ้น เออ...คุณหญิง จุฑามาศ เธออาจจะอยากมีเว็บก็ได้เพราะเธอมีร้านขายหิน

นี้เป็นคำเฉลยแล้วที่บอกว่ามีคูณหญิงเป็นเพื่อนนะ คือเธอมีชื่อเล่น ๆ ว่า "คุณหญิง"


โดย: ยาย IP: 203.113.50.140 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:36:25 น.  

 
เมื่อเย็นวาน ทดลองเจียวไข่สูตรพี่แพร จารุแล้ว อร่อยมาก
ขอบคุณนะครับกับสูตรเด็ดๆ


โดย: ธารดาว IP: 203.146.63.185 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:37:01 น.  

 
wow พี่ยายนี่น่ารักนะคะ..

เมื่อเช้าแจมรออ่านเมล์พี่เสร็จ นั่นแหละ ถึงได้ไปนอน.. เสร็จแล้วเนี่ยนะ ตอนนี้พันทิปเขาปิดปรับปรุงจ้ะ..

เดี๋ยวจัดให้นะคะ..

บอกพี่หญิงค่ะ.. ว่าเดี๋ยวแจมจัดให้ได้นะคะ.. ไปเรียนมาหมาด ๆ ยังร้อนวิชา

อืม.. ว่าแต่ วันที่ 27-28 นี้ พี่ยายมานครสิ..จะได้พาน้านพไปกัน บอกว่าพี่ยายจะแนะนำให้รู้จัก พี่หนอม และคนที่อื่น ๆ แถมยังได้เจอลุงบูลย์ด้วย

(หวังว่าคงใช้แม่น้ำทั้งสิบ ล้อม กล่อม น้าได้หรอก)



^__^


โดย: เจ้าตัวดีของพี่คนเก่า IP: 61.7.150.167 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:07:19 น.  

 
ก็จะให้อายหนุ่มหน้าไหนละค่ะ
เพราะว่ามีแต่หนุ่มเมื่อสมัยหนูยังหัดเดิน
(คิคิคิคิ แววอ้ายหนอมอ่ะน้อ)

ว่าแต่แอมมีเมนูเด็ดเรื่องไข่เหมือนกันเน้อ
เอามาฝากก็ได้ มีรูปให้ดูด้วย

ไข่ตุ๋น สูตรซูก้า

(การจะทำไข่ตุ๋นให้อร่อยต้องทำให้นิ่มไม่ฟูมากไป)
บางคนจะทำไข่ตุ๋นตีไข่เป็นพัลวันยังกับไขเจียว
พอเอาไปตุ๋นปรากฏว่ามันพองน้ำเป็นฟองไม่อร่อย
แต่บางคนบอกว่าถ้าไม่ตีให้ละเอียด
ไข่จะแยกไข่ขาวที่ไข่แดงที่

หนูมีเคล็ด ถ้าจะให้อร่อย ก็ตีแต่พอให้มันแตก
แล้วถ้าไม่ชอบให้มันขึ้นฟอง ก็จงพักไข่ทิ้งไว้ก่อนตุ๋น
เวลาตุ๋นให้ตุ๋นไฟอ่อนๆ ค่อยๆให้มันสุก
ถ้าน้ำเดือดปู๊นๆๆ เป็นหวูดรถไฟ มันขึ้นฟองแน่ค่ะ

อันนี้คือเทกกะนิก ตุ๋นไข่

ส่วนสูตรพิเศษของหมูแอมนั้น
ไข่เจียวสารพัดนึก มีอะไรในครัวจับใส่ไปให้หมด
มันก็คล้ายไข่กระทะของญวน หรือไข่กวนของฝรั่งนั่นเอง
แต่ไม่ได้เอาไปทอด เอาไปตุ๋นแทน

ตกแต่งหน้าตาให้น่ารักด้วยพืชผักผลไม้
การจะทำให้หน้าตาออกมามีรูปร่างสวยงาม
ให้วางพืชผักผลไม้ที่ต้องการ ตอนที่ตุ๋นไข่ได้สักพัก
ค่อยค่อยวางส่วนประกอบผักชีโรยหน้าลงไปนะค่ะ

ส่วนเรื่องเครื่องปรุงมันขึ้นอยู่กับคนชอบ
รสชาติตามใจพี่ยายเถอะค่ะ ต่อให้แอมทำอร่อยยังไง
แต่รสชาติไม่ถูกปากพี่ยาย มันก็ไม่อร่อย

ภาพไข่ตุ๋น ของซูก้า
(เบื้องหลังภาพนี้ ไข่ตุ๋นของแอมมันเป็นแป้งพิซซ่า)



ใช้มือถือถ่ายมันเลยสีเหลืองจนเกินจริงค่ะ

แล้วก็ขอบอกว่า ความจริงตอนออกมาทีแรกมันสวยเชียว
อีทีนี้ด้วยความหิวแอมตุ๋นไปไม่ถึง 5 นาทีก็ยกออกมา
ไข่ด้านล่างไม่สุกค่ะ พอมันไม่สุก แอมก็จับยัดไมโครเวฟ
ปรากฏว่าลืมปิดฝาครอบ ไข่ตุ๋นแอมกลายเป็นแป่งพิซซ่าซะ
ถ้าอยากอร่อยไม่อยากกินแป้งพิซซ่า พี่ยายอย่ารีบแบบแอมละค่ะ
อิอิอิอิ

ป.ล. ผักที่เอามาตกแต่งหน้าตามัน ก่อนจะใส่ลวกก่อนนะค่ะ
ไม่งั้นมันไม่สุก แฮะๆๆๆ เดี๋ยวจะว่า ทำไมไข่ตุ๋นซูก้า ผักรสชาติแปลกๆ


โดย: แอม IP: 222.123.24.168 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:16:53 น.  

 
แอมมาทำให้กินซะดี ๆ ถ้าว่างเป็นเสาร์ 28 ก็ได้ ที่บ้านมาปาร์ตี้เล็ก ๆ ส่งน้องสาวพี่หนอมกลับสวีเดนหรือถ้าว่างในช่วงประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหก (วันที่นะไม่ใช่อายุ) มาเที่ยวเล่นมาแจมกันเพราะเพื่อนพี่มาจากเมืองหลวง 2 คน

ไข่ตุ่นซูก้าน่าจะหวาน
เออ...มีอีกหนุ่มวัย 11 ปี




โดย: แพรจารุ IP: 203.113.50.14 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:49:35 น.  

 
โฮะ..ๆ มีใครบางคนเข้าบ้านตัวเองไม่ได้ เพราะติดล็อก

พี่ยาย..แบบนี้ก่เจ้า.. ถ้ายังไงก็ส่งฮู้ปมาเน้อ..ปะเดี๋ยวจะได้เปลี่ยนให้

--------ปล. คุยกันเนี่ย ไปกระซิบกันสองคนก็ไม่มีใครว่านะ.. จะบอกให้



โดย: สีน้ำฟ้า IP: 61.7.150.167 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:59:53 น.  

 
"แพร จารุ"

รู้สึกว่าคุ้นๆนามนี้เหมือนกัน ลองถามแฟนดูเธอร้องอ๋อ หุหุ เป็นนักเขียนชื่อดังนี่เอง ข้าพเจ้าต้องขออะภัยครับ" มีตาหามีแววไม่" ขออภัยจริงๆ แต่รู้สึกดีใจมาก ที่ด้ามขวานของไทย มีศิลปินเพิ่มเติมประดับวงการนักเขียนอีกนามหนึ่ง นานมาแล้วด้วย

ผมแวะมาเยี่ยมบล็อกคราวนี้ เอาสายน้ำจากเทือกเขาหลวงมาฝากคนถิ่นที่ห่างไกลบ้านได้ชม (เดาว่าไม่ได้อยู่ใต้) ก็เป็นแค่ภาพน้ำตกจากบล็อกของผมเอง ไม่ได้นำเสนออะไรเป็นพิเศษ แค่เล่าเรื่องราวผ่านทางภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ พอได้รู้จักสถานที่เท่านั้นเองครับ ถ้าเคยชมมาแล้ว ก็ขออภัยนะครับ ที่รบกวนเวลา...


น้ำตกสุนันทา อยู่แถวบ้านคุณแพรจารุครับ ถ้ายังไม่เคยชม ละมีเวลาว่างพอ ก็ขอเชิญนะครับ




โดย: เขาพนม วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:43:51 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ เขาพนม

น้ำตกสุนันทาไปบ่อยที่สุดเลยคะ ห่างจากบ้านเพียงสักสามกิโล ถ้าพวกพี่น้องพร้อมกันสี่ห้าคนก็ไปน้ำตกกัน ชอบกว่าอื่นเพราะมีแอ่งน้ำกว้างว่ายเล่นได้ค่ะ แต่ยินดีได้ดูรูปของคุณ

ใช่แล้วตอนนี้อยู่ที่เชียงใหม่ค่ะ ย้ายมาอยู่ที่นี่เกือบสิบปีแล้วค่ะ ไม่ได้ย้ายครอบครัวยังอยู่บ้านใต้นครนั่นแหละ ทุกอย่างอยู่ที่นั่น ย้ายตัวมาอยู่กับสามี แต่ก็สบายดี
เหมือนอยู่บ้านนั่นแหละ มีทุกอย่างขาดแต่ทะเล ไม่มีเสียงคลื่น ชายหาดและอาหารทะเล

กลับบ้านปีละครั้งไปน้ำตกสุนันทาเป็นหลัก และทะลเป็นรอง ทะเลก็อยู่ใกล้ ๆ เรียก"เลกลาย" กะปิดีต้องกะปิกลายนะ หรือ"เคยกลาย"

วันก่อนที่ถาม เรื่องโรงเรียนวัดเขาพนมไตรรัตน์ เพราะคิดว่าอาจจะเป็นศิษย์โรงเรียนเดียวกัน เลยเอาคำว่าพนมมาใช้เป็นนามแฝง
เรื่องตอนที่เรียนโรงเรียนวัดเขาฯสนุกดี เอามาเขียนเป็นวรรรกรรมเยาวชนเล่มหนึ่งชื่อ "นกน้อย"

ฝากสวัสดีแฟนคุณด้วยนะครับ
สวัสดีคะ แล้วจะเข้าไปดูน้ำตกสุนันทาค่ะ


โดย: แพรจารุ วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:6:56:00 น.  

 
อรุณสวัสดิ์คุณธารดาว

กินไข่เจียวสูตรไหน ถ้าแบบดั้งเดิมจริง ๆ ของครอบครัวจริง ต้องใส่มัพร้าวขูดนะ

ที่บ้านคุณธารดาวปลูกมะพร้าวหรือเปล่า ช่วงนี้บ้านเชียงใหม่ได้มัพร้าวน้ำหอมมาปลูกหนึ่งต้น พี่ชายเอาพันธ์มาให้จากบ้านใต้

และลองปลุกมังคุดอีกสามต้น เพราะจะเอาไม้ไผ่ออกไปแม้ว่าจะชอบหน่อไม้ แต่ว่าช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ไฟไหม้ตลอดเลย ไผ่แห้ง ๆ เป็นเชื้อไฟที่ดีมาก ๆ เป็นที่สนุกของคนที่เล่นสนุก ๆ ด้วย ไม้ขีดก้านเดียว หรือไฟเช็คเขาว่าจุดแล้วเขวี้ยงเข้าไปเลย

เกือบลืมสัปดาห์ก่อนส่งหนังสือไปให้สองเล่มได้รับหรือยังคะ
แล้วพบกันใหม่


โดย: แพรจารุ IP: 203.113.50.140 วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:27:12 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่แพร จารุ
เข้ามาดึก ๆ ได้กลิ่นไข่เจียวโชยมาเลยนะคะ
สูตรไหนก็อร่อยทั้งนั้นค่ะถ้ากินกะคนรู้ใจ (อันนี้ ตาวี สองวัย พูดบ่อยๆ)
แม่นบ่ พี่แพร

ไข่เจียวสูตรไหนก็อร่อย อาจเพราะเราเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายก็ได้ค่ะ ไข่เจียวจึงเป็นเมนูหลักของบ้าน
แต่ไข่เจียวสูตรมะพร้าวยังมะเคยชิมเลยค่ะ น่าจะอร่อย


เรื่องปัญหาของกลุ่มคนตะเข็บชายแดน เช่นเรื่องบัตรประชาชน สิทธิต่างๆที่ไม่ชัดเจน เป็นช่องทางให้โดนเอาเปรียบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น
เคยตั้งคำถามว่าทำไมไม่มีใคร(ผู้ปกครอง-ผู้ว่า,นักการเมืองในพื้นที่)คิดแก้ไขช่วยเหลือพวกเขาบ้าง เช่นเรื่องบัตรปชช.ที่เป็นปัญหา(หากิน)มานานนน..นม และยังเป็นปัญหาอยู่
ได้รับคำตอบว่า อ้าว เขาจะจัดการไปทำไมให้เหนื่อย สู้เอางบไปทำอย่างอื่นที่มีผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ(กรรม)มิดีกว่าหรือ

เวรกรรม


โดย: นกแสงตะวัน วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:20:16 น.  

 
สวัสดีจ๊ะนก

คืนนี้นอนดึกเหมือนกัน เดี๋ยวจะไปจ่ายตลาดแล้ว เมื่อวานเตือนสีนำฟ้าว่าอย่านอนดึก ให้นอนแต่หัวค่ำดูแลสุขภาพ แนะเหมือนโดนสาบจากหล่อนก็ไม่ปาน เพราะเมื่อหัวค่ำ ดันไปดื่มกาแฟ

เมื่อก่อนดื่มแล้วก็หลับเลยได้ มาช่วงหลังหันไปดื่มชา
คืนนี้กลับมาคิดถึงกาแฟ สงสัยร่างกายคงปรับตัว ปฏิเสธกาแฟไปแล้วเป็นแน่แท้

นอนไม่หลับขี่เกียจพลิกตัวไปมาให้รำคาญ ลุกมานั่งเล่นดีกว่า ที่ข้างบ้านพี่ เขาจ่ายตลาดกันตั้งแต่ตีหนึ่ง พอเจ็ดโมงแปดโมงตลาดก็วายแล้ว

ถ้านอนดึกตีหนึ่ง พี่ก็จะไปตลาดแล้ว สนุกดีของขายมากมาย ดอกไม้สวย ๆ กำละสิบบาท

ราตรีสวัสฝันดีนะจ๊ะ


โดย: แพรจารุ วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:3:10:30 น.  

 
มาช้าค่ะ แต่อ่านเพลินเนอะ คุยกันสนุกสนานดีจริงๆ
ชอบสูตรไข่เจียวต่างๆ ส่วนข้าวเหนียวทอดไข่นั้นสงสัยเป็นสูตรคนเพชรบูรณ์ เพราะตอนที่เพื่อนทำร้านอาหารแถวถนนนิมมานฯ ก็เห็นมีในเมนูเหมือนกันค่ะ อร่อยดีนะ

พี่ยายไปตลาดตอนตี 1 เหรอ น่าสนุกแฮะ
นึกถึงสมัยก่อน ชอบไปซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาดตอนดึกๆ

อืม
ไม่ได้ไปตลาดเช้านานมากแล้วเนี่ย
มีแต่ไปตลาดตอนสายๆ


โดย: kakade IP: 61.91.93.253 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:32:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.