คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
22 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
ผู้ถามหาคนยากไร้

1.


เพื่อนของฉันบอกว่า “เขาไม่ใช่คนปรกติธรรมดา”

ฉันมองหน้าเพื่อนอยากแปลกใจ และไม่พอใจเล็กน้อย อะไรทำให้เพื่อนคิดกับเขาเช่นนั้น

“คนปรกติธรรมดาที่ไหนเขาจะทำตัวอย่างนั้น คนปรกติที่ไหนจะทำความดี ทำบุญได้ทุกอาทิตย์ ยิ่งในยุคสมัยนี้ด้วย ไม่มีใครเขาทำกันหรอก โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ ใคร ๆ ก็ต้องคิดถึงตัวเองก่อน”

“รอให้ฉันมีเงินก่อนแล้วฉันจะช่วยเขา หรือไม่ก็รอให้ฉันถูกหวยก่อน”
คำพูดเหล่านี้เรามักจะได้ยินอยู่เสมอ ได้ยินจนชาชิน และกลายเป็นคำพูดที่ไม่จริงจัง ตัวฉันเองก็เคยพูด และไม่เคยมีวันนั้น

แค่เขามาเป็นเพื่อนเราก็ไม่ธรรมดาแล้ว อันดับแรก เขามีอาชีพเป็นตำรวจ เขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่มีอาชีพนี้ ธรรมดาคนอาชีพนี้จะไม่ได้คบหาสมาคมกัน ไม่ได้รังเกียจนะคะกลัวค่ะ มันกลัวฝังใจมาตั้งแต่เล็ก

ตอนเด็ก ๆ ฉันอยู่ในหมู่บ้านชนบทที่เรียกตำรวจว่า “นาย” ที่บ้านก็ชอบขู่ว่า อย่าร้องไห้นะนายมา อย่าดื้อนะนายจะจับ ( ขึ้นชื่อว่านายน่ากลัวมาก เอาหลอกเด็กได้ว่างั้นเถอะ )

“เขาเป็นตำรวจที่ช่วยเหลือประชาชน ชอบช่วยเหลือคนทุกข์ยาก” แนะนำตัวเช่นนี้ก็ไม่เห็นจะผิดปรกติตรงไหนมันเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว ที่จะต้องช่วยเหลือประชาชน เป็นหน้าที่โดยตรง

ถ้าเช่นนั้นฉันจะแนะนำตัวเขาใหม่ “เขาเป็นตำรวจ...วันหยุดแทนที่เขาจะไปทำงานพิเศษ เฝ้าร้านทอง เฝ้าผับ หรือเฝ้าร้านสะดวกซื้อ แต่เขาเลือกที่จะเดินทางไปตามที่ต่าง ๆ ที่มีคนทุกข์ยาก คนพิการ เพื่อช่วยเหลือ แบ่งปัน เขาแบ่งเงินของตัวเอง ไปให้คนอื่นที่ทุกข์ยากกว่า แม้ว่าจะมีน้อย เขาก็ยังแบ่งให้ เดือนละห้าร้อยบาทพันบาท”

คำถามก็คือว่าอะไรที่ทำให้เขาทำเรื่องเช่นนี้

ฉันเชื่อว่าชีวิตคนไม่ได้มาพร้อมกับความดีหรือเลวตั้งแต่กำเนิด หรือมีเวรกรรมติดตัวมาตั้งแต่เกิด ฉันเชื่อว่าความดีความเลวเกิดขึ้นภายหลัง เช่นเดียวกับเวรกรรมอันมาจากการกระทำ แต่อาจจะไม่ใช่เราเป็นผู้กระทำเสียทีเดียว อาจจะได้ผลพวงมาจากสิ่งอื่นผู้อื่นกระทำด้วย




2
เขาชื่อจ่าจินต์ (จ.ส.ต.จินตวีร์ เกียงมี ) อยู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


หลายคนอาจจะรู้จักเขาจากรายการโทรทัศน์ หลายรายการที่นำเสนอชีวิตเขา แต่วันนี้เรามารู้จักกับเขาจากงานดอกเสี้ยวบานบนดอยสูง ที่ดอยหลวงเชียงดาว

ฉันชวนเขาเดินทางมาที่นี่ในช่วงหน้าร้อน ฉันบอกเขาว่า ดอกเสี้ยวจะบานเต็มดอยหลวงในช่วงนี้ ช่วงที่ผู้คนพูดถึงเมืองเชียงใหม่ว่าเต็มไปด้วยหมอกควันไม่มีใครอยากมาเยือนเชียงใหม่ พวกเขาพากันลืมดอกไม้ที่บานในหน้าร้อน

เขาเล่าว่า เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน (เหมือน ๆ กับคนยากจนอื่น ๆ มากมายในประเทศนี้) และมีพ่อพิการ แต่ดูเหมือนเขาจะโชคดีที่มีครอบครัวที่น่ารัก มีแม่ที่คอยดูแลพ่อ และแม่จะคอยสอนให้เขาเป็นคนดี เขาอยากจะให้พ่อมีรถเข็นสักคันแต่พ่อไม่มีโอกาส นั่นเป็นเรื่องความทุกข์ยากเบื้องต้น ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาอยากช่วยเหลือคนพิการ

“พ่อผมพิการนั่งขายหวยถูกตำรวจอุ้มไปทั้งเก้าอี้”
จ่าเล่าว่าเป็นภาพติดตาเขาและบอกกับตัวเองว่าจะเป็นตำรวจให้ได้ แต่เมื่อเป็นตำรวจ เขาเป็นตำรวจที่มีหนี้สินมากมายจากการไปค้ำประกันให้คนอื่นและต้องใช้แทน และจากการกู้หนี้ยืมเงินนอกระบบที่ดอกเบี้ยสูง เพื่อมารักษาพ่อ

วันนั้นเขามอบบันทึกสั้น ๆ ให้ฉันอ่าน หัวเรื่อง เขียนว่า กรรมดี ฉันเปิดอ่านที่ละหน้าและมาหยุดลงตรงประโยคที่ว่า
“ที่ฉันช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ ฉันไม่หวังสิ่งใดตอบแทนจากเธอ สบายใจได้ แต่ฉันขออย่างเดียวขอให้เธอเป็นตำรวจที่ดีอย่ารีดไถประชาชนที่ไม่มีความผิด”

นี้เป็นประโยคหนึ่งจากบันทึก ของตำรวจไทย เขาบันทึกไว้ เมื่อครั้งเขาได้รับความช่วยเหลือจากผู้หญิงคนหนึ่งจากต่างประเทศ อ่านแล้วมีความสุขค่ะ ความสุขแรก มีคนที่ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนให้ตัวเองแต่หวังสิ่งตอบแทนให้กับสังคม เขาหวังที่จะมีตำรวจดี ๆ ในเมืองไทย

อะไรทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งอยากช่วยเหลือใครสักคน
“เพราะความกตัญญูของเธอ และความดีของเธอ ฉันจึงช่วยเหลือเธอ”

นี่เป็นประโยคต่อมาที่แสดงว่าสังคมไทยเรายังให้ความสำคัญต่อเรื่องความดีและความกตัญญู ฉันคิดว่ายังมีผู้คนมากมายในประเทศนี้ที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นตามแต่สภาพที่จะช่วยได้

เธอคนนั้นเป็นมือที่หนึ่งที่หยิบยื่นมาให้ และนำไปสู่มือที่สองสามสี ฉันนำเรื่องนี้มาเล่า ไม่ใช่เพียงเพื่ออยากเห็นคนในสังคมช่วยเหลือเกื้อกูลกันเท่านั้น แต่คิดถึงหลาย ๆ คนที่ท้อแท้ในการทำความดี หรือระแวงต่อความดี เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า

“คนอย่างฉันทำคุณกับใครไม่ขึ้น หรือทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ”อะไรทำนองนี้อยู่เสมอ

อ่านเรื่องนี้แล้ว จะทำเรามองโลกในมุมมองใหม่ มุมที่ทีความรักนำทาง



>


3


เมื่อคนเราหมดหนทางก็จะหาทางออกให้กับตัวเอง บางคนหาทางออกด้วยการทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองรอด แม้แต่ทำผิดกฎหมาย รีดไถผู้อื่น ทำร้ายผู้อื่น แต่บางคนเลือกที่จะทำร้ายตัวเอง

ในวันที่เขาหมดใจ เขาคิดจะฆ่าตัวตายด้วยปืนของเพื่อนที่ไปยืมมา แต่ในที่สุดเขารอดด้วยหนังสือเล่มหนึ่ง ในขณะที่เขาเตรียมตัวจะฆ่าตัวตาย เขาหันไปเห็นนิตยสารเล่มหนึ่งโชคดีที่เขาหยิบมันขึ้นมาอ่าน และเขาพบ คอลัมน์ช่วยเหลือคนยากจน เขาจึงเขียนเรื่องราวของตัวเองไปยังนิตยสารเล่มนั้น

ในส่วนตัวของฉัน เรื่องราวของเขา ทำให้ฉันภาคภูมิใจในอาชีพของตัวเอง อาชีพที่เกี่ยวกับหนังสือและการเขียน การอ่าน เพราะตำรวจคนนี้เขารอดเพราะหนังสือ

หลังจากที่เขาเขียนจดหมายไปยังหนังสือเล่มนั้น ได้สองสัปดาห์ เขาได้รับจดหมายเป็นกำลังใจมากมาย และได้รับการช่วยเหลือด้านการเงิน จากผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำธุรกิจที่ประเทศฮ่องกง เธอกลับมาเมืองไทยมาหาเขาที่สถานีตำรวจ เธอเชื่อว่าเรื่องราวที่เขียนไปเป็นเรื่องจริง เกือบหกหมื่นบาทเธอชำระหนี้สินให้ และพี่อีกคนที่ออสเตรเลียช่วยเหลือด้วยเงินสี่หมื่นบาท

เขาจึงสัญญากับตนเองว่า “จะเจียดเงินเดือนของตัวเองช่วยเหลือใครก็ได้ เหมือนที่คนอื่นหยิบยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรา”

เขาออกเดินทางช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากจาก เกือบทุกที่เกือบทุกจังหวัดในวันหยุดราชการ เขาแบกเป้เดินทางไปช่วยเหลือใคร ๆ ไปทั่ว

จากมือที่หนึ่งเป็นสองสามและนับสิบ และเขายังไปขอเปิดเขียนคอลัมน์ในหนังสือเล่มหนึ่ง เพื่อให้คนที่ทุกข์ยากเขียนจดหมายเข้ามา นอกจากเขาจะไปช่วยเหลือเองแล้วเขายังเป็นสื่อที่ให้คนที่อยากช่วยเหลือผู้อื่นไปพบและช่วยเหลือกันเองด้วย

“12 ปีกับการแบกเป้ตะรอนทัวร์ช่วยเหลือผู้ยากไร้ในผืนแผ่นดินไทย และเขียนคอลัมน์เล็ก ๆ เป็นสะพานบุญเป็นตัวเชื่อมให้ผู้อ่านส่งความช่วยเหลือ โดยเอาชื่อยศตำแหน่งของตนเองเป็นการยืนยัน ว่าครอบครัวนั้นครอบครัวนี้โรงเรียนนั้นโรงเรียนนี้ วัดนั้นวัดนี้ชมรมนั้นชมรมนี้เดือดร้อนลำบาก และน่าช่วยเหลือจริง ๆ ให้ส่งความช่วยเหลือโดยตรงได้เลยครับ ผมไปเยี่ยมและได้ไปดูมาแล้ว”

บางครั้งเขาถูกตั้งคำถามว่า ทำไมไม่สอนให้เขาปลูกผัก หาปลา แทนที่จะช่วยแบบให้เปล่า เขาบอกว่า คนที่เขาไปช่วยบางคนหยิบช้อนกินข้าวเองยังไม่ได้ บางคนอยู่กันสามคน คนหนึ่งแกมาก ๆ อีกสองคนพิการ แล้วจะสอนอาชีพให้เขาได้อย่างไร

คำเท่ ๆ สั้น ๆ ของจ่าจินต์คือ “การเป็นผู้รับต้องรอ แต่การเป็นผู้ให้เราทำได้เลยและสุขกว่า”

ว่าไปแล้ว การดูแลช่วยเหลือกันนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทย ที่มีมาช้านานแล้ว แต่ยุคสมัยใหม่ที่เราต่างเร่งรีบและสนใจอยู่กับปัญหาของตัวเอง จนเราลืมดูคนอื่น และคิดว่า การทำความดี การช่วยเหลือผู้อื่น เป็นเรื่องของคนไม่ธรรมดา คนไม่ปรกติ ซึ่งความจริงแล้ว เป็นเรื่องของคนปรกติ.



คอลัมน์ “เริงรำไปใต้แสงตะวัน” กุลสตรี ปักษ์แรก เมษายน2552


เบื้องหลังการทำงาน สถานที่ หุบเขาผาแดง เชียงดาว
ภู เชียงดาว สัมภาษณ์ จ่าจินต์ แพรจารุ เก็บข้อมูล



Create Date : 22 มิถุนายน 2552
Last Update : 22 มิถุนายน 2552 13:28:35 น. 8 comments
Counter : 736 Pageviews.

 
สวัสดีเจ้าพี่แพรฯ

ชอบคำพูดนี้จังเลยค่ะ...
“การเป็นผู้รับต้องรอ แต่การเป็นผู้ให้เราทำได้เลยและสุขกว่า”
จริงเสียยิ่งกว่าจริง
แต่หลายคนกลับชอบแต่จะเป็นผู้รับแล้วอิดออดที่จะ"ให้"


โดย: แม่ไก่ วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:10:55:07 น.  

 
เรื่อง"ความจำเสื่อมกับวิถีที่เปลี่ยนไป" ตั้งใจจะเขียนเป็นเรื่องสั้นอยู่ แต่จะว่างเมื่อใดไม่รู้(มัวแต่ทำเงินจนจะตายคา ง เงิน แอนด์งาน....แล้ว บก.ช่อ...เชิญมาก็ยังไม่ได้เขียน ไม่แน่จะเอาเรื่องนี้แหละแฮะ ๆ

อ้าวแพรเอาเปรียบนะ นอนหันหลังให้ถ่ายรูปแบบนี้


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:18:27:40 น.  

 
สวัสดีจ้ะยาย

ยังติดต่อกับอุ๋มอิ๋มเป็นประจำอยู่หรือเปล่า

ถ้าว่างวานบอกให้อุ๋มอิ๋มไปอ่านบล็อกปะการัง (ชบาฉาย)หน่อยนสิ

เขาเขียนถึงเรื่องหนังสืออุ๋มอิ๋มและ เขาเขียนได้น่าอ่าน เราอ่านแล้วอดยิ้มไม่ได้


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:7:34:54 น.  

 
แพร

รีบไปอ่านเร้ว มีเรื่องสั้นใหม่


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:0:29:35 น.  

 
สวัสดีครับ ยาย

แวะมาอ่านเรื่องและทักทาย
พร้อมทั้งขอบคุณที่แวะไปอ่านที่บล็อกครับ (ขอบคุณโดมด้วยครับ) ฝากบอกอุ๋มด้วยนะครับ

อ่านเรื่องที่เขียนแล้วรู้สึกดี มีความสุขครับ ชอบคำเท่ๆของจ่าจินต์มาก... จริงทีเดียว!


โดย: ปะการัง (ชบาฉาย ) วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:2:56:17 น.  

 
พี่แพรสบายดีนะ
ผมดูภาพแว๊ปแรกก็คุ้นๆว่าคล้ายจ่าจินต์ อืมใช่จนริงๆด้วย


โดย: ตาพรานบุญ วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:13:23:35 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่ยาย

วันนี้แว้บมาทักที่บล็อกแก็งค์


โดย: เพลงฝนต้นลมหนาว วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:19:54 น.  

 
เคยเกลียดตำรวจมากๆ ค่ะ
แต่เข้ามาอ่านที่นี่แล้ว รักนายตำรวจคนนี้จัง


โดย: เอ็มมี่ วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:31:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.