คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

บันทึกเวลาของความฝัน ตอน ตะโกนใส่หน้าว่าไม่แน่





ในวันที่ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้คุก

ยามเย็นขึ้นไปที่ดาดฟ้าชั้นที่ 9 ไปดูพระอาทิตย์ตกที่แม่น้ำเจ้าพระยาสวยงามชวนฝัน แต่ต้องดูให้พ้นตึก และหลังคาคุก แต่บ่อยครั้งที่สายตามาหยุดอยู่ที่หลังคาคุก

บนดาดฟ้าชั้น 9 ด้านหนึ่งมองเห็นคุกอีกด้านหนึ่งมองเห็นวัด คุกกับวัดเหมือนสีขาวกับสีดำหรือดีกับชั่ว แต่ในความเป็นจริงนั้นภายในคุกก็มีสิ่งที่ดีงามอยู่ด้วยเช่นเดียวกับในวัดก็อาจจะมีสิ่งเลวร้ายซุกซ่อนอยู่ด้วย

แน่นอนเมื่อวัดมีเรื่องเลวร้ายก็เป็นข่าว เช่นเดียวเดียวกับคุกมีเรื่องดี ๆ

ฉันเคยเดินเข้าไปในคุกมาแล้ว

เป็นครั้งแรกที่ฉันเดินเข้าไปในนั้น แจ้งความประสงค์ขอเยี่ยมเพื่อน เจ้าหน้าที่ถามชื่อนามสกุล และคดี ฉันไม่รู้ว่าเพื่อนติดคดีอะไร ฉันรู้มาว่า เพื่อนติดคุก เจ้าหน้าที่ดูรายชื่ออีกครั้ง และบอกว่า "คดีปล้นฆ่า"

ฉันตกใจแต่ไม่ได้คิดที่จะเดินกลับ เราไม่ได้พบกันนานหลายปี เส้นทางเดินของเพื่อนเป็นอย่างไรฉันไม่รู้ ปลายทางสุดท้ายที่เราเดินมาด้วยกันคือ มัธยมต้น

ในปีที่เพื่อน ๆ หลายคนเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อนคนหนึ่งเข้าคุก ส่วนฉันเรียนมหาวิทยาลัยเปิด และเริ่มทำงานข่าวหนังสือพิมพ์

เรายืนห่างกันมาก มีลูกกรงกั้นสองชั้น เราต่างเรียกชื่อกันเสียงดัง ตะโกนแข่งกับใครต่อใครที่มาเยี่ยมญาติของตัวเอง

"สบายดีไหม" เพื่อนตอบว่า "สบายดี" ก่อนเอาหลังมือเช็ดน้ำตา

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะถามอะไรดี เวลาเหลือน้อย เราต้องรีบพูดแต่ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เพื่อนก็คงจะเช่นเดียวกัน เธอไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากเรียกชื่อ และผลัดกันถามว่า "สบายดีไหม"

หน้าตาเพื่อนยังสดใส ผิวขาวดูสะอาด แต่เท้าดำ เพื่อนคงไม่ได้สวมรองเท้า และเป็นสิ่งเดียวที่เธอร้องขอจากฉัน คือขอรองเท้าคู่หนึ่ง

“เอาแต่รองเท้าของอื่นอย่าซื้ออะไรฝากไว้นะ เพื่อนในนี้ขโมยหมด” เธอว่าอย่างนั้น ฉันเกือบจะถามเพื่อนออกไปแล้วว่า อยู่ในนั้นแล้วยังขโมยกันอีกหรือ โชคดีที่ได้แต่คิดไม่ถามออกไป

จับคนผิดหรือเปล่า หน้าตาใส ๆ ตัวเล็ก ๆ อย่างนี้หรือไปปล้นฆ่าใครเขามาแล้ว

เรื่องจับคนผิดหรือคนที่ติดคุกไม่ใช่คนผิดเสมอไป เป็นเรื่องที่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน รับจ้างติดคุกก็ยังเคยมี หลักฐานก็สร้างขึ้นมาได้ คนใหญ่คนโตเขาไม่ติดคุกเอง เขาว่าจ้างคนอื่นติดคุกก็มี ค่าจ้างคือรับผิดชอบลูกเมียให้อยู่ดีกินดี ให้เงินอีกก้อนหนึ่ง -มีเรื่องเล่าเช่นนี้

ในที่สุดฉันก็ถามออกไป “เรื่องราวมันเป็นอย่างไร เธอทำอะไร เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”

ฉันคิดว่าจะได้ฟังคำปฏิเสธจากเพื่อน แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ กลับเป็นคำตอบรับ เธอยังบอกว่าเธอรับสารภาพเอง เธอปล้นกับสามีและเพื่อนของเขา

การปล้น ไม่ได้ทำคนเดียว มีการกระทำร่วมกัน เธอเป็นหนึ่งในขบวนการนั้น หากเธอทำคนเดียวปฏิบัติการคนเดียวไม่เรียกว่าปล้น

คนที่เป็นสามีของเธอทำเช่นนั้นได้อย่างไร ชวนเธอไปปล้น เขาน่าจะให้เธออยู่บ้าน แต่นั้นแหละมันมีอยู่อีกข้อหนึ่งเขาว่าสามีภรรยามันต้องร่วมทุกข์ร่วมสุข เขาและเธอจึงไปด้วยกัน –นี่เป็นเรื่องที่ฉันคิดเอาเอง รายละเอียดฉันไม่รู้และฉันยังไม่มีสามี ฉันไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยานั้นเป็นเช่นไร

ก่อนหมดเวลาเยี่ยมเธอถามว่า ทำงานที่ไหน

ฉันบอกชื่อหนังสือพิมพ์

" อดทนนะเพื่อน วันไหนหลุดพ้นก็ไปหาฉันะ"

หมดเวลาเยี่ยม ฉันบอกเธอว่า “ แล้วพบกันใหม่ แล้วพบกันนะ” เธอตอบกลับว่า “แล้วพบกัน” เราเดินออกจากลูกกรงเหล็กพร้อม ๆ กัน ฉันหันกลับไปมองเธอเดินลากโซ่ตรวนเข้าไปข้างใน

ฉันอยากให้เป็นการจากที่เป็นธรรมดาเหมือนหนึ่งว่า เลิกเรียนแล้ว เดินกลับบ้านมาถึงทางแยกแล้วจากกัน บ้านเธอไปแยกซ้ายฉันไปแยกขวา จะต่างกันก็แต่เพียงว่าเราไม่ได้ตีมือกันก่อนจาก เด็ก ๆ ชอบตีมือกันก่อนจาก เป็นการฝากลา



เพื่อรอยามเช้า จะได้รีบมาโรงเรียนเพื่อพบเพื่อน อยากพบเพื่อนมากกว่าอยากเรียน ที่สุดของโรงเรียนก็คือเพื่อน เรื่องเรียนเป็นผลพลอยได้

อีก10 ปี ชีวิตในคุกของเธอ แต่เธออาจจะได้ออกเร็วกว่านี้ หากเธอทำตัวดี และยังมีวันสำคัญ ๆ ที่เธอได้ลดหย่อนโทษ เธออาจจะติดแค่ 3-5 ปี

ฉันไม่ลืมซื้อรองเท้าฝากให้เพื่อน 3 คู่ เผื่อขาดเผื่อหาย

*************

หลังจากนั้นฉันลืมเรื่องเพื่อนไป เหมือนพยายามที่จะลืม แม้วันเยี่ยมญาติฉันก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเพื่อน กลับไปบ้านเกิด พบญาติของเธอแต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเธอเหมือนหนึ่งว่าไม่เคยมีเธอ

ในเมื่อฉันก็อยากลืมฉันจะไปถามถึงทำไม แต่ถ้าใครพูดขึ้นมาฉันก็อยากฟังอยากรับรู้ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตามฉันได้รับรู้เรื่องราวของเธอจนได้ ในวันที่เธอใกล้ออกจากคุก เธอเขียนจดหมายถึงฉัน ในจดหมายนั้น เธอว่า ถ้าฉันยังทำงานที่เดิมและได้รับจดหมาย ให้มารับด้วย เธอไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ไม่รู้จะเริ่มต้นชีวิตอย่างไร จะกลับบ้านก็ไม่รู้ว่าจะกลับได้ไหม ทุกอย่างไม่รู้หมด ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเปล่าที่ได้ลดโทษ ออกไปก็กลัว

เธอลงท้ายจดหมายว่า อย่างลืมมารับเพื่อนด้วย

ฉันรู้สึกกลัว ฉันกลัวคนคุกฉันกลัวเพื่อน

5 ปีเป็นเวลาที่ยาวนานและทุกอย่างก็ปลี่ยนไปแล้ว หากฉันไปรับเพื่อนจากคุกแล้วหลังจากนั้นฉันจะเอาเพื่อนไปไว้ที่ไหน ฉันจะบอกน้อง บอกเพื่อนว่าอย่างไร ฉันกังวลต่อไปอีกว่า หากสามีเธอออกมาจากคุก เขาอาจจะมาเกี่ยวข้องและนำความยุ่งยากมาให้ฉัน

ฉันแอบทิ้งจดหมายของเพื่อนไป

ฉันสั่งตัวเองให้ลืมเสีย ลืมว่าได้รับจดหมายแล้ว

ฉันคิดว่าฉันลืมเรื่องนี้แต่ความจริงฉันไม่เคยลืม ทุกครั้งที่ผ่านคุก และโดยเฉพาะวันที่ฉันยืนมองหลังคาคุกอยู่ที่ห้องพักชั้น 9

เธอเป็นเพื่อนคนหนึ่ง บ้านเธอมีสวนทุเรียน เป็นทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมที่ต้นสูง ต้องรอให้มันหล่นลงมาเองเท่านั้น เธอชวนเพื่อน ๆ ไปนอนเฝ้าทุเรียนที่กระท่อมเล็กในสวน นานครั้งจึงจะขอพ่อแม่ไปกันได้ เสียงทุเรียนหล่นตุบ ต้องวิ่งไปเก็บ ถ้าใครไม่วิ่งไปเก็บแสดงว่า "ไม่แน่กลัวผี"

ฉันยอมไม่ได้หรอกที่จะไม่แน่ ฉันต้องวิ่งไปเก็บให้ได้เพื่อเป็นคนแน่
เราไม่มีอะไรที่ต่างกันเลย ถ้าจะต่างกันก็ตรงที่ว่าเธอเป็นคนสวย น่ารัก หัวเราะเก่ง และเป็นที่รักของใคร ๆ เธอมีเพื่อนผู้ชายมาสนใจหลายคน ในวัยแค่มัธยมเธอก็มีคนมาจีบแล้ว และหลังจากนั้นเธอก็ไปอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง

เวลานี้ ฉันไม่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ฉันไม่กล้าที่จะถามข่าวคราวของเธอ เพราะฉันกลัวเธอจะรู้ว่า ฉันได้รับจดหมายฉบับนั้นแล้ว

ฉันเป็นเพื่อนที่ไม่ได้ให้โอกาสเพื่อน ฉันขลาดกลัวและไม่ไว้วางใจเพื่อน แต่ในขณะที่เขียนบันทึกเวลาของความฝัน ฉันฝันว่าได้มีโอกาสขอโทษเพื่อน บอกเล่าเรื่องราวของคนขี้ขลาด

ฉันเป็นเพื่อนที่ไม่แน่จริง ฉันไม่แน่

ถ้าฉันพบเธอ ฉันจะให้เธอพูดใส่หน้าฉันว่า “ไม่แน่”



ปล.งานเขียนชิ้นนี้ เขียนเป็นบันทึกไว้หยาบ ๆ เมื่อสิบกว่าที่ผ่าน นี่เป็นการปรับปรุงครั้งที่ 1

(ภาพประกอบ พระอาทิตย์ยามเช้า โดย ธนภูมิ อโศกตระกูล)




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2551
21 comments
Last Update : 5 สิงหาคม 2551 17:04:53 น.
Counter : 789 Pageviews.

 

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมกันค่ะ
อืมม์ ภาพเที่ยวนี้ โทนออกแนวร้อนไปหน่อย ทั้งภาพ ทั้งกลอน แสบตาเลย

แต่ตอนนั้น แสงอาทิตย์ ส้มจัดมากๆ
สวยดี แต่เสียดายที่หนาวมากๆ มีเมฆมาบังค่ะ ช่วงหน้าหนาว เวลาอาทิตย์ตก ก็จะหายไปเลยเร็วจัง

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมน้องทิชานะคะ

ชอบเรื่องที่คุณเขียนค่ะ และเข้าใจดีว่าทำไมคุณต้องทำอย่างนั้น เชื่อนะ ว่าคุณต้องไม่ลืมเรื่องนี้ด้วย

เส้นทางชีวิตของคน มันเป็นไปตามเส้นทางของแต่ละคนค่ะ และมันได้ผ่านไปแล้วอย่างน้อย ได้แบ่งปันความรู้สึกที่อยู่ในใจ ให้คนอื่นได้รับรู้ ถึงความรู้สึกอันนี้
ต้องมีคนเข้าใจค่ะ

 

โดย: นายกุหลาบ 3 สิงหาคม 2551 23:09:50 น.  

 

มาอ่าน มาทักทาย มาทำความรู้จักค่ะ

 

โดย: teansri 4 สิงหาคม 2551 6:26:09 น.  

 

เชิญไปงาน อ้ายไพฑูรย์

ชื่องาน......................สักวันหนึ่ง นกยูงทองจักร้องรำ
วันที่จัดงาน.................8 สิงหาคม 2551
เวลา..........................17.00-24.00 น.
สถานที่......................ร้านสายหมอกกับดอกไม้ ถนนวงแหวนรอบกลาง
................................ห่างเรือนจำกลางเชียงใหม่ 200 เมตร ค่ะ
แขกรับเชิญ.................อ้ายแสงดาว ศรัทธามั่น
นักดนตรีรับเชิญ...........เปื่อย หมอแคน และ อ้ายถนอม ไชยวงษ์แก้วและอีกมากมาย
กวีรับเชิญ...................อ้ายไพฑูรย์ พรหมวิจิตร และอีกมากมาย
อาหาร........................แม่จินดา ผู้น่ารัก เป็น sponsor ทั้งหมดค่ะ
เครื่องดื่ม....................อ้ายไพฑูรย์ เตรียมไว้ให้ทุกท่านแล้วที่งานค่ะ
................................แต่ช้าก่อน ไม่ใช่ฟรี ๆ นะเจ้าคะ เพราะอ้ายฯ กะจะ
................................มอบรายได้ทั้งหมดให้กับผู้ประสบอุทกภัยนากีสค่ะ

สอบถามรายละเอียดที่
089 6373623


 

โดย: แพรจารุ 4 สิงหาคม 2551 7:50:32 น.  

 

เป็นเรื่องเล่าที่จับความรู้สึกและสะเทือนใจมากค่ะ ไม่ว่าจะคิดในมุมใดหรือของใคร....

ผ่านมาถึงวันนี้แล้ว
ทั้งเพื่อนทั้งคนเล่าคงรู้สึกได้ในอีกมุมหนึ่งของความทรงจำ...



 

โดย: kangsadal 4 สิงหาคม 2551 9:59:29 น.  

 

เขียนเรือ่งคุกเหมือนกันนี่...หรือว่าใกล้จะเฉียดคุกกันแล้ว ha ha

ผมก็เคยเข้าไปในคุกอยู่บ่อยๆ
พอดีมีเพื่อนเป็นผู้คุม เห็นแกพกพวงกุญแจนับสิบลูก ถึงรู้ว่าต้องใช้เปิดประตูเข้า แล้วก็ปิด เปิดเข้าไปแล้วปิด คลิก...

โห...ชีวิต
ทุกคนต่างคือผู้ถูกคุมขัง

ไม่หรอยเล้ยนิ...

 

โดย: pu_chiangdao IP: 118.175.183.168 4 สิงหาคม 2551 12:00:20 น.  

 

เขียนลงได้ไงว่าใกล้จะะเฉียดคุกกันแล้ว เขาเรียกว่าเสียวสันหลังนะโว้ย

ส่งสัยต้องแยกกันอยู่แล้ว เข้าข่ายรวมกันพากันไป

 

โดย: พี่ยาย IP: 117.47.42.138 4 สิงหาคม 2551 13:08:02 น.  

 

ผมก็มีเรื่องทำนองนี้เช่นกัน นานมาแล้ว
วันเวลาเปลี่ยนทุกคน
เขาเราเลือกที่จะเป็น

 

โดย: ตาพรานบุญ 4 สิงหาคม 2551 16:12:03 น.  

 

ในคุกเมืองเหนือมีถนนคนเดินด้วยนะจ๊ะ
เหมือนท่าแพเลย

 

โดย: last_tibetstone 4 สิงหาคม 2551 17:23:55 น.  

 

พี่หิน คงจะหมายถึงคุกเก่าในเมือง

เห็นว่าเขาจะปรับปรุงคุกเก่าในเมืองเป็นสวนสาธารณะ แบบสวนต้นไม้นะคะ เขากำลังวางแผนกันอยู่



 

โดย: แพรจารุ IP: 222.123.134.221 4 สิงหาคม 2551 20:03:37 น.  

 

นายกุหลาบ

ขอบคุณมากค่ะ ดีใจที่คุณชอบ แล้วมาอ่านใหม่นะคะ

teansri
ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะที่ได้รู้จัก แล้วจะแวะไปเยี่ยมที่บ้านค่ะ

 

โดย: แพรจารุ IP: 222.123.134.221 4 สิงหาคม 2551 20:06:33 น.  

 

อาจารย์ผมเป็นอนุศาสนาจารย์อยู่ในคุก แกจบเปรียญ 8
อาจารย์อีกคนเป็นทหารอากาศ ยศ
นาวาอากาศเอก
คิดถึงชีวิิตที่เรียบง่ายและงดงามของท่าน
ส่วนผมเคยบวชเรียนได้เปรียญ 3
ยังวุ่นวายอยู่กับชีวิตในทางโลก
สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือ การขาดอิสรภาพ

 

โดย: ธารดาว IP: 202.149.25.234 5 สิงหาคม 2551 5:27:00 น.  

 

คุณเขียนได้ดีมาก
เป็นเรื่องที่น่าคิดทีเดียว..

แต่ผมอยากบอกว่า "คุณแน่มาก" ที่กล้าเขียนเล่าเรื่องนี้

ฝากความระลึกถึงพี่หนอมด้วยครับ สบายดีกันนะครับ

 

โดย: ปะการัง (ชบาฉาย ) 5 สิงหาคม 2551 9:51:58 น.  

 

สวัสดีครับ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม
ยังจำได้ว่าได้อ่านเรื่องราว
ของคุณเมื่อเร็ว ๆ นี้ใน
ขวัญเรือน หรือกุลสตรีไม่ทราบ
ยังนึกชมในใจในความเป็นนักสู้
นักเขียนที่ไม่ท้อต่องาน
และดูเหมือนจะเคยอ่านบล็อก
ของคุณในเนชั่นมาบ้าง

นึกไม่ถึงว่าผมจะได้รับเกียรติ
จากคุณที่แวะมาเยี่ยม

ผมอ่านเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึง
หนังสือ คุกของชีวิต
ของท่านพุทธทาสภิกขุ
เรากำลังติดคุกกันทุกคน
เพียงแต่ว่า เราจะคิดหาวิธี
ออกจากคุกได้ยังไง
หรือยอมอยู่ในคุกของชีวิตต่อไป

ขอบคุณครับที่ได้อ่านบันทึกข้อคิด
ของคุณแพรจารุในวันนี้

 

โดย: chanaw2485 (chanaw2485 ) 5 สิงหาคม 2551 22:30:22 น.  

 

//www.thainews70.com/news/news-head/view.php?topic=9041

คิดยังไงกับกระทู้นี้เอ่ย

 

โดย: สงกา IP: 124.157.165.137 6 สิงหาคม 2551 11:24:38 น.  

 

พี่เข้าไปดูแล้วค่ะ ขอบคุณ
คุณสงกามากค่ะ ข่าวชิ้นนี้บอกว่า ทันทีที่ฝายพังน้ำไหลดีขึ้น ใช่แล้วคะอะไรที่พังน้ำก็ต้องไปไหลเชี่ยวตรงนั้น ถ้าตะลิงพังมันก็จะเซาะเข้าไปที่ตลิ่ง ถ้าสะพานพัง หรืออะไรพังก็เช่นกันค่ะ

คราวนี้เรามาดูว่า ประโยชน์ของฝายก่อน และแม่นำปิงก็ไม่ได้รับใช้แต่คนในเมือง ลองดูว่าที่ขวางแม่น้ำปิงอยู่มีอะไรบ้าง

ส่วนประตูระบายน้ำนั้นถ้าช่วยป้องกันน้ำท่วมเมืองน่านน้ำคงไม่
ท่วมเพราะเมืองน่านสร้างประตูระบายน้ำแล้ว(ชื่อฝายธงน้อย) แต่ปรากฏว่าปีนี้น้ำก็ท่วมเมืองน่านอยู่

 

โดย: แพรจารุ IP: 117.47.220.35 7 สิงหาคม 2551 21:09:31 น.  

 




H A P P Y : : N I G H T

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยียนเสียนาน
แต่ยังระลึกถึงเสมอจ๊ะ

เรื่องวันนี้อ่านแล้วอึ้งไปเลย
ถ้าเกิดจริงกับป้า ก็คงคิดหลายตลบเหมือนกันกันว่าจะเอาไง

รักษาสุขภาพ และมีความสุขกับวันดีๆทุกทุกวันนะจ๊ะ


 

โดย: ร่มไม้เย็น 8 สิงหาคม 2551 22:14:35 น.  

 

สวัสดีจ้ะยาย

เพิ่งถึงฝางเมื่อครู่นี้
มาถึงค่ำแล้วยังมองไม่เห็นอะไร
เข้าที่พัก
ถูกใจที่พักมาก ราคาไม่แพง
ใหม่สะอาดเอี่ยม

เงียบสงบ
และมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ในห้อง เสียบโน้ตบุ๊คใช้ได้เลย

คงอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง
ยังไม่รู้เหมือนกันว่ากี่วัน

 

โดย: พ่อพเยีย IP: 61.7.177.7 11 สิงหาคม 2551 20:55:40 น.  

 

มีโอกาสเข้ากรุงเทพวันนี้
แวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ

 

โดย: ม่วน IP: 125.24.232.111 11 สิงหาคม 2551 21:38:25 น.  

 




H A P P Y : : N I G H T

ปีนี้คุณแม่ของป้าท่านได้รับคัดเลือกเป็นแม่ตัวอย่างของหมู่บ้านจ๊ะ

จัดงาน 12 ส.ค. กิจกรรมประกอบด้วย

พิธีสงฆ์ - ถวายอาหารเพล
ต่อด้วยการประกาศเกียรติคุณของแม่ตัวอย่าง
ค่ำ - ถวายพระพร

เพิ่งจัดปีนี้เป็นปีแรกจ๊ะ เพื่อฉลองศาลาประชาคมซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆหมาดๆด้วย


รักษาสุขภาพ และมีความสุขกับวันดีๆทุกทุกวันนะจ๊ะ


 

โดย: ร่มไม้เย็น 11 สิงหาคม 2551 23:52:19 น.  

 

ข่าวที่นำมาฝาก มีจุดที่ชี้ให้เห็นว่า ยังงัยพวกก็จะสร้างให้ได้โดยอ้างเหตุผลให้คล้อยตามต่างๆแต่อีกจุดหนึ่งที่สงสัยคือทำไมน้ำถึงมาแรงมากทั้งๆที่น้ำป่าเมื่อหลายปีก่อนแรงกว่านี้อีกแต่ทำไมฝายไม่พัง และฝายที่พังก่อนหน้านั้นสาเหตุมาจากอะไร สงกาอีกแล้ว

 

โดย: สงกา IP: 124.157.156.101 13 สิงหาคม 2551 19:58:07 น.  

 

นี่เป็นเรื่องที่มีน้องหลายคนมาตั้งคำถามเหมือนค่ะ

ทำไมพังง่ายยัก แต่ชาวบ้านเขาว่า พังก็ซ่อมเขาก็ซ่อมกันแล้ว

วันต่อมาพี่ไปฟังเขาทำประชาคมเพื่อความเข้าใจ พวกก็ยกเอาเรื่องนี้ขึ้นว่า ตรงกับที่พวกเขาคิดว่า

และเอาชาร์ทขึ้นมาเลยว่า ถ้าเปิดพื้นที่ข้าง ๆ น้ำไหลเร็วเท่าไหร่

และถ้าขุดให้ลึกน้ำไหลเท่าไหร่ เพื่อให้เห็นว่าทั้งหมดไม่เท่ากับการทุบฝาย

เดี๋ยวพี่เอามานำเสนออีกที่

 

โดย: แพรจารุ IP: 222.123.208.91 14 สิงหาคม 2551 11:27:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.