พระเพชรหลีก ท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร
ท่านเจ้าคุณพระทักษิณคณิศรเป็นชาวอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เกิดเมื่อปี พ.ศ.2397 บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ร่ำเรียนหนังสือไทยและขอมอยู่ 2 ปี 
พระเพชรหลีก
ท่านเจ้าคุณทักษิณฯ เดิมชื่อสาย เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2397 โยมบิดาชื่อบัว โยมมารดาชื่อแจ่ม พื้นเพเป็นคนทางสมุทรสงคราม ท่านบวชเณรที่วัดราชบูรณะ อำเภออัพวา จ.สมุทรสงคราม และได้เข้าเรียนหนังสือและศึกษาพระธรรมจากสำนักท่านอาจารย์แก้ว ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2418 จึงได้อุปสมบท ณ วัดราชบูรณะเช่นกัน โดยมีพระอธิการ เพ็ง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ศรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลังจากนั้นอีก 2 พรรษาจึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสุทัศนเทพวราราม กทม. และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ สมเด็จพระวันรัต (แดง) ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนาธุระ
ในปี พ.ศ.2432 ดำรงเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์นิมิต ฝั่งธนบุรี จนถึงปี พ.ศ. 2447 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดใต้ หรือวัดอินทาราม และสมณศักดิ์สุดท้ายเป็นที่ พระทักษิณคณิศร บวรสังฆสุทธิการ วิจารณโกศล ศกลสังฆานายกปิฎกธรรมรักขิต ตำแหน่งเจ้าคณะมณฑลปราจีนบุรี มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2484 สิริอายุได้ 88 ปี 66 พรรษา

ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านได้สร้างพระเครื่องไว้อย่างหนึ่งที่เรียกว่าพระเพชรหลีก เนื่องจากได้เห็นเมล็ดข้าวเปลือกในจานข้าวของท่าน ท่านก็ได้หยิบขึ้นมาพิจารณา ว่าข้าวเปลือกนั้นยังคงสภาพดีเหมือนกับยังอยู่กับต้นข้าว คือเปลือกก็มิได้แตกออกจากการถูกความร้อนในการหุงต้ม ท่านจึงพิจารณาดูว่า ข้าวเปลือกกว่าจะมาเป็นเมล็ดข้าวนั้นต้องผ่านการรอดจากนกหนูมากิน จนไปถึงโรงสี ก็ยังหลุดรอดจากการสีมาได้ เมื่อมาถึงชาวบ้านก่อนจะทำการหุงต้มก็ต้องคัดเอาข้าวเปลือกออก ก่อนแล้วจึงนำมาหุง ก็ยังเล็ดลอดมาได้ มาจนถึงใส่บาตรและนำมาให้พระฉัน ก็ยังอยู่ดี แถมไม่แตกออกเพราะการหุงด้วยความร้อนอีก ถือเป็นอุปเท่ห์ในเรื่องแคล้วคลาด
พระเพชรหลีกมีลักษณะทรงพิมพ์คล้ายซุ้มตัวกอ ทรงยืด ด้านบนกลมมน ด้านล่างตัดตรง ด้านหน้าขอบยกเป็นเส้นลวดโดยรอบ องค์พระประธานประทับนั่งปางสมาธิ มีทั้งขัดสมาธิราบและขัดสมาธิเพชร มีความนูนเด่นชัด รวมทั้งเส้นอังสะและเส้นสังฆาฏิ พระเกตุ พระศก พระเศียรกลม ปรากฏพระกรรณทั้งสองข้าง ในองค์ที่ติดชัดจะปรากฏพระเนตร พระ นาสิก และพระโอษฐ์ พระกรและพระ พา หาหักเป็นมุมทั้งสองข้าง ส่วนด้านหลังเป็นพื้นเรียบ ปรากฏเฉพาะรอยจาร
พระเครื่องของท่านมีอยู่สองพิมพ์คือ พิมพ์สมาธิเพชร และพิมพ์สมาธิราบ แต่ที่ด้านหลังนั้นท่านจะจารอักขระด้วยตัวเองทุกองค์ไป พระเพชรหลีกที่เหมือนกับของท่านเจ้าคุณทักษิณฯ ก็มีคือพระเพชรหลีกของท่านเจ้าคุณศรีฯ วัดอ่างศิลา ชลบุรี ท่านเจ้าคุณทั้งสองรูปนั้นสนิทสนมกันมาก และท่านเจ้าคุณทักษิณฯ ได้แนะนำให้ท่านเจ้าศรีฯ วัดอ่างศิลา สร้างพระเพชรหลีก เพื่อแจกแก่ศิษย์ พิมพ์ทรงและขนาดของพระใกล้เคียงกันมาก สันนิษฐานว่า ท่านเจ้าคุณทักษิณจะนำแม่พิมพ์มาให้ท่านเจ้าคุณศรีฯ สร้างพระเพชรหลีก พุทธคุณของทั้งสองวัดเด่นทางด้านแคล้วคลาดเหมือนๆ กันครับ ผิดกันที่ด้านหลัง ของท่านเจ้าคุณทักษิณฯ จะจารอักขระนะโม พุทธา ยะ ด้วยตัวท่านเอง ส่วนของท่านเจ้าคุณศรีฯ วัดอ่างศิลานั้น ส่วนใหญ่จะมีปั๊มยันต์กระบอกไขว้ที่ด้านหลัง แบบหลังเรียบและหลังจารก็มีแต่เป็นส่วนน้อยครับ
ท่านเจ้าคุณฯ จะนำผงพุทธคุณต่างๆ อาทิ ผงปถมัง มหา ราช อิทธิเจ ฯลฯ มาผสมรวมกับขี้เถ้าหน้า พระประธาน ผงจากการเผาสมุดข่อยและขมุก (ขี้เถ้าจากใบ ตองตานีที่ใช้ลงพื้นปิดทองรˆองชาด) แล้ว ตำจนละเอียดโดยใช้ "รัก" เป็นตัวประ สาน จากนั้นนำมากดลงแม่พิมพ์โดยเทลงประมาณครึ่งองค์ก่อน แล้วนำ "ข้าวเปลือก" วางลง 5 เมล็ด จึงเทมวลสารให้เต็มพิมพ์ พอองค์พระแห้งหมาดๆ ก็จะนำออกมาจารอักขระขอมคำว่า "นะ โม ธา ยะ" 



Create Date : 09 พฤษภาคม 2555
Last Update : 26 พฤษภาคม 2555 19:43:33 น.
Counter : 4894 Pageviews.

0 comments

BlogGang Popular Award#13



piyakoko
Location :
พิจิตร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog