จงทำสิ่งที่คุณทำได้...ด้วยสิ่งที่คุณมี...ณ จุดที่คุณยืนอยู่ - ธีโอดอร์ รูสเวลท์
Uploaded with ImageShack.us
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
หักหอกเป็นดอกไม้
































22 พฤษภาคม 2553

สวัสดีครับคุณเฟิง



ตอนนี้ผมกลับมาอยู่บ้านที่นนทบุรีแล้ว ยังไม่มีโครงการที่จะเดินทางไปไหนอีก และกำลังอยู่ระหว่างซ่อมแซมบ้านหลังเก่าซึ่งอยู่อาศัยมาเป็นเวลายี่สิบกว่าปีแล้ว

ผมดูรูปที่ถ่ายคุณไว้เมื่อคราวที่ได้พบกันครั้งสุดท้ายก่อนที่ผมจะเดินทางลงจากดอยวาวี ตั้งใจว่าจะอัดรูปส่งไปให้ แต่ยังไม่ค่อยมีเวลาว่างเลย ช่วงนี้เมืองหลวงของเรากำลังเศร้าสลดอย่างที่คุณรับรู้นั่นแหละครับ ผมจึงได้แต่อยู่ในบ้าน ไม่จำเป็นก็ไม่ได้ออกไปไหน

เมื่อผมได้ดูรูปของคุณแล้วทำให้นึกถึงเหตุการณ์ครั้งแรกที่เราพบกัน จะว่าไปแล้วมันเป็นการเริ่มต้นที่ไม่สวยงามเอาเสียเลย แต่เราก็เป็นมิตรกันได้ในเวลาต่อมา คุณยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นได้ไหม สำหรับผมยังจำทุกอย่างได้ดี

“ลายเซ็นผมไม่ใช่ตรายางนะ จะได้เซ็นทุกครั้งเหมือนกันเป๊ะ” ผมเริ่มไม่พอใจคุณที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ในฐานะพนักงานธนาคารแห่งเดียวบนดอยซึ่งไม่ยอมให้ผมเบิกเงินเพราะลายเซ็นของผมไม่เหมือนที่เคยเซ็นไว้เมื่อปีก่อน

ผมจำเป็นต้องเปิดบัญชีไว้สำหรับใช้จ่ายขณะอยู่บนดอย และช่วงเวลากำลังสร้างบ้านผมก็ยิ่งต้องเบิกเงินบ่อย ถ้าบนดอยวาวีมีตู้เอทีเอ็มผมคงไม่มีโอกาสได้โต้เถียงกับคุณหรอก

ผมพยายามเซ็นชื่ออีกหลายครั้งแต่ก็ไม่ผ่านสักที คุณมองหน้าผมและยังไม่ยอมให้ผมเบิกเงินจนกว่าผมจะทำเรื่องเปลี่ยนลายเซ็นใหม่ แม้ผมจะแสดงบัตรประชาชนแล้วแต่คุณก็ยังไม่ยอมผ่อนปรนโดยยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบของธนาคาร

เมื่อผมยืนกรานไม่ยอมทำเรื่องเปลี่ยนลายเซ็น ในที่สุดคุณก็เป็นฝ่ายยอมผ่อนผันเลือกเอาลายเซ็นที่ใกล้เคียงตัวอย่างลายเซ็นที่ให้ไว้มากที่สุด ผมจึงถอนเงินได้ นั่นทำให้ผมรู้สึกผิดที่ใช้อารมณ์และขึ้นเสียงกับคุณ ผมจึงกล่าวขอโทษคุณด้วยความรู้สึกอยากขอโทษจริง ๆ

ผมคิดว่าคำว่า “ขอโทษ” หรือ “ขอบคุณ” นั้น ถ้ากล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่แท้จริงแล้วย่อมทำให้ผู้พูดและผู้ฟังรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ

เมื่อต่างฝ่ายต่างขอโทษกัน จากหน้าที่บึ้งตึงกลับกลายเป็นรอยยิ้ม ความรู้สึกต่าง ๆ ของผมพลันเปลี่ยนไป หลังจากวิวาทะเล็กน้อยครั้งนั้นผ่านไปแล้ว ต่อมาเมื่อเราพบหน้ากันที่ไหนกลับมีแต่คำทักทายและรอยยิ้ม นั่นหมายความว่าผมและคุณต่างก็ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน

ผมรู้สึกชื่นชมคุณซึ่งเกิดในครอบครัวคนจีนยูนนานบนดอยช้าง ต้องจากบ้านไปโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ขนาดทำงานแล้วคุณยังไม่หยุดใฝ่ศึกษาหาความรู้ขวนขวายไปเรียนต่อที่ประเทศจีน กลับมาได้ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯเป็นเวลาสองปีก็ยังไม่หลงแสงสีในเมืองหลวง

ท้ายสุดคุณขอย้ายกลับมาทำงานที่บ้านเกิดด้วยความรักแม่และรักบ้านเกิด ซึ่งผมคิดว่าคุณตัดสินใจถูกแล้ว เพราะเมื่อคุณนั่งอยู่ในที่ทำงานของคุณ ไม่ว่าจะมองออกไปทางไหนก็เห็นแต่วิวภูเขาสวยงามและไม่ต้องเสียเวลากับรถติด

คุณเล่าให้ผมฟังว่าแม่เปรียบเสมือนลมใต้ปีกของคุณที่พยุงและผลักดันให้คุณมีวันนี้ เพราะพ่อของคุณเสียตั้งแต่คุณยังเด็ก คุณจึงรักแม่และเลือกที่จะอยู่กับแม่บนดอยแทนที่จะไปอยู่ที่อื่นซึ่งคุณสามารถทำได้ ผมเชื่อแล้วว่าคุณรักแม่...เพราะแม้แต่กาแฟสดที่คุณผลิตยังใช้ชื่อว่า mama@coffee
ขอบคุณสำหรับกาแฟสดจากสวนของคุณที่ให้มาชิม ผมได้นำกลับมาบ้านด้วย ส่วนต้นกล้ากาแฟ 5 ต้นที่คุณให้ไว้นั้น ผมได้ปลูกไว้ริมรั้วที่บ้านบนดอยวาวีเรียบร้อยแล้ว

ที่ผมเขียนจดหมายมาถึงคุณยาวเหยียดอย่างนี้ก็เพียงเพื่อจะบอกว่า ผมรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักกับคุณ ถ้าผมตัดสินคุณตั้งแต่แรกโดยยึดถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ผมคงไม่ได้รู้จักคุณอย่างที่เป็นอยู่นี้ และเราก็คงไม่ได้เขียนจดหมายคุยกัน

ถึงแม้วัยของคุณกับผมจะห่างกันมาก แต่คงเป็นเพราะว่าคุณก็ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน จึงทำให้เราคุยกันได้

สำหรับเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองในเมืองหลวงขณะนี้ ผมก็ติดตามและรับรู้ข่าวสารทางหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่เกิดมาผมก็ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว

ผมนึกถึงคำว่า “หักหอกเป็นดอกไม้” ในกรณีเรื่องส่วนตัวเล็กน้อย ระหว่างคุณกับผมนั้น เริ่มต้นจากร้ายแต่ตอนท้ายเราก็กลายเป็นมิตรกัน แต่สำหรับเรื่องของคนไทยในประเทศที่แบ่งสีแบ่งฝ่ายกันอย่างตึงเครียด โกรธเกลียดกันจนแทบจะลืมว่าเราก็คือคนไทยด้วยกัน และเรายังต้องอาศัยอยู่ในประเทศเดียวกันต่อไป ในสถานการณ์เช่นนี้ เราจะหักหอกให้เป็นดอกไม้ได้อย่างไร ?

ช่วงปลายฤดูหนาวที่ดอยวาวีผมเห็นไฟไหม้ป่าเกือบทุกวันและเห็นหมอกควันเต็มไปหมด ครั้งนั้นผมรู้สึกใจหายและเสียดายต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้ ทว่าเมื่อฝนตกลงมาต้นไม้บางต้นก็ยังผลิดอกใบได้บ้าง แต่เมื่อได้เห็นไฟไหม้อาคารสูงในเมืองใหญ่ ผมรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดหวั่น

เพราะนอกจากอาคารบ้านเรือนที่อยู่หนาแน่นจะเป็นเชื้อเพลิงให้ไฟไหม้ต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุดแล้ว ไฟความโกรธเกลียดก็ปะทุไหม้ลามในจิตใจของคนไทยที่มีความเห็นแตกต่างกันไปด้วย และยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไรมิตรภาพระหว่างคนไทยจึงจะผลิบานอีกครั้ง

เราจะไม่กลับไปพูดว่าใครเป็นฝ่ายทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แบบปัญหาไก่กับไข่ว่าอะไรเกิดก่อนกัน ขณะที่ประเทศของเรากำลังประสบสภาวการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าคุณอยู่ฝ่ายไหน และไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตาม ในชั่วโมงนี้ผมขอยกคำให้สัมภาษณ์ของพระไพศาล วิสาโล มาฝาก เพราะอย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองก่อน

"เราทุกคนมีงานการก็ต้องทำ อย่ามัวแต่ดูข่าว และอย่าลืมกลับมาอยู่กับตัวเองด้วย กลับมาอยู่กับลมหายใจ กลับมาดูใจของตัวว่า เราเครียด เรากำลังโกรธ เรากำลังจุดไฟเผาลนใจของเราแค่ไหน ไฟมันไม่ได้ไหม้เฉพาะรอบ ๆ ราชประสงค์ มันไหม้ใจเราด้วย อย่ามัวแต่ห่วงกังวลไฟที่ไหม้แถวราชปรารภ บ่อนไก่ ดินแดงเท่านั้น หันมาใส่ใจไฟที่กำลังไหม้ในใจเราด้วย

ถ้าไฟไหม้ใจเราแล้วเรายังดับไม่ได้ ก็จะก่อปัญหามากขึ้น ตอนนี้พอเราเครียดแล้วไม่รู้ทันความเครียดเราก็ไปสร้างความเครียดให้กับคนอื่นใกล้ตัว ให้กับลูก ให้กับสามีภรรยา แล้วก็อาจจะอดรนทนไม่ได้ออกไปร่วมต่อสู้ ร่วมตอบโต้ ร่วมก่อความรุนแรง คนที่เป็นแบบนี้ก็เยอะ ดังนั้นเราจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้นไม่ได้เลยตราบใดที่เรายังไม่รู้จักดับไฟในใจของเรา"



ด้วยมิตรภาพ

โดม วุฒิชัย


ป.ล. คำว่า “หักหอกเป็นดอกไม้” ผมได้ยินครั้งแรกจากเรื่องเล่าจากแผ่นซีดี ของคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ได้ยินแล้วรู้สึกชอบในทันที ต่อมาจึงเห็นว่าเป็นชื่อหนังสือเล่มหนึ่งของ พระประสงค์ ปริปุณฺโณ


--------------------------------




เรื่องนี้ตีพิมพ์แล้วใน ขวัญเรือน ฉบับปักษ์หลังมิถุนายน 2553










Create Date : 09 กรกฎาคม 2553
Last Update : 9 กรกฎาคม 2553 21:30:27 น. 12 comments
Counter : 1221 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะอาโดม
มาอ่านเรื่องราวน่ารักๆของมิตรภาพค่ะ


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:31:26 น.  

 
สายัณห์สวัสดีค่ะพี่โดม โดม
+----------------------------+

มาคารวะด้วยความคิดถึงค่ะ
อาจจะห่างหายไปจากหน้าจอคอมฯ
ยังแวะเวียนมาอ่านเอาเรื่อง
แม้ไม่ได้ฝากคำเม้นท์ใด ๆ

บล๊อก "พ่อพเยีย" เป็นอันดับหนึ่ง ที่คลิกอ่านเสมอ


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:31:08 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ภาพแรกก็โดนใจแล้วค่ะพี่โดม


โดย: อุ้มสี วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:41:42 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โดม ปรายกะว่า
ปีหน้าจะต้องไปดอยวาวี
ให้ได้สักครั้ง บางทีอยู่ที่
เดิมๆก็เกิดความเบื่อขึ้นมา
ได้เหมือนกัน...

บางทีถ้าได้อยู่เงียบๆคน
เดียวซัก 3 เดือน คงจะได้
คิดทบทวนทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้เป็น
อย่างดี บางทีความเงียบก็
อาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
สำหรับปราย...


โดย: ปราย IP: 118.172.187.137 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:08:21 น.  

 
สวัสดีวันหยุดครับทุกๆท่าน

อันที่จริงยังไม่ได้คิดจะอัพบล็อกใหม่หรอก

แต่นึกขึ้นมาได้ว่าจดหมายที่เขียนถึงเฟิงฉบับนี้จะล่วงเลยเวลาไป

เพราะเขียนเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม

ก็เลยรีบเอามาให้อ่านกัน


สวัสดีจ้ะหลานมัยดีนาห์

ดีใจทุกครั้งที่เห็นล็อกอินชื่อนี้ เพราะแสดงว่ายังเขียนบล็อกกันอยู่ เพราะบางบล็อกที่เคยลิงค์ไว้พอแวะเข้าไปก็เงียบหายไปบ้างก็มี

ช่วงนี้อาไม่ค่อยได้ไปบล้อกใครเลย อยู่แต่ที่บ้านตัวเอง เพราะมีงานรอให้ทำอยู่มากมาย - เลยต้องเลือกว่าจะทำอะไรก่อนหลัง


สวัสดีจ้ะสาวขอนแก่น

โทรไปคุยกับพี่ดวงบ้างหรือเปล่า

ช่วงนี้ร้านกาแฟและร้านเช่าหนังสือของเธอ ไปได้สวยนะ - - เมื่อวันก่อนเธอมาเขียนกลอนทิ้งไว้แล้วก็เงียบหายไปอีก


สวัสดีครับคุณอุมสีขวัญใจมิตรภาพของคนในบล็อก


สวัสดีจ้ะหนูปราย

ลองไปเที่ยววาวีดูบ้างสิ
ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า
เป็นหมู่บ้านที่ไม่เจริญเกินไป ไม่กันดารเกิน

ไม่เป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนดอยแม่สะลอง
แต่ก็มีชีวิตชีวาแบบวาวี

อย่าเพิ่งเริ่มต้นที่สามเดือนเลย

เริ่มต้นว่าจะลองไปอยู่สัก 1 สัปดาห์ก่อน

พอได้ 1 สัปดาห์ถ้าชอบแล้วเวลามันก็จะผ่านเลยไปอย่างรวดเร็วเอง

อยู่คนเดียวได้หรือเปล่าล่ะ ?

ไปช่วงฤดูฝนนี่เลยก็ได้ จะได้ให้ไปเฝ้าบ้านชีวาโดม และช่วยดูต้นไม้ให้ด้วย
บ้านหนูมิ้นท์ที่หนูชอบก็อยู่ใกล้ๆ

ถ้าจะให้ดีหาเพื่อนสนิทไปสักคน - - ถ้าเราชอบค่อยอยู่ต่อเวลาไปอีก

ที่นั่นปลอดภัย เพื่อนบ้านน่ารัก


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:50:23 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โดมฟังพี่โดม
บอกแล้วรู้สึกชอบเลย
อะไรที่ไม่กันดารเกินไป
และก็ไม่เจริญจนเกินไป
เพราะในความเป็นจริง
ปรายก็ยังติดความสะดวก
ในการใช้ชีวิตอยู่บางเรื่อง

เรื่องอยู่คนเดียวไม่มีปัญหา
ค่ะ ชอบเสียอีกอยู่คนเดียว
ตอนอยู่ที่กรุงเทพก็อยู่คน
เดียว มีบางทีแอบเหงาอยู่
เหมือนกัน แต่สรุปว่าอยู่
หลายคนจะเหงากว่า แต่ถ้า
อยู่คนเดียวจะเหงาน้อยกว่า

พูดถึงน้องมิ้นท์แล้วก็คิดถึง
ปรายยังนึกถึงที่พี่โดมบอก
ว่าน้องมิ้นท์เรียกชื่อพี่โดม
ได้แล้ว จนพี่โดมตกใจ

ขอแค่ได้นั่งมองไร่ชาทุกวัน
ปรายก็อยู่ได้แล้วค่ะ
ขอบคุณพี่โดมล่วงหน้าก่อน
นะคะ ถ้ามีโอกาสคงได้ไป
นอนเฝ้าบ้านให้พี่โดมค่ะ

ปรายกะว่าอยากไปดูเรื่อง
เมล็ดกาแฟด้วยค่ะ ตอนนี้
ปรายก็นั่งดูรูปแบบร้าน
กาแฟต่างๆ ดูเรื่องราคาของ
เครื่องทำกาแฟไปเรื่อยๆ





โดย: ปราย IP: 113.53.208.126 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:9:32:31 น.  

 
ด้วยความสัตย์จริงครับพี่โดม

ครั้งแรกที่อ่าน

ผมอ่านเป็น "หอกหัก" ครับ

แต่เมื่อเอะใจฉุกคิด
จึงกลับขึ้นไปอ่านอีกครั้ง
ถึงได้รู้ว่าเป็น "หักหอก"

หักหอกเป็นดอกไม้


เป็นคำที่แปลกหูจังเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:15:30 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่โดม
ตอนเพ็ญอ่านในขวัญเรือน เห็นมีรูปต้นไม้ประกอบ นึกเอาเองว่า คงเป็นชื่อต้นไม้ "ต้นหักหอก" ที่มีดอกสวยๆ 555 แสดงให้เห็นว่า ไม่รู้จักอะไรกับเขาเลย คุณเฟิงน่ารักจังค่ะ

เห็นเพลงที่ พี่โดมลงไว้แล้วคิดถึงคุณบัวค่ะ เป็นเพลงโปรดคุณบัวเลยค่ะ เพลงนี้ เพ็ญเขียนบล็อก เนื้อเพลงนี้ไว้ ขอนำวีดีโอนี้ไปลงไว้ด้วยนะคะ พี่โดม ตามไปดูคำแปลได้ค่ะ
"ดูเนื้อเพลง The Moon Represents My Heart คลิกที่นี่ค่ะ



โดย: เพ็ญ (PenKa ) วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:25:22 น.  

 
สวัสดีครับ..พี่โดม

ทางตะกั่วป่า มีร้านขายตันไม้หลายร้านอยู่

เอาเป็นว่า เมื่อพี่โดมมา แล้วเราค่อยไปดูกัน ว่าจะปลูกต้นอะไรดี...

หรืออาจจะขอเพื่อนๆเอาก็ได้ นะครับ


โดย: กาแฟ..ชา..ย วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:21:22 น.  

 
สวัสดี
อ่านแล้วก็สบายใจ
เหนื่อยจังฝนฟ้าเพิ่มงานให้ไม่เว้นวัน แก้ปัญหาฝนโดยการขนตู้หนังสือลงมาในห้องใต้ถุนข้างล่างหมด

ชอบรูปข้างบนนะ
ไร่ชาดูแปลกไป
มุมนี้ ที่มีม้า เราหาไม่เจอ
(จำได้ไหม เคยทำโปสการ์ดไง)
เคยสเก๊ตซ์ไว้ แต่อยากเห็นภาพจริง
ม้ามันไม่ยอมนิ่ง วาดยากมาก หารูปมาเป็นแบบ หาไม่เจอ งานชุดวาวี เลยสะดุด ไปเขียนถึงที่ทำการเวียงป่าเป้าก่อน โดมเคยแวะยัง สวยมาก เป็นที่เดียวที่เราผูกพัน ไปทีไรก็ต้องแวะ ตอนนี้เขาทำเป็นพิพิธภัณฑ์นะ




โดย: ดาวส่องทาง วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:35:59 น.  

 
สวัสดีครับพี่โดม แวะเข้ามาทักทายครับ พี่โดมสบายดีนะครับ


โดย: หรรษธร IP: 125.26.89.109 วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:13:00:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ
เห็นบล็อกนี้จากการคลิกมั่ว
ไปเรื่อยๆ

ดีใจที่ได้มาเจอบล็อกนี้ ที่มีเรื่องสั้น บทความน่าสนใจ
แต่ที่ดีใจที่สุดคือได้เห็นดอยวาวีอีกครั้ง(เคยขึ้นไปเรียนภาษาจีนเมื่อสามปีก่อน ดูภาพแล้ววาวีเปลี่ยนไปนิดจริงๆ )

ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องราวดีๆ


โดย: จากคนผ่านทาง IP: 218.173.128.249 วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:52:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พ่อพเยีย
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]







ด้วยความยินดี...
หากมีผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่าย,บทความ
หรือข้อเขียนต่างๆ
ใน Blog นี้ไปใช้
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด
สามารถทำได้เลยทันที
โดยไม่ต้องขออนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

เว้นเสียแต่ว่า…
ถ้านำไปพิมพ์จำหน่าย
กรุณาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วย

อ่านเรื่องของ "ปะการัง" ที่นี่



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


www.buzzidea.tv
Friends' blogs
[Add พ่อพเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.