จงทำสิ่งที่คุณทำได้...ด้วยสิ่งที่คุณมี...ณ จุดที่คุณยืนอยู่ - ธีโอดอร์ รูสเวลท์
Uploaded with ImageShack.us
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
7 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
สิ่งหมักดองของชีวิต





ก่อนนอนหยิบหนังสือที่ชื่อ “มรดกที่ขอฝากไว้" ของท่านพุทธทาสภิกขุขึ้นมาอ่าน เล่มนี้ผมได้มาเมื่อครั้งไปเที่ยวที่สวนโมกข์ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นหนังสือที่คัดหัวข้อธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุแบ่งไว้เป็นข้อๆแล้ว มีหลายหัวข้อที่ทำให้ผมรู้สึกสะเทือนหวั่นไหว...

ทั้งๆที่ก็รู้มานานแล้วแต่ไม่เคยปฏิบัติจริงจังสักที ทุกข์ทีโซทีก็หยิบหามาระงับที

อันที่จริงที่ผมหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก็เพราะความเคยชินที่ก่อนนอนต้องอ่านหนังสือ แต่พออ่านไปกลับพบว่าหนังสือบางๆเล่มนี้เขียนเรื่องยิ่งใหญ่ไว้มากมาย (ผมว่าหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุยิ่งใหญ่ทุกเล่มแหละ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนมากมายมหาศาลและเรื่องของสัจจธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้บันทึกไว้)

ผมไม่ค่อยรู้สึกว่าท่านเขียนหนังสือ แต่ท่านกำลังประกาศสัจธรรมด้วยวิธีการของท่าน ท่านเอาเรื่องยากๆมาย่อยให้อ่านง่ายๆ

อ่านเข้าใจง่ายทว่าไม่ได้หมายความว่าทำง่ายๆ!และ “ทำยาก” ก็ไม่ได้หมายความว่า “ทำไม่ได้” นะครับ!

ผมขอยกตัวอย่างของท่านมาให้ดูก็แล้วกัน : “ภาษาธรรมะชั้นสูง ก็ล้วนแต่เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาชาวบ้าน จงพยายามถือเอาความหมายในภาษาชาวบ้านให้มากที่สุด ก็จะเข้าใจคำนั้นๆได้ถูกต้องและถึงที่สุดได้โดยง่าย, เช่น นิพพาน คือเย็น. มรรค คือหนทาง. ผล คือลูก. กิเลส คือสิ่งสกปรก. สังโยชน์ คือผูกมัด. อาสวะ คือสิ่งกดดันออกมาจากการหมักดอง. พุทธะ คือตื่นจากหลับ. ธรรมะ คือหน้าที่. สังฆะ คือหมู่ของสิ่งที่พึงปรารถนา”

อันที่จริงผมก็พอจะรู้ความหมายของคำเหล่านี้มาบ้างแล้ว รู้แค่คำแปลเท่านั้นแหละ ไม่ได้รู้จริงเห็นแจ้งอะไรหรอกครับ แต่เมื่อวานผมมาสะดุดกับคำแปลของคำว่า “อาสวะ คือสิ่งกดดันออกมาจากการหมักดอง”

ผมหวนถึงความรู้สึกเมื่อวานที่ผมบอกว่าผมรู้สึกว่างโหวงเหวงอย่างไรก็ไม่รู้ ไม่ใช่ความเหงาเศร้า ไม่ใช่ความทุกข์อย่างแสนสาหัส ไม่ใช่ความสับสนอย่างรุนแรง มันคล้ายๆกับมีคำถามด้วยความลังเลสงสัยกับชีวิตว่า...

ถึงวันนี้เราเดินทางมาถูกทางหรือไม่? ข้างหน้าจะเดินทางไปทางไหนดี? ไม่ว่าเรื่องการงานหรือเรื่องการดำเนินชีวิต มันเป็นคำถามเบาๆเหมือนล่องลอยมาจากดินแดนอันแสนไกล...

นี่กระมัง...คือ “อาสวะ” คือสิ่งกดดันมาจากการหมักดองของอารมณ์ต่างๆ ที่สะสมไว้ในตัวผมแล้วมันค่อยๆฟุ้งออกมา ไม่ว่าจะเป็นความหดหู่ - ฟุ้งซ่าน -โกรธ เกลียด -หลง และรวมไปถึงความลังเลในชีวิต...

เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำลายความสงบสุขในหัวใจ ปุถุชนทั่วไปล้วนมีด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ขึ้นอยู่ว่าของใครจะมีมากมีน้อย เหลียวไปมองตัวเอง...โอ้โฮ ! กิเลสตัณหามีไม่น้อยทีเดียว… “ปุถุชนคือคนมีความหนา แห่งไฝฝ้าในดวงตา” ท่านพุทธทาสภิกขุท่านว่าไว้


ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาเทศน์นะครับ แต่กำลังปอกเปลือกตัวเองอยู่ และจะลดละสิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์ทีละน้อยๆให้จงได้.



-------------------------------------




วันนี้ผมรื้อแฟ้มสิ่งที่เขียนไว้นานแล้ว ผมจำไม่ได้ว่าข้อเขียนชิ้นนี้เขียนไว้กี่ปีแล้ว เกินสามสี่ปีแน่นอน - - แต่เมื่ออ่านอีก มันตรงกับความรู้สึกของผมขณะนี้พอดี จึงเอามาวางไว้ให้อ่านกัน ใครจะอ่านก็ได้ ไม่อ่านก็ได้นะครับ...


Create Date : 07 กรกฎาคม 2553
Last Update : 7 กรกฎาคม 2553 12:03:08 น. 20 comments
Counter : 1107 Pageviews.

 
สาธุ !
เป็นกำลังใจให้สำหรับการลดละสิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์
ใครจะอ่านก็ได้ ไม่อ่านก็ได้ แต่เมื่อวางอยู่ที่บรรทัดท้ายสุด ก็คงต้องอ่านกันก่อนแล้วถึงเจอ
ไม่มีความคิดเห็นอื่นใด
ถ้าทำได้ก็ดีค่ะ


โดย: ดอกหญ้าสีม่วง IP: 114.128.111.123 วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:12:53:07 น.  

 
แหม..เก้าอี้ตัวนี้มัน...

ภาพเดียวเอาอยู่เลย

แต่รู้สึกจะวางริมไปหน่อย โยกมากๆ เพลินๆอาจหล่นลงน้ำได้

ชอบมากค่ะบ้านริมแม่น้ำ

นักล่าฯก็เปลือกหนาเหมือนกัน ปอกมาหลายรอบแล้ว ยังไม่หมดซะที...

ตอนนี้เลิกปอก ปล่อยไปตามยถากรรม

เปลือกมนุษย์ปอกยากปอกเย็นยิ่งกว่าเปลือกทุเรียนเนอะพี่โดม


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 61.90.8.67 วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:13:39 น.  

 
ปอกเปลือกตัวเอง......
โดนใจมากค่ะ

เปลือกคนมีหลายชั้น คงต้องยอมเสียเลือดแทบหมดร่าง ค่อยๆกระเทาะมันออกมา....ชำแหละมันออกมา

ตอนนี้ก็กำลังปอกเปลือกตัวเองอยู่...ปอกมันทุกวัน ต้องเอาให้อยู่มือ

กิเลสหนา อาสวะหนัก
ไม่มีใครช่วยใครได้ นอกจากตัวเอง

คุณโดมเขียนอะไรอ่านแล้วได้อารมณ์ผ่อนคลาย เป็นแฟนตัวหนังสือคุณมานานมากแล้วค่ะ

ขอบคุณสำหรับตัวหนังสือง่ายๆแต่ดูงามนัก
รักตัวหนังสือของคุณ

ขอบคุณจริงๆค่ะ





โดย: จันท์เจ้า IP: 118.172.240.218 วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:03:17 น.  

 
สวัสดียามดึกครับทุกๆท่าน

คืนนี้ตั้งใจว่าจะดูบอลซะหน่อย แต่น่าจะต้องนอนไปสักงีบแล้วค่อยตื่นขึ้นมา

ก็เลยเข้ามาตอบคอมเม้นท์หน่อย ตามประสาคนติดบล็อก


สวัสดีครับคุณดอกหญ้าสีม่วง

ช่วงนี้มีงานหลายอย่างทำก็ใช้ข้อเขียนที่เคยเขียนไว้มาอัพบล้อกใหม่

แต่ก็ตรวจดูตัวเองแล้วก็ยังไม่ได้ก้าวหน้าไปถึงไหน
ข้อเขียนเก่าจึงใช้อัพบล็อกได้

สวัสดีนครับนักล่าน้ำตก

เก้าอี้โยกตัวนี้ตั้งอยู่ที่เรือนแพในแม่น้ำสะแกกรัง

เมื่อเย็นไปร้านหนังสือ เห็นอสท. มีเรื่องแม่น้ำสะแกกรัง
และมีปั่นจักรยานเที่ยวเมืองอุทัยะนีด้วย

ทำให้รู้สึกคิดถึงบ้านเกิดขึ้นมาตะหงิดตะหงิด

ไม่ได้ไปอุทัยนานแล้ว

สวัสดีครับคุณจันท์เจ้า

ขอบคุณที่บอกว่าเป็นแฟนตัวหนังสือของผม

ได้ฟังแล้วก็ชื่นใจครับ - ตามประสาคนกล่องความสุขเล็ก
มีความสุขง่าย
ได้ยินคำชมเข้าหน่อยก็มีความสุขแล้ว


อยากถามนิดนึงว่า เพราะอะไรคุณจันท์เจ้า จึงเจตนาเขียนจันท์เจ้าแบบนี้ครับ - ช่วยบอกเหตุผลหน่อยได้ไหมครับ ?

(เพราะตามปกติทั่วไปผมจะเคยเห็นแต่จันทร์เจ้า)

ถ้าบอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ ?


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:31:29 น.  

 

เพิ่งเห็นเพลงนี้ใน Youtube
ของใครทำไว้ก้ไม่รู้ เลยขออนุญาตเอามาวางที่บล็อกหน่อย

ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงเพื่อนที่เป็นนักร้องลูกทุ่งคนหนึ่ง
เขาร้องเลียนเสียงของเสรี รุ่งสว่าง เสียจนร้องเป็นเสียงตัวเองไม่ได้

เขาใช้ชื่อร้องเพลงตามคาเฟ่ว่า เสรี นครสวรรค์

หายหน้าหายตาไม่พบกันหลายปีแล้ว

ผมรู้จักเพลงนี้เพราะเขาร้องให้ฟังในวงเหล้า (สมัยที่ผมยังดื่มอยู่) เมื่อได้ฟังแล้วก็ชอบเพราะได้อารมณ์ลูกทุ่งดี

ใครไม่รังเกียจเพลงลูกทุ่งก็ลองคลิกฟังดูก็แล้วกันนะครับ



โดย: พ่อพเยีย วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:42:03 น.  

 
ความรู้สึกช่วงนี้เป็นอารมณ์เดียวกันเลยคุณโดม เมื่อคืนอ่านหนังสือ "อยู่อย่างไรให้ใจสบาย" ของ ท่าน
ปิยโสภณ แล้วนอนทบทวนชีวิตตนเองแล้วก็คิดไปว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ มันถูกต้องแล้วหรือ ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่อ่านบล็อกคุณโดมวันนี้ ขณะนี้ รู้สึกได้ชัดเจนว่า ตัวเองยังบริหารใจตัวเองไม่ได้


โดย: nop IP: 114.128.82.198 วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:50:16 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณโดม
ก่อนอื่นขอตอบคุณโดมก่อนว่า ไม่ได้หายไปไหนหลายวัน เข้ามาอ่านตลอดค่ะ แต่สมองมันตื่อๆ คิดอะไรไม่แตกฉาน จึงไม่ได้คอมเม้นท์

เข้ามาอ่านทุกเอนทรี วันไหนไม่ได้เข้า ก็ตามอ่านของเก่า คุณโดมอัพบล๊อกไวมาก แม้จะบอกว่า เอาของเก่ามาลงใหม่ แต่ถ้าคนไม่เคยอ่าน มันก็ยังใหม่อยู่เสมอ

ความรู้่สึกโหวงเหวงว่างเปล่า เกิดคำถามขึ้นในใจ มักเกิดขึ้นได้เสมอ สุดแต่เราจะหาคำตอบให้ตัวเองได้หรือไม่ ถ้าไม่ ก็คงว่างเปล่าต่อไป บางทีการได้อ่านความคิดของคนอื่น ก็อาจมีคำตอบของเราอยู่ในนั้น

ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆ ค่ะ



โดย: ฝนดอกไม้ IP: 124.122.71.48 วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:1:03:57 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่โดม
ด้วยความที่ตามอ่านงานในบล็อกมา เอนทรี่นี้อ่านตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น ๆ อ่านจบแล้วก็ยังไม่มีเวลาจะเขียนอะไรตามที่คิด จากนั้นก็ตามลิ้งค์ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณแดนอรัญ แสงทองล่าสุดนั้นด้วย สมกับเป็นนักเขียนอัจฉริยะจริง ๆ สิ่งที่เขาพูดคิดว่าเขาคงได้ลงมือปฏิบัติแล้วจึงถ่ายทอดธรรมะที่กลมกลืนกับการงานและวิถีชีวิตของเขา ก็หวังว่าเราคงได้อ่านงานระดับที่เรียกว่า “โลกุตตระศิลป์” ของเขาในวันข้างหน้า

วกเข้ามากับเนื้อหาในเอนทรี่ที่พี่เขียน มันใหม่เสมอค่ะ เพราะภูเพยียไม่เคยอ่าน ยิ่งบอกว่าเขียนไว้เกินสามสี่ปีนี้แน่นอน สามสี่ปีก่อนหน้านี้ ภูเพยียเคยแค่อ่านงานของโดม วุฒิชัยในขวัญเรือน อาจจะยังไม่มาเล่นบล็อกหรือรู้จักทักทายพ่อพเยียด้วยซ้ำ สามสี่ปีนั้นเกิดอะไรขึ้นไม่ทราบได้ แต่ก็สะดุดกับภาษาธรรมคำว่าอาสวะ-สิ่งกดดันออกมาจากการหมักดองเช่นกัน อาการว่างโหวงหรือความสับสนลังเลต่าง ๆ ที่พี่ถามตัวเองกับการดำเนินชีวิตว่ามาถูกทางหรือเปล่าและจะไปอย่างไร

หากคิดเป็นรูปธรรมแล้ว สามสี่ปีที่พี่สลัดอาสวะเหล่านั้นแล้วมีหนังสือระหว่างการเดินทางของชีวิตเท่าที่ภูเพยียเคยอ่านในสองปีหลังเช่น คาบโลกย์คาบธรรม ห่างไกลไม่ห่างกัน ควันไฟในสายรุ้ง เดินทางข้างใน ริมรั้วหัวใจ โลกในเม็ดทรายจนมาถึง นกทุกตัวมีฟ้าให้บิน และยังติดตามงานเขียนในคอลัมน์ริมรั้วหัวใจมาอย่างต่อเนื่อง ก็เห็นว่ามีแต่เรื่องดี ๆ ในชีวิตทั้งนั้น ไม่รวมเรื่องบ้านชีวาโดมที่ดอยวาวี หรือการเดินทางทุกที่ที่เพิ่มพูนมิตรภาพ มีแฟนหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้เกิดหลังจากพี่ปอกเปลือกตัวเองในครั้งนั้นด้วยหรือเปล่าคะ

โดยส่วนตัวประทับใจมากกับหนังสือคาบโลกย์คาบธรรมที่พี่เขียน เพราะในฐานะปุถุชน มีกิเลสหนามาก หากดำเนินชีวิตที่มีธรรมะควบคู่ไปด้วย และปฏิบัติจนเห็นจริงดังคำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อเข้าถึงภาวะสะอาด สว่าง สงบได้ ก็คงมีดวงตาเห็นธรรมและทุกข์ต้องน้อยลง เพราะมีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่และทุกข์เท่านั้นที่ดับไป

หากเหตุการณ์วันนั้นกลับมาตรงกับความรู้สึกของพี่ในวันนี้อีก ภูเพยียก็ยังมองว่า ย่อมมีสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตได้อีกหากพี่ละสิ่งที่เรียกว่าทุกข์ทีละน้อย ๆ จนทุกข์น้อยลง และก็เห็นด้วยกับคำว่า ทำยากไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ แล้วก็เชื่อด้วยว่าพี่ทำได้..

ขอบคุณข้อเขียนดี ๆ ของพี่ค่ะ เท่ากับเป็นการให้ข้อคิดทางธรรมะเป็นสาธารณะ ได้คิดเยอะและหันมาสำรวจตัวเองที่สร้างเปลือกไว้เป็นเกราะหนาหนัก ดูใจ ดูความนึกคิด การดำเนินชีวิต ก็คิดต่ออีกว่าหากจะเห็นธรรมก็ต้องเห็นที่ตัวเรานี่แหละถ้าพอจะมีปัญญา

เชื่อว่าจะเห็นงานเขียนง่าย งามแฝงข้อคิดดี ๆ ของพี่ไปเรื่อย ๆ จากนี้ก็น่ายินดีนะคะ

ปล.ขออภัย เขียนความกระชับ ๆ ยังไม่เป็น พี่พยายามแยกเนื้ออกจากน้ำหน่อยนะคะ หรือหากเนื้อน้อย น้ำเยอะ ก็อ่านเพลิน ๆ ไป ไว้จะพยายามฝึกเขียนความคิดรวบยอดให้ได้ คิดว่าทำได้ ชาตินี้นี่แหละค่ะ





โดย: ภูเพยีย วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:14:23 น.  

 
เป็นธรรมดาที่คนเราผู้เป็น "ปุถุชน"
มักรู้สึกว่างโหวงบ้างเป็นบางครั้งบางช่วง
การได้มีโอกาส "ปอกเปลือก" ตัวเองบ้างก็นับเป็นสิ่งที่ดี
เพื่อรับรู้ถึง "อาสวะ" ที่สะสมในตัว
และเพื่อจะได้ฝึกฝนหาวิธีลดละลงไปให้ได้
ให้ทุกข์เบาบางลง และเกิดความสงบสุขในหัวใจมากขึ้น...

ผลพวงจากการซ่อมแซมบ้าน
และการจัดเก็บข้าวของในบ้านใหม่
ได้พบหนังสือเก่าหลายเล่มที่เราหลงลืมไปแล้ว
มีโอกาสได้หยิบมาอ่านอีกครั้ง
อย่างเช่น...หนังสือ "บันทึกแห่งชีวิต แด่...ภรรยาอันเป็นที่รักยิ่ง"
ที่หวานใจมอบให้ตั้งแต่ปี 2548
เค้าเซ็นไว้ว่า
"สำหรับเธอ คนดี และคนเดียวในดวงใจ"

เป็นสมุดที่บันทึกไว้ขณะวัยทำงาน แต่ถูกค้นพบเมื่อผู้บันทึกอายุเข้าวัยชราแล้ว
ในคำนำเขียนไว้ว่า เป็นบันทึกเกี่ยวกับชีวิต การเรียนรู้ การครองเรือน การทำงาน
ที่สืบเนื่องด้วยความอดทน ความซื่อสัตย์ ความสุจริตจริงใจ ความกตัญญู และการประพฤติตนให้อยู่ในคลองแห่งธรรม อันเป็นประสบการณ์ที่ผู้บันทึกได้เผชิญและผ่านพบมา...

นับเป็นบันทึกแห่งชีวิตเพื่อความสุขและความราบรื่นของชีวิตอย่างแท้จริง

อ่านแล้วถ้าได้ข้อคิดอะไรดีๆ
จะนำมาแบ่งปันเล่าสู่กันฟังนะคะ

คุณภูเพยียคะ
เราจะคล้ายๆกันอีกแล้ว
ตรงที่เขียนกระชับไม่ค่อยเป็น
คนอ่านต้องค่อยๆสรุปเนื้อหากันเอาเองนะคะ ^__^



โดย: แก้วเจียระไนย IP: 192.168.51.74, 58.136.74.208 วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:35:49 น.  

 
สำหรับตัวผม แค่พยายามมี"สติ" อยู่ตลอดเวลายังยากเลยครับ

แต่ก็พยายาม


โดย: ดอกหญ้า บนทางดิน วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:11:17 น.  

 
สวัสดีครับทุกท่าน

วันนี้พยายามเอารูปที่ล้างกระป๋องโค้กกระป๋องเบียร์และกระป๋องเป๊ปซี่
ที่ผมสะสมไว้มาให้ดูเล่น

แต่พอทำๆไป ปรากฏว่าโหลดรูปไม่ขึ้น เลยเอามาให้ดูเล่นๆแค่นี้

วันนี้ล้าไปหน่อย แล้วค่อยคุยกันใหม่นะครับ




















โดย: พ่อพเยีย วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:06:40 น.  

 
สวัสดีค่ะ..พี่โดม
กระป๋องโค้กของพี่ สวยๆ ทั้งนั้นเลยน่ะค่ะ.. ดูพี่ทั้งสองมีความสุขกับการล้างกระป๋องโค้กจัง...(@_@)



โดย: คนวาวี IP: 119.31.57.205 วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:41:19 น.  

 
ล้างกระป๋องเสร็จเรียบร้อยแล้วสวยงามดีนะคะ
เหมือนจิตใจคนค่ะ ล้างได้หมดจด จิตใจก็ใสสะอาด

ตอนล้างกระป๋องนี่ ดูท่าทางมีความสุขกันทั้งครอบครัวเลยนะคะ
สวัสดีพี่ผู้หญิงด้วยค่ะ


โดย: ฝนดอกไม้ IP: 124.120.56.184 วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:54:07 น.  

 
อ๊ากส์ส์ส์
ขอบคุณค่ะพี่โดมๆ ที่แบ่งกันชม
เวอร์ชั่นโค้กน่าสนใจมาก
เห็นแล้วเสียดายที่ตอนกินไม่รู้จะเก็บ แหะๆ
ว่าแล้ว บอกเคล็ดลับการล้างป๋องให้ด้วยซีค่ะ
(ห้ามบอกว่าต้องล้างกันสองคน 555)


โดย: ยิปซ๊ฯ IP: 124.121.47.92 วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:20:08 น.  

 
สวัสดีครับพี่โดม


อ่านบล้อกของพี่
ให้อารมณ์สงบนิ่ง

อ่านเม้นท์พี่ภูเพยีย
ให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจ

พี่โดมสะสมกระป๋องด้วยนะครับ
ลายสวยๆทั้งเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:07:19 น.  

 
สวัสดีครับ

เข้ามาบอกก่อนว่า

เก็บกระป๋องอย่างเดียวไม่ได้ดื่มเป๊ปซี่หรือโค้กและเบียร์ด้วย

เราเห็นรูปไหนสวยก็ซื้อมา
บางกระป๋องก็มีคนเอามาฝากบ้าง

ตอนหลังเก็บไว้นานๆ มีการรั่วซึมจึงต้องแกะเอาน้ำออก

ขอตัวไปทำงานก่อน แล้วจะเข้ามาคุยใหม่นะครับ

ว่าแล้วก็ขอโชว์อีกหน่อย













โดย: พ่อพเยีย วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:23:17 น.  

 
แว้บไปร้านจักรยานใกล้บ้าน
เพื่อติดตะแกรงและไฟท้าย

ได้กระป๋าใส่ของห้อยข้างตะแกรงมาด้วย
เป็นความอยากได้มานานแล้ว

ฝันว่าวันหนึ่งน่าจะได้ปั่นจักรยานไปต่างจังหวัด แค่จังหวัดใกล้ๆก็ยังดี

แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ไป





ตะแกรงและไฟท้าย




กระเป๋าลำลองเวลาปั่นอยู่แถวใกล้ๆบ้าน






กระเป๋าใบใหญ่จุกว่าเวลาไปต่างจังหวัด


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:12:17:16 น.  

 
สวัสดีครับ...พี่โดม

จักรยานคันใหม่...คันใหม่

เก็บไว้ในบ้านนะครับ

เดี่ยว...มีคนเอาไปใช้...แล้วไม่คืนอีก....

คิดถึง....นะ


โดย: กาแฟ..ชา..ย วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:28:03 น.  

 
จักรยานพร้อม
อุปกรณ์พร้อม
คนปั่น+ใจพร้อม
ลุยเลยค่ะคุณโดม

ปั่นจักรยานเที่ยว เป็นความสุนทรีย์อีกอย่างหนึ่งของชีวิตทีเดียว

ดิฉันเชียร์สุดใจเลยค่ะเรื่องปั่นจักรยานเที่ยว

ที่คุณถามเรื่องทำไมใช้ จันท์....คำนี้เป็นชื่อย่อของบ้านเกิดค่ะ..เป็นจังหวัดที่คุณโดมเคยไปพักครั้งหนึ่งที่โรงแรมเล็กๆริมแม่น้ำ เคยเล่าไว้ใน"ริมรั้วหัวใจ"


โดย: จันท์เจ้า IP: 118.172.249.219 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:36:08 น.  

 
สวัสดีครับ ผมชื่อเอกครับ(eak_c4)พอดีผมค้นหาเกี่ยวกับกระป๋องโค้ก เลยผ่านมาเห็นเข้า ผมก็เป็นคนนึงที่รักในการสะสมกระป๋องโค้ก ไม่ทราบว่าสะสมมานานรึยังครับ เห็นยังขาดหลายต่อหลายใบ เลยอยากชวนเข้าครอบครับโค้กไทยอ่ะครับ //www.cokethai.com ผมกำลังตามหากระป๋องใบที่ยังขาดอยู่ ถ้าสนใจจะซื้อขายแลกเปลี่ยนก็ยินดีครับ eak_c4@yahoo.com


โดย: เอก IP: 125.24.93.209 วันที่: 6 มกราคม 2555 เวลา:19:01:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พ่อพเยีย
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]







ด้วยความยินดี...
หากมีผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่าย,บทความ
หรือข้อเขียนต่างๆ
ใน Blog นี้ไปใช้
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด
สามารถทำได้เลยทันที
โดยไม่ต้องขออนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

เว้นเสียแต่ว่า…
ถ้านำไปพิมพ์จำหน่าย
กรุณาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วย

อ่านเรื่องของ "ปะการัง" ที่นี่



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


www.buzzidea.tv
Friends' blogs
[Add พ่อพเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.