จงทำสิ่งที่คุณทำได้...ด้วยสิ่งที่คุณมี...ณ จุดที่คุณยืนอยู่ - ธีโอดอร์ รูสเวลท์
Uploaded with ImageShack.us
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
พ่อผมเป็นกวี (4) และรูปวันนักเขียน

รายงานวันนักเขียนอย่างรวบรัด
เช้าไปทำบุญที่สมาคมนักเขียน
ตอนบ่ายไปที่สถาบันปรีดีพนมยงค์
อยู่ในงานกระทั่งย่ำเย็น
สังเกตว่าปีนี้มีผู้คนมาร่วมงานมากเป็นพิเศษ
เอารูปมาฝากกันให้ดูเล่น
ขอโทษที่รวบรัดไม่บรรยาย
มีงานรอให้ทำอยู่นะครับ





ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ (วินนี่ เดอะ ปุ๊)






ชาติ ภิรมย์กุล กำลังประเคนอาหารพระ





(ขวาสุด) ประภัสสร เสวิกุล




ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ,บูรพา อารัมภีร์,ขจรฤทธิ์ รักษา




ขจรฤทธิ์ รักษา ,นทธี ศศิวิมล,ชมัยภร แสงกระจ่าง





กร ศิริวัฒโน




วรรณฤกษ์ , กร ศิริวัฒโน , ชิด ชยากร




นทธี ศศิวิมล นักเขียนคลื่นลูกใหม่มาแรง




เสกสรรค์ ประเสริฐกุล





พระมหาจัด คงสุข





(ซ้ายสุด) วีระ สุดสังข์ หรือฟอน ฝ้าฟาง





เวียง - วชิระ บัวสนธ์





มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ




ดำรงค์ อารีกุล





ไพฑูรย์ ธัญญา





พระไพศาล วิสาโล






ส.ศิวรักษ์




นิรันศักดิ์ บุญจันทร์





นันทพร ไวศยะสุวรรณ์




เสี้ยวจันทร์ แรมไพร (เปลือยอก)





เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ กวีซีไรต์รูปหล่อ



พ่อผมเป็นกวี (3)











ผมไม่รู้ว่าพ่อขอย้ายตามเจ้านายที่ถูกคอกันไปหรือว่าต้องย้ายโรงเรียนเพราะเหตุต้องการได้เบี้ยกันดาร ปล่อยให้แม่กับลูก ๆ อยู่กันที่บ้านสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี

ตอนนั้นอำเภอบ้านไร่จัดว่าเป็นอำเภอหลังเขาอย่างแท้จริง นาน ๆ พ่อจะกลับมาบ้านสักครั้ง เพราะการเดินทางสมัยนั้นลำบากมาก ลองเปรียบเทียบสภาพบ้านไร่สมัยที่ยังไม่มีใครรู้จักห้วยขาแข้งที่เป็นมรดกโลกเหมือนเดี๋ยวนี้ดูซิว่าจะเป็นอย่างไร


นิราศรักสมัครย้ายไม่วายคิด
ระกำจิตตรอมใจฤทัยหมอง
ยี่สิบเจ็ดมิถุนาน้ำตานอง
ศูนย์แปดต้องเข้าบ้านไร่ให้กังวล


ไปอยู่ห่างต่างอำเภอไกลเธอนะ
นานนานปะขวัญใจไปสักหน
เป็นเวรกรรมตามมาเข้าตาจน
ต้องทุกข์ทนรนร้อนมิผ่อนคลาย

หนึ่งโมงเช้าเก้านาทีฤกษ์ดีนับ
มีคนขับเตรียมพร้อมไม่ยอมไส
รถนายกริ่มยิ้มเกร่อเธอใจไว
เร่งให้ไปด้วยฤกษ์งามยามนี้ดี

จากสว่างฯทางถนนโผล่คลองโพน้อย
รถวิ่งลอยคล่องคล่องหนองกระดี่
ถึงหนองเมนใจเต้นเร้าฤดี
แล้วถึงที่อ.ทัพทันอันมั่นคง

เนินสาธารณ์ผ่านไปแล้วน้องแก้วเอ๋ย
รถก็เลยร่วมทางหนองฉางโฉง
บ่อทับไต้ใจพี่เต้นกระตุ้นโตง
เศษสองโมงห้านาทีพี่อกเกรียม

เห็นน้องนางสองราไถนาดะ
พอพบปะทักทายทำอายเหนียม
บ้านนี้ชื่ออะไรหนอขอบอกเรียม
ใช้ควายเทียมไถนาเวลานั้น

นาวสาวหนึ่งหัวร่อบ่อทับไต้
จดจำได้รู้สึกนึกขำขัน
มอเตอร์ไซค์ใหม่เครื่องเฟื่องน้ำมัน
เร็วฉับพลันถึงหนองแฟบแสนแสบทรวง

พ้นหนองแฟบแอบถามได้ความสว่าง
ห้วยขานางข้างหน้ามรรคาหลวง
ใกล้จะถึงทุ่งนาระอาทรวง
คิดเป็นห่วงน้องรักแสนปักใจ

ห้วยขานางคิดคะนึงถึงขาน้อง
ขาวผุดผ่องกลึงกลมสมสมัย
เปรียบปลีเยาวยาตรเยื้องประเทืองใจ
ยิ่งคิดไปพิศวาสยามยาตรา

หยุดทุ่งนาว่าอาหารร้านสะอาด
ไข่ห้าฟองสองบาทผัดราดหน้า
พออิ่มเสร็จแล้วเลยไม่เคยมา
ที่ทุ่งนาเขตหนองฉางทางรถโค้ง

พ้นทุ่งนาฝ่าทุ่งหมันกระชั้นชิด
ปางมะค่ามาไม่ผิดติดคลองโป่ง
เห็นวังหินติดบ้านไร่ใกล้เขาวง
ผ่านทุ่งพงตรงทุ่งหมันสนั่นดิน

ลับทุ่งหมันยันปังเข้าวังหิน
ทางทักษิณหนองชุมแสงลมแรงไสว
ผ่านคลองโป่งโยงการุ้งมุ่งหน้าไป
นั่งหลับในฝันพธูจู่มาตาม

เมืองการุ้งกรุงร้างแต่ปางก่อน
อนุสรณ์มีคันคูดูเกรงขาม
กรุงเก่าแก่แต่โบราณตำนานพราหมณ์
กากับรุ้งร่วมกามจงวิจัย

อธิบายเฉลยแฉไม่แน่ชัด
กากับรุ้งผสมสัตว์ซึ่งสงสัย
เป็นคำขอมมอญพม่ายังคาใจ
เหตุไฉนใช้คำว่าเมือง “การุ้ง”

เจดีย์ปรักหักพังยังเห็นซาก
ยามน้ำหลากรั่วไหลไปสลอน
มีกบ กุ้ง ปู ปลา ป่าบึงบอน
ฤดูร้อนน้ำแห้งระแหงดิน

ผักกูดหนามงามปลอดยอดสะบัด
ผักบุ้งผลัดแพงพวยย้อยตามห้อยหิน
โสนน้อยหนองงามน้ำโสภิณ
ผืนแผ่นดินการุ้งจูงใจชม

เลยการุ้งรถก็พุ่งเข้าหูช้าง
ไม่เห็นนางมีแต่ยายขายขนม
จึงพักผ่อนหย่อนกายคลายอารมณ์
หยุดที่ร่มมะขามไม้หายมึนเมา

มีคนเก่าเล่าต่อมีบ่อหิน
น้ำใสไหลรินไม่ขาดสาย
ได้อาบกินใช้กันทั่วทั้งวัวควาย
เป็นบ่อทรายปนหินได้ยินยัน

มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งพึงลงบ่อ
ได้มาเกวียนพาล้อหยุดที่นั่น
ร่วมสังวาสอาจเอื้อมเชื่อมสัมพันธ์
น้ำบ่อนั้นเหือดแห้งไม่มีกิน

เกิดอาถรรพณ์บ่อหูช้างน้ำจางขาด
ที่เคยไหลใสสะอาดก็หมดสิ้น
คนเก่าเก่าเล่ามาข้าได้ยิน
บ่อน้ำกินเกิดขาดแคลนแสนกันดาร

บ้านหูช้างไม่มีช้างจนหางชี้
ก่อนนั้นมีหรือไม่ใคร ๆ ขาน
มีผู้เฒ่าคราวทวดปู่หูหย่อนยาน
แกปลูกบ้านอยู่ในดงคงหลายปี

ชื่อตาช้างหูยานมานานแล้ว
ขยันแผ้วถางป่าพนาสี
หนองหูช้างต่างเข้าใจกันได้ดี
เป็นถิ่นที่ตาหูช้างอ้างให้ฟัง

ถึงสวนพลูพลางทางเลี้ยวเขียวชอุ่ม
แผ่นดินชุ่มสดชื่นลื่นถอยหลัง
มีพลูป่าพลูบ้านตระหง่านบัง
นอกนั้นยังพลูนึ่งมากถึงใจ

พ้นสวนพลูดูเพลินทางเนินสูง
รถก็พุ่งเข้าพุต่อหาท้อไม่
น้ำพุพุ่งรุ่งรอดตลอดไป
ใช้ไม้ไผ่ทำรางต่อท่อประปา

ผ่านพุต่อก็ทะลึ่งถึงทัพหลวง
ผลพุ่มพวงบุปผาป่าไสว
เห็นบ้านเรือนริมถนนหลากล้นไป
หมู่บ้านใหญ่ตามสมควรชวนน่าชม

เลยตำบลทัพหลวงยิ่งห่วงหลัง
ใจยังฝังฝันอยู่เรณูโฉม
ที่ทัพหลวงหน่วงรักอกหักโครม
ทรวงระบมหากไม่สร่างถึงปางตาย

ไกลทัพหลวงลุล่วงบ้านบึงแล้ว
เป็นห้องแถวริมถนนขนรับส่ง
ป่าหมากป่ามะพร้าวยาวเป็นดง
ห้องมั่นคงทำการค้าปลูกอาคาร

ถึงบ้านไร่ใจเรายิ่งเร่าร้อน
จะหลับนอนที่ไหนมาไกลบ้าน
ไปสะนำทำหน้าที่ราชการ
รถเราผ่านไปสะนำอย่างลำเค็ญ

เขาจัดงานเลี้ยงดูแลปูเสื่อ
อาหารเหลือดื่มสุราเสื้อผ้าเหม็น
แล้วอวยชัยให้พรกันตอนเย็น
บ้างก็เล่นร้องรำและทำเพลง


ที่สะนำน้ำท่ามาสะดวก
ผ่านป่ารวกเย็นฉ่ำน้ำไหลเร่ง
ไม่ขุ่นตมเหมือนสารส้มแกว่งละเลง
สะอาดเองใสยิ่งกว่าตาตั๊กแตน

ธรรมชาติวาดวางอย่างเป็นเอก
เหมือนฉากเฉกเขียนค่าราคาแสน
ชมภูเขาน้ำตกนกรำแพน
ดงดินแดนบ้านไร่ถิ่นไทยเรา

พฤกษชาติดาษดื่นชุ่มชื่นฉ่ำ
ธรรมชาติงดงามตามโขดเขา
หากมีทุกข์ฉุกร้อนผ่อนบรรเทา
จะขอเล่าเรื่องตำนานบ้านสะนำ

สะนำคำนี้มีตำนานคำขานกล่าว
เป็นเรื่องราวก่อนกาลนานฉนำ
คือตัวส.ไม่มีร.ข้อแนะนำ
จะหมายถึงสระน้ำก็ไกลกัน


อีกนัยน์หนึ่งสะนำตามที่รู้
ครั้งตาปู่เคยบอกเล่าที่เฝ้าถาม
เจ้าบ่าวชาวบ้านไร่ได้ติดตาม
รักสาวงามมาส่งในดงกลาง

ชายนำคือชายตามคำนี้แน่
ช่วยตีแผ่แปลด้วยช่วยสะสาง
จะเท็จจริงอย่างไรไม่อำพราง
ยังเลือนรางถูกผิดคิดวนเวียน

อยู่บ้านไร่ไปสะนำไม่ลำบาก
คราวน้ำมากสอนคลองแบ่งเดินแกว่งเศียร
หยุดพักร้อนนอนห้างนาจนอาเจียน
ขาดโรงเรียนสายบ้างเป็นครั้งคราว

คุณสุเทพศึกษาเรียกมาสอน
อนาทรเป็นห่วงจนทรวงหนาว
สิ่งอันใดที่ไม่ดีมีกลิ่นคาว
ทิ้งชั่วฉาวไว้สว่างฯล้างมลทิน

ชีวิตครูต่อสู้มามากนัก
รู้รสรักรสชังจนจบสิ้น
..........................
..........................

สอนสะนำจำเป็นไม่เห็นพักตร์
ลูกนงลักษณ์เรียนเก่งเปล่งปลั่งศิลป์
ได้รับทุนเด็กฉลาดราชทิน
ศิษย์ครูสินธุ์เรียนละเอียดเกียรตินิยม

จากเพื่อนบ้านสถานที่มีญาติมิตร
แนบสนิทเสน่หาดาราโฉม
โขดศิลาท่าน้ำงามชมรม
เคยเที่ยวชมโบสถ์วัดวาและอาราม

ถนนแถวแนวตลาดสะอาดเอี่ยม
ตามธรรมเนียมสุขาหน้าสนาม
มีไม้ดอกไม้ประดับนับว่างาม
สมกับนามว่าสว่างฯกระจ่างดี

ร้านเจ๊กเข่ง เจ๊บุญชู ครูสะอาด
เฉลิมนาฏพีสมรจำจรหนี
เคยเซ็นบิลกินกันได้ขายคล่องดี
นับแต่นี้นานพบจะซบเซา

หลวงพ่อเสน่ห์เกจิอาจารย์เก่า
เคยบอกเล่าว่าอย่าเล่นเป็นชู้สาว
หากซุกซนได้เสียเป็นเมียลาว
จงทนหนาวไปดีกว่าอย่ากระทำ

สอนสะนำทำให้ดีเป็นที่สุด
เพราะมีวุฒิครูบ้างอย่างต่ำต่ำ
สอบครูตรีปีหน้าคว้าเต็มกำ
จะเหนื่อยลำบากยากสู้พากเพียร

จากมาเดียวเปลี่ยวใจไม่คึกคัก
ห่างคนรักคิดไปให้ปวดเศียร
เสาวนิตย์นวลน้องผ่องวิเชียร
คิดถึงเจียนขาดใจไม่ได้มา

ยามเย็นเที่ยวเล่นร่วมหัวเราะ
ร้านจ่าเพราะเยาวรัตน์พัดลมหนา
กินอาหารอย่างดีมีราคา
ดื่มสุราเมาสุภาพไม่หยาบโลน

พรรคพวกเพื่อนที่ดีก็มีมาก
ถ้าเคราะห์ซ้ำกรรมวิบากไข้หัวโกร๋น
แดนป่าดงพงพีชะนีโยน
ร้องตะโกนหวัวหวัวฟังผัวโวย

หริ่งเรไรจั๊กจั่นสนั่นก้อง
จิ้งหรีดร้องเงียบฉี่ชะนีโหย
ฤดูหนาวคร้าวกระหน่ำน้ำค้างโปรย
คิดบัวโรยขึ้นมาน้ำตาคลอ

ขอบนบานศาลกล่าวเจ้าศักดิ์สิทธิ์
เสื้อเมืองเรืองฤทธิ์เคลือบหลวงพ่อ
ให้ปลอดภัยมีชัยโชคพนอ
นวลลออปราศทุกข์สุขสำราญ

เสาร์อาทิตย์ปิดปับสัปดะ
อยากสละเวลาไปมาบ้าน
ใจอยากขี่จรวดเป็นยวดยาน
บินไปบ้านใช้เวลาหนึ่งนาที

แม้ขัดสนจนใจไปลำบาก
ไปกลับยากรถเครื่องไม่มีขี่
ยังไม่พร้อมเหตุผลจนเต็มที
ต้องคลุกคลีอยู่บ้านไร่ให้นานนาน

อำเภอสุนันท์ชั้นโทโก้เท่าเอก
อภิเษกขอชั้นตรีดีสมาน
ได้สวมหมวกสองใบในราชการ
บริหารงานคุรุสภาสถาบัน

ขอยุติกลอนวาทีเท่านี้ก่อน
แล้วคิดย้อนความหลังครั้งสุขสันต์
คุณบิดรมารดาหนาอนันต์
สอนยึดมั่นอุดมการณ์สาสน์ยุบล

พระคุณใดไม่เปรียบเทียบคุณท่าน
ครูอาจารย์นั้นเป็นรองแต่ต้องสน
คุณพ่อแม่แผ่คลุมช่วยคุ้มตน
ลูกทุกคนรักคอยเตือนเหมือนดวงใจ

จะเจ็บไข้ได้ป่วยช่วยรักษา
หาหยูกยาพาบำรุงให้สดใส
จะสิ้นเปลืองเงินทองไม่ข้องใจ
หมดเท่าไรสู้รักษาพยาบาล

การศึกษาส่งเสริมเพิ่มเติมต่อ
สำเร็จวุฒิครูว.สมัยนั้น
เป็นบันไดมาตรฐานมานานครัน
ท่านด่วนพลันลาโลกไปแล้วหลายปี

มีพระคุณหนุนนำดังคำกล่าว
ใจโน้มน้าวคิดถึงซึ้งเต็มที่
เห็นแต่เงาเท่านั้นอัญชลี
เอากวีกราบแทนทดด้วยบทกลอน

ขอพระคุณสุนทรให้กลอนสัมฤทธิ์
เป็นที่ติดใจท่านอ่านอักษร
พระคุณแม่แผ่คลุมอุ้มอุทร
ให้กระฉ่อนบันลือชูชื่อเอย



..................





Create Date : 06 พฤษภาคม 2553
Last Update : 6 พฤษภาคม 2553 21:03:26 น. 6 comments
Counter : 2127 Pageviews.

 
ขอบคุณที่เอารูปมาฝากยลค่ะ
(โดยเฉพาะรูปนักเขียนหล่อๆ )55


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน IP: 124.122.13.186 วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:33:38 น.  

 
สวัสดีครับทุกๆท่าน
ได้รับบทกวีจากไพวรินทร์ ขาวงาม เลยอยากเอามาให้อ่านกัน


น้ำตาประเทศ
พุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบสาม






ประเทศร่ำไห้
น้ำตาไหลเป็นสายโลหิต
เจ็ดสีรุ้งระเหยจากซากชีวิต
ระเหิดซาก...ศักดิ์สิทธิ์...วิจิตรตระการ



มาตุภูมิคร่ำครวญ
ผ่านมวลมารดามหาศาล
เลี้ยงดูชีวิตจิตวิญญาณ
ช้านาน...มิสิ้นสุด...บุตรธิดา



ปิตุภูมิโศกศัลย์
ลูกหลานทั้งนั้นพลันแปลกหน้า
อบอุ่นคุ้นเคยเคยมีมา
แตกซ้าย...ระแหงขวา...หน้าหลังร้าว




ดินดาวร้าวลึก
อารมณ์รู้สึกเกรียมกร้าว
สาปน้องแช่งพี่ทีละคราว
แม้ยาม...กินข้าว...หม้อเดียวกัน



ธรรมชาติป่วยไข้
สายใยสายญาติขาดสะบั้น
แสงแดดแปดเปื้อนเลือนตะวัน
ลาฝัน...ลับฟ้า...ลาที



พยากรณ์ชีวิตวิกฤตประหลาด
พยากรณ์ดินฟ้าอากาศวิบัติบัดสี
พยากรณ์วันวานประหารพรุ่งนี้
พยากรณ์...มิคสัญญี....กลียุค



ประเทศชาติอันเป็นที่รักของข้า
ป้ายปาดหยาดน้ำตาสันติสุข
หยดเลือดลูกหลานสะท้านทุกข์
รานรุก...ไล่ล่า...ฆ่ากันเอง



มนุษยธรรมชำรุด
ที่สุดแห่งที่สุดคือข่มเหง
ที่สุดแห่งสายเลือดคือหลั่งละเลง
มิเกรง...ฟ้าดิน...อินทร์พรหม



แผ่นดินอันเป็นที่รักของเรา
ชิงเผาแตกระแหงแล้งล่ม
ยิ่งการเมืองการมารการโสมม
ยิ่งสันติภาพ...ร่ำระงม...กลางสงคราม

๑๐

สงครามกลางเมืองมิใช่น้อย
พุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบสาม
กลางบ้านกลางใจไฟลาม
พระสยามเทวาธิราช...อาจร้อนนัก

๑๑

เอย...พระสยามเทวาธิราชเจ้า
ลูกหลานร้อนเร่าหน่วงหนัก
เอย...วิถีทางเย็นอันเป็นที่รัก
พึงพอ...พำนัก...ศักดิ์สิทธิ์ใด

๑๒

เอย...อาดูรพูนเทวษ
เอย...ประเทศร่ำไห้
ต่างสะอื้นภาวนาบูชาใจ
ขณะไฟ...ลามไหม้...ใกล้เข้ามา!

ไพวรินทร์ ขาวงาม
อาทิตย์ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๓


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:56:01 น.  

 
สวัสดียามดึกค่ะพี่โดม


โดย: Love At First Click วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:11:46 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่โดม


มีนักเขียนในงานหลายท่านเลย
ที่ผมติดตามผลงานมาโดยตลอด
พี่ดำรงค์เพิ่งเคยเห็นหน้ากันเป็นครั้งแรกในรูป
อ่านหมง หงจินเป่ามาตั้งนาน 555

อาจารย์เสกสรรค์ดูอ้วนขึ้นมากเลยครับ










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:07:29 น.  

 
สวัสดีโดม
ปีนี้ตั้งใจจะต้องไปให้ได้
แต่งานนักเขียนไม่เข้มพอ
สำหรับพายุฤดูร้อน
ห่วงบ้าน ปีนี้หนักมาก
ลูกเห็บก้อนใหญ่พอน้ำแข็งหลอด ขาวโพลนไปหมด

เห็นรูปมิตรสหายแล้ว เสียดาย คิดถึงดำรงค์และใครต่อใคร ไม่ได้สังสันทน์กันเลย

อ่านบทกวีพ่อแล้ว ย้อนอดีตที่พ่อมานั่งอ่านให้เราฟังในวงเมรัยได้ไหม
พ่อแกเป็นยอดกวีจริง ๆ
กลอนแกไม่มีติดเลยนะ
ลูกเล่นลูกล้อ
สุนทรภู่ก็สุนทรภู่เหอะ

มาบล็อกนี้ก็พอแล้ว
เน็ตมือถือ
เข้าใจนะเพื่อนมิตร ฝากสวัสดีกันที่นี่แหละ
ขอตัวไปทอนกิ่งไม้เตรียมฟืนไว้สำหรับแคมป์ไฟหน้าหนาว

ทุ่งดาวเปลี่ยนไปแล้วนะโดม ขยับรั้วเข้ามา กลบสระ ทำนาเหมือนเก่า ข้าวแพง-ฝันถูก ๕๕๕
ดาวดวงเล็กลง เบาแรงตัดหญ้า
แต่ไม่ได้หมายว่าความฝันแพ้แก่ความจริง
หากเป็นฝันเล็กๆที่พอเพียง
น่าจะดีกว่า เท่านั้นเอง
อิ อิ........
แล้วเจอกัน(อาจจะจำไม่ได้
ตัวดำปี๋เลยโดมเอ๋ย อยู่แต่กลางแดด)


โดย: ดาวส่องทาง วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:05:31 น.  

 
พี่โดม คิดถึงบลอกพี่จัง
เมื่อไหร่จะใจเปลี่ยนหนอ
กลับมาอ่านอันเดิมๆ แก้เหงาค่ะ


โดย: ยิปซ๊ฯ IP: 124.121.46.171 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:17:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พ่อพเยีย
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]







ด้วยความยินดี...
หากมีผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่าย,บทความ
หรือข้อเขียนต่างๆ
ใน Blog นี้ไปใช้
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด
สามารถทำได้เลยทันที
โดยไม่ต้องขออนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

เว้นเสียแต่ว่า…
ถ้านำไปพิมพ์จำหน่าย
กรุณาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วย

อ่านเรื่องของ "ปะการัง" ที่นี่



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


www.buzzidea.tv
Friends' blogs
[Add พ่อพเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.