จงทำสิ่งที่คุณทำได้...ด้วยสิ่งที่คุณมี...ณ จุดที่คุณยืนอยู่ - ธีโอดอร์ รูสเวลท์
Uploaded with ImageShack.us
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
พ่อผมเป็นกวี (2)

ที่ นขท.ว.๑/๒๕๕๓ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
๓๑ ซอยกรุงเทพ-นนท์ ๓๓ (เทวรัตน์)
แขวง/เขตบางซื่อ กท. ๑๐๘๐๐
๒ เมษายน ๒๕๕๓


เรื่อง การจัดงานวันนักเขียน ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓

เรียน สมาชิกสมาคมทุกท่าน


ด้วยในวันที่ ๕ พฤษภาคม เป็นวันนักเขียน
ซึ่งสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กำหนดจัดงานวันนักเขียนขึ้นเป็นประจำทุกปี
เพื่อให้นักเขียนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม
เสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพบปะสังสันทน์กัน
ในปี ๒๕๕๓ นี้ สมาคมฯ กำหนดจะจัดงานวันนักเขียนขึ้นที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ สุขุมวิท ๕๕ (ซอยทองหล่อ) เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โดยจัดให้มีกิจกรรมทางวรรณกรรมและงานสังสันทน์ ดังนี้



ชื่องาน : “ร้อยดอกไม้แบ่งบาน วันนักเขียน ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓”

ภาคเช้า - ณ บ้านนักเขียน (ซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี ๓๓)

๑๐.๐๐ พิธีสงฆ์สวดเจริญพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพล
ในวาระ๑๐๑ปีครบรอบชาตกาล เสาว์ บุญเสนอ และวันนักเขียน ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓
อุทิศส่วนกุศลแด่เสาว์-ศรีสุดา บุญเสนอ และนักเขียนผู้ล่วงลับ

๑๒.๐๐ รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน


ภาคบ่าย - ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ (ซอยทองหล่อ สุขุมวิท ๕๕)

๑๓.๐๐ ลงทะเบียนที่ชั้นหนึ่ง

๑๓.๑๕ ชมวีดีทัศน์ “ร้อยดอกไม้แบ่งบานวันนักเขียน”

๑๓.๓๐ นายกสมาคมฯ กล่าวต้อนรับ

ญาดา อารัมภีร อ่านบทกวี “ร้อยดอกไม้แบ่งบานวันนักเขียน” (บทกวี-ชมัยภร)

๑๓.๔๕ พิธีมอบรางวัลสุภาว์ เทวกุล ฯ
“เปิดใจนักเขียนรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ” (๑๕ คน)

ดำเนินรายการโดย จเลิศ เจษฎาวัลย์

๑๕.๐๐ พัก-ดื่มน้ำชากาแฟ

๑๕.๑๕ ชมวีดีทัศน์ ๑๐๐ ปีชาตกาล ป.อินทรปาลิต

๑๕.๓๐ พิธีมอบรางวัลเรื่องสั้นขนาดยาว “ความจริง ความลวง”

ในวาระ ๑๑๐ ปี ฯพณฯปรีดี พนมยงค์
(๓ คน) เปิดใจนักเขียนที่ได้รับรางวัล
ดำเนินรายการโดย ชมัยภร แสงกระจ่าง

๑๖.๑๕ ปาฐกถาจากศิลปินแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๒ “ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล”

๑๗.๑๕ พิธีมอบรางวัล “ศรีบูรพา”

พระไพศาล วิสาโล กล่าวสุนทรกถา
(เคลื่อนออกนอกห้อง ไปที่ลานน้ำพุ)

๑๘.๓๐ นายกสมาคมฯ กล่าวต้อนรับ
และมอบพวงมาลัยคารวะนักเขียนอาวุโส
๑๙.๐๐ รับประทานอาหารร่วมกัน

๑๙.๓๐ มอบรางวัล “อิวากิ” แด่ เรื่องสั้นชนะการประกวด
จากวรรณศิลป์สู่คีตศิลป์

สลับการอ่านบทกวี (อำนวยการโดย เสรี ทัศนศิลป์)
ร้องเพลงสังสันทน์ โดยนักเขียนที่มาร่วมงาน

๒๑.๐๐ ปิดงาน


-------------



พิธีกร ภาคบ่าย บูรพา - ญาดา อารัมภีร
ภาคกลางคืน เจน สงสมพันธุ์ - เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ

จึงขอเรียนเชิญเข้าร่วมงาน ตามวันและเวลาดังกล่าว ตามอัธยาศัย
ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ขอแสดงความนับถือ


(นางชมัยภร แสงกระจ่าง)
นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย


โทร. ๐๘๙-๙๘๗-๙๙๘๐ (ชมัยภร)
๐๒-๙๑๐-๙๕๖๕ (สมาคมฯ)














พ่อผมเป็นกวี (2)


ตอนเป็นเด็ก ๆ ผมจำได้ว่าผมรู้จักเรื่องพระอภัยมณีและเรื่องรามเกียรติ์ก่อนที่ผมจะเข้าโรงเรียนเสียด้วยซ้ำ เพราะพ่อเป็นคนเล่าให้ฟัง หนังสือประจำบ้านมีอยู่เพียงเล่มเดียวเท่านั้นคือ "มิตรครู" ทุกสิ้นเดือนพ่อจะมีมิตรครูหนึ่งเล่มติดกลับมาบ้าน

หนังสืออื่นอย่าได้หวังเพราะสมัยก่อนนั้นหนังสือสำหรับเด็กนั้นหายากและห้องสมุดของโรงเรียนซึ่งสมัยนั้นยังมีหนังสือไม่มากนัก


ผมได้ยินชื่อชิต บุรทัตหรือนายแมวคราว ชื่อของเหม เวชกร เรื่องนายขนมต้ม เรื่องของจะเด็ดในเรื่อง "ผู้ชนะสิบทิศ" เรื่องราวและนิทานต่าง ๆ ล้วนมาจากปากของพ่อ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อไปอ่านมาจากไหน เพราะที่บ้านก็ไม่เห็นมีหนังสือเหล่านี้ให้เห็น

ตอนที่ผมเรียนอยู่ระดับชั้นประถมนั้นผมจำได้ว่า ในอำเภอที่อยู่นั้นมีโทรทัศน์ขาว-ดำอยู่ไม่เกินสองเครื่อง เครื่องหนึ่งที่บ้านคนรวยประจำหมู่บ้าน และอีกเครื่องหนึ่งที่อำเภอซึ่งถือว่าเป็นของสาธารณะ เวลามีรายการดี ๆ ก็จะเอามาตั้งให้ชาวบ้านดูที่สนามหญ้า ด้วยการใช้เครื่องปั่นไฟ

เมื่อตอนที่ผมเรียนอยู่ชั้น ม.ศ.3 ยุคนั้น ผมอายุราว ๆ 15 ปี ที่บ้านของผมยังใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดอยู่เลย ในหมู่บ้านเริ่มมีไฟฟ้าใช้แล้วแต่ยังไม่ทั่วถึง คนที่มีเงินมาก ๆ เท่านั้นจึงจะมีไฟฟ้าใช้

ขอวกกลับมาตรงที่ความเป็นกวีของพ่อผมดีกว่า ในบรรดาลูก ๆ พ่อทั้งหลายไม่มีใครสนใจเรื่องการอ่านเรื่องเขียนหนังสือกันเลยสักคนมีแต่ผมคนเดียวเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่มีนามสกุลว่า "เขียนประเสริฐ" นามสกุลนี้ของผมเป็นนามสกุลเดิมไม่ได้เปลี่ยนมาจากแซ่หรือแปรมาจากอย่างอื่น

ผมเห็นคนนามสกุลที่ห้อยท้ายว่า “ประเสริฐ” กันมากมายพอสมควร แต่แทบไม่เคยเจอ “เขียนประเสริฐ” บ้างเลย

ผมเสียดายที่ไม่สามารถค้นหากำพืดของตัวเองได้ลึกมากไปกว่านี้ จากพ่อก็รู้แค่ปู่แค่ย่า เหนือไปจากนั้นก็ไม่รู้ว่าโคตรเหง้าเหล่ากอมาจากไหน พ่อเคยเล่าให้ผมฟังผมจำได้อย่างรางเลือนไม่มั่นใจนักว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใดทำนองว่าพ่อของปู่ของปู่ทำงานอยู่ที่กรมราชทัณฑ์ของเมืองอุทัยธานีหรือสะแกกรัง(บ้านพ่อและปู่ของผมและตัวผมเองอยู่ที่อ,สว่างอารมณ์ จ. อุทัยธานี จนกระทั่งผมโตแล้วจึงบินเข้าสู่เมืองหลวง)

ผมเพิ่งมารู้คุณค่าของบทกลอนของพ่อก็ตอนที่ผมเริ่มเข้ามาทำหนังสือในเมืองหลวง เห็นเพื่อน ๆ บางคนเขียนโคลงกลอนได้ดี แต่ผมกลับเขียนโคลงกลอนไม่เป็นจะคุยทีไรก็ต้องเอาของพ่อมาคุย เมื่อกลับบ้านก็เริ่มถามหานิราศเก่า ๆ ที่พ่อเคยท่องบางวรรคบางตอนให้ฟัง ต้นฉบับของพ่อก็มักจะถูกเพื่อนฝูงที่ชอบโคลงกลอนเอาไปอ่านกันเล่นและไม่นำมาคืน สมัยก่อนไม่มีเครื่องถ่ายเอกสาร อยากได้ก็ลอก ๆ กันไป

ผมบอกกับพ่อว่าให้พ่อช่วยรวบรวมนิราศที่พ่อเคยเขียนไว้ให้ผมบ้างผมต้องต้องการมันมากกว่าโฉนดที่นาของพ่อเสียอีก ในที่สุพ่อก็ค่อย ๆ รวบรวมจากความทรงจำบ้างและที่ตก ๆ หล่น ๆ อยู่บ้าง แต่งเติมเอาบ้าง ส่วนที่เป็นโคลงสุภาพนั้นมักจะแต่งแล้วทิ้งไปเลยตามวาระต่าง ๆ มีอยู่บทหนึ่งที่พ่อเขียนส่งมาให้ผมเมื่อรู้ว่าผมจะเลือกที่จะเป็นนักเขียน

นักเขียนลิขิตต้อง...เตือนตน
นักแต่งต้องแสวงสน...ไขว่คว้า
เวียนว่ายไม่กังวล...งานอื่น...อีกแฮ
ประสบการณ์ผ่านหน้า...รีบคว้า...ทันควัน


อีกชิ้นหนึ่งถ้าผมจำไม่ผิดจะเป็นหัวข้อประกวดที่ฟ้าเมืองไทย โดยกำหนดหัวข้อมาให้ในหัวข้อต้องมีคำว่า “อี หลุก ขลุก ขลัก”

อี...หนูนุชแน่งน้อย...นวลนาง
หลุก...หลิกพลิกแพลงพลาง...ร่วมห้อง
ขลุก...ขลุ่ยหนุ่ยนวลปราง...สุกปลั่ง
ขลัก...ขลุกทนทุกข์น้อง..เมื่อไซร้...จักสม


โคลงสี่สุภาพอีกบทหนึ่งพ่อเขียนไว้ว่า “เลียนแบบของเก่า” ส่วนผมไม่รู้ว่าเลียนหรือลอกมาจากบทไหนหรือเปล่า พ่อผมเขียนไว้ดังนี้

พันเนตรหลับเนตรพริ้ง…….ลืมผิน พักตร์เฮย
จตุรพักตร์แปดโสตยิน……...เยิ่นเย้อ
นารายณ์บรรทมสินธุ์………..ลืมตื่น
เขียนประเสริฐร่ำเพ้อ………..อกช้ำ ทำเฉย



มีกลอนอยู่บทหนึ่งที่เป็นบทประจำตัวของพ่อ เมื่อพ่อเมาได้ที่พ่อก็จะงัดเอาบทนี้ขึ้นมาร้องเป็นทำนองเพลงฉ่อย พ่อร้องไม่ค่อยเป็นแต่พ่อก็จะมีเพื่อนร่วมวงซึ่งถือว่าเป็นนักร้องเสียงดีทีเดียวจะร้องให้พ่อฟัง พ่อยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข จบแค่ไหนผมก็ไม่รู้แต่เท่าที่จดจำได้มีเพียงเท่านี้


สัมฤทธิ์ เขียนประเสริฐ
บ้านเกิดอยู่สว่าง
ใจคอกว้างขวาง
เมื่อก่อนเป็นเด็กเลี้ยงควาย
เพื่อนฝูงมีมาก
ฝีปากเป็นเอก
ความรู้เทียมเมฆ
พูดจาทันสมัย
นักธรรมชั้นโทแถมให้กระทู้
เปรียญชั้นครูท่านเจ้าคุณรักใคร่
เรียน ว. สองปีสอบได้ที่สิบห้า
ว.ชั้นจัตวาเป็นประเภทก.ไก่
สอบว.ได้แล้ว
เหมือนได้แก้วนพรัตน์
ครูประกาศจังหวัด
สอนอยู่วัดดอนหวาย
ชั้นต้นสิบบาท
ทนฟาดเสียเกือบปี
การเงินยังไม่ดี
สิบหกยังไม่ได้
พอถึงเดือนเมษาพ.ศ.แปดสอง
สิบหกบาทนอนร้องละครได้
อยู่ดอนหวายนึกอายผู้หญิง
หยุกหยิกยุ่งยิ่งทางการเขาจึงย้าย
ดอนหวายแล้วก็ไผ่เขียว
สองปีทีเดียวมันย้ายได้...

ฯลฯ (เอ่...ชา...หนอยแน่)


(ยังมีต่อ)








Create Date : 03 พฤษภาคม 2553
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 19:03:24 น. 9 comments
Counter : 874 Pageviews.

 
รออ่านตอนต่ออยู่ค่ะพี่โดม






































































โดย: ตาลจุง IP: 125.24.117.234 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:22:43 น.  

 
คุณโดมเล่าเรื่องได้สนุกดี
แท้ ชอบนะเวลามีคนโต
มาเล่าเรื่องอดีตให้ฟัง เพลินดี พอมาอ่านเรื่องนี้ก็เพลินดีอีกนั่นแหละ


โดย: nop IP: 222.123.171.138 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:59:54 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณโดม เล่าซะมันเลยนะค่ะ
บ้านผ่อดอยเปลี่ยนเรื่องใหม่แล้วนะค่ะ


โดย: บ้านผ่อดอยใน วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:50:15 น.  

 
อย่างนี้ต้องเรียกว่า มีเชื้อมีสาย...

แต่พี่โดมไม่ค่อยชอบเขียนกลอนใช่ไหมคะ


โดย: Love At First Click วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:44:12 น.  

 
ผมไม่ได้ไปรวมงานสักปีเลยครับอยากไปรวมด้วยจัง
ทั้งเวลาและระยะทางจากเชียงใหม่-กรุงเทพ....พี่โดมครับช่วงนี้มีผลงานดีๆของพี่อะไรแนะนำให้น้องบางครับ


โดย: ปฐพีหอม วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:48:36 น.  

 
สวัสดีครับทุกๆท่าน


คุณตาลจุงครับ

ดีใจที่มีคนติดตามอ่าน
แม้คนเดียวก็ยังดี
เพราะเวลาได้อัพบล็อกก็มีความสุขแล้ว

คุณ nop ครับ

คนแก่ก็อย่างนี้แหละครับ เริ่มกินของขม...เล่าความหลังแล้ว

ตั้งใจว่าจะเอามาทยอยลงบล็อกในช่วงนี้ คงมีอีกหลายตอนเหมือนกัน


สวัสดีครับคุณติ๋ม

เดี๋ยวจะแวะไปหาที่บ้านผ่อดอยในครับ - ไม่ได้แวะเวียนไปเสียนาน


คุณรักแรกคลิกครับ

พ่อก็เขียนกลอนเป็น
ลูกสาวก็เขียนเป็น
แต่ตัวเองเขียนไม่เป็น

ที่ไม่เขียนกลอน ไม่ใช่ไม่ชอบเขียนนะ
แต่เขียนกลอนไม่เป็นน่ะ (แต่ชอบอ่าน)



โดย: พ่อพเยีย วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:57:16 น.  

 
สวัสดีครับคุณปฐพีหอม

ทางสมาคมนักเขียนยินดีต้อนรับ ทั้งนักอ่าน นักเขียน และนักอยากเขียน ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับตัวหนังสือทั้งหมด
ถ้าคุณได้มาแล้วจะประทับใจในกลุ่มคนเล็กๆ (ผมคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น)

ช่วงนี้ผมไม่ได้อ่านงานวรรรกรรม เลย

แต่ที่ชอบตอนนี้คือหนังสือ
ชื่อ น้ำ ของวิเศษสามสถานะบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:00:11 น.  

 
ใจไม่ดี ที่คุณโดมบอกว่า
คนแก่เริ่มกินของขม หรือเล่าความหลัง ก็แต่ก่อนกินผักขมไม่เป็นเลย เห็นงี้เมินหน้าหนี แถมบอกคนข้างๆว่ากินเข้าไปได้ยังไง ขมจะตาย แต่เดี๋ยวนี้สังเกตพฤติกรรมตัวเองแล้ว......จริงอย่างที่คุณว่า ทั้งสะเดามะระก็กินนะ แถมเวลาเดินขึ้นบันได ก็รู้สึกเหนื่อย ยิ่งร้ายกว่านั้น ขณะเดินทางไปทำงานชอบคิดว่าตัวเองลืมปิดไฟรึเปล่านะ !?


โดย: nop IP: 117.47.141.67 วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:31:31 น.  

 


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:38:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พ่อพเยีย
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]







ด้วยความยินดี...
หากมีผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่าย,บทความ
หรือข้อเขียนต่างๆ
ใน Blog นี้ไปใช้
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด
สามารถทำได้เลยทันที
โดยไม่ต้องขออนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

เว้นเสียแต่ว่า…
ถ้านำไปพิมพ์จำหน่าย
กรุณาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วย

อ่านเรื่องของ "ปะการัง" ที่นี่



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


www.buzzidea.tv
Friends' blogs
[Add พ่อพเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.