จงทำสิ่งที่คุณทำได้...ด้วยสิ่งที่คุณมี...ณ จุดที่คุณยืนอยู่ - ธีโอดอร์ รูสเวลท์
Uploaded with ImageShack.us
Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
24 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
จดหมายถึงลูกสาวฉบับที่ 14 (สามัคคีคือพลัง)








ขอบคุณ รูปจากอินเตอร์เน็ต





วันนี้ไม่รู้จะเขียนอะไรในกรุ๊ปบล็อกใหม่ดี

จึงเอาจดหมายเก่าๆมาให้อ่านกันเล่นๆ

ในสถานการณ์บ้านเมืองกำลังแตกความสามัคคีกัน

อย่างชนิดที่ในชีวิตนี้ยังไม่เคยเห็นมาก่อน





พเยีย ลูกรัก


วันนี้พ่อแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย ตั้งแต่เช้านั่งแก้ไขขัดเกลาต้นฉบับที่จะส่ง แก้แล้วแก้อีกจนพอใจ พ่อเคยเปรียบเทียบเวลาดูว่า ในช่วงแก้ไขขัดเกลาให้พอใจนั้นบางทีใช้เวลามากกว่าการเขียนร่างแรกเสียอีก

นักเขียนบางคนเขียนเรื่องครั้งเดียวเสร็จเลยก็มี เท่าที่พ่อเคยรู้จากการอ่านบทสัมภาษณ์มาก็มี ว.วชิรเมธีท่านหนึ่งละ, ท่านเป็นพระหนุ่มนักเขียนที่กำลังฮ็อตสุดๆอยู่ในขณะนี้ ท่านจะเขียนต้นฉบับครั้งเดียวได้เลย และได้อย่างดีเสียด้วย


สำหรับพ่อยังทำอย่างนั้นไม่ได้ หลังจากคิดได้แล้วว่าจะเขียนอะไร พ่อจะเรียบเรียงคร่าวๆในหัวก่อน เมื่อลงนั่งเคาะคีย์บอร์ดถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ อาจดีบ้างไม่ดีบ้างเป็นธรรมดา ลื่นไหลบ้างไม่ลื่นไหลบ้างก็แล้วแต่เรื่องนั้นๆ แล้วค่อยมาตัดต่อขัดเกลาทีหลัง ซึ่งอาจจะไม่ใช่วิธีการเขียนหนังสือที่ดีที่สุดแต่พ่อก็ยังถนัดแบบนี้อยู่

พ่อรู้สึกว่าวันนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตั้งใจว่าเสร็จงานจะนอนเอกเขนกอ่านหนังสือที่เปลญวนใต้ถุนบ้านแต่ก็เย็นย่ำเสียแล้ว พ่อจึงตัดสินใจรดน้ำต้นไม้ที่ปลูกไว้ ต้นที่โตทะลึ่งพรวดพราดผิดหูผิดตาก็คือต้นปีบ สงสัยจะได้ความชุ่มชื่นจากน้ำฝนเป็นตัวกระตุ้น

ช่วงนี้ที่พื้นดินใต้ต้นมะม่วงข้างบ้าน พ่อย่างเหยียบเข้าไปไม่ได้เลยเพราะจะถูกมดแดงรุมกัด แถวบ้านพ่อจะเรียกว่ามดส้ม ตัวใหญ่ๆทำรังอยู่บนต้นไม้ ตั้งแต่พ่อมาอยู่บ้านหลังนี้เพิ่งเห็นพวกมันดุเป็นพิเศษในช่วงนี้ แค่เดินลงบนพื้นดินมันก็รุมกัดเป็นฝูง บางคราวถึงกับทิ้งตัวจากต้นมะม่วงลงมากัดผู้คนที่เดินผ่าน

พ่อไม่อยากจะฆ่ามันหรอก ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ที่ไม่ฆ่าก็ไม่ใช่ว่าใจบุญสุนทานอะไรหรอก แต่พ่อไม่เห็นประโยชน์ว่าจะฆ่ามันไปทำไม ถึงกระนั้นบางตัวก็ต้องตายเพราะหัวมันขาดจากลำตัวตอนพ่อดึงมันออก ขนาดหัวขาดแล้วมันยังไม่ยอมปล่อยปากออกจากผิวหนังของพ่อ หัวมันก็ติดอยู่ตรงที่มันกัดอยู่อย่างนั้น

เมื่อพ่อแหงนขึ้นไปดูบนต้นมะม่วง เห็นมดแดงกำลังสร้างรังอยู่ตามกิ่งไม้เต็มไปหมดเหมือนโครงการบ้านจัดสรรที่กำลังปลูกสร้างบ้านพร้อมๆกัน ตอนที่พ่อมาอยู่บ้านหลังนี้ใหม่ๆมองขึ้นไปดูเหมือนว่าเห็นมีแต่รังร้างๆ แต่ตอนนี้รังของมันดูสมบูรณ์บ่งบอกว่ามีประชากรมดอาศัยอยู่เต็มรังแล้ว พ่อสันนิษฐานในใจว่าที่มันดุอย่างนี้คงเพราะเป็นช่วงที่มันหวงไข่แน่ๆเลย

ตอนที่พ่อพักอยู่ที่วัดหนองยายดาพ่อเคยสังเกตดูมดแดงชนิดเดียวกันนี้ช่วยกันทำรัง เสียดายที่พ่อไม่ได้ถ่ายรูปไว้ มันจะช่วยกันทำงานอย่างแข็งขันไม่มีตัวไหนอู้งานเหมือนคนเลย พ่อเห็นแล้วยังประทับใจตอนที่มันพยายามช่วยกันดึงใบไม้มาติดกันแล้วอีกตัวต้องคาบปากเย็บค้างไว้อย่างนั้นอยู่นานทีเดียว

มดแดงได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ขยันทำมาหากิน ทำงานเกินตัว ลูกเคยเห็นมดแดงแบกของใหญ่กว่าตัวมันไหมล่ะ เรื่องระเบียบวินัยไม่เป็นรองใคร เวลาเดินไปไหนไม่แตกแถว ถ้าตัวไหนกัดก่อนตัวต่อไปก็ไม่ถอยหนี เรื่องสามัคคีของมันนั้นนับว่าเป็นที่หนึ่งทีเดียว

คำว่า “สามัคคี” ที่พ่อเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กนั้น พ่อเคยได้เห็นคุณค่าของมันจริงๆมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องใดๆ เมื่อทุกคนให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจังแล้วก็เป็นพลังที่จะทำให้เรื่องนั้นไปสู่ความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย เรื่องที่ว่ายากก็จะกลายเป็นง่าย เรื่องที่ธรรมดาก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เรื่องง่ายๆก็กลายเป็นเรื่องที่แทบจะไม่ต้องออกแรงกันเลย

ไม่ว่าจะเป็นสังคมเล็กๆอย่างหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด แม้แต่ประเทศชาติ หากประชาชนพลเมืองขาดความสามัคคีเสียแล้ว ก็ยากที่จะพัฒนาบ้านเมืองของตนให้เจริญรุ่งเรืองได้

แต่ทว่าคำว่า “ความสามัคคี” นี้ก็ต้องมีเป้าหมายไปในทางดีด้วยจึงจะมีผลดี ไม่ใช่สามัคคีกันทำชั่ว ยกตัวอย่างบางหมู่บ้านของประเทศไทยชาวบ้านสามัคคีกันผลิตยาบ้าและขายยาบ้า ต่างฝ่ายต่างช่วยกันดูแลสอดส่องเจ้าหน้าที่ให้เพื่อนบ้านรอดพ้นจากการถูกจับ คอยระแวดระวังให้กันอย่างมีความสามัคคี


ลูกก็ลองจินตนาการว่าความสามัคคีชนิดนี้จะส่งผลร้ายต่อส่วนรวมมากมายมหาศาลเพียงใด หรือยกตัวอย่างหากฝ่ายรัฐบาลต่างมีความสามัคคีกันคอรัปชั่นประเทศ ผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไรลูกย่อมรู้ดี เพราะฉะนั้นพ่อเชื่อว่า “พลังแห่งความสามัคคี” นั้นมีอยู่จริง แต่ทว่าเราจะนำพลังสามัคคีนั้นมาใช้ประโยชน์ในทางใดมากกว่า



อย่าว่าแต่เรื่องประเทศชาติเลย เรื่องชีวิตในครอบครัวที่อยู่รวมกันไม่กี่คนนี่แหละลูกรัก หากไม่มีความสามัคคีกันก็ยากนักที่จะอยู่เย็นเป็นสุขได้ มีอยู่ช่วงหนึ่ง...ตอนนั้นลูกยังเล็กๆอยู่ ครอบครัวของเราประสบกับเหตุวิกฤตทางด้านการเงินอย่างรุนแรง พ่อนั่นแหละเป็นตัวต้นเหตุ ในช่วงนั้นคุยอะไรกับแม่ก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันสักเรื่อง มองชีวิตกันไปคนละทิศละทาง พ่ออ่านหนังสือคำคมจากไหนมาก็ไม่รู้ แล้วใช้ชอล์กเขียนไว้ที่ข้างฝาบ้านตัวเบ้อเร่อเท่อว่า

“หากคุณไม่เชื่อในเรื่องของความสามัคคีแล้วละก็...คุณเคยเห็นเกวียนล้อเดียววิ่งไปข้างหน้าได้ไหม?” จุดประสงค์คือไว้เตือนตัวเองและอยากให้แม่อ่านเพื่อที่จะได้มีความสามัคคีกัน เพื่อที่จะช่วยกันพยุงนาวาชีวิตฝ่ามรสุมออกไปให้ได้

ความรักเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ชีวิตครอบครัวไปรอดได้ ความรักกินไม่ได้ก็จริง แต่ความรักจะทำให้เราออกไปทำงานแล้วมาแบ่งปันกันกินจ้ะลูกรัก

เริ่มจากเรื่องอื่นทำไมมาจบลงเรื่องนี้ก็ไม่รู้ ?


รักและคิดถึงมาก


พ่อ






Create Date : 24 เมษายน 2553
Last Update : 25 เมษายน 2553 0:08:33 น. 8 comments
Counter : 1426 Pageviews.

 
พอดีกำลังเปลี่ยนกรุ๊ปบล็อกใหม่

ก็เลยขอเอาคอมเม้นท์ของนักล่าน้ำตกในเอ็นทรี่เก่าติดมาด้วย



หวัดดีค่ะ

ความจริงก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้ แต่เห็นพี่โดมเปิดประเด็น ทั้งๆที่พี่โดมก็บอกว่าไม่ค่อยอยากพูดเรื่องพวกนี้ในบล็อก


ขอโทษนะคะ...ไม่เห็นด้วยกับท่านสายหยุดค่ะ

ที่บอกว่า..

แม้ว่าจะไม่เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่ดีที่สุด แต่ก็เป็นรัฐบาลที่เลวน้อยกว่ารัฐบาลบางรัฐบาลที่ผ่านมา

...ช่างกล้าพูดนะท่าน...

เกรงว่าจะเป็นตรงกันข้ามน่ะค่ะ
รบ.อื่นเขาไม่มือเปื้อนเลือด
คนขี้โกง ยังไงก็เลวน้อยกว่าทรราชหรือ ฆาตกรเลือดเย็น


นักล่าฯขอยืนเคียงข้างชาวบ้าน คนยากคนจน คนที่ถูกดูหมิ่นดูแคลน

บางครั้งรู้สึกแปลกใจที่นักคิดนักเขียนบ้านเราไม่ยืนหยัดต่อสู้กับมวลชนคนรากหญ้า

แต่กลับไปอยู่เคียงข้างกลุ่มอำนาจเก่า ไปนิยมทหาร และกลับกลายเป็นพวกอนุรักษ์นิยม ขวาตกขอบซะงั้น

งงจริงๆ ...ผิดหวังมากเลยที่มองไม่เห็นค่าของชาวบ้านและเสียงหนึ่งเสียงที่เขามี

นักล่าฯยังรอวันที่กฏหมายศักดิ์สิทธิ์ เอาผิดกับคนปิดสนามบินอยู่เสมอ

ชาตินี้ไม่มีวันเห็นด้วยกับเกมนอกสภาที่กลุ่มไหนก็ไม่รู้เริ่มก่อนจนกลายเป็นจุดแตกแยกของคนไทยจนเดี๋ยวนี้

ขอพูดแค่นี้นะคะ...และจะไม่พูดที่นี่อีก

ขอบคุณค่ะ...

โดย: นักล่าน้ำตก IP: 180.210.216.68 24 เมษายน 2553 23:20:39 น.

สวัสดีจ้ะนักล่าน้ำตก

อันที่จริงก็ไม่อยากจะเขียนเรื่องความคิดทางการเมืองในบล็อกของตัวเองหรอก

และไม่อยากโต้ตอบกับความคิดเห็นที่แตกต่างกัน,
เพราะมันช่างยากเหลือเกินที่จะให้คิดและเห็นแบบเดียวกัน

เพราะทุกคนต่างก็มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง

แต่อยากบอกว่า พ่อพเยียไม่ได้เป็นคนขวาตกขอบ,
ไม่อิงอำนาจเก่า
ไม่นิยมทหาร และไม่เคยคิดหวังพึ่งพารัฐบาลไหน ?

(ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ตาม)

และยืนยันว่ารักความเป็นธรรม
เกลียดคนโกงบ้านกินเมือง

และก็แน่นอนว่าที่จะไม่เลือกนั่งอยู่บนรั้ว ก็ย่อมเลือกนั่งอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

แต่บังเอิญเรามองเห็นอะไรที่เกิดขึ้นต่างกันเท่านั้นเอง


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:0:23:07 น.  

 
เห็นด้วยกับนักล่าน้ำตกเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ปกติไม่เคยเปิดปากพูดเรื่องการเมือง
กับใครเพราะอึดอัดใจจนจิตตก
แต่เห็นว่าเป็นบ้านของพ่อพเยียและ
นักล่าน้ำตกเปล่งเสียงออกมาเหมือนสิ่งที่อยู่ในใจตัวเอง


โดย: ยายเพิ้ง IP: 112.142.2.30 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:6:19:51 น.  

 
สวัสดีครับยายเพิ้ง

ด้วยความเคารพ

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดเห็นแตกต่างกัน

เพียงแต่ไม่ทำร้ายกันด้วยวาจาหรือการกระทำก็พอแล้ว

ผมไม่ใช่คอการเมืองแบบฮาร์ดคอร์
แต่ก็ติดตามข่าวสารบ้านเมืองพอสมควร
ไม่ได้ติดตามเพื่อความสะใจหรือเพื่อที่จะเข้าข้างใคร
แต่เพื่อต้องการหาความจริง

ความจริงในชุดที่ผมเห็นนั้น
อาจจะแตกต่างกัน หรือทัศนคติที่เรามีต่อโลกและชีวิตต่างกัน
จึงมีความคิดเห็นต่างกัน



(แต่เราไม่เคยแลกเปลี่ยนข้อมูลที่คุณรับรู้กับที่เรารับรู้นั้น
มันใช่ชุดเดียวกันหรือเปล่า -?)

ผมก็เลือกยืนอยู่ฝั่งที่ยืนอยู่นี่แหละครับ

ให้แตกแยกและทะเลาะกันอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ก็พอแล้ว
ผมไม่อยากเพิ่มวงขยายมาในบล็อกอีก

ใครชอบฝั่งไหนก็ทำอะไรเพื่อที่เราเชียร์และชอบกันต่อไป

ผมมีเพื่อนและพี่ๆที่สนิทมีความคิดอยู่ตรงกันข้ามอย่างสุดขั้ว

เรายังคบหากันอยู่ เพราะเรายังมีเรื่องดีๆที่แลกเปลี่ยนกันได้ และวันเวลาที่คบหากันมายาวนาน นานเกินกว่าที่จะให้มันจบเพราะเขาเลือกยืนอยู่อีกฝั่ง

และพวกเราก็แก่เกินแกงเสียแล้ว
เอ๊ย ! แก่เกินกว่าที่จะมีใครชักนำหรือเปลี่ยนแปลงใครได้เสียแล้ว !


ในวงการนักเขียนก็เช่นกัน มีทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง ก็รู้ๆกัน ใครชอบสีอะไรก็เลือกเอาตามใจชอบ

แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆเกิดอะไรขึ้นมาเราในฐานะประชาชนก็คงได้รับผลไม่แตกต่างกันสักเท่าไรนัก

แต่ผลทางใจนั้นแตกต่างกันแน่นอน
เพราะฝ่ายใดที่ตนเชียร์ชนะก็สมหวัง
ฝ่ายที่ตนไม่ชอบชนะก็ผิดหวัง
เป็นเรื่องธรรมดา

ด้วยความเคารพ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:8:18:29 น.  

 













โดย: ภูเพยีย วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:8:25:36 น.  

 
ธรรมดาของชีวิต

คนเรามักจะยึดติดกับความคิดของตนเป็นใหญ่

และมีความมั่นใจในตัวเองสูง

จนบางครั้งสูงมากเกินไป

ความวุ่นวายต่าง ๆ

ควรย้อนกลับไปดูดีไหม

ว่าเริ่มที่ใด

ปัจจุบันเป็นเช่นไร

ถึงเวลาหรือยัง

ที่ทุกฝ่ายจะยอมถอยหลังกลับ

และทบทวนการกระทำของตน

ว่าส่งผลอย่างไรบ้าง

ถ้าทุกคน ทุกฝ่ายรักชาติไทยของเราเหมือนกัน

คงเห็นทางแก้ปัญหาได้

ยิ่งนานวัน ยิ่งหลงประเด็น

ทุกฝ่าย ทุกคน มีแต่เสีย กับเสีย

อย่ารักชาติแต่ปาก ลงมือทำดีกว่า

เปิดใจ บ้าง
อำนาจ อยู่ในมือใครก็ย่อมหลงทางได้ทั้งนั้น


โดย: ดอกหญ้าสีม่วง IP: 117.47.42.87 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:13:28:57 น.  

 
แวะมาทักทายตอนบ่ายคับ


โดย: ฝนทอง วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:14:24:13 น.  

 
ฉันว่าเราต้องมองปัญหาอย่างซื่อสัตย์ ยอมรับในความจริงทั้งในสิ่งที่ต้องใจหรือไม่ต้องใจของตัวเอง แต่คุณคิดเหมือนฉันไหม ทำยากจริงๆ


โดย: ฉันเอง IP: 113.53.209.225 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:22:17:24 น.  

 
เย้ มีคนทำไตเติ้ลบล็อกให้พี่โดมแล้ว เย้ๆๆสวยมากๆ
((มาหลายรอบ หลายวัน แต่ไม่อยากเม้นท์อ่ะค่ะ ))


โดย: ยิปซี IP: 124.121.46.170 วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:14:34:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พ่อพเยีย
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]







ด้วยความยินดี...
หากมีผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่าย,บทความ
หรือข้อเขียนต่างๆ
ใน Blog นี้ไปใช้
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด
สามารถทำได้เลยทันที
โดยไม่ต้องขออนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

เว้นเสียแต่ว่า…
ถ้านำไปพิมพ์จำหน่าย
กรุณาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วย

อ่านเรื่องของ "ปะการัง" ที่นี่



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


www.buzzidea.tv
Friends' blogs
[Add พ่อพเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.