Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
7 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
โรคคิดถึง (Missing Syndrome)



โรคนี้เป็นโรคที่ร้ายแรงอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งยังไม่ทราบว่าเชื้ออะไรที่เป็นสาเหตุของโรค(แต่ว่ากันว่าเป็นเชื้อโรคคนละชนิดที่ทำให้เกิด"โรคงอน" ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว)

โดยเชื้อโรคจะเข้าไปเล่นงานที่สมองและหัวใจของผู้ที่ได้รับเชื้อโดยตรง

ความรุนแรงของโรคมีหลายระดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของผู้ที่แพร่เชื้อและผู้ที่ได้รับเชื้อ

การติดเชื้อ

โรคนี้เริ่มจากผู้ที่แพร่เชื้อเข้ามาใกล้ และแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้ที่ได้รับเชื้อ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสนิทสนมกันมากกว่าธรรมดา

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผู้ที่ได้รับเชื้อแล้ว
เชื้อโรคจะแพร่กระจายตัวอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น

ซึ่งการแพร่กระจายจะแปรตามความสัมพันธ์ที่มีมากหรือน้อยระหว่างผู้รับเชื้อกับผู้แพร่เชื้อ
ยิ่งความสัมพันธ์มีมาก เชื้อก็จะยิ่งแพร่กระจายได้รุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้สภาพอากาศยังเป็นตัวกระตุ้นหนึ่ง ที่ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ไวขึ้นด้วย

ฤดูฝน มีคนโทรมาห่วงว่ากลัวจะเป็นหวัด : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 30%
ฤดูหนาว มีคนสัมผัสมือแก้หนาว : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 70%
ฤดูร้อน มีคนชวนไปเที่ยวทะเล : เชื้อโรคแพร่ไวขึ้น 25%

อาการของโรค

เชื้อโรคจะเริ่มส่งผลถึงคลื่นไฟฟ้าในสมองของผู้ได้รับเชื้อโดยตรงก่อน
โดยจะแปรเปลี่ยนคลื่นความถี่จากความรู้สึกธรรมดาฉันท์เพื่อน พี่ น้อง
ให้ไปเป็นตามที่ใจตนเองคิดต้องการ(มากกว่าคำว่าเพื่อน พี่ น้อง ---> คิดเอาเองนะว่าอะไร)

ผู้ได้รับเชื้อบางรายอาจจะเริ่มจากการคิดเข้าข้างตัวเอง
เห็นภาพของผู้แพร่เชื้อลอยไปลอยมา เพ้อฝันเป็นบางครั้ง
จากนั้นก็จะเริ่มมีอาการอ่อนแอทางจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้เชื้อโรคยังส่งผลกระทบต่อไปถึงร่างกายและชีวิตประจำวัน เช่น ตื่นสาย ง่วงหงาวหาวนอน เพราะมัวแต่คุยจนดึกดื่น
มีสิวขึ้น (ไปอ่านวิธีรักษาในบล็อกก่อนหน้านี้ได้)

ทางองค์การอนามัยโลก
ได้จัดให้เป็นโรคที่อันตรายอีกโรคหนึ่ง

เพราะมีผลกระทบต่อตัวผู้ติดเชื้อ
ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลการวิจัยของสถาบันการแพทย์ชั้นนำ
ได้ข้อสรุปตรงกันว่า
อาการจะรุนแรงมากหรือน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับตัวผู้รับเชื้อเอง
หากเกิดอาการอ่อนแอทางจิตใจยิ่งมีมากเท่าไหร่
อาการของโรคนี้ก็จะน่ากลัวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์จากโรคนี้คือ
เมื่อเชื้อโรคได้แพร่เข้าสู่หัวใจโดยตรงทางเส้นเลือดแล้วนั้น
อาจทำให้เกิดอาการท้อแท้ หมดหวัง สิ้นหวัง โทษตัวเอง น้อยใจ เป็นต้น

การรักษา

ปัจจุบันนี้ ทางการแพทย์ยังไม่สามารถผลิตยาเพื่อรักษาให้หายขาด หรือหาวัคซีนมาป้องกันโรคได้

ทำให้โรคนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะเป็นๆ หายๆ
ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นอีกเมื่อไหร่ และจะหายเมื่อไหร่

ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ารุนแรงมากน้อยเพียงใด
แพทย์หลายท่านระบุว่า "เวลา" จะเป็นยารักษาโรคนี้ได้ดีที่สุด

อืมมม...แล้วคุณล่ะ...เคยเป็นโรคนี้กันบ้างมั้ย ??





Create Date : 07 มีนาคม 2548
Last Update : 8 มีนาคม 2548 12:48:32 น. 2 comments
Counter : 421 Pageviews.

 

มันอยู่ที่จาย


โดนโรคคิดถึง รุมเร้าเหมือนกัน หุ ๆๆ กะปล่อยให้ตายทีเดียวเลย


โดย: โลเกตัส (Logetus ) วันที่: 7 มีนาคม 2548 เวลา:13:19:26 น.  

 
มากรี๊ดคนทำบล็อกกะคห. 1 ^O^

อืม... โรคคิดถึงเหรอ...
รู้สึกมันจะรุนแรงเรื้อรังไปตามอายุนะจ๊ะ
แบบว่าอายุยิ่งยาวโรคก็ยิ่งยั่งยืน

ทำให้เราเฝ้าคิดถึงบางคนและบางคำ...
... อยู่ร่ำไป Y_Y


โดย: Mrs. Holmes IP: 61.91.105.82 วันที่: 7 มีนาคม 2548 เวลา:19:42:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hansen
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add hansen's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.