Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
18 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
ก่อนออกเดินทาง

ฉันมองผ่านกระจกใสไปยังบรรยากาศด้านนอกที่เลือนราง เต็มที เพราะนอกจากกระจกใสแผ่นนั้นแล้ว ยังมีม่านน้ำใสๆไหลลงมาไม่ขาดสาย ฉันแทบไม่รู้สึกเลยว่าด้านนอกฝนฟ้ากำลังตกหนักมาก และไม่รู้สึกตัวเลยว่าฉันอยู่ในอิริยาบถนี้มานานเท่าไหร่กัน ฉันยังมองออกไปเรื่อยๆ เครื่องบินลำแล้วลำเล่าที่ลงมาจอดบริเวณลานบิน แม้ฉันจะมองเห็นไม่ชัดนัด แต่เสียงและแสงไฟของเครื่องบินแต่ละลำก็ทำให้ฉันนับได้ว่ามีเครื่องบินกี่ลำ กันที่เข้ามาจอดที่นี่


ฉันเกิดมาในครอบครัวฐานะปานกลาง พ่อเป็นครู แม่ก็เป็นครู ในโรงเรียนประถม ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเล็กๆในจังหวัดตอนเด็กๆฉันเคยคิดว่าสักวันฉันได้เป็นครู เหมือนกับพ่อและแม่ ไม่ใช่อะไรหรอกเป็นเพราะไม้ไผ่เรียวๆนั้นต่างหาก ทุกครั้งที่ครูตีฉัน ฉันคิดว่าครูตีไปด้วยความหมั่นไส้ฉันมากกว่า น้องๆในโรงเรียนให้ความเคารพฉันมากกว่าครูที่ตีฉันเสียอีก ทั้งที่ฉันอายุแค่เก้าขวบเท่านั้น ใครๆก็ว่าฉันเป็นหัวโจกของโรงเรียน ทำไมน่ะเหรอเพราะครูในโรงเรียนมีแค่เจ็ดคนเท่านั้น และสองคนก็เป็นพ่อและแม่ของฉัน ฉันหวังว่าสักวันฉันคงหยิบไม้ไผ่เรียวๆนั้นมาตีเด็กๆบ้าง และเมื่อถึงวันนั้นฉันคงสะใจไม่น้อยเมื่อได้เอาไม้ไผ่เรียวๆ ฟาดไปยังฝ่ามือน้อยๆบอบบางเหล่านั้น


เมื่อฉันโตขึ้นมาอีกนิด ฉันได้เข้าโรงเรียนมัธยมชื่อดังของจังหวัด ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ ฉันได้เข้าโรงเรียนทั้งๆที่ไม่มีชื่อบนกระดานประกาศผลด้วยซ้ำ ฉันคิดว่าฉันทำข้อสอบได้ทุกข้อนะ เพราะมันเป็นวิชาคณิตศาสตร์ที่ฉันถนัด อาจจะมีภาษาไทยที่ฉันอ่อนไปบ้าง แต่แม่ของฉันก็เป็นครูสอนวิชาภาษาไทย ฉันคงได้รับพันธุกรรมส่วนนี้มาบ้าง โดยรวมแล้วฉันคิดว่าฉันทำข้อสอบได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเลยเชียวล่ะ


ฉันจำวันประกาศผลสอบได้ดี เพราะวันนั้นทำให้ฉันแทบช็อก เมื่อมองไปยังกระดาษสีขาวที่แปะอยู่บนบอร์ด ไล่เรียงลำดับชื่อ ไม่มีชื่อของฉัน ทำไม! ไม่มีชื่อของฉันบนกระดาษเหล่านั้น ฉันกลับมานั่งบนม้าหินอ่อนใต้อาคารเรียน ฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องทำอย่างไร จะต้องไปถามใคร แม่ของฉันที่มาด้วยกันหายไปไหน ฉันรู้สึกสับสน มากกว่ารู้สึกเสียดาย สายตาของฉันส่งไปยังกระดานประกาศผลที่อยู่ไกลๆอีกครั้ง ราวกับตรวจทานอีกรอบ ไม่มีชื่อฉันอยู่บนนั้นจริงเหรอ


ทำไม! ทำไม! ฉันตั้งคำถามในใจ แต่พยายามคิดเท่าไรก็ไม่ได้รับคำตอบ


หลังจากนั้นเสียงตามสายของโรงเรียนก็ป่าวประกาศให้ทุกคนที่สอบได้ทั้งหมดไป รายงานตัว ฉันนั่งฟังชื่อเหล่านั้นไปเรื่อยๆ อิจฉาคนที่ได้เข้าโรงเรียนประจำจังหวัด ส่วนฉันก็คงได้แค่เรียนโรงเรียนประจำอำเภอเล็กๆของที่ไม่มีใครรู้จัก แต่เมื่อฟังต่อไปเรื่อยๆ จนถึงชื่อสุดท้าย


มันเป็น!! ชื่อของฉัน ชื่อของฉันไม่มีในกระดานประกาศผล แต่ฉันได้รายงานตัว ทำไม! ทำไม! ฉันตั้งคำถามในใจอีกครั้ง


แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามฉันก็ได้เรียนที่นั่น แหล่งรวมหัวกะทิทั้งหลาย ฉันได้ค้นพบสังคมใหม่ๆ โลกใหม่ๆ ฉันไม่ได้กว้างขวางเหมือนอย่างเช่นตอนประถมแล้ว เมื่ออยู่ที่นี่ ฉันเป็นเพียงปลาตัวเล็กๆ ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ จากนักเรียนทั้งโรงเรียนมีอยู่เพียงแปดสิบคน แต่ตอนนี้ทั้งหมดมีอยู่เกือบสี่พันคน แค่ห้องของฉันก็มีเกือบห้าสิบคนแล้ว ฉันจำวันแรกที่เข้ามาเรียนยังที่นี่ได้ คุณครูให้แนะนำตัวเอง บอกชื่อ สกุล ชื่อเล่น และโรงเรียนที่เคยเรียน ชื่อโรงเรียนของฉันแทบไม่มีใครรู้จัก ทุกคนหันมาหัวเราะใส่ฉันเป็นเพราะโรงเรียนของฉันขึ้นต้นด้วยคำว่า “วัด” ทำไม! ทำไมต้องหัวเราะใส่ฉันด้วย แต่ฉันไม่ใส่ใจกับมันมากหรอก เพราะยังไงมันก็คือตัวตนของฉัน


ฉันเรียนที่นั่นมีสิ่งแปลกๆมากมาย ตอนเย็นหลังเลิกเรียนฉันเห็นทุกคนรวมตัวกันไปอยู่ยังสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นตึกใหญ่เหมือนกับตึกใหม่ของโรงเรียน แต่มีจำนวนชั้นมากกว่า พวกเขาเข้าไปยังที่นั่น ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเข้าไปทำอะไรกัน เพราะฉันต้องนั่งรถประจำทางกลับบ้านที่อยู่ต่างอำเภอ ฉันอยู่คอยจนพวกเขาออกมาไม่ได้ ครั้นจะถามก่อนหน้านั้น พวกเขาก็รีบเสียจนไม่มีเวลาแม้แต่จะคุย


ชีวิตของฉันดำเนินแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตอนเช้าตื่นตีห้าเพราะต้องขึ้นรถให้ทันหกโมง นั่งรถอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงโรงเรียนได้เวลาเข้าแถวพอดี หลังจากเลิกเรียนห้าโมงก็นั่งรถกลับอีกชั่วโมงครึ่งเช่นเคย การเดินทางทำให้ฉันล้า เมื่อถึงบ้านฉันแทบไม่ได้คุยกับใครเลย ฉันทำได้แค่ร่วมโต๊ะอาหาร หลังจากนั้นก็เข้าไปในห้อง อาบน้ำ ทำการบ้าน และเข้านอน มันเป็นเช่นนี้เกือบทุกวัน ฉันไม่เคยได้พูดคุยกับเพื่อนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันเมื่อตอนประถมเลย แม้แต่วันหยุด เพราะการบ้านที่คุณครูให้มามากมายเสียจนทำให้ฉันปลีกตัวไปไม่ได้


“เอานี่ไป” แม่พูดคำนี้กับฉันในวันหนึ่งพร้อมยื่นกระดาษใบเล็กๆมาให้ฉัน ฉันจำได้ตอนนั้นฉันเข้ามัธยมปลายไปได้สักพัก ฉันได้เรียนสายวิทย์-คณิตด้วยนะ เพราะเกรดเฉลี่ยของฉันก็ไม่ได้น้อยมากนักถึงเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดพอดี ทำให้ฉันได้รับสิทธิพิเศษเข้าเรียนในโรงเรียนนี้ต่อในมัธยมปลาย ทั้งๆที่คนอื่นต้องแย่งกันสอบเข้ามา จะไม่ให้ฉันอวดได้ไงล่ะ การที่จะเข้าโรงเรียนที่นี่ได้ต้องผ่านด่านข้อสอบที่นับว่ายากที่สุดฉบับ หนึ่ง และยังต้องแข่งกับอีกห้าพันคนที่สมัครเข้ามาด้วยนะ


ฉันมองกระดาษแผ่นนั้น “เรียนพิเศษ” ฉันพอจับใจความได้ ฉันเอ่ยหน้าขึ้นมองไปยังแม่ที่อยู่ตรงหน้า เชิงเป็นคำถามว่ายื่นกระดาษแผ่นนี้มาให้ฉันทำไมกัน ราคาของค่าเรียนนั้นทำให้ฉันต้องอ้าปากค้าง สี่พันบาทนั่นคือค่าใช้จ่ายของฉันสองเดือนเลยเชียวนะ แม่เอาเงินพวกนี้มาได้อย่างไรกันเพราะเงินเดือนของแม่ฉันมั่นใจว่าแค่พอ เลี้ยงครอบครัวได้เท่านั้น ทำไมแม่จึงลงทุนมากมายเพื่อให้ฉันไปเรียนพิเศษ ทั้งที่การเรียนในห้องฉันคิดว่าก็น่าจะเพียงพอแล้ว


“ไปเรียนเถอะ จะได้สู้คนอื่นตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้”แม่ให้เหตุผลอย่างนั้นฉันจึงรับมา ด้วยความจำใจ และไม่พอใจนัก เพราะฉันมองไปยังกระดาษแผ่นนั้น เรียน เสาร์-อาทิตย์ นี่แสดงว่าทุกวันของฉันคือการเรียน ไม่มีการหยุดพักเลยเหรอ หลังจากวันนั้นฉันรู้ว่าพ่อรับสอนพิเศษเพิ่มจากการสอนในโรงเรียน มีเด็กๆเข้ามาเรียนกับพ่อมากมาย นี่สินะค่าใช้จ่ายในการเรียนพิเศษของฉันมาจากเด็กๆพวกนี้นี่เอง


เมื่อฉันเรียนพิเศษได้สองสัปดาห์ด้วยความตั้งใจ และได้รู้ความจริงว่าเพื่อนๆที่เข้าไปในตึกข้างๆนี้พวกเขามาทำอะไรกัน แต่ในที่สุดความอดทนของฉันก็หมดลง ฉันไม่เข้าไปเรียนอีกเลย วันหยุดฉันออกจากบ้านเหมือนเคย แต่จุดหมายปลายทางของฉันคือชุมนุมวาดภาพในโรงเรียน มาถึงตอนนี้ความคิดของฉันที่อยากจะเป็นครูได้หายไปแล้ว แต่ความฝันใหม่ของฉันคือ จิตรกร ฉันสมัครเข้าชุมนุมวาดภาพ เวลาว่างจากการเรียนเมื่อไร ฉันก็จะเข้ามายังที่นี่ทุกครั้ง และฉันฝึกวาดภาพจนชำนาญ คุณครูที่ปรึกษาชุมนุมบอกฉันว่าฉันคงเป็นจิตรกรที่ดีได้แน่ ฉันยิ้มอย่างดีใจ แต่ทำไมในใจฉันไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่าฉันทำได้


ในที่สุดเทศกาลสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็มาถึง ฉันอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้น แม่สมัครเรียนพิเศษให้ฉันอีกสองที่ นั่นหมายถึงฉันต้องออกมาอยู่หอใกล้ๆกับโรงเรียนเพราะต้องเรียนพิเศษหลังเลิก เรียน และไม่ได้กลับบ้านเพราะต้องเรียนในวันหยุดด้วย ฉันจึงมาออกมาอยู่หอร่วมกับเพื่อนอีกคนใกล้ๆโรงเรียนนั่นแหละ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเข้าเรียนพิเศษนะ ดีซะอีกฉันจะได้เอาเวลานั่งรถไปกลับ มานั่งวาดภาพให้ดีขึ้นเรื่อยๆ


เมื่อถึงสอบความถนัดเฉพาะวิชา ฉันเลือกสอบสามอย่างด้วยกัน คือ องค์ประกอบศิลป์ วาดเส้น วิศวกรรมศาสตร์ และแพทยศาสตร์ สองอย่างหลังนี่ไม่ต้องงงนะว่ามาได้ยังไง มาเพราะความต้องการของคนที่บ้านล้วนๆ พ่ออยากให้ฉันเรียนวิศวกรรมศาสตร์แม้ฉันจะบอกว่าฉันชอบวาดภาพก็ตาม แต่พ่อบอกฉันว่าไงรู้ไหม พ่อบอกว่าถ้าฉันเป็นวิศวกรยังมีงานอดิเรกคือวาดภาพได้ แต่ถ้าฉันเลือกที่จะเป็นจิตรกรฉันจะมีงานอดิเรกเป็นวิศวกรไม่ได้ ฉันจึงตัดสินใจสอบด้วยเพราะไม่อยากมีปัญหากันในครอบครัว ส่วนอย่างหลังสุดไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเพราะใคร แม่คงไม่ลงทุนให้ฉันไปเรียนพิเศษเพื่อเป็นจิตรกรเป็นแน่


เสียงประกาศในสนามบินดังกึกก้อง ปลุกฉันให้ตื่นจากอาการเหม่อลอยออกไปนอกกระจกใส ที่ตอนนี้มีเพียงหยดน้ำเล็กๆ ที่เกาะอยู่เท่านั้น อีกไม่นานมันก็คงจะแห้งเหือดไป เพราะเมฆสีดำก้อนใหญ่กำลังจะเคลื่อนตัวหายไปแล้ว แสงแดดเริ่มส่องเข้ามา ฉันลุกขึ้นพร้อมหยิบกระเป๋าใบเล็กคู่กาย ฉันกำลังจะได้กลับบ้าน จะได้กลับประเทศพร้อมใบประกาศนียบัตร และคำนำหน้าว่า ดร. ใช่แล้วล่ะ ฉันเรียนจบปริญญาเอกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ประเทศคงได้อาจารย์และนักวิจัยในระดับนาโนเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอีกคน


ฉันได้เป็นคุณครู แต่ฉันคงไม่ต้องเหลาไม่ไผ่เรียวๆไว้ฟาดฝ่ามือน้อยของเด็กหรอกนะ


ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งบัดนี้หยดน้ำทั้งหมดได้หายไปเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างไม่แน่นอนจริงๆ เมื่อวันประกาศคะแนนสอบ ฉันได้คะแนนสูงเกือบทุกวิชา แต่ฉันก็ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดดลใจให้เรียนคณะวิทยาศาสตร์ อาจเป็นเพราะการทะเลาะของฉันและพ่อกับแม่อย่างหนักในวันนั้น ทำให้ฉันตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ทุกคนไม่เคยคิด แต่การเลือกวันนั้นทำให้ฉันเดินทางมายังจุดนี้ วันรุ่งขึ้นพ่อกับแม่คงคอยต้อนรับฉันอยู่ที่สนามบิน หรืออาจจะยังโกรธฉันอยู่ที่ฉันไม่ทำตามความต้องการ สิบปีแล้วสินะที่ฉันไม่เคยเห็นหน้าท่านทั้งสองเลยเป็นเพราะคำว่า"ทิฐิ"คำเดียวแท้ๆ การติดต่อมีเพียงโทรศัพท์ครั้งเดียวในรอบสิบปีจากฉันเมื่อสองวันที่แล้วนี่เอง


มีคนต้อนรับฉันอยู่ที่นั่น หรือ ฉันอาจจะไม่มีใครเลย


Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2554 0:18:34 น. 2 comments
Counter : 402 Pageviews.

 
ปูเสื่อรอจ้าาาา


โดย: อีกฝั่งฟากของเวลา IP: 202.12.74.2 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:43:19 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณอีกฝั่งฟากของเวลา ชอบชื่อล็อกอินจัง
จะยังมีต่ออีกสองตอนนะคะ
แต่อาจจะลงช้าหน่อย เพราะช่วงนี้ติดสอบค่ะ


โดย: pormare วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:06:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
pormare
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนนะคะ ขอให้สนุกกับการอ่านค่ะ

Friends' blogs
[Add pormare's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.