Sunset Addicted
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




~ I do believe that life is too short
to wake up in the morning
with regrets and believe that
everything happens for a reason.
If you get a chance,
take it if it changes your life,
let it. ~
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
15 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Sunset Addicted's blog to your web]
Links
 

 

🍸 ‘Chef’s Table Molecular Dinner’ at Maverick Restaurant & Bar 🍸

ชื่อร้าน : Maverick Restaurant & Bar
รายการอาหาร : Gastro lunch a la carte, Set Lunch, Tapas และ Dinner
เวลาเปิดบริการ : Mon. – Fri. 8:00 am – 11:00 pm Sat. – Sun. 5:00 pm – 11:00 pm
ที่ตั้งร้าน : ตึก Ocean Tower II ชั้นล่าง สุขุมวิท 21 ซอย 3, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 33.70" N 100° 33' 41.52" E





สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว BG
ไม่ได้เขียนบล็อกมานานโข(หยากไย่ขึ้นบล็อกแล้ว..)

บล็อกนี้อยากจะแนะนำร้านอาหารฝรั่งเศสที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน ย่านสุขุมวิท อโศก
จขบ.ได้ไปลองรับประทานอาหารที่นี่ทั้งอาหารมื้อกลางวัน และอาหารค่ำ
และมีโอกาสพาเพื่อนๆ และลูกค้าชาวต่างชาติไปทานอาหารที่ร้านนี้หลายครั้ง
ทุกครั้งก็รู้สึกประทับใจกับรสชาติอาหารและบริการ..เพื่อนๆ ต่างก็ชอบเช่นเดียวกัน
แต่ยังไม่เคยมีโอกาสและเวลาที่จะเขียนรีวิว แต่เมื่อได้รับเชิญให้ไปทานอาหารมื้อค่ำที่แสนพิเศษคราวนี้แล้ว
ยังไงก็ต้องรีวิวให้ได้ เพราะมันคือ(กดลิงค์เข้าไปดูกันได้นะคะ) ‘Chef’s Table Molecular Dinner’

ร้านอาหารนี้ชื่อ Maverick Restaurant & Bar
เป็นร้านอาหารสัญชาติฝรั่งเศส แบบสไตล์ Modern Cooking
ตั้งอยู่ที่ตึก Ocean Tower II ชั้นล่าง สุขุมวิท 21 ซอย 3
เวบไซต์ของร้าน Maverick Restaurant & Bar
(มีทั้ง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ให้ติดตามกันด้วยนะคะ Insragram)

เวลาเปิดก็ตามนี้ค่ะ
Opening hours:
Mon. – Fri. 8:00 am – 11:00 pm
Sat. – Sun. 5:00 pm – 11:00 pm


Coffee and pastries: all day
Lunch: 11:30 am to 3:00 pm (เมนูอาหารกลางวันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะคะ)
Tapas: 5:45 pm to 10:30 pm (เลิกงานตอนเย็นอยากหนีรสติดก็ไปนั่งทาน Tapas ก่อนกลับบ้าน)
Dinner: 5:45 pm to 10:30 pm (เชิญดู Menu ต่างๆ ได้เลย)
ที่นี่ยังมี เบเกอรี่ ขนมปัง ครัวซองต์ เค้ก กาแฟ รสชาติฝรั่งเศสแท้ๆ
เพราะว่าได้เชฟ Nicolas Descriaux มาเป็นผู้ดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง

ในส่วนของบาร์ ที่นี่มีไวน์แบบที่สั่งเป็นแก้วได้ ให้คุณเลือกถึง 30 ชนิด
จากหลากหลายที่ทั้ง Extensive old & new World Wines



ไฮไลท์อีกอย่างก็คือที่นี่มี Mixologist - คุณไพลิน (Pailin Sajjanit)
มารับหน้าที่ดูแลเมนูค็อกเทลที่มีวิธีผสมแบบพิเศษ (Mixology) อีกด้วย

ส่วนในด้านอาหาร ซึ่งได้ Chef Lionel Vinatier, Chef James Tay, Chef Nicolas Descriaux และเชฟต่างชาติอีกท่าน และทีมงาน
มารับผิดชอบสร้างสรรค์เมนูอาหารที่หลากหลายประเภท...
(Gastro lunch a la carte, Set Lunch, Tapas และ Dinner)

ส่วนดินเนอร์ที่จขบ.ได้รับเชิญไป...จะเป็นลักษณะอีเวนต์ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ
(และคิดว่าต่อไปจะจัดเดือนละครั้ง)
โดยที่จะรับลูกค้าเพียง 12 ท่านเท่านั้นต่อครั้ง(ส่วนราคาดูได้จากเวบไซต์ของร้านนะคะ)
ลูกค้าทั้งหมดจะนั่งที่เคาท์เตอร์ที่หันหน้าเข้าหาครัว
เพื่อที่ลูกค้าจะได้เห็นการปรุงแต่เตรียมอาหารของเชฟอย่างใกล้ชิด
บอกได้เลยว่า...ถ้าคุณได้เห็นและฟังเชฟที่จะอธิบายถึงอาหารก่อนที่จะเสริฟให้เราแล้ว
คุณจะทึ่งกับความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ความทุ่มเท ของเชฟอย่างมาก
อาหารทุกจาน ได้รับการคัดสรร วัตถุดิบ เครื่องปรุงต่างๆ มาอย่างดีมาก




มาเริ่มกันเลยนะคะ ดินเนอร์คืนนี้มีลูกค้าทั้งหมด 8 ท่านค่ะ
กำหนดเวลาเริ่มที่ 07.30 pm.

กับอาหารจานเรียกน้ำย่อย (น้ำย่อยมานานแล้วค่ะจริงๆ หิวมาตั้งแต่หกโมง)

Course 1 - Breaking the Ice:



Salmon Crisps
หนังปลาแซลมอน ทั้งกรอบและบาง รสชาติอูมามิมากๆ
เพราะผ่านการปรุงด้วยการดูดความชื้น แล้วปรุงรส เสริฟกับซอสเจลลี่ส้มยูสุ
ทานเพลินมากกับแชมเปญ




Oyster and pearls
หอยนางรม Ostra Regal ขนาดอะไรไม่แน่ใจนะคะ
ไม่ใหญ่มากแต่เต็มปากเต็มคำกำลังพอดี
เสริฟกับ Smoked water pearl เชฟทำน้ำให้เป็นเม็ดเจลลี่กลมๆ
เหมือนคาเวียร์หรือไข่มุกแต่มีกลิ่นรมควัน(smoked) รสไม่มีแต่มีกลิ่นรมควันชัดเจนมาก
แปลกดี หอยนางรมสดและอร่อยมากๆๆ




Mojito Bonbon
จานนี้เป็นจานที่เข้ากันดีมากหลังจากทานหอยนางรม
ข้างในเจลลี่ที่เห็นคือ โมฮิโต้ เครื่องดื่มค็อกเทลสัญชาติ Cuban (แต่ดังไปทั่วโลก) นั่นเอง
และที่เห็นมีเหมือนน้ำตาลข้างๆ นั่นคือ Popcandy
หรือน้ำตาลที่พอเราใส่ปากแล้วมันระเบิดนั่นเองค่ะ
(คิดว่าหลายๆ คนเคยได้ลองทานกันตอนเด็กๆ)

ทั้งสามจานนั้นเสริฟกับ
Wine Match - Champagne de Castellane brut, Epernay, France



Course 2 – Chaud- Froid:




Transparent Ravioli, White Truffle and smoked bacon Duxelle, Autumn terroir.
Wine Match - Francois Martenot Meursault Blanc 2008, France
เป็นราวิโอลี่ที่บางๆ ใสๆ เหมือนเจลลี่ที่ทำจากซุป consommé หรือซุปใส
และที่เห็นข้างล่างแผ่นเจลี่ๆ ก็คือเห็ดผัดกับเบคอนเกรดพิเศษ
มีโฟมจาก White Truffle ตรงขวามือที่เหมือนดินนั่นเป็นเห็ด Chantarelle ที่หน้าตาทำให้เหมือนดิน
แต่รสชาติเห็ดออกมาส่งเสริมกันได้ดีทั้งจาน
ไวน์ที่เลือกมาเสริมให้กับรสชาติอาหารดีมาก เป็น Chardonnay นะคะ


Course 3 – Let it Sea:






Boston Lobster, Pop-pasta, puffed-grains, Shell emulsion, pea shoots.
Wine Match - Francois Martenot Meursault Blanc 2008, France

อืม...จานนี้ลืมไม่ลง..อร่อยมากๆ เพราะว่าชอบอาหารทะเลอยู่แล้ว
จานนี้เป็นกุ้งล็อบสเตอร์จากบอสตัน ข้างล่างจะมีข้าวสีต่างๆ แบบข้าวพองรองอยู่
และมีถั่วเหมือนถั่วปากอ้าสดใส่มาด้วย ผักที่เสริมมาอีกก็คือยอดของต้นถั่ว
และราดด้วยซอสโฟมของ Lobster Bisque หรือซอสกุ้งล็อบสเตอร์นั่นเอง
ส่วนที่เห็นเป็นหลอดเหลืองๆ นั่นก็คือพาสต้า Rigatoni
ซึ่งนำมาปรุงรสและทำให้กรอบอร่อยเหมือนทานขนมอบกรอบเคียงไปด้วย...แต่อร่อยมากค่ะ (อยากรู้จังว่าทำยังไง)

ไวน์ยังเป็นตัวเดิมนะคะ ทานกับอาหารทะเลก็ยังอร่อยล้ำ



อ้อและมีขนมปังที่มีส่วนผสมของหมึกดำของปลาหมึกเสริฟมาด้วย


ขนมปังนุ่มๆ ร้อนๆ อร่อยดีค่ะ...แต่เราจานแค่นิดหน่อยเพราะว่ากลัวอิ่ม..ยังอีกหลายคอร์สรออยู่



Course 4 – Foie gras d’automne:




“Passito di Pantelleria” Foie Gras “en abricot”, almond tuile, ginger dust.
Wine Match - Pasito de pantelleria Nes 2008 Sicily, Muscat of Alexandria, Italy

เป็นตับห่าน ซึ่งทำมาในรูปร่างของผลแอพปริคอต เสริฟมากับขนมปังที่ทำจากแอลมอน
มีผงขิงและผงดาชิคลุกไปบนผลตับห่านด้วย
ที่เห็นเป็นแผ่นแห้งๆ ก็คือขิงที่ผ่านการทำให้แห้งแต่ไม่เสียรสชาติเสริมมาแก้เลี่ยนด้วย และมีถั่วพิตาชิโอโรยไว้ข้างๆ
สรุปจานนี้ก็อร่อยมาก...แบบทำให้ลืมตับห่านแบบเดิมๆ ไปเลย
ไวน์ที่ทานกับอาหารจานนี้ เป็นไวน์รสชาติออกหวาน เข้ากันดีกับกับตัวห่านมาก

Course 5 – Shades of Black:






“Arroz negro”, “Charcoal” of Chilean sea bass, Dill jelly, Calamari cloud.
Wine Match - Francois Martenot Gevrey Chambertin, Burgundy Pinot Noir, France

สำหรับจานนี้ จขบ.คิดว่ามันน่าตื่นเต้นในการจานอาหารอีกจานนึง
เพราะว่าอาหารทั้งจานสีดำ....เชฟ  James Tay อธิบายว่า
" ผมฝันมาตลอดเมื่อว่า อยากจะทำอาหารจานนึงที่ส่วนผสมทั้งหมดเป็นสีดำ
และคืนนี้เค้าก็ได้โอกาสที่จะนำเสนอความฝันของเค้า หวังว่าทุกคนคงจะชอบ"
บอกได้เลยว่า This is the Dish will blow your mind!!
เพราะว่าอาหารสีดำหมดทั้งจาน ลองคิดดูนะคะ ว่าถ้าคุณเห็นอาหารสีสวยๆ คุณก็อยากทาน
แต่พอเห็นสีดำเมี่ยมละก็ความอยากอาจจะลดลง...จานนี้อร่อยมากจริงๆ
ท้าทายการกินมากเช่นกันด้วย...(เพราะว่าสงสัยว่ามันคือะไร)

อาหารประกอบไปด้วย..
ด้านล่างรองมาด้วยรีซอตโต้หมึกของปลาหมึก Squid ink risotto
...ตัวรีซอตโต้นั่นไม่ได้ทำจากข้าวรีซอตโต้ แต่ทำมาจากเนื้อปลาหมึกที่สดมาก
หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้เหมือนเมล็ดข้าวและมีผิวมะนาวหั่นแทรกอยู่ในนั้นด้วย
ซอสหมึกอร่อยกลมกล่อมไม่มีกลิ่นคาวเลย รสชาติกำลังดีไม่เค็มหรือจัดจนเกินไป
ส่วนเนื้อเป็นก้อนตรงกลางคือปลาหิมะ หรือ Chilean sea bass
ผ่านการปรุงแบบใดไม่แน่ใจนะคะ รู้แต่ว่ามันเหมือนอบแต่ยัง juicy ข้างใน
ข้างนอกแห้งคลุกกับผงสีดำๆ
มี Calamari cloud - รสชาติเหมือนข้าวตังผสมกับหมึกของปลาหมึกอบกรอบ วางมาข้างบน
ส่วนเจลลี่สี่เหลี่ยมก็คือ Dill jelly หรือ เจลลี่ผักชีล้อมนั่นเอง
เสริฟมากับไวน์แดง... เข้ากันดีจริงๆ



....เหนื่อยหรืออิ่มกันหรือยังค่ะ...มีต่ออีกเยอะค่ะ อย่าเพิ่งทิ้งกันไป....





Course 6 – Pigs can fly: (หมูบินได้)





Kurobuta suckling pig, yuzu and lemon pillow, Velvet peach.
Wine Match - Chateau Neuf du Pape, Coserie des Papes, 2007,Rhône Valley, France

เอาแบบสั้นๆ นะ เชฟบอกว่าอร่อยเหมือนได้กินหมูบิน
จานนี้ใช้หมูคุโรบุตะ ส่วนหนังข้างบนทำแบบหมูหัน เอาเนื้อมาที่ตุ๋นหรือการปรุงมาอัดใส่พิมพ์
ซอสเป็นซอสส้มยูสุ มะนาวเหลือง กับพีช และไอศครีมพีช ตัดกับรสชาติหมูไได้ดี
ไวน์ Chateau Neuf du Pape, Coserie des Papes, 2007,Rhone Valley, France
...อืม ชอบจนไม่รู้จะบรรยายเป็นตัวหนังสือยังไง



Course 7 - Beef Cubism:






14 hours Braised “MIYAZAKI grain fed WAGYU”, beetroot powder, blue cheese marshmallow, beef glaze.
Wine Match - Storybook Mayacamas Zinfandel 2010,Napa Estate, USA

เนื้อวัว MIYAZAKI ซึ่งเชฟบอกว่าเนื้อนี้เกรดดีกว่าวากิว
ผ่านการตุ๋นมา 14 ชั่วโมง ที่เห็นบนก้อนเนื้อคือ beef glaze
ส่วนก้อนขาวๆ ที่มีแผ่นสีแดงๆ คือ blue cheese marshmallow และ beetroot powder
ทานกับไวน์แดงจาก Napa Estate, USA
จานนี้เชฟทุ่มเทเวลากับมันมาก และออกมาอร่อยจริงๆ
เนื้อดีมากไม่เละ แต่นุ่มลิ้นรสชาติละมุนละไม จิบไวน์ไป ทานเนื้อไป หมดไม่รู้ตัว


ยังมีที่ว่างเหลือในกระเพาะสำหรับชีสกันไหมค่ะ....
จขบ.ไม่ถนัดชีสเลย แต่....แต่ว่ามันไม่ใช่ชีสธรรมดานะคะ


Course 8 – Reconstructed Cheese Platter:



Cheeses declination, grape jelly, walnut caramel, cracker parfait.
Wine Match - Gewürtzraminer, 2011, A.Scherer, Alsace, France

ชีสจานนี้ประกอบไปด้วย สีดำๆ นั่นคือชีสพาร์เมซานผสมกับหมึกของปลาหมึก
อย่าคิดเหม็นคาวนะคะ...มันกลับกันค่ะ ชีสรสชาติออกหวานๆ จากหมึก เค็มๆ ของพาร์เมซาน
ปกติชีสนี้จะเป็นชีสแข็ง แต่พอได้ทานแบบนี้ลืมไปเลยว่ามันคือพาร์เมซานชีส...อร่อยค่ะ
ส่วนที่เหลือ ที่เหมือนถ้วยๆ ก็คือ Goat Cheese
และอีกสองตัวที่จำไม่ได้ค่ะต้องขออภัย แต่จากคำบอกเล่าของสามีบอกว่า...อืมทุกอย่างอร่อยมาก



จานนี้เป็นชีสเหมือนกันแต่อยู่นอกเมนู เชฟจัดมาพิเศษ ก็อร่อยค่ะ...นิ่มๆ รสชาตินุ่มละมุน
(ได้ชิมคำเดียวค่ะ...ต้องเก็บท้องไว้รอของหวานอีก)
คอร์สนี้เราชอบไวน์เป็นที่สุดค่ะ...ชอบมากๆๆ






Course 9 – Golden Spiral:




Purple “Spiraline” sugar pulled, Lychee and violet flower foam.
Wine Match - Gewürtzraminer, 2011, A.Scherer, Alsace, France

ต่อไปเรามาเข้าจานของหวาน นำเสนอโดย เชฟ Nicolas
ที่เห็นสีม่วงๆ ทำมาจากน้ำตาล ข้างในมีมูสลิ้นจี่ ข้างล่างมีเนื้อลิ้นจี่หั่นเป็นลูกเต๋า
รสละมุนไม่หวานมาก ถ้าจะทานกับถ้วยน้ำตาลสีม่วงก็ได้ แต่ว่าจขบ.ไม่ถนัดหวานๆ
เลยทานแต่มูสนะคะ
ทานกับไวน์ตัวเดิม...Gewürtzraminer




ต่อไปไม่มีในเมนู เป็นของหวานพิเศษจากเชฟ Nicolas







ชื่ออะไร...จำไม่ได้ค่ะ แต่จำได้ว่ามันมีเกาลัดบดใส่ในลูกฟักทอง และซุปถั่วเหมือนนมลาเต้
หวานนิดๆ รสชาติคล่องคอดี แต่ทานได้ไม่หมด...แอบอิ่มแล้ว



Course 10 – Indulgence:






Valrhona chocolate Origins & Evolution.
Wine Match –  Vin Santo Chianti classico 2003 Felsina, Toscana, Italy

จานนี้ใครชอบทานช็อคโกแลตก็เหมือนสวรรค์...อร่อยมากทั้งสามชิ้น
ดูหน้าตาการนำเสนอ...สวยงามเหมือนศิลปะชิ้นนึง...(แอบเสียดายความสวยจนไม่อยากทาน)
ขนมแต่ละชิ้นก็แตกต่างไป ตัวขวาสุดก็เป็นคาราเมล ต่อมาก็ช็อคโกแลตรสละมุนคลุกผงบิสกิต
และตัวซ้ายดาร์กช็อคโกแลตจากโดมินิกัน
จขบ.ชอบทานช็อคโกแลตกับกาแฟ เลยจิบไปกับเอสเปรสโซ่ด้วย (ณ จุดนี้ก็ห้าทุ่มแล้วค่ะ)
แต่ทำยังไงได้...ก็กาแฟกับช็อคโกแลต...รสชาติเข้ากันได้ดีเหลือเกิน


ยังค่ะ ยังไม่จบ...





เชฟ Nicolas ยังนำเสนอ Grilled marshmallow ค่ะ





แต่ไฟที่ใช้ย่างนั้นก็คือ น้ำตาล และ Absint จุดไฟ แล้วก็ย่าง marshmallow ไปบนนั้นได้เลย



และสุดท้ายปิดงานด้วย เครื่องดื่มแนว Mixology จากคุณไพลิน
Cocktail of Dark Rum Ron Zacapa Centenario, Gran Reserva, Guatemala
อร่อยสดชื่นดีค่ะ....




ปิดท้ายงานด้วยรูปของเชฟที่สร้างสรรค์ผลงานคืนนี้ Chef Lionel Vinatier, Chef Nicolas Descriaux
(ขาดเชฟ James ไปเลยไม่ครบทีม)





จขบ.ต้องขอขอบคุณทีมงานของ Maverick Restaurant & Bar ทุกท่านนะคะ
ที่ให้เกียรติเราได้ไปสัมผัสกับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แสนอร่อย
น่าทึ่งกับวิธิการปรุง การนำเสนอ...ทุกอย่างสุดยอดมากค่ะ


อยากแนะนำให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสประสบการณ์การทานอาหารกับ ‘Chef’s Table Molecular Dinner’ นะคะ
คิดว่ามีไม่กี่ร้านในกรุงเทพฯ ที่มีการนำเสนออาหารแนวนี้
ถ้าคุณเป็นคนที่รัก สนใจ เข้าใจเรื่องอาหารและไวน์
และชอบลองรสชาติใหม่ๆ ก็ต้องที่นี่เลยค่ะ

ปล.ลองติดตามอีเวนท์นี้ได้ทางเฟซบุ๊กของร้านนะคะ...ควรโทรไปสำรองที่นั่งแต่เนิ่นๆ
และถ้าคุณไม่ทานอะไรหรือแพ้อาหารอะไรก็แจ้งไปด้วยนะค่ะ


ขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม
มีคำถามหรือข้อคิดเห็น ทิ้ง comment ไว้ได้เลยนะคะ


T  H  A  N  K    Y  O  U   F  O  R    V  I  S  I   T  I  N  G   M  Y   B  L  O  G

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
PookPanda






 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2556
2 comments
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2556 12:31:34 น.
Counter : 2606 Pageviews.

 

ร้านนี่อร่อยเริ่ดมากค่า ไปแล้วไม่เสียใจ จขบ.สัมภาษแน่นมาก เห็นรูปละอยากกลับไปทานอีกรอบ

 

โดย: Maiii IP: 202.28.118.122 15 พฤศจิกายน 2556 18:40:14 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณปุ๊ก ก่อนอื่นขอบคุณมากๆที่ยังนึกถึงกันนะคะ

นานๆมาทีแต่รีวิวได้เต็มอิ่มจุใจ
อินดี้อ่านเพลินเลยค่ะ
อาหารแนว Molecular แบบนี้กำลังมาแรงเลยเนอะ
ชอบฟังเวลาเชฟอธิบายที่มาที่ไป องค์ประกอบ แรงบันดาลใจอะไรต่อมิอะไร
(เพราะบางทีก็ไม่เก็ตอ่ะนะ อิอิ)
น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะ Shades of Black
ไม่สวยแต่ Ingredient เร้าใจมาก
เห็นหน้าตา Let it Sea แล้วก็อยากชิม ชอบไวน์ที่แพร์ด้วยหลายตัวเลย
ไหนจะหมูบินกับเนื้อเกรดพรีเมี่ยมอีก โอยๆ
เลือกคอมเม้นรายจานไม่ไหวเพราะน่าอร่อยไปหมด

ต้องขอบคุณที่เอามาแชร์กัน
ไว้กลับไทยจะลองไปชิมบ้างนะคะ

แต่อินดี้คงจะจัดไวน์ไม่ครบเท่าคุณปุ๊กหล่ะ
กลัวจะเมาซะก่อน ฮ่าๆ

 

โดย: IndyLand 16 พฤศจิกายน 2556 7:28:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.