สูตรรักสูตรอร่อย
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
11 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
คำพิพากษาของผู้ช่วยครูใหญ่ที่มีต่อลูกชายวัย ๘ ขวบของเรา

จริงๆอยากจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษไปลงในเว็บไซด์
ที่คนในเมืองแม่ปูอยู่อาศัยกันจะได้รู้ได้ระวังกันไว้ให้ทั่วหน้า
แต่ภาษาอังกฤษตัวเองไม่ได้เรื่องเลย สามีก็ไม่ค่อยชอบเขียน
แต่ถนัดที่จะพูดมากกว่า ในกรณีนี้ พ่อบ้านเป็นฮีโร่ของลูกจริงๆ
ตัวเองได้แต่อยู่ข้างๆคอยให้กำลังใจ คอยเสริมในสิ่งที่คิดว่าพ่อบ้านจะลืม

ตัวเองเขียนอะไรยาวๆไม่ค่อยเก่งเหมือนกัน
แต่จะพยายามเล่าเหตุการณ์ที่ประสบมาเมื่อวานนี้ให้ฟังค่ะ
ใช้เวลาคุยกับครูใหญ่และผู้ช่วยครูใหญ่นานประมาณ ๑ ชั่วโมงกว่าค่ะ



เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีโทรศัพท์จากผู้ช่วยครูใหญ่โทรศัพท์ไปถึงพ่อบ้านแม่ปู แจ้งว่า
มีแม่ของเด็กซื่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของนิคกี้โทรศัพท์มาแจ้งเรื่อง
(นิคกี้ว่าเป็นเพื่อนซี้กันด้วย เล่นด้วยกันบ่อยๆที่โรงเรียน)
แม่ของเด็กคนนั้นโทรศัพท์มาโวยวาย ทำเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
ใหญ่โตมาก(ครูประจำชั้นเล่าให้ฟัง)
ส่งรูปเจ้าปัญหามาให้ครูทางอีเมล์ ให้เอาเรื่องนิคกี้ว่าวาดรูปที่ไม่เหมาะสมออกมาอย่างนี้ได้อย่างไร

ตรงนี้เกินความสามารถของครูประจำชั้น ก็ได้ส่งเรื่องไปให้ผู้ช่วยครูใหญ่(Assistant Principal)

ซึ่งเป็นผู้แก้ไขปัญหาต่างๆในโรงเรียนเป็นคนจัดการ



ผู้ช่วยครูใหญ่เล่าว่าลูกชายวัย ๘ ขวบของเรา
ได้วาดรูปผู้ชาย กับผู้หญิง เปลือยกาย กำลังทำท่าXXXกันอยู่
พ่อบ้านได้สอบถามว่า เป็นรูปการ์ตูนสติ๊กฟิงเกอร์ใช่ไหม
เวลาเด็กๆวาดรูปส่วนใหญ่วัยนี้มือไม้มันจะออกมาเป็นเส้นๆ
เหมือนรอยตีนไก่บ้านเรา ที่นี่เค้าเรียกสติ๊กฟิงเกอร์
ผู้ช่วยครูใหญ่ก็ว่าไม่ใช่ ก็อธิบายให้พ่อบ้านฟังว่าเป็นรูปแบบไหน
อยากให้พ่อบ้านมาดูรูปด้วยตัวเอง
พ่อบ้านกำลังทำงานอยู่ ก็เลยบอกผู้ช่วยครูใหญ่ไปว่า
ให้เอารูปใส่ซองส่งไปที่บ้านก็แล้วกัน

คือในใจยังคิดอยู่ว่า รูปมันคงจะไม่เท่าไหร่
ลูกเราจะไปจินตนาการวาดอะไรพิเรนๆได้ยังไง
ในเมื่อไม่เคยให้ลูกดูหนังโป๊ๆ
หนังสือโป๊ก็ไม่มีในบ้าน ที่บ้านไม่รับสัญญาณทีวี
ไม่มีรายการทีวีแบบปรกติที่ลูกจะมาเปิดเห็นฉากอย่างว่าได้
และการ์ตูน หรือหนังที่ให้ลูกดู ก็จำกัดเรท
เหมาะสมกับวัยของลูกทั้งนั้น ยังคิดอยู่ว่าแม่ของเพื่อนทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

หลังจากที่พ่อบ้านคุยกับผู้ช่วยครูใหญ่เสร็จไปแล้ว
ก็โทรหาแม่ปู แจ้งข่าวว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ
ถ้าเจอลูกก็อย่าเพิ่งถามลูก อย่าทำให้ลูกตกใจกลัว
เดี๋ยวพ่อกลับบ้านจะมาคุยกับลูกเอง



หลังจากเด็กๆเลิกเรียนแม่ปูก็ไปรับลูกตามปรกติ
ก็มีเจ้าหน้าที่มายืนรอ คือมาคอยยื่นซองรูปให้เราแบบไม่ให้ลูกเราเห็น
เค้ายื่นซองรูปเจ้าปัญหาให้ ก็ถามเราว่าคุยกับมิสเตอร์ทีแล้วใช่ไหม
(ชื่อสมมุติของผู้ช่วยครูใหญ่)
แม่ปูก็ว่าสามีของฉันคุยกับเค้าแล้ว แอบรู้สึกไปว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นทำหน้ายิ้มเยาะ
คงจะอวยพรให้ฉันโชคดีละสิ..(ประชด)
ส่วนตัวเองก็คิดต่อไปว่า รูปสติ๊กฟิงเกอร์ มันจะขนาดไหนเชียว...



พอลูกขึ้นมานั่งในรถ แม่ปูก็ ทักทายลูกตามปรกติที่เคยทำทุกๆวัน
ถามลูกว่าวันนี้ที่โรงเรียนสนุกไหม กินข้าวกลางวันหมดหรือเปล่า
ใครมีปัญหาอะไรที่โรงเรียนไหม หรือใครมีอะไรที่ทำให้วันนี้เป็นวันพิเศษบ้าง
คือถามให้ลูกเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังตามปรกติ
ลูกก็หน้าซึมๆ บอกว่าวันนี้ไม่ค่อยสบาย ตอนกลางวันก็ไม่ได้เล่นอะไร
นั่งอยู่เฉยๆ ก็ถามลูกว่าปรกติลูกไม่เคยนั่งเฉยๆ
วันนี้มีอะไรผิดปรกติอยากจะเล่าให้แม่ฟังหรือเปล่า
ลูกก็ว่า ขอไม่พูดถึงได้ไหม เราก็เลยไม่เซ้าซี้ถามลูก ก็คุยเล่นกับลูกปรกติ



จนกลับถึงบ้าน ให้ลูกเอาข้าวของกระเป๋าไปเก็บ ตัวเองก็รีบวิ่งเข้าห้องนอน
เปิดดูรูปเจ้าปัญหา พอเห็นรูปแล้วช็อค!!!!!!!ค่ะอึ้งไปเลย
เป็นรูปผู้หญิงทำท่าโก้งโค้ง มือยันพื้น ก้นโด่งขึ้น ผู้ชายยืนอยู่ข้างหลัง
ติดกับก้นผู้หญิง กำลังทำท่าXXX
ดูแล้วไม่เชื่อ ไม่คิดว่าลูกเป็นคนทำแน่ๆ
จะต้องมีการเข้าใจผิดอะไรเกิดขึ้นแน่นอน กลับออกมาจากห้องนอนเปิดการ์ตูนให้ลูกดู
รีบโทรไปหาพ่อบ้าน บอกว่าไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือลูกแน่ๆ
คุณกลับบ้านเร็วๆนะ ฉันร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว พ่อบ้านก็หัวเราะ
บอกว่าทำใจให้สบาย ผมกำลังคุยอยู่กับเพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยาอยู่
((เออ..พอเห็นรูปแล้วคุณจะช็อคเหมือนฉัน))



วางโทรศัพท์หาข้าวหาน้ำให้ลูกกิน คุยเล่นกับลูกปรกติ
ไปส่งลูกเข้าคลาสจูเจ็ทสุ กว่าพ่อบ้านจะกลับบ้าน เหมือนกับนานเป็นชาติ
ลูกกลับมาบ้านก็ให้ลูกอาบน้ำอาบท่า กินอะไรก่อน
พอภาระกิจอะไรต่างๆเสร็จสิ้น ก็ปาไปทุ่มกว่าเกือบสองทุ่ม
พ่อบ้านถึงได้เรียกลูกมานั่งคุยกันตัวต่อตัว (แม่ปูแอบอยู่ใกล้ๆ)
บอกว่าพ่อมีอะไรจะคุยด้วย แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าพ่อรักลูก ไม่โกรธลูก
แต่อยากให้ลูกพูดความจริงทั้งหมด พ่อรู้เรื่องที่ลูกเข้าไปพบผู้ช่วยครูใหญ่แล้ว
พ่ออยากถามว่าลูกวาดรูปอะไร
ลูกก็ว่าวาดรูปคน ยืนเรียงกัน คือเป็นสติ๊กฟิงเกอร์
แล้วก็รูปการ์ตูนอะไรอีกหลายอย่าง วาดรูปเพื่อนๆกำลังวิ่งเล่นกันมั่ง
แล้วพ่อก็ว่า แล้วรูปนี้ล่ะ ลูกเป็นคนวาดหรือเปล่า พ่อเอารูปให้นิคกี้ดู
พอนิคกี้เห็นรูป นิคกี้ก็ว่า ไม่ได้วาด ไม่ได้วาดจริงๆ

ตอนนี้ลูกเสียงใสแจ๋ว หน้าตาสดชื่น ร่าเริงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
แล้วลูกก็รู้ด้วย ว่าเพื่อนคนไหนเป็นคนวาด
เพื่อนวาดแล้วก็เอามาให้ดู ดูแล้วลูกก็ว่าเฉยๆ ไม่ได้สนใจ ส่งกลับให้เพื่อน
จะด้วยเหตุใดก็ตาม รูปภาพนั้นได้ไปตกอยู่ในมือเพื่อนสนิท
แล้วเพื่อนเอากลับบ้านใส่ไว้ในลิ้นชัก จนแม่มาเห็นเข้า
พอถามลูกว่าใครเป็นคนให้รูป ใครเป็นคนวาด
เพื่อนคนนั้นดันตอบว่านิคกี้เป็นคนวาดนิคกี้เป็นคนให้รูปนี้มา
คุณแม่ท่านนั้นรับไม่ได้ค่ะ ก็เลยทำเป็นเรื่องราวใหญ่โต โทรหาครูให้จัดการกับนิคกี้

ตอนที่พ่อบ้านให้ลูกดูรูปภาพ ก็ถามลูกว่า รู้ไหมว่าคนในรูปกำลังทำอะไร ลูกก็ตอบว่าไม่รู้!!!



ตอนเช้าเมื่อวานสามคนพ่อแม่ลูก ไปโรงเรียน ตอนแรกเข้าไปขอพบครูใหญ่(Principal)ก่อนเลย
คุยกับครูใหญ่ก่อน แล้วครูใหญ่ก็เรียกผู้ช่วยครูใหญ่เข้ามาคุยด้วย
กรณีผู้ช่วยครูใหญ่ ถามลูก โดยเป็นการถามนำให้ตอบ
โดยถามว่า นิคกี้เป็นคนวาดรูปผู้ชายกับผู้หญิงเปลือยกายใช่ไหม
คำถามคือให้ตอบใช่ หรือไม่ เท่านั้น


ก็แหงละ ลูกเรามันก็วาดอะไรตั้งหลายอย่าง จะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หมา แมว ก็วาดทั้งนั้น

แล้วรูปสติ๊กฟิงเกอร์ที่ลูกวาดมันก็ไม่มีเสื้อผ้าซะด้วย

คนเป็นพ่อแม่ที่มีลูกในวัยนี้ คงจะรู้ดีว่ารูปสติ๊กฟิงเกอร์จะออกมาเป็นแนวไหน
พอครูถามอย่างนี้ลูกก็ตอบว่าใช่ดยที่ครูไม่ได้เอารูปเจ้าปัญหานั้นให้ลูกดูเลย
แล้วครูก็พิพากษาว่าลูกเราเป็นคนผิด เป็นคนวาดรูป โดนครูตราหน้าว่าเป็นไอ้ลามก

โดยที่ลูกเราไม่ได้รู้เรื่องใดๆเลย อะไรวะ!! วาดรูปคนก็ผิดด้วย........
.ถ้าให้ลูกดูรูปตั้งแต่แรก เรื่องอย่างนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น



พ่อบ้านเราก็ว่า คุณทำงานรับผิดชอบเด็กๆอยู่ทุกวัน
คำถามที่คุณใช้ถามเด็กคุณคิดว่ามันถูกต้องแล้วเหรอ ซึ่งผู้ช่วยครูใหญ่เค้าคิดว่า
เค้าใช้คำถามที่ดีแล้ว ถ้าหากถามแบบพ่อบ้านเราถาม
เด็กสามารถจะตอบไปอย่างอื่นได้ว่าวาดรูปอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่รูปเจ้าปัญหานั้น
เราฟังแล้วก็เหมือนกับว่าเค้าจะให้ลูกเราตอบว่าใช่เท่านั้น เค้าถึงจะพอใจ



พ่อบ้านก็พูดว่า เค้าทำงานที่มีเพื่อนๆนักจิตวิทยาทำงานกับเด็กๆและครอบครัวที่มีเด็กๆเหมือนกัน
ก็คุยกันถึงกรณีนี้ ถึงแม้เด็กจะวาดจริง ก็ไม่ควรทำเป็นเรื่องใหญ่
แล้วนี่ลูกฉันไม่ได้ทำ แล้วคุณมายัดเยียดความผิดให้ จากเด็กที่เรียนดี
ได้เกรดA มาตลอด คุณจะทำให้เค้ากลายเป็นคนเกลียดโรงเรียน
ไม่อยากมาโรงเรียน คุณควรจะได้รับการเทรนในเรื่องการพูดคุยกับเด็กๆนะ
พ่อบ้านก็ว่าไปทำนองนี้ค่ะ

แล้วก็ว่าคุณควรจะขอโทษลูกของผมในสิ่งที่คุณทำลงไป
แม่ของเด็กที่โทรมาโวยวายก็ควรที่จะขอโทษลูกผมด้วย
คุณรู้ไหมว่าการถามนำอย่างนี้ ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องติดคุกมาแล้ว
คุณควรที่จะคุยกับนักจิตวิทยาของโรงเรียนคุณด้วยว่าเค้ามีความคิดเห็นอย่างไร

ก็พูดไปหลายอย่างมาก วันนี้คุณสามีเป็นฮีโร่ของลูกจริงๆ
ครูใหญ่ถามลูกว่า กลัวไหม ลูกตอบว่าไม่กลัว เพราะเค้าไม่ได้ทำผิด
แล้วเค้าคิดว่า พ่อสามารถปกป้องคุ้มภัยให้เค้าได้
แต่ตอนแรกที่เข้าไปพบผู้ช่วยครูใหญ่คนเดียว ลูกบอกว่าตอนยืนขาสั่นเลย ฮ่าๆๆๆ





เล่าข้ามไปนิดนึง พ่อบ้านก็ขอให้ครูใหญ่และผู้ช่วยครูใหญ่
ไปดูสมุดวาดภาพของลูกซึ่งอยู่ในห้องเรียน
ครูใหญ่ก็เลยให้นิคกี้เดินไปเอามาให้ดู

ก็เอามาเปรียบเทียบกับรูปภาพเจ้าปัญหา
ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่นิคกี้จะเป็นคนวาดรูปเจ้าปัญหานั้น
ซึ่งจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ผู้ช่วยครูใหญ่น่าจะทำตั้งแต่ครั้งแรก
พิสูจน์หลักฐานต่างๆ เรียกเด็กคนที่เอารูปไปบ้านมาคุยด้วย
แต่นี่ถามนำให้ลูกเราตอบว่าใช่หรือไม่ โดยที่ไม่ได้ให้ดูรูปเจ้าปัญหานั้นเลย
ครูทุกคนตกลงใจไม่ให้เด็กดูรูปเจ้าปัญหานั้น
แต่ถ้าหากเค้าเป็นคนวาดจริงๆทำไมจะดูไม่ได้ฟะ เป็นงงจริงๆ...



ตกลงลูกเล่าว่า เมื่อวานเค้าคุยกันกับเพื่อนคนที่แม่โทรมาโวยวายคนนั้น
เพื่อนคนนั้นก็บอกว่าเด็กชายเอ็มเป็นคนวาด ไม่ใช่นิคกี้
แต่นี่เป็นการพูดกันเองกับเพื่อนๆ เฮ้อ..
ใจแม่ปูเองน่ะ อยากให้เด็กทุกคนออกมาพูดต่อหน้าผู้ช่วยครูใหญ่เลย
ว่าใครวาด แต่พ่อบ้านบอกว่าถ้าทำอย่างนั้น
ผู้ช่วยครูใหญ่ก็จะทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
เหมือนที่ทำกับลูกของเราอีก คิดว่าจบทุกอย่างไว้ตรงนี้ดีกว่า



สรุป ผู้ช่วยครูใหญ่ก็ขอโทษนิคกี้ต่อหน้าครูใหญ่ ต่อหน้าพ่อและแม่
แต่เค้ายังคิดอยู่ว่าคำถามที่เค้าใช้ถามเด็กนั้นเป็นคำถามที่สมควรใช้แล้ว...
แม่ปูก็ขอให้ครูใหญ่และผู้ช่วยครูใหญ่โทรไปแจ้ง
แม่ของเด็กที่โทรมาโวยวายด้วยว่าลูกเราไม่ได้ทำ

บอกครูประจำชั้นด้วยว่าให้โทรแจ้งแม่เด็กด้วย
ถ้าแจ้งแล้วเมื่อไหร่ให้ติดต่อบอกเราด้วย เราจะได้สบายใจ
ว่าชื่อเสียงของลูกเราเคลียร์เรียบร้อย

เช้านั้นนิคกี้ไปเข้าห้องเรียนสาย แต่นิคกี้บอกว่า
ครูไม่ให้ผมทำงานย้อนหลังเลย ก็เป็นเรื่องดีใจเล็กๆน้อยๆของเด็กๆค่ะ






Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2554 2:14:36 น. 22 comments
Counter : 4209 Pageviews.

 
Dear Mae Pu,

I have 7 years old boy and let me tell you how much that will hurt me. It like a scare in your life (I hope not for Nick) As a mom you want his life to be perfect. Special when the mistake come from inconsiderate teacher like that. The same time, the teacher should as her/him self what if this happen to your child. The mistaken that will never erase from memory. I give all the wish to your family that it will never happen again. I’m sorry that it happen to you. You and your husband do the right thing. What will bother me is how can we know that it will not hurt Nick feeling. I want to cry when I think about if a little heart get hurt. Our Buddha will protect him.

Take care.


โดย: Corporate Mom IP: 206.253.190.42 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:3:20:09 น.  

 
It’s corporate mom again.

I have another story to share. Last year I got a call from my son kindergarten teacher. She said that Nicholas open the rest room door when a little girl using the rest room. She sound like it’s big issue. I totally understand the point that how the little girl will feel. I apologize to the teacher and promise to talk to my son. Question is my son would not understand how embarrassing a little girl is. Because he is just a boy, by accident he open the door when a little girl in there. I have to use my judgment that how much information do I have to discuss with him. I told him that how will you feel if somebody open the door when you use rest room. He said “not good”. Good. We had a good start. Then I said next time you should knock on door first. He said he will and that all I said. I don’t see the point to make it bigger than this. Good news is he already forgot about that incident and move on. I hope it will be the same as Nick. I hope you for all the luck. Because I got that once.


โดย: Corporate Mom IP: 206.253.190.42 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:3:32:02 น.  

 
ลูกชายก็อายุใกล้เคียงกับน้องนิคเลยค่ะ วันๆ นึงกลับบ้านมาจะมีคำถามแปลกๆ เช่น ตายแล้วไปไหน, แล้วถ้าพ่อตาย แม่จะอยู่กับใคร, ผมยังไม่อยากแต่งงานกับแม่, แล้วทำไมคนถึงตาย บลาๆๆด

และลูกก็กำลังอยากรู้ อยากเห็นค่ะ เวลาเราเปลี่ยนเสื้อผ้า ชอบมาแอบดู

โรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่ตอนนี้ ครูใหญ่ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยค่ะ ปีหน้า ว่าจะย้ายโรงเรียน



โดย: เจ้าแม่แฟชั่น วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:5:26:43 น.  

 
เป็นกำลังใจให้แม่ปูกับน้องนิคนะคะ คุณพ่อบ้านเป็นฮีโร่จริง ๆ เลยค่ะ ผู้ช่วยครูใหญ่คนนั้นแย่จริงๆ ไม่มีความเป็นครูและความเมตตาให้กับเด็กเลย

แต่เอมเห็นข้อดีของเรื่องนี้อย่างหนึ่งอะค่ะ (เอมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้ดีนะคะ แย่มากๆ แต่น้องนิคโชคดีที่มีคุณพ่อคุณแม่ที่เข้าใจ รอบคอบ และอยู่เคียงข้าง) คือว่า น้องนิคจะมีความมั่นใจว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พ่อและแม่พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเค้าเสมอ พร้อมจะสู้ไปกับเค้า เอมว่าสำหรับเด็กๆ แล้วความเข้าใจนี้สำคัญมากเลยนะคะ

สุดท้ายขอปรบมือดังๆ ให้แม่ปูกับคุณพ่อที่ทำหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยค่ะ


โดย: เอม IP: 192.234.212.23 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:11:38 น.  

 
มาเล่าความคืบหน้านิดนึงค่ะ พอดีหลังเลิกเรียนแม่ปูก็ยุ่งกับเด็กๆ ไปส่งเด็กๆทำกิจกรรมนั่นนี่นอกบ้าน
กลับมาถึงบ้านก็เห็นว่าเครื่องรับโทรศัพท์มีไฟกระพริบ เพราะมีคนฝากข้อความไว้ ก็เปิดฟัง
ปรากฏว่าเป็นครูประจำชั้นโทรมา ขอให้เราโทรกลับ บอกว่าครูประจำชั้นได้คุยกับครูใหญ่ และผู้ช่วยครูใหญ่ล้ว
และทั้งสองท่าน คือครูใหญ่และผู้ช่วยครูใหญ่จะเป็นคนโทรศัพท์ไปคุยกับแม่ของเด็กที่มาโวยวายโดยตรง
แล้วก็ขอโทษเราที่เกิดเหตุการณ์เข้าใจผิดกันขึ้น ก็ดีใจขึ้นมาอีกหน่อยที่ครูยังติดตามเรื่องให้อยู่

จริงๆค่ะ เมื่อวานนี้น้ำตาแทบจะไหลด้วยความสงสารลูกมาก เรานอนก็แทบจะไม่เต็มอิ่มเพราะกลุ้มใจเหลือเกิน
แต่ตอนนี้สบายใจมากแล้วค่ะ ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนมาก ที่เข้ามาฟังปัญหานี้นะคะ


ขอบคุณคุณCorporate Mom มากที่มาแชร์ประสบการณ์และเข้าใจในความรู้สึกนะคะ เรียกพ่อบ้านมาอ่านดูข้อความที่คุณCorporate Mom เขียนเค้าเห็นด้วยค่ะ ก็จะให้เรื่องจบๆแล้วก็มูฟว์ออนอย่างที่ว่าค่ะ


คุณเจ้าแม่แฟชั่นคะ เรื่องสรีระร่างกายที่บ้านทำให้ลูกเห็นว่าเป็นสิ่งปรกติค่ะ บางคนห่วงมาก สั่งลูกห้ามให้ใครเห็นเนื้อตัว คือทำมากเกินไปเดี๋ยวจะกลายเป็นโรคประสาทเอา

บางทีแม่ปูก็ล้อเล่นกับลูกว่าลูกหล่อจัง ขอเป็นแฟนได้ไหม ลูกก็รู้ว่าเราล้อเล่น เค้าก็ขำๆ ไม่ได้คิดอะไรค่ะ

ที่โรงเรียนลูกเปลี่ยนครูใหญ่บ่อยมากค่ะ แต่ผู้ช่วยครูใหญ่ยังเป็นคนเดิมๆที่เห็นมาตั้งแต่ลูกสาวเรียนอนุบาล แหะๆ


โดย: ปูขาเก เซมารู วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:14:33 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณเอม ส่งข้อความข้างบนแล้วถึงได้เห็นคุณเอมค่ะ
ใช่จริงๆด้วยค่ะว่าลูกได้เห็น ได้รับรู้ว่าพ่อแม่จะอยู่เคียงข้างเค้าตลอดเวลา ถ้ามีปัญหาอะไร ลูกก็จะได้ไม่กลัวที่จะเข้ามาปรึกษาเราด้วยค่ะ


โดย: ปูขาเก เซมารู วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:24:35 น.  

 
ขอบคุณที่แม่ปูเอาเรื่องมาเล่าสู่ฟังนะคะ ได้อ่านเรื่องราวแล้ว สงสารน้องนิคจังค่ะ กับการที่ต้องมาพบกับประสบการณ์แปลก ๆ แบบนี้ เห็นใจหัวอกแม่ปูด้วย วันนั้นคงว้าวุ่นวายใจมากเนาะ เรื่องบางเรื่อง เรื่องไม่ดี บางทีต้นกำเนิดมาจากผู้ใหญ่นี่แหละเนาะ ... น้องนิคโชคดี ที่มีผู้ปกครองเก่ง มีเหตุผล สามารถจัดการกับปัญหาได้ โดยให้น้องนิคมีความรู้สึก ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ... บางทีประสบการณ์แบบนี้ก็สามารถสอนลูกเราให้ได้รู้จักโลกกว้าง ๆ ได้ดีเหมือนกันเนาะแม่ปู .. คิดไปในลักษณะนี้ เพื่อความสบายใจ แล้วก็มูฟว์ออนแบบแม่ปูว่า ... เราก็จะระวัง ๆ ค่ะแม่ปู


โดย: Tristy วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:58:11 น.  

 
มาอ่านคะ

อึ้งไปเนอะ เด็กวัยนี้ วาดรูปแบบนี้กันแล้ว

เราก็ไม่รู้จะดูแลลูกเราได้ดีแค่ไหน

อนาคตนี่น่ากลัวยังไงก็ไม่รู้



โดย: ปันฝัน วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:38:54 น.  

 
สวัสดีค่ะแม่ปู
ถือว่าขอทําความรู้จักนะคะ อ่านบล็อกมาตั้งนาน ลอกการบ้านมาตั้งเยอะ ไม่เคยโผล่หัวมาทําความรู้จัก ทําไมนะหรือคะไม่มีแป้นภาษาไทยค่ะ พยายามแทบตายกว่าจะใช้Virtual Key board เขียนได้ขนาดนี้ เป้นคนใจร้อนค่ะรอจนกลับ้านก่อนค่อยคอมเม้มท์ไม่ไหวเลยเขียนมันจากที่ทํางานมันนั่นแหละ เขียนผิดผิด ถูกถูก อายพ่อบ้านแม่ปูจัง เป็นแม่ที่ทํางานด้าน Technology ค่ะเลยไมค่อยให้ความสําคัญกับภาษา
If you excuse me, I would like to continue in English. Virtual Key board is killing me. You are an excellent mother and do a wonderful job to take care of him. For me the most important is to let him know that mom and dad love you and we will be here to fix the problem and to not blame on you. That way you make him feel like he can come home for any other thing. This's just a start point to grow. Tell Nick that he has a good and strong back up. (you and your husband) Keep moving forward little boy. His future still bright and shine. Do you know why I keep telling you this. My son born with one side of his ear smaller than another one. The first day I saw him, the world just collapse. The doctor told me that he just a normal boy and nothing I have to worry about it. Guess what Mae Pu, my son is s gift and tallented student and be number one in his class.
Amen Corporate mom (this part suppose to be funny haha....) Sleep well Mae Pu. It's just another step in life. Just to make your family get stronger.


โดย: Corporate mom IP: 67.198.65.26 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:21:13 น.  

 
Mae pu,
Here is my e-mail njuijit@yahoo.com if you would like to communicate with me. I live in USA for 10 years. I have a lot to share.

If you don't mind, please deleted this comment after you read.

Thanks


โดย: Corporate mom IP: 67.198.65.26 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:25:40 น.  

 
คุณพ่อเป็นฮีโร่จริง ๆ ค่ะ
อ่านแล้วชื่นชมมาก
ที่ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉย ๆ

นิกกี้โชคดีมาก ๆ
ที่มีคุณพ่อแสนดี คุณแม่น่ารัก


^^


โดย: โสดในซอย วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:29:56 น.  

 
น่าจะเสนอหรือแนะนำให้ผู้ช่วยครูใหญ่ไปอบรมจิตวิทยาเด็กซะบ้างนะคะแม่ปู
ขอปรบมือดัง ๆ ให้กับคุณพ่อและแม่ปูค่ะ น้องนิคคงภูมิใจไม่น้อยที่มีพ่อกับแม่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้เสมอ



โดย: เนินน้ำ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:16:11 น.  

 
มันก็แปลกนะค่ะที่ประเด็นเรื่องนี้ก่อนที่จะเรียกน้องนิคไปคุย ครูเค้าน่าจะตัดสินใจให้ดีก่อนจะกล่าวโทษตั้งแต่ต้น เพราะเชื่อว่าประเด็นใดๆ ก่อนที่จะเรียกเด็กเข้าไปคุย ไปซักถาม เค้าก็น่าจะทำให้รอบคอบกว่านี้โดยเรื่องของรูปก็น่าจะให้ดูกันไปก่อน ถามกันไปตอนนั้นเลยว่าได้วาดไม๊ เพราะว่าถ้าไม่ได้วาดก็แสดงว่าก็ต้องสืบสวนต่อไปไม่ใช่ถามนำอย่างเดียวแล้วจะต้องให้เด็กตอบโดยปราศจากการดูภาพต้นเหตุ

อีกประเด็นอ่านแล้วก็คงอยู่ที่แม่ของเด็กอีกคนน่ะค่ะที่กล่าวหา โวยวายเป็นเรื่องซึ่งว่าไปจริงๆ ก็น่าจะคุยกันธรรมดาก่อน เรียกว่าทำไมปักใจเชื่อแบบเปรี้ยงเดียวแล้วก็โทรติดต่อกับทาง รร.เลยขนาดนั้น จะว่ารักลูกห่วงลูกจนแบบว่าขาดการคิดยั้งก็คงไม่น่าใจ ...เพราะปกติการกล่าวโทษใครลอยๆ มันก็ไม่น่าจะเกิดง่ายๆ ได้ขนาดนี้เลยนะค่ะแม่ปู ...


งานนี้ต้องขอชื่นชมคุณพ่อนะค่ะสำหรับการพูดคุยและตัดสินใจกับการจบประเด็นไปค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:06:28 น.  

 
ดีใจที่เรื่องราวจบได้ด้วยดีนะคะแม่ปู

เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: princess of rock วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:56:47 น.  

 
ถ้าแม่ปูกะน้องนิคกี้ซี้ปึ๊กกันแบบนี้ พี่ร้บรองค่ะว่ายัยบ๊องหน้าไหนก็ไม่สามารถมาเขย่าขวัญลูกเราได้

ความรักและความสนิทสนมเชื่อใจที่เรามีต่อลูกจะเป็นป้อมปราการที่แข็งแรงที่สุดค่ะ


โดย: พังแป้น IP: 58.9.47.153 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:18:53 น.  

 
น้องนิคกี้โชคดีมากค่ะ ที่คุณพ่อบ้านและแม่ปูเข้าใจ และมีสติ บอกได้ถึงครอบครัวที่อบอุ่นนะค่ะ
ขั้นตอนของทางโรงเรียนอาจเป็นแบบนั้น ที่บกพร่องก็เรื่องของการสื่อสารและการปฏิบัติของบุคลากร ควรอบรมใหม่ยิ่งการทำงานกับเด็กๆ ควรต้องสื่อสารเชิงบวก และต้องระวังให้มากแก้วบางๆ
จากเหตุการณ์เห็นอะไรหลายอย่าง เช่นครูประจำชั้น ไม่รู้เลยหรือว่าเด็กตนรับผิดชอบดูแลอยู่มีนิสัยอย่างไร...
อย่างไรเสียจุดยืนเรามี ไม่ได้ทำคือไม่ได้ทำ ว่ากันไปตามเหตุและผล ทางโรงเรียนก็ขอโทษแล้ว เหลือแค่นำสิ่งที่ผิดผลาดในวันนี้ไปปรับปรุงและระวังอย่าได้ไปเกิดซ้ำกับเด็กคนอื่นอีก
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ..ปัญหาจบไปแล้วไม่ต้องกลุ้มแล้วค่ะ...


โดย: egg yolk วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:13:50:27 น.  

 
That's a very sensitive story.
Nicky is very lucky that he has a very understanding parents.

It's very important to be calm and talk to children with reasons.

I believe your son is a good kid and especially he is brought up by good parents.

God Blesses you guys.


โดย: Thippy IP: 124.149.50.188 วันที่: 2 มีนาคม 2554 เวลา:19:34:23 น.  

 
จากที่อ่านมาทั้งหมด ครอบครัวคุณแม่ปูอบอุ่นจังเลยค่ะ คุณพ่อของน้องเข้าใจถึงปัญหาอย่างลึกซึ้งเลยนะค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ....


โดย: ยุ้ยค่ะ IP: 218.212.6.26, 202.156.14.10 วันที่: 22 มีนาคม 2554 เวลา:14:11:57 น.  

 
สบายใจซะทีนะคะแม่ปู


โดย: Natcha IP: 119.46.172.82 วันที่: 7 เมษายน 2554 เวลา:7:07:30 น.  

 
เป็นแฟนคลับแม่ปูมานาน
ตั้งแต่เวปครัวไกลบ้าน
ปกติชื่นชมการทำอาหารของแม่ปูมาก
แต่วันนี้ได้เข้ามาอ่านเรื่องความเป็นคุณแม่
รู้สึกชอบแม่ปูขึ้นอีกมากมาย

ดีใจด้วยค่ะ ที่เรื่องร้ายๆผ่านไปด้วยดี
เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่น่ารัก และเข้าใจลูกได้ดีมากๆ


โดย: EndlessRoad IP: 81.164.67.66 วันที่: 18 กันยายน 2554 เวลา:19:08:26 น.  

 
เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ
แม่ปูและพ่อบ้านทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมากค่ะ...
จริงๆแล้วคนที่เป็นครูน่าจะมีจรรยาบรรณมากกว่านี้นะคะ ไม่น่าเป็นคนตัดสินใจอะไรโดยที่ไม่มีการสืบหลักฐาน...
ดีใจกับน้องนิคกี้ด้วยที่พ้นข้อกล่าวหาค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ ติดตามมานานแต่ไม่ค่อยแสดงออก อิอิ ^^


โดย: หนูอิทค่ะ IP: 172.20.192.81, 180.222.146.66 วันที่: 13 มีนาคม 2555 เวลา:15:00:17 น.  

 
ขอบคุณแม่ปูและคุณแม่ทุกคนมากๆเลยค่ะที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์ ตอนนี้ลูกชายอายุ 3 ขวบกว่า ขี้แกล้งและอิจฉาน้องมากก้อเลยทำให้เราโกรธอยู่บ่อยๆถึงแม้จะเข้าใจธรรมชาตของเด็กวัยนี้และพยายามใจเย็นแล้วก้อตาม เพิ่งมานึกได้ตอนอ่านบล็อคนี้ว่า การทำให้ลูกรู้ว่ามีเราที่รักและอยู่ข้างๆเค้าเสมอนั้นสำคัญที่สุด ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปต้องปรับวิทยายุทธรับมือเจ้าตัวยุ่งแล้วค่ะ (^。^)


โดย: ปุ้ม IP: 125.193.44.73 วันที่: 16 มีนาคม 2555 เวลา:21:29:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ปูขาเก เซมารู
Location :
Florida United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3011 คน [?]




สไลด์โชว์..JUST EAT IT!!!!
เชฟนิคชวนทำบานาน่าป๊อบ

Tiramusu-Small


My Facebookpookhakae saemaroo
My Name is Nicky
THIS BLOG IS BEST VIEWED
AT 1280 X 1024 DISPLAY SETTING
My Home Page
Interview แม่ปูได้รับเกียรติ
ให้สัมภาษณ์นิตยสารสกุลไทย

....ขออภัยเพื่อนๆอย่างสูง แม่ปูไม่รับTagจ้า....
กล้องที่แม่ปูใช้ถ่ายภาพอาหารในบล็อก






>
pot-roast Fettuccine-Carbonara-1
New Comments
Friends' blogs
[Add ปูขาเก เซมารู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.