มีนาคม 2552

1
2
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
สอนลูกเองก็ได้...ง่ายจัง16 : เที่ยวท่องไปในห้องสมุด





ฉิก : หวัดดีครับ มาเจอกันอีกแล้วนะครับ
คิดว่าลูกๆของเราส่วนใหญ่ที่เข้ารร.กันแล้ว น่าจะเริ่มปิดเทอมกันบ้างแล้ว
เด็กๆหลายคนคงดีใจ แต่พ่อๆแม่ๆเราอาจจะเริ่มมึนๆกันแล้ว

ไม่รู้ว่าปิดเทอมแล้วจะให้เด็กไปทำอะไรที่ไหนกันดี
คุณป้อมช่วยลองแนะนำซิครับว่า ปิดเทอมนี้เราจะให้ลูกเราไปทำอะไรกันดี

ป้อม : นอนอยู่บ้านเฉยๆซิครับ

ฉิก : อ้าวๆๆๆๆๆ ตอบอย่างนี้ไม่ได้นะครับ เสียภาพพจน์หมด
มันออกแนวขี้เกียจไปหน่อยไหมครับ น่าจะทำอะไรที่มันดู
"ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์" ดีกว่ามั้ยเนี่ย

ป้อม : แล้วการนอนเล่นนี่มันไม่มีประโยชน์ตรงไหนล่ะครับ
คือตอนเด็กๆนี่ผมคิดอย่างนี้จริงๆนะครับ ช่วงที่เรียนเนี่ย เราก็เฝ้าแต่คอยนับถอยหลังว่าเมื่อไหร่จะถึงวันปิดเทอมซักที จะได้พักผ่อน นอนตื่นสายๆให้มันหนำใจไปเลย

ฉิก : เอาแบบที่มันดูดีมีสาระหน่อยก็ดีนะครับ


ป้อม : OK ถ้าคุณจะเอาแบบทั่วๆไปที่เขาทำกันก็เยอะแยะล่ะครับ

ถ้าชอบแบบวิชาการ ก็เรียนกวดวิชาล่วงหน้าของชั้นเรียนที่กำลังจะขึ้นไปเลย พอเปิดเทอมมาเด็กก็จะมีความพร้อมที่มากกว่าคนอื่นๆแล้ว แต่บางทีเด็กเขาอาจจะเซ็งๆก็ได้นะครับ ที่ดูเหมือนว่าเค้าต้องเรียนกันทั้งปี ไม่เห็นได้หยุดพักผ่อนช่วงปิดเทอมกับเขาบ้างเลย




ถ้าอยากเลี่ยงๆวิชาการ แต่ยังอยากได้ทักษะอื่นๆที่มีประโยชน์
ก็ลองให้เรียนดนตรี ศิลป หรือ กีฬา เช่น ว่ายน้ำช่วงหน้าร้อนนี่ก็น่าสนใจนะครับ

ถ้าชอบแนวท่องเที่ยว ก็หาโอกาสไปเที่ยวเมืองไทยเรานี่แหล่ะทั้งครอบครัวเลย เพราะเป็นโอกาสดีๆที่เด็กเขาจะได้เที่ยวนานๆโดยไม่ต้องขาดเรียน

หรือไม่ก็ลองหา summer camp ที่ดีๆ เด็กจะได้เที่ยว ได้ผจญภัย และ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ด้วย บางคนก็ให้ลูกไปเรียน summer ที่เมืองนอก นัยว่าเป็นการฝึกภาษา และ ได้ประสบการณ์แปลกใหม่

แต่ลองเช็คค่าใช้จ่ายกันให้ดีๆก่อนนะครับ เพราะ พอเห็นค่าใช้จ่ายแล้ว พ่อแม่อาจจะพาลเป็นลมเป็นแร้งไปเลยก็ได้ บางที่ไปแค่เข้าค่ายแค่ไม่กี่วัน แต่ต้องเสียตังกันจนกระเป๋าฉีกตั้งแต่หลักหมื่นไปถึงหลักแสนๆก็มี

ฉิก : แล้วถ้าผมไม่ค่อยว่างที่จะพาลูกไปเที่ยวไหน หรือ ไม่อยากให้ลูกไปค้างคืนเพราะยังห่วงลูกม้ากมากล่ะครับ

ป้อม : ถ้าไม่อยากให้ลูกไปไกลมาก ก็มีพวกค่ายวิทยาศาสตร์ หรือ ค่ายกิจกรรมต่างๆที่จัดแบบไปเช้า เย็นกลับ ยกตัวอย่างเช่น ค่ายกลางวันในเมืองของ YPDC สำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี ก็มีกิจกรรมหลากหลายดี ทั้งสันทนาการ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น






หรือ ถ้าชอบไปดูพิพิธภัณฑ์ ก็มีที่น่าสนใจหลายอันเลย แค่ในกรุงเทพนี่ดูกันทั้งเดือนก็ดูกันไม่ไหวแล้ว ที่ผมแนะนำนะครับ

พิพิธภัณฑ์เด็ก กรุงเทพ ใกล้สวนจตุจักร
เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้แบบบูรณาการ ที่ยึดตัวเด็กเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ นิทรรศการและกิจกรรมของที่นี่จึงเน้นการกระตุ้นให้เด็กสงสัยใครรู้ และตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น คำถามทีเด็กชอบถามคุณพ่อ คุณแม่อยู่บ่อยๆ อย่าง “หนูเกิดมาได้ยังไง” สามารถไห้เด็กๆ ไปค้นคำตอบได้ในชุดนิทรรศการ “หนูเกิดมาได้ยังไง ลองเข้าไปห้องกำเนิดชีวิต” เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ต้นกำเนิดของชีวิต และอวัยวะสำคัญต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ หรือจะลองให้เด็กๆ เรียนรู้การทำงานของสมอง ด้วยปุ่ม “สมองมหัศจรรย์” เพื่อให้เห็นถึงการทำงานของสมองส่วนต่างๆ นอกจากนี้ที่พิพิธภณเด็กฯ ยังมีภาคการเรียนรู้อีกหลายภาค ทั้งวัฒนธรรมและสังคม เทคโนโลยีใกล้ตัว ฯลฯ รับรองว่าเด็กจะวิ่งวุ่นเพราะความอยากรู้ อยากเห็นแน่ๆ






พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ที่คลองห้า ถ.รังสิต-นครนายก
ไปถึงเราจะเห็นตึกลูกเต๋าคู่ที่ดูแปลกแหวกแนวดี ที่นี่น่าสนใจเพราะเค้ามีชุดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ที่เหมาะกับการเรียนรู้ของเด็กในแต่ละช่วงวัยด้วยค่ะ เช่น การแสดงชุด "สนุกกับเสียงและดนตรี" ที่เหมาะเด็กชั้น ป.4 ขึ้นไป หรือ การแสดงชุด "ธรรมชาติมหัศจรรย์" เหมาะกับเด็กชั้น ป.1 ขึ้นไป






ท้องฟ้าจำลอง ถ.สุขุมวิท
เป็นแหล่งเรียนรู้ที่อยู่คู่กับเด็กไทยมานานแสนนาน และมาจนถึงยุคสมัยนี้ ท้องฟ้าจำลองก็ยังคงเป็นแหล่งรู้ทางดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ และให้ความรู้มากมายเหมือนเช่นเดิม ทั้งห้องฉายดาว ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ที่จะพาเราท่องไปในอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับเอกภพ และระบบสุริยจักรวาล นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการวิทยาศาสตร์ต่างๆ เช่น นิทรรศการโลกคอมพิวเตอร์ นิทรรศการโลกของแมลง นิทรรศการเมืองมหัศจรรย์ ฯลฯ




มิวเซียมสยาม หรือ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ แถวๆท่าเตียน
ที่น่าสนใจ คือ ที่นี่เขาจะชักชวนให้ผู้เข้าชมได้มีประสบการณ์ร่วมกับทางพิพิธภัณฑ์ด้วย เพราะของทุกอย่างในพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใส่เอาไว้ในตู้กระจก หรือติดป้ายห้ามจับ ผู้เข้าชมสามารถจับต้องได้ตามอัธยาศัย บางนิทรรศการก็มีเสื้อผ้าแบบโบราณไว้ให้เราเอามาลองสวม และใส่ถ่ายรูปได้ด้วย หรือบางชุดนิทรรศการก็จำลองงานวัดเข้ามาไว้ในพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้เราได้รู้ว่า อย่างไรจึงจะเรียกว่า “ไทยแท้





เอาแค่นี้ก่อนละกันนะครับ เหนื่อย!!!!!


ฉิก : แล้วถ้าให้เลือกกันจริงๆ คุณป้อมอยากให้ลูกทำอะไรช่วงปิดเทอมล่ะครับ

ป้อม : ผมอยากให้ลูกไปเที่ยวห้องสมุดครับ

ฉิก : อะไรนะครับ ห้องสมุดนี่อ่ะนะ เออ!แปลกคนจริงๆเลยคุณเนี่ย
พูดถึงห้องสมุดนี่ ผมงงมานานแล้วว่าทำไมเขาไม่เรียกว่า "ห้องหนังสือ" ดันไปเรียกว่า"ห้องสมุด"ซะได้

ป้อม : ห้องสมุดนั่นแหล่ะครับ ผมว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่เมื่อไหร่ที่เราหลุดเข้าไปแล้วล่ะก้อ เราก็จะโดนพลังลึกลับของมันดึงดูดให้เราไม่อยากจากมันไปอีกเลย

ฉิก : เอ่อ! มันออกแนวแฟนตาซีไปนิดนะครับ

ป้อม : อ้าวเหรอ โทษทีครับ คือ ตอนเด็กๆนี่ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เพราะ ครั้งแรกที่ผมได้เข้าไปในห้องสมุดโรงเรียน ผมก็รู้สึกเหมือนมันมีมนต์ดึงดูดให้ผมหลงใหล ผมได้ค้นพบโลกกว้างผ่านทางหนังสือ ได้ผจญภัยไปกับเรื่องราวแปลกใหม่ นี่ล่ะครับขุมทรัพย์ทางปัญญาอย่างแท้จริงเลย

ฉิก : ห้องสมุดโรงเรียนตอนเด็กๆของคุณคงใหญ่โตมโหฬารมากเลยใช่มั้ยครับ




ป้อม : ปล่าวเลยครับ เป็นห้องสมุดเล็กๆ ธรรมดาๆ ในโรงเรียนเล็กๆแห่งนึงเท่านั้นแหล่ะครับ เพียงแต่ที่นั่นมีบรรยากาศที่ส่งเสริมให้ผมรักการอ่านมาก เพราะ ทุกคนที่มาที่นี่จะมาด้วยความรู้สึกสนุกกับการอ่านจริงๆ หนังสือก็มีหลากหลายประเภทที่เหมาะกับเด็ก ทั้งนิทาน นิยายภาพ และ เรื่องน่ารู้ต่างๆมากมาย ผมรู้จัก เรื่อง 80วันรอบโลก ไดโนเสาร์ พระเจ้าตาก ครั้งแรกก็จากนิยายภาพที่นี่แหล่ะครับ ครูบรรณารักษ์ที่นั่นก็ใจดีมาก ไม่เคยดุพวกเราเลย แถมยังแนะนำหนังสือดีๆให้เรายืมกลับบ้านบ่อยๆ

ฉิก : อื้อ! ไม่เหมือนครูบรรณารักษ์ที่รร.ผมเลย ชอบดุให้พวกเราเงียบๆ นั่งนิ่งๆแข็งทื่อเป็นตอไม้อยู่เรื่อย

ป้อม : ผมว่าห้องสมุดจะน่าเข้าไปอ่านหรือไม่ อยู่ที่บรรยากาศเป็นสำคัญเลยนะครับ ไม่ใช่ว่าต้องหรูหรา ใหญ่โตอะไรมากมายแบบนั้นหรอกครับ ผมโชคดีที่รร.และมหา'ลัยที่ผมเคยเรียนมาทุกที่มีห้องสมุดแบบที่ว่าทั้งนั้นเลย

แต่จะว่าไป ตอนอยู่ที่จุฬานี่ "หอสมุดกลาง" เป็นห้องสมุดที่ผมกลับอ่านหนังสือไม่ค่อยได้เลย ทั้งๆที่มันหรูหราทันสมัยมาก แอร์เย็นฉ่ำ หนังสือเยอะแยะ แถมมีกาแฟและขนมอร่อยๆบริการอีกต่างหาก





ฉิก : ทำไมล่ะครับ

ป้อม : คือที่นั่นผมมัวแต่ว่อกแว่ก ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลยล่ะครับ ไปอ่านหนังสือทีไรใจสั่นทุกที

ฉิก : อ๋อ! มัวแต่มองของสวยๆงามๆอยู่ล่ะซี จริงครับ เวลาผมไปอ่านทีไร พอสาวๆเดินผ่านไปผ่านมา สายตาผมก็ไม่เคยอยู่ที่หนังสือได้ซักทีเหมือนกัน

ป้อม : ครับ จำได้ว่าตอนนั้นผมมักจะชอบไป"ฝังตัว" ที่หอสมุดกลางเพื่อดู "อาหารตา" แบบนี้บ่อยๆ เฮ้อ! ไม่ดีเลยนะครับ ถ้าใครจะไปอ่านหนังสือเตรียมสอบที่นั่นล่ะก้อ ผมขอเตือนว่าอย่าดีกว่า





ฉิก : ไม่เอาๆแล้ว เสื่อมเหลือเกิน เอาเป็นว่า ช่วยแนะนำห้องสมุดที่น่าให้เด็กๆลองเข้าไป"ฝังตัว"ในช่วงปิดเทอมนี้บ้างหน่อยครับ

ป้อม : ถ้าพูดถึงห้องสมุดเด็ก ผมชอบแนวคิด"ห้องสมุดมีชีวิต" ที่ส่งเสริมบรรยากาศการอ่านให้มีชีวิตชีวาน่ะครับ คือบางทีเด็กบางคนที่เขาไม่ชอบเข้าห้องสมุด อาจจะเป็นเพราะ บรรยากาศมันดูไม่ค่อยเป็นกันเองเท่าไหร่ มีหนังสือตั้งทะมึนเป็นกองภูเขาเลากา มีบรรณารักษ์หน้าบึ้งตึง และ หนังสือที่มีก็เก๋ากึ๊ก ฝุ่นจับ และ ไม่น่าสนใจ

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมอยากให้บ้านเรามีการสร้างห้องสมุดสำหรับเด็ก (library for children) ให้มันมีเยอะกว่านี้ซักหน่อยนะครับ

ฉิก : อ้าว! แล้วทำไมต้องมีล่ะครับ ในเมื่อห้องสมุดประชาชนทั่วๆไปที่ผมเห็นก็มี "มุมเด็ก" ให้อยู่แล้วนี่ครับ

ป้อม : คืองี้ครับ ห้องสมุดโดยทั่วๆไปที่เราเห็นกันเนี่ย มักตอบสนองแต่ผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ใหญ่ แต่ไม่ค่อยเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเด็ก ตัวบรรณารักษ์ และ การจัดสภาพแวดล้อม ที่เห็นกันบ่อยๆเลย คือ ป้ายเตือนห้ามใช้เสียงที่มีอยู่ในห้องสมุดทุกแห่ง

วันก่อนตอนที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดประชาชนเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงเอ็ดตะโรจากบรรณารักษ์ที่คอยดุเด็กที่วิ่งเล่นไล่จับ และ หัวเราะกันเสียงดังไปหน่อย ผมมองแล้วก็ส่ายหัวเลย คือธรรมชาติของเด็กนี่นะ จะให้มานั่งนิ่งๆเป็นหุ่นยนต์ เพื่ออ่านหนังสือเนี่ยมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ มันต้องมีการเคลื่อนไหว ต้องมีบรรยากาศที่ดูสนุกสนาน ถึงจะดึงเด็กให้อยากมาเข้าห้องสมุดได้น่ะครับ




ที่ผมแนะนำเลย คือ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น8 ที่นี่มีทั้งหนังสือนิทาน การ์ตูน วรรณกรรมเยาวชน หนังสือวิทยาศาสตร์ สื่อมัลติมีเดีย อินเตอร์เน็ต ห้องสมุดดนตรี ห้องฉายภาพยนตร์ ห้องสื่อเสมือนจริง และ กิจกรรมต่างๆมากมาย

สถานที่ก็อยู่ใจกลางเมือง ดีไซน์โดดเด่นโดนใจ สีสันสดใส ที่นั่งอ่านก็น่านั่งมากกกกกก ผมชอบที่นั่งอ่านที่เป็นคล้ายๆรวงผึ้งมากที่สุดน่ะครับ เด็กๆพอเห็นแล้ว ก็อดไม่ได้ที่ต้องปีนขึ้นไปนั่งๆนอนๆอ่านหนังสือทั้งนั้น

ที่นี่เราจะเห็นพ่อแม่นั่งอ่านหนังสือข้างๆลูกเต็มไปหมด ดูแล้วเป็นภาพที่ผมอยากให้เกิดบ่อยๆนะครับ ทั้งที่ห้องสมุดและก็ที่บ้านด้วย






อีกที่ที่ผมก็ชอบมาก คือ ห้องสมุดเด็กของพิพิธภัณฑ์เด็ก แถวสวนจตุจักร เพราะที่นี่เต็มไปด้วยหนังสือน่าอ่าน หนังสือขายดี และ อินเทอร์เน็ต แหล่งความรู้ มุมเยาวชน สนุกรู้ สนุกคิด ตั้งแต่อนุบาลจนถึงปฐมวัย แบ่งเป็นพื้นที่การใช้สอยสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปฏิบัติการเด็กดี Back Yard Zone บรรยากาศสวนหลังบ้าน เก้าอี้สีขาวน่านั่งอ่านหนังสือเล่นใต้ต้นไม้ แถมยังมีการต่อเติมชั้นลอยเพิ่มเติมของบ้านให้เป็นพื้นที่การอ่านหนังสือเพิ่มเติม หรือถ้าเด็กๆ คนไหนชอบผจญภัยก็สามารถเข้าไปนั่งอ่านหนังสือในโพรงต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ในสวนหลังบ้านได้อีกต่างหาก




สิ่งที่ดึงดูดให้เด็กๆ นั่งอ่านหนังสือจนลืมกลับบ้านคือ พี่หนอนตัวใหญ่ ที่เด็กๆ สามารถเลือกเอาหนังสือทุกเล่มนำติดตัวเข้าไปนั่งอ่านหนังสือในตัวหนอนได้ ที่มุม Kids & Baby Zone หรือมุมหนังสือเด็กเล็ก รวมทั้งพื้นที่ Pre-teen Zone ที่นั่งอ่านส่วนตัวคนเดียว ในบรรยากาศที่เด็กๆ สร้างโลกส่วนตัวสร้างจินตนาการจากการอ่านของแต่ละคนได้ โดยเฉพาะการออกแบบที่นั่ง ในแนวคิด My Room และออกแบบชั้นหนังสือออกแบบตามแนวคิดอิสระ ที่เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวของเด็กๆ สามารถอ่านหนังสือได้ตามความชอบและรูปแบบที่ตนเองพอใจ เน้นบรรยากาศคุ้นเคยของครอบครัว





นอกจากนั้นยังมีห้องสมุดที่น่าสนใจอีกหลายที่ซึ่งมีบรรยากาศดี และ ตกแต่งได้อย่างสวยงาม โดดเด่น เนื้อหาหนังสืออาจจะเหมาะกับเด็กโตขึ้นมาซักหน่อย หรือ พวกผู้ใหญ่เรา เช่น Book tower ของ Double A แถวสาทร , ห้องสมุดมารวย ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ ถ.รัชดาภิเษก และ ห้องสมุดTCDC ที่เอ็มโพเรียม





ถ้าใครที่อยู่ต่างจังหวัด ก็ลองมองหาห้องสมุดประชาชนใกล้ๆบ้านดูนะครับ หรือไม่ก็ลองพาลูกไปนั่งอ่านหนังสือกันในร้านหนังสือตามห้างใหญ่ๆ เช่น ร้านSE-ED, B2S , ร้านนายอินทร์ , ร้านดอกหญ้า ก็ถือว่าบรรยากาศดีน่าอ่านมากเช่นกันครับ

ฉิก : ครับ คงพอมีอะไรๆให้ลูกเราทำกันเยอะแยะเลยนะครับ ปิดเทอมนี้ขอให้สนุกกันทั้งครอบครัวนะครับ





ในวันที่เราต้องไกลห่างThe day we must far away - LULA




Create Date : 19 มีนาคม 2552
Last Update : 23 มีนาคม 2552 11:01:26 น.
Counter : 4478 Pageviews.

3 comments
  
จริงๆค่ะ เดี๋ยวนี้ห้องสมุดประชาชนต่างจังหวัด
บางแห่ง มีมุมหนังสือสำหรับเด็กด้วย
แถม ยังเปิดแอร์เย็น ช่วงบ่ายด้วยสิ

น่าอ่านเพลินๆ แถมงีบสักนิด แจ๋วเลยค่ะ

ปล. สถานที่น่าไปทั้งนั้นเลยค่ะ เข้ากรุงที คงจะเลือกไปไม่ถูกแน่ๆค่ะ (บ่งบอกว่า บ้านนอก อิอิ)
โดย: ปลายดินสอ วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:17:48:19 น.
  
มาช่วยยืนยันอีกคนว่า
ห้องสมุดประชาชนนี่มีหนังสือเยอะดีนะครับ
แม้ว่าบางทีจะเก่า + ฝุ่นจับไปบ้าง
แต่นิทานกับนิยายนี่มีให้อ่านกันไม่หวาดไม่ไหวเลยแหล่ะ

แต่ถ้าอยากดูหนังสือใหม่ๆ ส่วนมากผมมักพาลูกเข้าร้านหนังสือ ไปหยิบๆจับๆ และ ลองอ่านดูกันทั้งพ่อแม่ลูก
ถ้าถูกใจเล่มไหนถึงค่อยซื้อกลับบ้าน
(ที่บ้านนี่กองหนังสือท่วมหัวเลยครับ)

โดย: ฉิกซิงแซ วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:18:56:11 น.
  
ขอบคุณที่แนะนำ TK Park กับ TCDC ตอนแรก กลัวว่าเค้าจะไม่ให้เด็กเข้า เพราะกลัวเสียงดัง แต่เห็นรูป แล้วน่าจะโอ ว่าให้เด็กเข้าได้

ส่วนที่อื่น พาปิ๊นไปมาหมดแล้วค่า
โดย: mnpinpin IP: 58.8.237.43 วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:23:07:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ฉิกซิงแซ
Location :
นครศรีธรรมราช  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



เกิดและโตที่กรุงเทพ
เป็นศิษย์เก่าร.ร.ใกล้บ้าน คือ วัดสุทธิ
จับพลัดจับผลู สอบติดหมอจุฬา แบบงงๆ
แล้วมาต่อเฉพาะทางด้านเด็กที่ มอ. หาดใหญ่

บังเอิญมาเจอ"จอม" ที่ต่อมากลายมาเป็นคู่ชีวิต
เลยได้มาอยู่อยู่ภาคใต้ยาวเลย
ไม่ได้กลับมาอยู่กทม.อย่างที่ตั้งใจไว้
เพราะ"คุณนาย"ไม่ชอบรถติดอย่างแรง

เป็นอาจารย์ด้านโรคหัวใจเด็กที่ มอ.ได้ไม่เท่าไหร่
ก็มาได้ข่าวดีว่าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว

ต้องมาตัดสินใจกันอีกว่าจะไปเรียนต่อที่ ILLINOIS, USA
ดีหรือเปล่า เพราะ "ผบทบ." กลัวหนาวมาก เลยลาออกมาซะเลยดีกว่า

ตอนนี้ สบายๆกับงานที่คลินิก 2 แห่ง
ว่างๆก็เล่นกับลูกสาว(น้องพลอย)และ ลูกชาย(น้องเพชร)จอมซนน้อยๆ และ หาเรื่องไปเที่ยวกับครอบครัวบ้างตามสะดวก

New Comments