มีนาคม 2552

1
2
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
สอนลูกเองก็ได้...ง่ายจัง15 : เด็ก 2 ภาษา พ่อแม่สร้างได้




Chik : Yo, Wassup, dude ?

Pom : Nothing much. Just come to see if anybody is around.
Hi there!!!!!! Hey! Look out your head.

Chik : (Bang!!!) OUCH!!!!!!!

Pom : Serve you right!

ฉิก : อูย! เจ็บหัวจัง หวัดดีครับ ก่อนที่จะงงไปกว่านี้ ขอเปลี่ยนmodeกลับมาเป็นภาษาไทยก่อนนะครับ ทุกท่านคงจะสงสัยนะครับ ว่าวันนี้ผมกับคุณป้อมกำลังทำอะไรกันอยู่ คือบังเอิญเรากำลังฝึกพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันกันอยู่น่ะครับ


เรื่องของเรื่องคือ ผมไปเจอหนังสือเล่มนึงที่ถูกอกถูกใจมาก เกี่ยวกับการสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษได้ดีตั้งแต่เล็กๆน่ะครับ เลยอยากลองฝึกพูดภาษาอังกฤษกันดูก่อน แล้วว่าจะลองไปใช้กับลูกบ้างน่ะครับ อ้อ! ลืมบอกไป หนังสือเล่มที่ว่าชื่อ "เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้" คุณป้อมได้ลองอ่านดูแล้วใช่มั้ยครับ

ป้อม : Yep!!! อ่านแล้วครับ และ ก็ทึ่งมากๆ Awesome and cool !!!!

ฉิก : อะไรนะครับ มันน่ากลัว และ หนาวมากเลยหรือครับ

ป้อม : Nope! ม่ายช่ายครับ หมายถึง พระเจ้าจ๊อด มันยอดมากต่างหากครับ

ฉิก : เอ่อ! วันนี้ทำไมศัพท์แสงแปลกๆเต็มไปหมด ผมมึนแล้วนะเนี่ย

ป้อม : นี่ล่ะครับ เขาถึงเรียกกันว่า"ภาษาพูด"ไงครับ แต่มันจะออกแนวแสลงไปซักหน่อย คุณเลยไม่ค่อยคุ้นน่ะ






พูดถึงเรื่องนี้ ผมอยากจะบอกว่า คนไทยเราเนี่ยเรียนภาษาอังกฤษมาก็เยอะ แต่เรียนกันเข้าไป เรียนกันเป็นสิบๆปีจนจบมหาลัยมาแล้วก็ยังพูดกับฝรั่งไม่ค่อยได้ เจอฝรั่งนี่เป็นต้องหลบกันหมดเลย ทั้งๆที่ส่วนใหญ่เราก็อ่านและเขียนภาษาอังกฤษกันได้ค่อนข้างดี แต่ทักษะการพูดการฟังพวกเรายังจัดอยู่ในขั้นที่เรียกว่า"แย่"เลยนะครับ

เรื่องการพูดการฟังเนี่ย ถือเป็นหัวใจของการสื่อสารเลย เพียงแต่เราไม่ค่อยได้รับการฝึกกันตรงนี้ และ ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้จริง เราก็เลยไม่ค่อยมีความมั่นใจตรงนี้น่ะครับ

เอาง่ายๆ ตั้งแต่การออกเสียงคำในภาษาอังกฤษ เราก็มักจะออกเสียงกันตามความเคยชิน แต่หารู้ไม่ว่ามันเพี้ยนไปไกลเลย เช่น ไหนคุณลองออกเสียงคำว่า table กับ manage ให้ผมฟังหน่อยซิครับ

ฉิก : โอ๊ย! หมูมาก ก้อ "เทเบิ้ล" กับ "มาเหนจ" ไงล่ะครับ

ป้อม : นี่ล่ะครับ accent แบบที่เราถนัดกัน จริงๆแล้วเขาออกเสียงหนักที่พยางค์แรก และ พยางค์หลังเขาจะออกสระเสียงสั้นๆเบาๆ มากกว่า ออกเสียงเต็มเสียงแบบที่เราคุ้นเคย

ดังนั้น table ก็เลยออกเสียงว่า เท้-บึ่ล
manage ออกเสียงว่า แม้น-นิ่จ

แล้วไหนคุณลองออกเสียงคำว่า police กับ giraffe ให้ผมฟังซิ

ฉิก : OK คราวนี้ไม่พลาดแล้ว "โปลิซ" กับ "ยีราฟ" ใช่มั้ย

ป้อม : ปล่าว คุณโดนหลอกแล้ว จริงๆมันต้อง stress ที่ตัวหลังครับ
ตัวแรกออกเสียง เออะ เบาๆสั้นๆ
ต้องอ่าน เพอะ-ลี่ซ กับ เจยอะ-ร่าฟ

ฉิก : เฮ้ย! อะไรมันจะออกเสียงพิสดารขนาดนั้นล่ะครับ ไม่เห็นคุ้นเลย

ป้อม : นั่นล่ะครับ เราออกเสียงแบบที่เราคุ้นเคย แต่ฝรั่งมันฟังไม่รู้เรื่อง เพราะ เขาไม่ได้พูดกันแบบที่คนไทยเราถนัดนิ่ครับ

สมัยเด็กๆ มีเพื่อนผมคนนึง ชื่อ ไอ้กะปิ ชั่วโมงภาษาอังกฤษ มันตอบคำถามอาจารย์เรื่องเมืองหลวงของอังกฤษชื่อว่าอะไร มันตอบว่า "ลั้น-ดึ่น" พอตอบออกมาเท่านั้นแหล่ะ เพื่อนๆทั้งห้องหัวเราะกันครืนเลย หาว่ามันดัดจริต หารู้ไม่ว่าไอ้กะปิน่ะพูดออกเสียงถูกแล้ว แล้วเป็นไงล่ะ ตอนนี้มันบินไปทำงานอยู่ที่อเมริกาสบายใจเฉิบแล้ว ผมและเพื่อนๆยังต้องเตร็ดเตร่ต๊อกต๋อยแถวนี้กันอยู่เลย

อีกอันคือ บางทีประโยคง่ายๆที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเราก็นึกกันไม่ค่อยออก เช่น ไหนลองพูดประโยค "ผมแค่ล้อเล่นน่ะ"ในภาษาอังกฤษดูซิครับ

ฉิก : เอ่อ อ่า....อะไรกันฟะ ล้อเล่นนี่มัน wheel-play อ๊ะก้อไม่ใช่นี่หว่า

เอางี้ๆ....... I tell you something that is not true.
หรือว่า...... I mislead you as a joke or tease. เฮ้อ! มันแปลกๆวุ้ย
เอาเป็นว่า.. I lie to you for fun.ดีกว่าครับ

ป้อม : จริงๆเขาพูดกันง่ายๆว่า I'm just kidding.ก็พอแล้วครับ เห็นไหมครับว่า บางทีเราก็รู้คำศัพท์ตั้งเยอะแยะ แต่ก็เอามาใช้กันไม่ค่อยถูก

ที่พูดไปทั้งหมดเนี่ยสะท้อนให้เห็นเลยว่าเราอาจกำลังเรียนมาแบบผิดทาง และ เอาไปใช้สื่อสารจริงๆไม่ค่อยได้

ฉิก : แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับ ส่งลูกไปเรียน รร.อินเตอร์ หรือ ไปอยู่เมืองนอกแต่เล็กๆเลยดีมั้ยครับ






ป้อม : เป็นที่น่ายินดีครับว่า มีคุณพ่ออยู่คนนึง ชื่อคุณพงษ์ระพี ซึ่งเขาก้อเป็นคนไทยนี่แหล่ะ เขาสังเกตเห็นพวกเด็กลูกครึ่งที่มีพ่อหรือแม่เป็นฝรั่งและไทย สามารถพูดได้ชัดเจนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เขาก็เกิดความสงสัย และ พยายามไปค้นหาข้อมูลมากมาย และ สรุปได้ว่าเขาต้องพยายามให้ลูกเขาเป็นเด็กสองภาษาให้ได้ตั้งแต่ยังเล็กๆเลย

ฉิก : ฮ้า!!!! ทำได้ไงล่ะครับ คือแบบพวกเด็กลูกครึ่งเนี่ย ผมยังพอเข้าใจนะครับ แต่ถ้าพ่อแม่คนไทยแบบเราๆท่านๆจะทำได้เหรอครับ

ป้อม : ทำได้ครับ และ เขาก็ทำมาแล้ว โดยมีผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจนซะด้วย คุณลองดู clip vdo นี้ดูก่อนครับ เป็นลูกสาวของเขาเอง ชื่อ น้องเพ่ย เพ่ย ลองดูนะครับ







ฉิก : โอ้! amazing มากๆๆๆๆๆครับ เอ๋! ผมชักสงสัยแล้วว่า เขาแอบไปจ้างฝรั่งมาสอนที่บ้านรึเปล่าเนี่ย

ป้อม : เปล่าเลยครับ ผมอ่านในหนังสือ และ ลองแวะเข้าไปดูใน //www.2pasa.com มาแล้ว เขาทำได้จริงครับ

คือเขาใช้เทคนิค OPOL หรือ One parent, one language น่ะครับ

ตัวคุณพ่อเองจะพูดแต่ภาษาอังกฤษกับลูกตลอดเวลาตั้งแต่เกิดเลย ไม่พูดไทยกับลูกเลย ส่วนคุณแม่ก็รับหน้าที่พูดภาษาไทยกับลูก โดยให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาแบบธรรมชาติ คือ ให้พูดให้ฟังบ่อยๆ ทำซ้ำๆ จนทำได้ โดยยังไม่ต้องเน้นว่าต้องพูดถูกหลักgrammarเป๊ะๆ และ ไม่ต้องฝึกอ่านฝึกเขียนไปด้วย แต่ให้ฝึกฟังฝึกพูดเป็นหลัก

ฉิก : เอ...แล้วเด็กเขาจะไม่สับสนเหรอครับ เดี๋ยวภาษาไทย เดี๋ยวภาษาอังกฤษ

ป้อม : นี่ละครับ ความมหัศจรรย์ของสมองเด็ก ว่ากันว่า วัยทองของการฝึกภาษานี่อยู่ที่ 2 ปีแรกของชีวิตเลยล่ะครับ เพราะ สมองเด็กจะมีplasticityหรือความยืดหยุ่นสูงมาก จะปรับตัวและเรียนรู้อะไรได้ไวสุดๆ โดยเฉพาะเรื่องภาษา

แรกๆที่เด็กยังมีคลังคำศัพท์ไม่มาก เด็กอาจจะพูดสลับกันทั้ง 2 ภาษา เช่น " Look! This dog is ตลกจัง" อะไรแบบนี้ แต่เราต้องค่อยๆสอน ค่อยๆให้พูดซ้ำบ่อยๆ โดยไม่ต้องแปลเป็นไทย และ พ่อหรือแม่คนนึงต้องพยายามใช้ภาษาอังกฤษตลอด เด็กเขาก้อจะรู้โดยอัตโนมัติว่าเวลาคุยกับพ่อต้อง speak English พอหันมาคุยกับแม่ก็พูดไทยปร๋อเลย






ฉิก : แล้วถ้าพ่อแม่ไม่เก่งภาษาอังกฤษก็แย่ซิครับ

ป้อม : ไม่หรอกครับ คุณพงษ์ระพีก็ยอมรับว่าเขาเองก็ไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย แต่เขาก็พยายามฝึกฝน และ ถือว่าเรียนรู้ไปพร้อมๆกับลูกด้วย พอได้ใช้ได้พูดบ่อยๆ เขาเองก็พูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นไปด้วยน่ะครับ นอกจากนั้นเขายังเอา Baby sign มาใช้ได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย

ฉิก : แต่ถ้าอย่างนั้น สำเนียงเด็กที่ได้จะไม่เหมือนสำเนียงอังกฤษแบบไทยๆอย่างเราเหรอครับ

ป้อม : นี่ล่ะครับ ถึงบอกว่าเราต้องมาฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบฝรั่งเขายังไงล่ะ คุณพงษ์ระพีแกจะพยายามเช็คสำเนียงที่ถูกต้องจากหลายๆแหล่ง เช่น //www.thefreedictionary.com ที่มีคำศัพท์ที่clickให้มันออกเสียงให้ฟังได้บ่อยๆ หรือ อาจจะใช้ talking dict หรือ ฟังจากipod หรือ เครื่องเล่นmp3 ซึ่งผมยกย่องในความพยายามของเขามากเลยครับ

และตัวเด็กเองก็จะได้ฟังสำเนียงภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาแท้ๆใน dvd ที่คุณพงษ์ระพีแกเลือกมาแล้วว่าดีจริง เช่น Baby Einstein, Mommy & me ,Caillou , Wonder Pets , Kipper เป็นต้น






ฉิก : แล้วถ้าลูกเราโตแล้ว ก็คงแย่ซิครับ สายเกินไปแล้วมั๊ง

ป้อม : ไม่มีคำว่าสายเกินไปหรอกครับ คุณสามารถเริ่มเลยตั้งแต่วันนี้ก็ได้ เพียงแต่คุณต้องมีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงความเคยชินบางอย่าง และ คิดซะว่าเราได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปพร้อมๆกับเด็กน่ะครับ

คุณอาจไม่ต้องใช้ระบบ OPOL แบบนั้นก่อนก็ได้ อาจลองแบบ One time of day, one language ดูก่อน คือ ลองsetเวลาซักช่วงนึงของวัน เช่น ตอนไปรับส่งลูกที่รร. ตอนกินข้าวเย็น หรือ ตอนก่อนนอน ชวนลูกพูดภาษาอังกฤษกันทุกวัน แล้วค่อยๆขยับเพิ่มเวลาขึ้นเรื่อยๆ

แรกๆก็อาจมีเขินๆกันบ้าง หรือ คนอื่นอาจจะมองเราด้วยสายตาแปลกๆ ก็ไม่เป็นไรครับ แกล้งมั่วนิ่มแบบเนียนๆว่าเราเป็นมาเลย์ สิงคโปร์ไปเลยก็ได้

ที่สำคัญ คือ เราและลูกต้องมีแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่จะร่วมกันพัฒนาภาษาอังกฤษแบบชนิดที่ว่าฟัง และ พูดภาษาอังกฤษกับฝรั่งมันรู้เรื่องน่ะครับ
มันถึงจะทำตรงนี้ได้ดี

ฉิก : OK , Sound's good! ถ้าใครอยากสนใจ และ อยากรู้อะไรดีๆมากกว่านี้ ลองไปหาหนังสือ "เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้" ที่ร้านหนังสือใกล้บ้านท่านมาอ่านกันดูนะครับ ได้ข่าวว่าขายดีมากเลย และ แวะเข้าไปดูใน //www.2pasa.com ดูนะครับ ที่นั่นมีเครือข่ายพ่อแม่ และ มีclip vdoที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะแยะเลย วันนี้คงไว้แค่นี้ก่อน ไว้เจอกันใหม่นะครับ

See ya!!!!!!!!!!




Create Date : 05 มีนาคม 2552
Last Update : 6 มีนาคม 2552 10:14:52 น.
Counter : 6420 Pageviews.

30 comments
  
ดีมากมาก เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
โดย: อยู่ว่างว่าง วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:20:52:25 น.
  
มาแอบเรียนเทคนิคด้วยคนค่ะ
โดย: AM NUCH วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:18:44 น.
  
โดย: veerar วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:0:24:07 น.
  


::::::: H A P P Y :: B I R T H D A Y :::::::


ขอให้มีความสุขมากๆและมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ

โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:0:27:44 น.
  
HBD มีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรงค่ะ
โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:0:55:54 น.
  
Happy Birthday ค่ะ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ
โดย: คนที่เกิดวันเดียวกันค่า... (o_pinP ) วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:1:10:20 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:6:58:40 น.
  
ในวันคล้ายวันเกิดของ จขบ.ฉิกซิงแซ ขอให้มีความสุขสันต์ สมปรารถนา ดั่งใจนึกทุกประการ จ๊ะ
โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:9:03:55 น.
  

Happy Birthday To you na ka
ขอคุณพระ ไตรรัตน์ ประสาทผล
อวยพรชัย สรรพสิ่ง มิ่งมงคล
ให้เจ้าของวันเกิด พ้นทุกข์ภัย
ให้มีบุญ อุดหนุนอยู่ คู่ธรรมะ
มีพละ กำลังดี ที่สดใส
ประโยชน์สร้าง ทางสวรรค์
นิพพานใจ โปรดเวไนย
ให้สุขสันต์ ตราบนานเทอญฯ
wa@yoja

โดย: yoja วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:9:22:56 น.
  
ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม & HBD นะครับ

และ ขอส่งความปรารถนาดีกลับไปให้ทุกคนเช่นกันครับ

ขอให้ทุกท่าน และ ครอบครัว มีความสุขขี-สวี-วี่-วี ทุกวันคืน ทั้งยามตื่น และ ยามหลับนะคร้าบ

จริงๆแล้ว...ตัวกระผมเองก็ลืมไปแล้วว่าเกิดวันไหน และ ตัวเองอายุเท่าไหร่เข้าไปแล้ว

บางทีพอทำท่าจะนึกออก...ก็ต้องรีบทำเป็นลืมๆไปซะงั้น

อย่างว่าแหล่ะครับ "ความจำสั้น แต่รักฉันยาว".....ฮิ้วววววว
โดย: ฉิกซิงแซ IP: 125.24.10.62 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:9:23:52 น.
  
สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ

โดย: นู๋ดีค่ะ (kun_isara ) วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:9:58:38 น.
  


โดย: plely วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:10:36:23 น.
  
สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดค่ะ เจนนี่ขอให้คุณเจ้าของวันเกิดวันนี้ มีความสุขมากๆน่ะคะ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวังดังใจปรารถนา เจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงานน่ะคะ เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง สุขภาพแข็งแรงตลอดปีและตลอดไปค่ะ เพี้ยง เพี้ยง เพี้ยง

ป.ล. ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าของบล็อคค่ะ ว่างๆก็แวะมาทักทายเจนนี่ได้เสมอน่ะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ



โดย: สาวอิตาลี วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:10:59:10 น.
  
โดย: ลั้นลา~ร่าเริง วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:11:00:42 น.
  


ป้าเชิญนางฟ้า..มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆรวมทั้ง...
ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*******
*****
***
*


โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:12:01:12 น.
  
โดย: Takaw วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:12:37:53 น.
  
สุขสันต์วันเกิดนะครับ
โดย: soponkub วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:14:28:25 น.
  


พรอันใดเป็นเลิศ..ประเสริฐในหล้า
ขอพรนั้นจงมา...คุ้มครองท่าน
ให้พบโชคสิริ...ทุกเชื่อวัน
สุขสันต์วันเกิด ค่ะ

โดย: I_sabai วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:16:22:48 น.
  
หากลูกมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า แนะนำให้พ่อแม่ใช้ "ภาษาแม่" ของตัวเองค่ะ เพราะว่าเป็นภาษาที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งได้ผนวกกับภาษากายคือ น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง ซึ่งเป็นพื้นฐานการสื่อสารไว้ครบถ้วนค่ะ
โดย: พุทธิตา IP: 58.9.210.31 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:16:43:42 น.
  

สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ
โดย: nin77 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:17:09:36 น.
  
สุขสันต์วันเกิดค่ะ
ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ^^
โดย: Charlotte Russe วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:18:44:20 น.
  




May all your wishes come true!.
สุขสันต์วันเกิดนะคะ
ขอให้สุขภาพแข็งแรง
ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
และภยันตรายทั้งปวง
สมใจในทุกสิ่งที่ปรารถนา
ประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง
มั่งมีศรีสุขตลอดไปนะคะ

Patui.


โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:20:18:53 น.
  


*** สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ
พรใดที่เป็นของชาวโลก
สุขใดที่ช่วงโชติของชาวสวรรค์
รักใดที่อมตะและนิรันดร์
ขอรักนั้นและพรนั้นจงเป็นของ....จขบ. คะ***

โดย: หน่อยอิง วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:20:34:49 น.
  
โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:21:43:28 น.
  
Happy Birthday คุณหมอด้วยคนค่ะ

วันนั้นยังไปด้อมมอง หนังสือเล่มนี้อยู่เลยค่ะ
แล้วก้อเข้าไปเปิดดู web แล้วด้วย

ทึ่ง มากๆเลยค่ะ สมกับพ่อแม่ คือ ครูคนแรกของลูกจริงๆ

นี่ก้อว่าจะเริ่มๆ ยังไม่ได้เริ่มสักที
ส่วนมาก ก้อจะอ่านหนังสือนิทานเค้าฟังค่ะ (ของ Dr.seuss)
อ่านเล่มง่ายๆไปก่อน สนุกดีค่ะ แต่สาวน้อยฟังไม่ค่อยจะจบสักที
แต่เค้าก้อชอบเปิดดูรูปภาพ อยู่บ่อยๆ
ก้อค่อยๆเริ่มไปทีละนิดค่ะ

ไปล่ะค่ะ

โดย: ปลายดินสอ วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:11:12:29 น.
  
ขอบคุณครับ...

บางคนพออ่านเรื่องเทคนิคการสอนลูกจากประสบการณ์พ่อแม่ท่านต่างๆที่มีมากมาย อาจจะชักสับสนแล้วว่า เอ๊ะ! ตกลงนี่ฉันต้องทำอะไรมากมายกันขนาดนั้นเชียวหรือ

ต้องออกตัวไว้ก่อนว่า เรื่องที่ผมพยายามเอามาเล่าให้ฟังเนี่ย ขอให้เรารับฟังไว้เป็นข้อมูล และ ทางเลือกหลายๆทาง ถือซะว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาเราให้กว้างๆดีกว่าครับ

ส่วนจะทำหรือไม่ และ ทำมากน้อยแค่ไหน ก็ค่อยๆมาเลือกกันอีกที ไม่ต้อง"เชื่อ" และ "ทำ"ตามทุกอย่างหรอกครับ

ให้"ดู" ที่ลูกของเรา และ "ฟัง"เสียงหัวใจของเราด้วย น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้วครับ

การอ่านนิทานให้ลูกฟังนี่ ผมถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากในการสอนลูกแล้วล่ะครับ ดังนั้น ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจไปเลยครับ ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก แล้วก็ชักชวนเขาเล่นด้วยกันบ่อยๆ เท่านี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้วครับ
โดย: ฉิกซิงแซ IP: 125.24.13.141 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:19:26:41 น.
  
ใช้สมองคิด ใช้หัวใจนำทาง

อาศัยสัญชาติญาณของตัวเองเป็นตัวกำกับค่ะ
โดย: พุทธิตา IP: 202.28.181.220 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:8:02:18 น.
  
กรี๊ด
มาสวัสดีวันเกิดย้อนหลังคุณหมอป้อมค่ะ
โดย: ภช.ชภ IP: 203.99.253.12 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:18:54:19 น.
  
อยากโหลดเก็บไว้ทำไงค่ะ
โดย: หน่อย IP: 203.144.180.65 วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:13:04:26 น.
  

ขออนุญาต Happy Birthday ย้อนหลัง แบบนานนาน นะคะ

หนังสือเล่มนี้ ก็มีเหมือนกันค่า ยังนับถือพี่คนนั้น เลย ว่า
เก่ง และก็ อดทนสุดยอด เพราะตัวเองก็เคยคิดจะทำแบบนั้น
ตอนปิ๊นปิ๊น เพิ่งเกิด แต่่ว่า อดทนไม่พอ ทำแบบขาดช่วง
แล้วอาศัย พวก ดีวีดี สอนเอา แล้วตัวเอง ก็ อ่านนิทาน
ภาษาอังกฤษให้ฟังแทน ค่า
โดย: mnpinpin IP: 58.8.237.43 วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:23:01:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ฉิกซิงแซ
Location :
นครศรีธรรมราช  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]



เกิดและโตที่กรุงเทพ
เป็นศิษย์เก่าร.ร.ใกล้บ้าน คือ วัดสุทธิ
จับพลัดจับผลู สอบติดหมอจุฬา แบบงงๆ
แล้วมาต่อเฉพาะทางด้านเด็กที่ มอ. หาดใหญ่

บังเอิญมาเจอ"จอม" ที่ต่อมากลายมาเป็นคู่ชีวิต
เลยได้มาอยู่อยู่ภาคใต้ยาวเลย
ไม่ได้กลับมาอยู่กทม.อย่างที่ตั้งใจไว้
เพราะ"คุณนาย"ไม่ชอบรถติดอย่างแรง

เป็นอาจารย์ด้านโรคหัวใจเด็กที่ มอ.ได้ไม่เท่าไหร่
ก็มาได้ข่าวดีว่าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว

ต้องมาตัดสินใจกันอีกว่าจะไปเรียนต่อที่ ILLINOIS, USA
ดีหรือเปล่า เพราะ "ผบทบ." กลัวหนาวมาก เลยลาออกมาซะเลยดีกว่า

ตอนนี้ สบายๆกับงานที่คลินิก 2 แห่ง
ว่างๆก็เล่นกับลูกสาว(น้องพลอย)และ ลูกชาย(น้องเพชร)จอมซนน้อยๆ และ หาเรื่องไปเที่ยวกับครอบครัวบ้างตามสะดวก

New Comments