กุมภาพันธ์ 2552

1
4
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
 
All Blog
สอนลูกเองก็ได้...ง่ายจัง8 : เรื่องของน้องวิน


ฉิก : หวัดดีครับ วันนี้เรามาคุยกับคุณป้อมกันอีกนะครับ
เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลาขอเริ่มกันเลยนะครับ

ป้อม : โย่ว โย่ว! แล้วอยากคุยกันเรื่องอะไรดีล่ะครับ

ฉิก : ก้อ...เรื่องการสอนลูกที่เรายังไม่ไปถึงไหนกันเลยไงล่ะครับ

ป้อม : เอ๋...ผมว่าเราก็มากันได้ไกลพอสมควรแล้วนา

ผมนึกออกแล้ว เอาเป็นcase study หรือ กรณีศึกษาที่ผมเคยประสบเพิ่งเจอมากับตัวกันบ้างดีกว่า จะได้ไม่เบื่อกันซะก่อน ฟังเรื่องราวแล้วลองคิดตามกันดูนะครับ และ ผมจะลองถามความเห็นเป็นระยะๆด้วย เริ่มเลยนะครับ

caseแรก เป็นเด็กผู้ชายชื่อ"น้องวิน" อายุ 6 ขวบ หน้าตาจ้ำม่ำน่ารัก รูปหล่อเลยทีเดียว คุณแม่เขาพามาหาผมเพราะเรื่อง"ไม่กินข้าว"...

ฉิก : เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆๆ เรากำลังคุยกันเรื่องสอนลูกนะครับ ไหงไปดูเคสไม่กินข้าวอย่างงั้นล่ะครับ นี่จะ"โอ้เอ้" อีกแล้วเหรอครับ

ป้อม : Hey! man, what's up ? Calm down,please.
ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งขัดคอกันก้อนซิคุ้ณณณณณ รับรองว่าอันนี้เกี่ยวกันแน่นอน ฟังไปก่อนซิครับ

ถึงไหนแล้วนะ อ้อ! น้องวิน ไม่กินข้าว คืองี้ น้องวินเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังแห่งนึง ซึ่งพ่อแม่จะยุ่งมากกกกกกับกิจการของครอบครัว เลยไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูกเท่าไหร่ เลยฝากให้อากงอาม่าเป็นคนเลี้ยงซะเป็นส่วนใหญ่

ด้วยความที่เป็นเด็กชายคนเดียวของครอบครัวคนจีน ก็เลยโดนตามใจกันเต็มที่ อยากกินอะไร อยากได้ของเล่นแพงแค่ไหน ก็ได้หมดทุกอย่าง จะทำอะไรก็มีพี่เลี้ยงคอยบริการให้หมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะอาบน้ำ แต่งตัว ดูโทรทัศน์ กินข้าวกินน้ำก็มีพี่เลี้ยงคอยป้อนตลอด

ทีนี้ปัญหาที่แม่เขาพามาหาผมเป็นเพราะว่า ช่วงนี้น้องวินเขาไม่ค่อยยอมกินข้าว ตอนเช้าก่อนไปรร.อนุบาลมักจะกินไม่ค่อยทัน เพราะมัวแต่ดูการ์ตูนในเคเบิ้ลทีวี ดูไปกินไปเลยกินไม่เคยหมดซักที

ตอนไปรร.เห็นครูก็บอกว่ามัวแต่คุยกับเพื่อนเลยไม่ค่อยได้กินอะไร แต่เห็นเด็กบอกทางบ้านว่า "ก็ไม่มีใครป้อนวิน วินก้อเลยไม่กินดีกว่า"

ตอนเย็นกลับมาจากรร. ก็วิ่งเข้าห้องนอนดูการ์ตูนอีก อากงอาม่าเรียกให้ลงมากินข้าวก็ไม่ยอมลงมา เลยต้องเอาข้าวไปป้อนข้างบนถึงห้องนอนเลย พอพ่อแม่กลับมาบอกให้ปิดทีวี ก็ไม่ยอมเชื่อฟัง โมโหอาละวาดแหกปากร้องไห้จนพ่อแม่อายเพื่อนบ้านข้างๆ ก็เลยให้ดูทีวีต่อ พ่อ แม่ กับอากง อาม่ากลุ้มใจและเครียดมาก เพราะ ช่วงนี้เด็กน้ำหนักไม่ขึ้นเลย เพราะ ไม่ค่อยยอมกินอะไร บางทีก็ไม่กินข้าว กินแต่ขนมจุบๆจิบๆ

ผมลองถามว่าแล้วตอนอยู่รร.เป็นไงบ้าง แม่บอกว่า ครูที่รร.ก็ว่าน้องวินเวลาอยู่รร.ก็มักชอบแกล้งเพื่อน ไม่ค่อยสนใจทำกิจกรรมแบบคนอื่นเขา ไม่เชื่อฟังครูเลย การบ้านแม่ก้ไม่เคยทำเอง แม่ต้องคอยทำให้ตลอด

เล่ามาซะยืดยาว คุณเห็นว่าสาเหตุของการ"ไม่กินข้าว"ของน้องวินเป็นเพราะอะไรล่ะครับ

ฉิก : อืมมมมม... คงเพราะดูการ์ตูนมากไปแน่เลย ใช่ไหมครับ

ป้อม :
คิดได้แค่นี้เองเหรอครับ โอ้ววววว.....so upset ผิดหวังมาก
ลองมองให้ลึกๆกว่านี้ แล้วลองตอบผมใหม่อีกทีว่า ปัญหาของน้องวินจริงๆแล้วมันมีรากฐานมาจากอะไรกันแน่

ฉิก : คิดม่ายออก...คงต้องผู้อ่านทุกท่าน ช่วยลองให้ความเห็นกันดูนะครับ



Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2552 19:26:58 น.
Counter : 596 Pageviews.

3 comments
  
สวัสดีค่ะ คุณหมอพ่อน้องพลอย

ปัญหาของน้องวิน คงเป็นเพราะถูกตามใจตั้งแต่เด็ก
ไม่ได้ฝึกให้หัดทำอะไรด้วยตนเองตั้งแต่แรก
มีคนทำให้ตลอด เกิดความเคยชิน

ทั้งนี้เพราะความรักหลานของอากงอาม่า
แม้แต่ ความรักของพ่อแม่ ที่คิดว่าทดแทนในส่วนของเวลาให้กับลูก
ซึ่งมักจะเป็นเรื่องปกติของครอบครัวใหญ่ ส่วนมาก

บางครั้ง การป้อนข้าวไปด้วย เด็กดูทีวีไปด้วย พี่เลี้ยงจะชอบ
เพราะเด็กนั่งนิ่งอยู่กับที่

เวลาที่เด็กดูทีวีมากๆ ทำให้เลียนแบบพฤติกรรม การแสดงออก เหมือนการ์ตูนที่ดู

(ลูกสาวพักหลังก้อติดการ์ตูนเหมือนกัน
มักจะมีคำศัพท์ ท่าทางแปลก มาใช้ประจำ)

จริงๆปัญหานี้กำลังประสบอยู่ค่ะ ถึงแม้จะไม่รุนแรงเท่า
เพราะเป็นแม่ที่ต้องทำงาน(หนัก) เหมือนกัน
ช่วงเวลาที่เราไม่สามารถดูแลเค้าได้
พี่เลี้ยงก้ออดที่จะ เปิดการ์ตูนให้เด็กดูไม่ได้หรอก
กิจกรรมที่เราเตรียมไว้ให้ ก้อไม่ค่อยจะให้เด็กทำ
เห็นว่า ยังเด็กอยู่ ทำไม่ได้หรอก เดี๋ยวเลอะเทอะ ขี้เกียจเก็บ

ยังไง รอฟังคำแนะนำ คุณหมอนะค่ะ
โดย: ปลายดินสอ วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:28:38 น.
  
นอกจากพ่อแม่รังแกฉัน แล้วยังมีอากงกับอาม่าร่วมด้วย พี่เลี้ยงไม่ต้องพูดถึงไม่กล้าหือหรอก เอาน้องไม่ร้องไห้งอแงเป็นพอ ความรักที่เปี่ยมล้นของผู้ใหญ่แต่แสดงออกมาแบบไม่ถูกทาง ทำให้สร้างนิสัยของเด็กไปในทางที่ผิด ยังดีมาปรึกษาคุณหมอจะได้ดัดกันแต่เนิ่น จะว่าไปก็ไม่เนิ่น ถือว่าโชคดีที่มีปัญหาเรื่องกินข้าวแม่เค้าเลยพามา ถ้าไม่ใช่เพราะกินข้าวไม่ได้แม่คงไม่ได้พามาปรับพฤติกรรมแน่เลย เฮ่อออ
โดย: IcyRose วันที่: 13 เมษายน 2552 เวลา:6:06:17 น.
  
สวัสดีค่ะ คุุณหมอทั้งสอง

กุ้งได้ติดตามมาก็เกือบครึ่งแล้ว(จริงๆ ก็ช้าไปหลายปีเลย) แต่ก็ยังไม่สายเกินไปใช่ไหมค่ะ ใน case แบบนี้ที่ศูนย์ฯ มีเยอะมากค่ะ คือพาลูกมาให้เราช่วยดูแล แต่ก็แค่ที่ศูนย์ฯ ที่บ้านเป็นอีกแบบ แล้วเด็กจะทำแบบไหนละ ต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้ปกครองก่อน อย่างที่หมอจอมว่าค่ะ

รอติดตามเรืื่องอื่นๆ อีกค่ะ
โดย: ครูกุ้ง IP: 118.173.44.14 วันที่: 13 มีนาคม 2554 เวลา:22:29:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ฉิกซิงแซ
Location :
นครศรีธรรมราช  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]



เกิดและโตที่กรุงเทพ
เป็นศิษย์เก่าร.ร.ใกล้บ้าน คือ วัดสุทธิ
จับพลัดจับผลู สอบติดหมอจุฬา แบบงงๆ
แล้วมาต่อเฉพาะทางด้านเด็กที่ มอ. หาดใหญ่

บังเอิญมาเจอ"จอม" ที่ต่อมากลายมาเป็นคู่ชีวิต
เลยได้มาอยู่อยู่ภาคใต้ยาวเลย
ไม่ได้กลับมาอยู่กทม.อย่างที่ตั้งใจไว้
เพราะ"คุณนาย"ไม่ชอบรถติดอย่างแรง

เป็นอาจารย์ด้านโรคหัวใจเด็กที่ มอ.ได้ไม่เท่าไหร่
ก็มาได้ข่าวดีว่าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว

ต้องมาตัดสินใจกันอีกว่าจะไปเรียนต่อที่ ILLINOIS, USA
ดีหรือเปล่า เพราะ "ผบทบ." กลัวหนาวมาก เลยลาออกมาซะเลยดีกว่า

ตอนนี้ สบายๆกับงานที่คลินิก 2 แห่ง
ว่างๆก็เล่นกับลูกสาว(น้องพลอย)และ ลูกชาย(น้องเพชร)จอมซนน้อยๆ และ หาเรื่องไปเที่ยวกับครอบครัวบ้างตามสะดวก

New Comments