บันทึกเรื่องราวการขายอาหารในจีน; ก้อนหินระหว่างทาง (1)
ก้อนหินระหว่างทางที่เจอ ถ้าเอามากองรวมๆกัน ก้ออาจกลายเปนกำเเพงใหญ่ได้นะ

เขียนเสดละแบ่งได้หลายตอนเลย โอ่ววว

ขอเริ่มด้วยคำขอบคุนก่อน

ขอบคุนทุกปัญหา
ไม่มีคุนคงเราคงไม่มีเรื่องราวไว้บอกเล่า
ไม่มีคุนเราคงไม่พัฒนา
PS. แต่ว่าคุนก้ออย่าโหดกะเรามากไปนะ

-----

เริ่มอยากกลับมาเขียนเรื่องขายข้าวอีกรอบ

คงเพราะเพิ่งผ่านช่วงเนือยๆของการทำข้าว ด้วยก้าวใหม่ๆอย่างเช่นการเขียน business plan ทำให้ความรู้สึกสนุกกลับมาอีกครั้ง อันนี้คงได้เปนหัวข้อใหม่เเน่นอน

ได้โอกาสถือว่ารีวิวปัญหาที่ได้เจอมาตั้งเเต่เริ่มทำข้าวจนถึงวันนี้ เปนการทบทวนเเละประเมินผลตัวเอง

รวมๆเวลาก้อน่าจะได้สามเดือนละ เเต่ถ้าเริ่มนับตั้งเเต่คิดว่าอยากขายข้าว ก้อคงนานละ ตั้งเเต่ก่อนมาจีนรอบนี้อีก

เริ่มไล่เรื่อยๆเลยละกัน

1. ทำข้าวไม่เปน
หืมมมมม เเล้วจะขายไรฟะ คือไม่เชิงทำไม่เปน ก้อทำได้ทั่วไปกินเอง เเต่ไอกะเพรานี่ก้อเพิ่งมาฝึกที่นี่เเล่ะ อยุ่ที่ไทยเคยทำครั้งสองครั้งเเต่ห่วยมาก พอมาขายก้อต้องฝึกทำ ถามคนบ้าง เปิดสูตรจากเนตบ้าง เเต่สิ่งสำคันจิงๆก้อคือการฝึกฝนเนี่ยเเล่ะ ทำบ่อยๆๆๆๆ เด่วก้อทำได้

2. ไม่มีวัตถุดิบ ไม่รู้ว่าตลาดอยู่ไหน
อืมมม ก้อนะ ไม่ค่อยได้ทำอาหารบ่อย เมื่อก่อนก้อเเค่ต้มผักอยู่ในห้อง เมนูเเรกผัดกะเพรา ก้อต้องไปเสาะหาใบกะเพราอีก ที่นี่มันไม่ได้หาง่ายๆ ก้อต้องเดินทางไปซะไกล ดีที่น้องกันช่วยพาไป เเละยังไม่มีพวกเครื่องปรุงไทยๆ ขอบคุนเพื่อนที่เคยฝากพวกเครื่องปรุงอาหารมาให้ พอหลังจากนั้นของส่วนใหญก้อเถาเป่าเนี่ยล่ะ

3. ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีสถานที่
fixed asset นี่มันก้อราคาเเพงนะ เริ่มเเรกก้อยืมอุปกรณ์เพื่อนนี่ล่ะ กระทะ ตะหลิว บลาๆ ห้องครัวก้อใช้ของส่วนกลาง กล่องข้าวก้อไปซื้อร้านข้าวใกล้ๆ ตะเกียบก้อขอเค้ามาด้วย
เออเรื่องห้องครัวก้อเเอบยุ่งยากนิดนึง คือที่นี่ ที่ตึกใหญ่จะมีห้องครัวชั้นละสองห้อง ในครัวจะมีตู้ให้เกบของได้ มีเลขห้องเเปะไว้ ก้อเเบ่งชัดเจนดี ละก้อมีตู้เยนส่วนกลาง เเต่คือเราอยู่ตึกเล็ก ไม่มีตู้ จะไปทำอาหารทีก้อต้องเเบกของทุกอย่างไปจากห้อง อันนี้ก้อต้องขอบคุนน้องเบียที่ให้หยิบยืมของหลายอย่าง ช่วงเเรกๆ ไม่มีอะไรเปนของตัวเองทั้งนั้นล่ะ

4. ไม่มีโลโก้ร้าน ข้อมูล การติดต่อ
ก้อทำซะ วาดรูปซักรูปเปนโลโก้ ดีที่มีเบอโทรมีวีเเชทเเล้ว ไม่ถึงขนาดต้องเปิดใหม่เพื่อการนี้ วาดเสด ลงคอม ไปปริ๊น ตัด แปะ

5. ไปส่งข้าวสาย
อันนี้ก้อเปนเรื่องของการกะเวลา คือตอนเเรกเคยเริ่มทำสิบโมงก้อทัน เเต่นั่นมันกล่องเดวไง พอทำสี่กล่องงี้ เลยยังกะเวลาไม่ถูก ไปสายเลย รู้สึกผิดมาก ไม่ดีเลย พอหลังๆก้อดีขึ้น เเต่ก้อยังมีบางวันล้างอุปกรณไม่ทัน ก้อต้องกลับมาล้างหลังจากส่งข้าวเสด เรื่องเวลานี่ไม่ว่าจะไปทำข้าวเช้าเเค่ไหน เวลามันก้อยังเฉียดๆตลอด คือพอมีเวลาเยอะเราก้อชิว มีการกินข้าวไปทำอาหารไป จบสุดท้ายก้อเกือบไม่ทันทุกที มีบางทีก้อนั่งเเทกซี่ไปเหมือนกัน เเต่ก้อไม่ได้เรวกว่ากันมากเลย คือตอนเดินเราเดินในมอ ระยะทางน้อยกว่า เเต่พอนั่งเเทกซี่ต้องอ้อมนอกมอ ดีเเค่ไม่เหนื่อย

6. จักรยานหาย
อันนี้ก้อไม่เชิงเพราะทำข้าวโดยตรง เเต่ก้อเกี่ยวนิดๆ คือดันจอดไม่ดี ในที่ที่ห้ามจอด เค้าเลยย้ายจักรยานเราไปใต้ดิน ตอนนั้นก้อนึกว่าหายไปละ ผ่านไปซักพักถึงรู้ว่าอ่อออ อยู่ใต้ดิน เเต่พอเอามาใช้ได้ไม่เท่าไร ก้อหายอีกรอบ คราวนี้หายจิง วิธีเเก้คือ เดิน ฮาาาา ถือว่าเปนการออกกำลังกายไปในตัว เดินส่งข้าว

7. ข้าวไม่ร้อน
ตอนเเรกใช้วิธีกะเวลาให้พอดีสุดๆ เพื่อให้ข้าวยังร้อน เลยเปนสาเหตุนึงให้สายด้วย เเต่หลังจากนั้นก้อเปลี่ยนมาเปนพยายามหากล่องเกบความร้อนดีๆ ละบางทีก้อเวฟซ้ำก่อนออกไปส่ง ตอนเเรกก้อใช้พวกกล่องลังที่มีในห้อง หลังๆก้อเถาเป่า หากระเป๋าเกบความร้อนเหมือนที่เค้าใช้กันตามพวกเดลิเวอรี่ เเต่ยังไงมันก้อไม่ได้เกบความร้อนดีขนาดนั้น ทำได้เเค่ให้มันไม่เยน ซึ่งคิดว่าหน้าหนาวก้อดูมีประโยชนะ
ข้อดีที่ได้จากกระเป๋าส่งข้าวสีเเดงคือผู้คนจำได้ ฮาาาาา เปนการโฆษณาไปในตัว

8. มีดบาด
เรื่องเล็กเเต่ไม่เล็ก คือดูโง่มากด้วย ไม่ได้บาดตอนทำอาหาร วันนั้นกะลังจะไปส่งข้าวละ ก้อเอาของมาเก็บ เเต่มีดที่ใช้คงคมไปหน่อย เเละดันวางมีดเเบบไม่ปลอดภัย ตอนหยิบก้อไม่ระวัง ระหว่างล้วงมือลงไปหยิบของในกล่องก้อบาดซะงั้น ละคือเลือดหยดเเหมะๆ ไม่ใช่เเค่ซึมๆ ทั้งต้องทำเเผล เช็ดเลือด ทั้งยังต้องไปส่งข้าว วันนั้นโคตรวุ่นวาย ดีที่ไม่เจบมาก เเต่วันรุ่งขึ้นก้อยังทำข้าวได้ปกตินะ

9. ใบกะเพราหมด
เอ่ออออออออออออ รับออเดอร์มาเเล้ววววว คือทางเเก้ก้อดูไม่ยาก ไปหาที่ร้านอื่นสิ เเต่โอ้ยยยยยย มันหายากมากเลยที่นี่ พยายามถามคนที่พอจะรู้ว่าจะไปหาที่ไหนได้ ก้อดันหาเองไม่เจออีก วนไปวนมา จนสุดท้ายกลับมาซื้อร้านเดิม เเต่ว่าไปวันรุ่งขี้น ต้องรีบซื้อใบกะเพราตอนเช้า ละค่อยกลับมาทำข้าว ยังดีที่ทันเวลา

10. ไม่มีตังทอน
เอ่ออออ ไม่มีเเบงคย่อย ก้อดูงี่เง่านะ ขายของไม่มีตังทอน มีน้องถึงขนาดเอ่ยปาก ดูไม่ดีเลยอะ บางทีก้อขอเเลกจากเพื่อนเเถวนั้น บางทีก้อลงไปเเฟมิลี่ข้างล่าง ขอเเตกเเบงคหน่อย

11. ไม่มีพริกน้ำปลา ไม่มีน้ำจิ้ม
คือเปนคนไม่ได้ชอบพริกน้ำปลา เลยคิดว่าไม่ต้องให้ เเถมไอเดกต่างชาติก้อไม่รุ้จัก เเต่เดกไทยมันขอ เเรกก้อไม่ได้ทำ เเต่คิดไปคิดมา ขายเเล้วก้อต้องทำให้เตมที่สิ ออย่าเอาความชอบตัวเองตัดสินอย่างเดว ส่วนไอน้ำจิ้ม เเค่รู้สึกว่าหมูทอดอย่างเดวมันดูไม่มีอะไร เลยฝึกทำน้ำจิ้มเพิ่มซะ


12. น้ำจิ้มหก ถุงเเตก ถุงละลาย
ลอตเเรกที่ทำน้ำจิ้ม พริกน้ำปลา ก้อใส่ถุงซิปลอคเลกๆ เหมือนถุงยา เเต่ไม่ค่อยเวิค เปิดปิดยาก ถุงไม่ค่อยดีด้วย เเตกบ่อย น้ำจิ้มหกหมด ดีที่หกในกล่องเเละนอกจากถุงเเตกเเล้วบางทียังลืม เอาข้าวกล่องใส่เวฟทั้งที่มีถุงน้ำจิ้มอยุ่ พลาสติกก้อละลายสิ
ตอนนี้เพิ่งลองซื้อถ้วยใหม่ สำหรับใส่น้ำจิ้มโดยเฉพาะ น่าจะโอเคขึ้นนะ

13. กล่องเเตก
พวกกล่องใช้เเล้วทิ้งนี่ก้อเข้าใจว่าคุณภาพต่ำ บางทีเปิดปิดสองสามทีก้อเเตกเเล้ว บางทีปิดฝาไป ดันลืมใส่ของไม่ครบ เปิดใหม่อีกที เเตกซะงั้น ลงไปในข้าวอีก ลุกค้าก้อมาบอก ดีที่เปนเพื่อนกัน บอกเฉยๆไม่ได้โกรธอะไร ยังคงสั่งข้าวอยุ่ เเต่ที่รุ้สึกเเย่คือ เปนหลายทีละ ทำไมน้า สงสัยมันเเตกตอนเปิดปิดกล่องซ้ำ เพราะปกติก่อนใส่ข้าวเราจะดูตลอดว่ากล่องโอเคมั้ย

14. ไม่มีถุงขยะ ทิชชู่ ไม้จิ้มฟัน
คือตึกสองชั้นสามที่ประจำ มันมีที่นั่ง เเต่ไม่มีถังขยะ ลูกค้ากินเสดก้อต้องลงไปทิ้งชั้นสอง ตอนเเรกก้อไม่ได้ไร เเต่อาอี๋ทำความสะอาดตึกสองก้อมาคุยๆ ละบอกว่าวันหลังก้อเอาถุงขยะมาด้วย อย่าให้ที่สกปรก หลังจากนั้นก้อเลยตรียมทั้งถุงขยะ ทั้งทิชชู่
ไม้จิ้มฟันนี่ก้อเผื่อมีคนอยากใช้ เลยสั่งซื้อตะเกียบเเบบที่เเถมไม้จิ้มฟัน เเต่ก้อไม่ค่อยเหนคนใช้นะ เเถมมีน้องคนนึงตอนเปิดซองดันทำไม้จิ้มฟันตำมือซะงั้น เฮ้ออออออ



Create Date : 21 ธันวาคม 2557
Last Update : 21 ธันวาคม 2557 12:49:35 น.
Counter : 596 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หุ่นกระป๋องใต้ดวงอาทิตย์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ธันวาคม 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
12
13
14
16
18
19
20
22
25
26
28
29
30
31