To sooth my soul
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
14 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 
เรื่องของหัวใจ

สวัสดีวันแห่งความรักครับ

ผมรีบถือช่วงเวลานี้มาเขียนเรื่องหัวใจและความรักนะครับ เร็วๆนี้ผู้ใหญ่ในครอบครัวถูกจับไปวิ่งสายพานตรวจสอบคลื่นหัวใจครับ(เหมือนเพื่อนบล็อกผมคนหนึ่งเลย)และผลตรวจออกมาเป็นบวกครับ นั่นหมายความว่าตรวจพบความผิดปกติครับ

ผู้ใหญ่ท่านนั้นหาใช่ใครท่านคือบิดาของผมเอง อายุอานามก็เลยหกสิบแล้ว ก่อนหน้านั้นท่านก็ยังทำงานสวนขุดดิน ปลูกต้นไม้ ขนหินขนกระถาง แต่งสวนไปตามเรื่อง แต่วันหนึ่งท่านไปคลีนิกเพื่อตรวจรักษาโรคหวัดหมอที่คลินิกก็ใช้หูฟังตรวจพบว่าเสียงหัวใจท่านเต้นแปลกๆ จึงแนะนำให้ไปตรวจคลื่นหัวใจที่โรงพยาบาล

และแล้วก็ตรวจพบความผิดปกติหมอที่โรงพยาบาลแนะนำว่าให้ทำบอลลูนทันที แต่ท่านก็ยังไม่ยินยอมทำ ประมาณว่าจะแอบไปตรวจซ้ำอีกทีที่โรงพยาบาลอื่นหากผลสองแห่งเหมือนกันเมื่อนั้นค่อยตัดสินใจทำบอลลูน

ระหว่างนี้ก็ศึกษาข้อมูลโดยการหาหนังสือมาอ่านรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลัง และคุมอาหารให้รัดกุมยิ่งขึ้น กินยาสลายลิ่มเลือดและยาลดความดันเลือด และที่สำคัญพยายามอย่าเครียด

เรื่องออกกำลังคุมอาหาร ทานยาเป็นเรื่องง่ายครับแต่เรื่องความเครียดความวิตกนี้เป็นปัญหาพอสมควรครับ

ผมเคยมีประวัติป่วยเพราะความเครียดสูงมาแล้ว การจัดการกับความเครียดไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยครับ ท่านที่เล่นเฟซบุ๊กบ่อยๆและอยู่ในวัยทำงาน มักจะได้เห็นสถานะทำนองนี้บ่อยๆ นั่นคือ "ปัญหาเรื่องงานไม่กลัว แต่ทนไม่ได้กับปัญหาเรื่องคน"

ปัญหาเรื่องคนคืออะไรครับ จากประสบการณ์ของผมเอง ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากสองปัจจัยครับ

หนึ่งคือตัวเองครับ หลายครั้งที่ผมไม่สามารถรับความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ทั้งในเชิงความคิดและพฤติกรรมหรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่ายึดมั่นถือมั่นนั่นแหละครับ ไม่อยากอธิบายให้มากความเพราะหลายท่านน่าจะหาอ่านหาข้อมูลได้เยอะแยะอยู่แล้วทั้งสาเหตุและวิธีแก้

วกกลับมาที่ผู้อาวุโสในครอบครัว ท่านค่อนข้างยึดมั่นถือมั่นครับ ครอบครัวเราเป็นพ่อค้า ท่านเคยถูกเจ้าหน้าที่รัฐเอารัดเอาเปรียบหลายครั้งหลายหน เมื่อมากครั้งเข้าท่านก็เหมารวมว่าฝ่ายตรงข้ามไม่มีดีเลยคับแค้น โกรธเคือง อาฆาตพยาบาท อารมณ์เล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความเครียดทั้งสิ้นครับ ประกอบกับที่ท่านเคยสูบบุหรี่และดื่มชากาแฟเป็นประจำ ก็ส่งผลให้หัวใจมีปัญหาด้วย อีกทั้งอาหารการกิน พวกเนื้อแดง ไขมัน อาหารที่มีโคเรสเตอรอลสูง ก็สะสมและเริ่มส่งผลกับสภาพร่างกายแล้ว

แต่อย่างที่เล่าครับเรื่องอื่นเรื่องเล็กเรื่องอารมณ์เรื่องใหญ่ ไม้อ่อนยังพอดัดได้ ไม้แก่สิดัดยากโดยเฉพาะประเด็น วันแมนโชว์ ท่านชอบโชว์เดี่ยวครับเวลาคุยมักจะเดี่ยวไมโครโฟนลูกๆหลานจะขัดก็ไม่ได้ ย้อนก็ไม่ได้ เวลาทำอะไรจึงไม่มีใครคอยเบรกคอยยั้งไว้และลามปามไปถึงเรื่องอื่นๆ ทั้งการใช้ชีวิตและการทำงานท่านมักเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมาตลอด

เวลาพลาดก็เครียดจัดพวกเด็กอย่างผมก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย เล่ามาถึงตอนนี้ผมอยากทำตัวเป็นตัวแทนของเด็กๆ ขอเรียกร้องสิทธิในการออกความคิดเห็นในครอบครัวบ้างเด็กๆไม่ใช่มีหน้าที่เรียนอย่างเดียว ฟังอย่างเดียว หรือทำตามอย่างเดียว ครอบครัวหรือสังคมควรเปิดพื้นที่ให้เด็กๆออกความคิดเห็นบ้าง อย่างน้อยที่เห็นตอนนี้คือในเว็บเด็กดีครับผมไปตามอ่านบ้าง ตอบบ้าง ตามสมควรอย่างน้อยความคิดเห็นที่ได้ก็สะท้อนกลับมาในมุมมองของเด็กๆ

วกกลับเข้ามาเรื่องครอบครัวครับผมมีลูกครับ ผมคิดว่าจะส่งเขาให้เรียนสูงๆครับ ไม่ใช่แค่ให้เอาตัวรอด และหาเงินเลี้ยงพ่อแม่ยามแก่ ผมอยากให้เขาเป็นเพื่อนคู่คิดด้วย เป็นครูสอนผมด้วย เป็นผู้ช่วยงาน เป็นเลขาเป็นหมอและพยาบาลในยามจำเป็น

สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้มาในชีวิตของผมคือ พ่อแม่ไม่ควรตัดกำลังใจลูก เขาไม่ควรโดนเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่หรือคนอื่น

ยกตัวอย่างผมเองตอนที่ผมไปช่วยแม่ถูพื้นทำงานบ้านเป็นครั้งแรก แน่นอนว่ามันเก้ๆกังๆ เลอะๆเทอะๆเป็นที่ขัดหูขัดตา ผมจึงโดนต่อว่า คำที่แม่พูดขึ้นว่า “ทำอย่างนี้ไม่ต้องทำหรอก ยุ่งจริงเชียวแม่ทำคนเดียวดีกว่า”หารู้ไม่ว่าแม่กำลังทำร้ายจิตใจผมและตัวแม่เอง สองเด้งเลยนะครับ เด้งที่หนึ่งผมจะเกลียดและไม่อยากทำกิจกรรมนั้นอีก และขาดทักษะนั้นด้วย เด้งที่สองแม่จะขาดคนช่วยทำงานบ้านในที่สุด ตอนที่แม่ยังไหวแม่ไม่เดือดร้อนหรอกครับ แต่พอแม่ไม่ไหวแม่เดือดร้อนแน่ๆเพราะลูกๆทำเองไม่เป็น

ดังนั้นผมจึงขอเรียกร้องสิทธิในนามของผู้เยาว์ อะไรดีๆ อะไรที่สำคัญ เปิดโอกาสให้เราทำบ้าง พูดบ้างหน้าที่เราไม่ใช่แค่ทำตาม หรือเรียนอย่างเดียว ย้ำนะครับอะไรที่ดี อะไรที่เหมาะสม

ผมอยากบอกผู้ใหญ่ในครอบครัวและในสังคมว่าท่านส่งเราเล่าเรียน ท่านให้การศึกษาเรา ท่านฝึกสอนเรา เพื่ออะไรเพื่อให้มาช่วยแบ่งเบาภาระท่าไม่ใช่หรือ ไยท่านไม่ฟังเราบ้าง ไม่ทำตามก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยให้ทำ ให้พูดบ้างอย่างเหมาะสม

ไหนๆมีรายการทอล์คโชว์เรื่องการเมืองของผู้ใหญ่ทำไมไม่มีรายการทอล์คโชว์ของผู้เยาว์บ้างเอาผู้ใหญ่และเด็กไปนั่งคู่กันคุยกันบ้าง อย่าลืมนะครับเด็กๆในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า วันที่ท่านชราและหมดเรี่ยวแรงลงไปเขาจะทำอย่างไร

นอกเรื่องมาหลายย่อหน้าแล้วขอนอกเรื่องต่อ การปล่อยวางไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น ตำราบางตำราสอนไว้ว่าให้จัดลำดับความสำคัญ ว่าสิ่งใดเร่งด่วน สิ่งใดไม่เร่งด่วน สิ่งใดมาแรกสิ่งใดมาทีหลัง แน่นนอนเรามักรู้สิ่งเหล่านี้จากตัวเองด้านเดียว ไม่ใช่ผู้อื่น พอผู้อื่นขัดขึ้นก็ตั้งธงว่าเป็นอริไม่ฟังไม่พบ ไม่พูดคุย อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้

นอกเรื่องมาพอแล้วครับกลับมาที่เรื่องจะทำอย่างไรให้ผู้ใหญ่ใรครอบครัวหายเครียดปัจจัยเดียวที่เราทำได้เป็นอย่างแรกคือทำตัวเองให้มีความสุขท่านจะไม่สบายใจเป็นห่วงหากเราไม่มีความสุข ความสุขความสดใสกำลังใจส่งถึงกันได้ด้วยท่าทางและการกระทำ แค่เราเข้าไปในเซเว่นเราก็รู้ทันทีว่าพนักงานมีความสุขหรือไม่มีความสุข เขากำลังบริการเพื่อส่งต่อความสุขหรือความทุกข์แค่ได้ยินคำว่า “สวัสดีค่ะ เชิญค่า” เท่านี้ก้รู้สึกได้แล้ว

อย่าไปร่วมหัวจมทุกข์กันนะครับเข้าใจความทุกข์กันน่ะได้แต่อย่าซึมเศร้าไปจนทำอะไรไม่ได้ไปพร้อมๆกัน

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวเนื่องและทำให้ผมปวดหัวคือท่านไม่ค่อยมาทางศาสนาผมจึงไม่รู้ว่าจะดึงเอาส่วนไหนของศาสนามากล่าวอ้างให้ท่านรู้จักปล่อยวางเพื่อลดความเครียดได้ยังไง

อีกอย่างท่านติดทีวีมีสีมากปรามไม่ให้ดูก็ไม่ได้ ทีวีมีสีก็ประโคมแต่เรื่องความเกลียดชังไม่รู้ว่ามันน่าดูตรงไหน(ผมว่าคงเป็นเพราะปมในใจที่ท่านเคยโดนรังแกจากเจ้าหน้าที่รัฐ)ทีวีมีสีพูดเรื่องความเหลื่อมล้ำกับความอยุติธรรมจี้ใจคนดูทุกวัน ส่วนอีกสีตรงข้ามก็เหมาด่าเหมาเหยียดหยามว่าอีกฝ่ายมันเลวมันโง่ มันชั่ว มันโกง มันเล่นแคมป์ไฟกลางเมืองทำคนอื่นเดือดร้อน อย่างนี้ก็มันก็เครียดตลอดเวลาสิครับ

คำว่ารู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย คงตกยุคไปแล้ว ผู้คนเสพติดแต่ชัยชนะ ไม่รู้จักแพ้ไม่รู้จักการให้อภัย ผมนอกเรื่องมาจนจะจบทีเดียว การฝึกการปล่อยวางน่าจะเริ่มได้จากการให้อภัยอย่างเหมาะสมรับความแตกต่างของคนอื่นได้ มีที่ให้ระบายความเครียดออกอย่างเหมาะสม

เขียนมาเรื่อยๆออกทะเลมาเรื่อยๆ วันวาเลนไทน์นี้ ขอให้รักตัวเอง รักคนที่เรารัก รักคนที่รักเรา รักคนที่ไม่รักเรา สรุปว่าขอให้รักทุกคนนั่นแหละครับ รักอย่างเหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดี

เรื่องหัวใจนี่เกี่ยวกับความรักเต็มๆครับ

รักคนใกล้ตัวให้มากๆครับ ฟังเขาบ้าง

สองสีก็ให้รักกันนะครับ เพื่อให้หัวใจแต่ละดวงจะได้แข็งแรง 





Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 10 สิงหาคม 2558 14:28:23 น. 2 comments
Counter : 698 Pageviews.

 
เป็นบทความที่ดีมากครับคุณบี
ไม่เฉพาะแค่วันแห่งความรัก...ดีสำหรับทุกๆวันจริงๆ
เยาวชนเราเดี๋ยวนี้ต่างกับสมัยก่อนมากครับ...ผู้ใหญ่อย่างเราๆต้องรับฟัง
ลูกศิษย์ผมหลายๆคนหมั่นเสนอความเห็นกันคึกคัก
แต่ความคิดต่างวัยแบบมีเจนเนอเรชั่นแก็พเนี่ย..ต้องค่อยๆจูน
ที่อ่านการ์ตูน ดูหนังการ์ตูนอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะอยากเรียนรู้ความคิดเด็กๆ
พอพูดภาษาเดียวกันแล้วอะไรๆก็จะง่ายขึ้น

ขอให้คุณพ่อของคุณบีสุขภาพดีในเร็ววันนะครับ
มีผู้ใหญ่ให้เรา "รบรา" ด้วย ดีกว่าท่านซึมไม่พูดอยู่บนเตียงเนอะ


โดย: Dingtech วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:16:11:45 น.  

 
ฉึก บรรทัดสุดท้ายแทงใจมากครับครูดิ่ง


โดย: Polarbee วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:18:17:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Polarbee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ไม่เขียน ไม่เลอะ
ไม่เปรอะ ไม่ผิด
ไม่เขียน ไม่คิด
ไม่ผิด ไม่จำ
New Comments
Friends' blogs
[Add Polarbee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.