Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhotobucket - Video and Image Hosting
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
7 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
Paradise Now(2005) สวรรค์สั่งให้พลีชีพ

Photobucket - Video and Image Hosting   Photobucket - Video and Image Hosting

   สรรพคุณของสลากข้างกล่อง : มาด้วยคำถามชวนสงสัย ของผู้ทำหน้าที่เป็นมือระเบิดพลีชีพ ว่าเค้าคิดยังไง และเพราะอะไรถึงยอมไปเป็นมือระเบิดพลีชีพ? ที่สำคัญไอ้ช่วงเวลาก่อนจะไปตายนี่เค้าคิดยังไงของเค้าเพราะไม่ว่าจะทำงานสำเร็จหรือไม่นั้น เค้าก็ต้องตายด้วยน้ำมือของตัวเองอยู่แล้ว.....ด้วยความสงสัย ใคร่รู้(เรื่องชาวบ้าน)  ทำให้เราอยากดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมา พร้อมทั้งคำวิจารณ์ที่ถาโถมเข้ามาว่าห้ามพลาดแถมหนังกวาดรางวัลสำคัญๆ จากเวทีใหญ่ๆไปมากมาย มาเป็นกระบุง
Best Foreign Language Film (Palestine) : Golden Globes (2006) ,Best Foreign Film : Independent Spirit Award (2006) ,Best Foreign Film : Vancouver Film Critics Circle (2006) ,Best Foreign-Language Film : Dallas-Fort Worth Film Critics Association Awards ,Best Foreign Language Film : National Board of Review, USA (2005) ,Best Film (Beste Lange Speelfilm) : Nederlands Film Festival (2005) ,Best Screenwriter : European Film Award (2005) โอย........นับกันไม่หวาดไม่ไหว
Photobucket - Video and Image Hosting    Photobucket - Video and Image Hosting 
    เรื่องราว:  เป็นหนังที่เล่าถึงชีวิตของ 2 หนุ่มชาวปาเลสไตน์ ที่ถูกเลือกไปปฏิบัติการการโจมตีกรุงเทล อาวีฟ โดยทำหน้าที่เป็น ?มือระเบิดพลีชีพ ? ซาอิด (Kais Nashef) และ คาเลด (Ali Suliman) เป็นเพื่อนรักกันที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งสองทำงานที่อู่ซ่อมรถเล็กๆแห่งหนึ่งในเขตเวสแบ็งค์ของเมืองนาบลุส ทั้งยังมองไม่เห็นว่าอนาคตของตนเองจะดีไปกว่านี้ได้อย่างไร

      เพราะชีวิตของพวกเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยความรุนแรงและความขัดแย้งในปัญหาแย่งชิงดินแดนที่มีมาช้านานระหว่าง อิสราเอลกับปาเลสไตน์ ที่ดูท่าว่าจะยังไม่ยุติลงง่ายๆ
จนกระทั่งวันหนึ่งตัวแทนของกลุ่มผู้ปลดปล่อย ได้มาแจ้งข่าวถึงเรื่องที่ทั้งซาอิดและคาเลดเฝ้ารอโอกาสนี้มาทั้งชีวิตอย่างไม่รู้สึกหวาดกลัว คือการเป็นผู้ส่งสารในการปฏิบัติหน้าที่เป็น ?มือระเบิดพลีชีพ? ซึ่งเขารู้ดีว่าภารกิจนี้เป็นการเสียสละตนอันยิ่งใหญ่ เป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมากที่เมื่อตายไปแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ และผู้คนทั้งหลายจะพูดถึงและยกย่องเขาตลอดไป
     ทั้งสองได้ถูกเลือกและได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจนี้ โดยมีเป้าหมายการโจมตีอยู่ที่กรุงเทล อาวีฟ จุดศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของอิสราเอล และทั้งสองยังถูกกำชับด้วยว่าห้ามพูดถึงภารกิจนี้กับใครเด็ดขาดแม้กระทั่งคนในครอบครัว เมื่อวันปฎิบัติภารกิจมาถึง ทั้งสองต่างก็มุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ แต่แล้วกลับเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่มันสามารถทำให้สถานการเปลี่ยนไปได้ มันกลายเป็นจังหวะที่ทำให้ทั้งซาอิดและคาเลดได้มีโอกาสทบทวนในสิ่งที่เขาจะทำอีกครั้งว่าจริงๆแล้ว มันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงหรือไม่
     เมื่อได้ดู: อย่างแรกที่คิด คือขอบคุณและโชคดีเหลือเกินที่เราเกิดมาในผืนแผ่นดินไทย และมี ศาสนาพุทธ เป็นที่ยึดเหนี่ยว เพราะเรายังมีความสงบสุข และดำเนินชีวิตได้อย่างไม่อัตคัดขัดสน อยู่ในผืนแผ่นดินนี้ 
Photobucket - Video and Image Hosting
   ถึงแม้หนังจะเป็นเรื่องที่เครียดเกี่ยวเนื่องกับผลกระทบของสงคราม แต่หนังก็นำเสนอให้เห็นถึงคนที่ทำหน้าที่เป็น คนวางระเบิดพลีชีพว่า เค้าเหล่านั้นก็เหมือนกับเราๆท่านๆนี่แหละ(ออกจะน่าเห็นใจนิดๆ) คนทั้งสอง(ในหนัง)เค้าก็มี ครอบครัว มีแม่ มีน้อง มีสังคม ไม่ได้ใจคอโหดร้าย บ้า ลัทธิ องค์กรณ์อย่างที่เราๆส่วนใหญ่เข้าใจ แถมหนึ่งในนั้น คือซาอิด ก็กำลังจะมีความรักกับ ผู้หญิงที่เค้าสนใจ  เธอ คือ Suha ผู้ซึ่งมีพ่อเป็นถึงวีรบุรุษผู้เสียสละชีพเพื่อชาติของชาวปาเลสไตน์ แต่แนวความคิด ของเธอนั้นกับมองว่า การพลีชีพด้วยวิธีเหล่านี้ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องเสมอไปเธอบอกกับซาอิด เมื่อเค้าได้พูด ชื่นชมพ่อเธอที่ได้เป็นวีรบุรุษของชนชาติและน่ายกย่องอย่างยิ่ง แต่เธอกลับตอบกลับไปว่า "ชั้นจะดีใจมากกว่าถ้าเค้ามีชีวิตและอยู่เคียงข้างฉัน" 
     คาเลด ดูจะเป็นคนเด็ดเดี่ยว ในหน้าที่เมื่อตนได้รับมอบหมาย ส่วนซาอิด ดูครุ่นคิดตลอดเวลา ก่อนถึงเวลาในการไปพลีชีพ(โดยการระเบิดตัวเองกลางฝูงชน)เค้าทำพิธีทางศาสนาคือการชำระร่างกาย และติดระเบิดไว้กับตัว โดยก่อนผ่านขั้นตอนนั้น จะต้องมีการกล่าว(ประมาณแถลงการณ์)ถึงความสมัครใจและขอเป็นตัวแทนของพระเจ้าอะไรประมาณนั้น คนแรกที่กล่าวคือ คาเลด แรกๆ คาเลคมีแววตาที่มั่นคงแน่วแน่ พูดอย่างฉะฉานเยี่ยงวีระบุรุษ แต่พอ เจ้าหน้าที่ที่บันทึกบอกว่า เทปไม่บันทึก ขอบันทึกใหม่ คาเลคเริ่มประหม่า และเผลอพูดถึงพ่อแล้วอ้างว่าเค้าลืมบอกพ่อเรื่องบางอย่าง (ประมาณว่าพอได้หยุดคิด ตัวเองก็ยังคงกังวลและห่วงครอบครัวอยู่)
Photobucket - Video and Image Hosting     Photobucket - Video and Image Hosting
     หลังจากนั้นเค้าก็ได้รับคำแนะนำว่าระเบิดจะทำงานและดึงยังไง ที่สำคัญ เข็มขัดและระเบิดเค้าไม่สามารถถอดได้(เอง) เพราะยังไงมันก็ไม่มีทางได้ถอดอย่างแน่นอน หลังจากนั้น เมื่อทุกอย่างพร้อม เค้าทั้งคู่ก็ต้องนั่งรถไปในจุดนัดหมายเพื่อเข้าไปในเมืองเป้าหมาย ระหว่างทางมีการพูดคุยถึง ขั้นตอนว่าพอถึงที่นัดเค้าจะเจอใครและต้องทำอย่างไรและจะดึงระเบิดยังไง  พอถึงตอนนี้ก็มีการเตี๋ยมกันว่า จะต้องให้คนนึงไปก่อน อีกคนค่อยตามไปเพื่อให้ได้ผลและกันพลาด จู่ๆ ซาอิดก็ถามประมาณว่าว่าและหลังจากระเบิดล่ะ .... ทุกคนในรถอึ้งไปช่วงขณะ ไอ้คนที่ทำหน้าที่ไปส่งก็ได้แต่พูดว่า  นายสองคนก็จะได้ขึ้นสวรรค์นะสิ  ซาอิด ถามต่อว่าจริงๆเหรอ (อันนี้เราอดขำนิดๆไม่ได้) เพราะไอ้คนที่เคยพลีชีพไปคงไม่มีโอกาสได้กลับมาเล่าให้คนหลังๆฟัง  ส่วนไอ้คนที่อยู่ข้างหลังก็เพียงพูดให้รู้สึกภาคภูมิใจกับหน้าที่ของคนที่ไปตาย
      พอถึงจุดนัดหมายและพอพวกเค้าจะข้ามแดนไป ดันมีปัญหาทำให้ทั้งสองวิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิง โดยซาอิด พลัดหลงกับคาเลค  คาเลคกลับไปที่รถที่มาส่ง  แต่ซาอิดกลับหลงหาคาเลคไม่เจอ จึงตัดสินใจข้ามแดนไปเพื่อทำการระเบิด ด้วยตัวเอง แต่พอถึงป้ายรถบัสซึ่งมีทั้งชาวบ้านและเด็กบนรถบัส เค้าหยุดการกระทำ และตัดสินใจกลับไปหา คาเลค ระหว่างนี้ กลุ่มผู้ปลดปล่อยก็สงสัยในตัว ซาอิด เพราะหายไปและไม่เห็นกลับมากับ คาเลค  ทุกคนจึงให้โอกาสหาก ซาอิด ไม่กลับมาภายในรุ่งเช้า เค้าจะถือว่า ซาอิด หักหลัง คาเลคจึงอาสาตามหาเพื่อนเพื่อให้ทันก่อนกลุ่มผู้ปลดปล่อยจะเก็บซาอิด และช่วงนี้นี่เองที่ทำให้ ซาอิดและคาเลคได้ทบทวนถึงสิ่งที่เค้าจะได้กระทำคือการ มีชีวิต การปลิดชีวิต การพลีชีวิต 
        คาเลคที่ดูเด็ดเดี่ยวเริ่มลังเลและยิ่งเมื่อได้เถียงกับซูฮา ความคิดเค้าเริ่มเปลี่ยน แต่ ซาอิดในใจเค้าก็ได้คิดและหาทางออกไว้กับตัวเองแล้ว กลุ่มผู้ปลดปล่อยขอให้ทั้งสองได้คิดถึงภาระกิจนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะทุกอย่างพร้อมแล้ว ตรงนี้เอง จึงได้รู้สิ่งที่อยู่ในใจขอซาอิด ที่เค้าถูกพิษของสงครามตั้งแต่เด็ก และปมที่พ่อของเค้า กลายเป็นผู้ทรยศต่อชาติ ทำให้เค้าคิดว่าเค้านี่แหละจะทำหน้าที่นี่เพราะไม่ว่าจะอยู่หรือตายเค้าก็ต้องเจอสิ่งเลวร้ายอยู่แล้ว
        ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือ นอกจากจะให้มุมมองให้กับคนทั่วไปที่เคยตัดสินว่าคนที่เป็น ?มือระเบิดพลีชีพ? จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดผู้ร้าย ไร้มนุษยธรรมนั้น จริงๆแล้วเขาก็เหมือนเราเรา เหมือนคนปกติทั่วไปที่มีครอบครัว มีคนรัก และยังรู้ได้ว่าการรักตัวกลัวตายนั้นใครๆก็เป็นแล้ว
Paradise Now เป็นหนัง ที่ทำให้เราคิดต่อเอาเองว่าการตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรงนั้น มันสมควรหรือไม่ และผลที่ได้มันคืออะไร ..........
Photobucket - Video and Image Hosting   Photobucket - Video and Image Hosting


Create Date : 07 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2549 18:41:06 น. 0 comments
Counter : 610 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หิมาลายาบูเก้
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หิมาลายาบูเก้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.