ไอ้นิล
ไร่ของฉัน – บ้านความรัก
“ เรื่องราวของหมูหมากาไก่ และความเป็นไปของผู้คนในไร่แสงตะวัน ”
โกเมศ มาสขาว

ไอ้นิล
๑.
มันเป็นแพะหนุ่มขนสีดำเป็นมันเงา นัยน์ตาวาวต่างจากแพะตัวอื่น ๆ เขาใหญ่โค้งงอเอนมาด้านหลัง กล้ามเนื้อปั้นเป็นมัดแข็งแรงได้รูป สมกับเป็นแพะพ่อพันธุ์ที่ดีที่สุดเท่าที่ไร่ของเราเคยมี ความสมบูรณ์ของร่างกายทำให้มันสง่าและโดดเด่นที่สุดในฝูง...รูปทรงและความฉลาดขี้เล่นของมันทำให้แพะหนุ่มตัวอื่น ๆ สยบยอม ยกให้มันเป็นจ่าฝูงโดยที่ไม่ต้องเสียแรงประลองเขาให้เจ็บเนื้อเจ็บตัว เช่นนั้น...แพะสาวตัวอื่น ๆ จึงยินยอมสมัครใจเดินตามหลังมันแต่โดยดี ...ไม่เว้นแม้กระทั่ง...แม่ของมันเอง
มันเป็นความผิดของเรา...เธอบอกกับฉัน...ผิดที่ไม่สามารถหาแพะพ่อพันธุ์ตัวอื่นมาเปลี่ยนมันได้ ผิดที่ไม่ยอมแยกแม่ของมันออกจากฝูงให้แพะหนุ่มตัวอื่น ๆ มีโอกาสเป็นพ่อบ้าง เราวิตกกังวลกับเรื่องนี้อยู่นาน แต่ไม่อาจแก้ไขให้ถูกทำนองคลองธรรมได้ ได้แต่แก้ตัวให้กับตัวเองว่า...เพราะมันเป็นสัตว์เดรัจฉาน...ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไรมากนัก
กระนั้น เธอก็ยังคงรักและชื่นชอบมันที่สุดอย่างลำเอียง เมื่อได้หญ้าอ่อนหรือลูกมะเดื่อสุกก็มักจะเอามาให้มันได้กินก่อนเป็นอันดับแรก...กระทั่งร้องไห้ฟูมฟายกับมันเมื่อมันตายลง...

๒.
ก่อนนั้น ไร่ของเรายังคงไม่มีสัตว์เลี้ยงแม้แต่ตัวเดียว เมื่อเธอตัดสินใจเข้ามาใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของไร่รกร้างแห่งนี้ เธอจึงฝันที่จะเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเท่าที่พอจะหาได้ไว้แก้เหงา ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเสียไปอย่างว่างเปล่า เราจึงช่วยกันตัดเสาไม้ป่าและหาไม้ไผ่มาได้จำนวนหนึ่ง ทำคอกและเล้าไว้บนเนินจอมโพนโคนต้นสะเดาใหญ่ หาสัตว์เท่าที่พอจะหาได้ในหมู่บ้านมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ รวมทั้งสัตว์หายากที่กำลังจะสูญหายไปจากหมู่บ้านอย่างเช่น ห่าน , หมูป่า , ไก่งวง , ไก่ต๊อก และกระต่าย เราเลี้ยงสัตว์เล็กสัตว์น้อยเหล่านี้อยู่นานหลายเดือน ก่อนที่เธอจะไปพบแพะคู่หนุ่มสาวในอำเภอ ความแปลกใหม่และน่ารักของมันทำให้เธออยากที่จะเป็นเจ้าของมันทำที
เราติดต่อซื้อมันมาได้ในราคาที่ไม่สูงนัก รวมถึงลูกในท้องของมันอีกหนึ่งหรือสองที่จะคลอดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอเฝ้าฟูมฟักมันด้วยหญ้าอ่อนและใบเถาวัลย์เท่าที่พอจะหาได้ การลองผิดลองถูกทำให้เธอรู้ว่ามันชื่นชอบอะไรมากที่สุด กระทั่งแพะพ่อพันธุ์ตายลงด้วยงูพิษ และแม่ของมันก็คลอดมันออกมาเป็นลูกโทนเพศผู้สีดำเพียงตัวเดียว
มันค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามลำดับ ในขณะที่ผมพยายามเสาะหาแพะหนุ่มสาวมาเพิ่มได้อีก 2 คู่ กระนั้นเธอก็ยังคงใส่ใจมันอย่างออกนอกหน้า ตั้งชื่อมันว่าไอ้นิลตามลักษณะสีขน อาบน้ำและหาหมัดให้มันราวกับมันเป็นลูกแท้ ๆ ของเธอ
การประคบประหงมเลี้ยงอย่างใส่ใจทำให้รูปทรงของมันทะมัดทะแมงสมส่วนและฉลาดอย่างน่าทึ่ง กระทั่งกลายเป็นแพะรับแขกประจำไร่เลยทีเดียว

๓.
“ไร่แสงตะวัน” คือสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไร่รกร้างห่างไกลชุมชนและหมู่บ้าน เมื่อเราย้ายเข้ามาใหม่ เราจึงฝันที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนโดยการทำงานที่เรารักให้สอดคล้องกับชุมชนมากที่สุด ในช่วงวันหยุด ไร่ของเราจึงได้มีโอกาสต้อนรับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านไม่เคยว่างเว้น เธอจะสอนให้เด็ก ๆ ประดิดประดอยสิ่งของและทำงานศิลปะต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้ชีวิตหาอยู่หากินตามแบบอย่างบรรพชนโดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นสื่อ ประสาน เชื่อมรัด และถ่ายทอดความคิดของคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ให้ผูกร้อยเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน สอนให้พวกเขารักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งเป็นแก่นแกนของชีวิตที่มีรากเหง้าหยั่งลึกมายาวนาน
และเมื่อยามใดที่เด็ก ๆ หรือแขกของเราเดินทางมาถึง ไอ้นิลก็จะวิ่งรี่เข้าไปหา ยกขาหน้าเดินสองขากระโดดเหยง ๆ เพื่อที่จะขอเปลือกมะม่วงหรือลูกมะเดื่อสุกที่พวกเขาเตรียมมาฝากให้มันโดยเฉพาะ ความฉลาดอีกประการของมันคือการประจบประแจงทุกคนที่เป็นแขกของไร่ มันจะใช้ลำตัวสีไปมาหรือไม่ก็เลียแข้งเลียขา ทำตาใสชวนฝัน ยืนนิ่งมองอย่างนั้นอยู่เนิ่นนาน จนใคร ๆ ต่างก็ใจอ่อน ต้องรีบหาอาหารมาป้อนให้มันจนถึงปาก แม้ว่ามันจะเป็นแพะที่อ่อนโยนที่สุดในสายตาของเราก็ตาม กระนั้นเมื่อสมาชิกในฝูงของมันมีอันตราย มันก็จะกลายเป็นแพะหนุ่มที่ดุดัน องอาจ และไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใดเลย
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หมาล่าสามตัวจากหมู่บ้านอื่นพลัดหลงเข้ามาหากินในไร่ เที่ยวกัดไก่จนขนกระจุยคลุ้งไปทั่วท้องทุ่ง จากนั้นก็พุ่งรี่เข้าหาฝูงของมันเมื่อเห็นแพะสาวท้องแก่เดินอุ้ยอ้ายอยู่บนคันนา หมาล่าทั้งสาม กระโจนเข้างับที่คอและขาหลังของแพะสาว สะบัดฉีกและช่วยกันลากเข้าไปที่ชายป่า เสียงร้องเจ็บปวดโหยหวนของมันทำให้เราซึ่งกำลังปลูกต้นไม้อยู่ต้องทิ้งจอบทิ้งเสียมวิ่งตามไปดู ...ภาพที่ได้เห็นนั้นคือภาพของแพะสาวเลือดโชกชุ่ม ร้องครวญอยู่ที่โคนต้นไม้ ในขณะที่แพะตัวอื่น ๆ วิ่งตะลีตะลานกลับมาที่คอก ไอ้นิลยังคงยืนคุม ป้องกันตัวเมียไว้ และวิ่งไล่ตะบี้ตะบันชนหมาพรานทั้งสามจนล่าถอยไป
เหตุการณ์ในครั้งนั้นยิ่งทำให้เธอทั้งรักทั้งประทับใจมันมากขึ้น ไอ้นิลก็เช่นกัน มันเรียนรู้ที่จะปกป้องฝูงของมันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ยอมให้หมาล่าตัวไหนพลัดเข้ามาในไร่ได้อีก เมื่อมันเห็นในระยะไกล ๆ มันก็จะวิ่งตะพัดตะพือไล่ขยี้จนหมาต่างถิ่นกระเจิดกระเจิงไป ความกล้าของมันทำให้มันกลายเป็นแพะไล่หมาหรือแพะเฝ้าไร่ที่เราภาคภูมิใจที่สุด กระนั้นแม้ว่ามันจะแสดงความกล้าหาญออกมาอย่างไรก็ตาม มันก็ยังคงมีความ “ โง่ ” ตามประสาสัตว์เดรัจฉานอยู่ดี...
ก่อนที่มันจะตายลงไม่กี่เดือนนั้น... มันได้ปกป้องอาณาจักรของมันจากผู้รุกล้ำอย่างกล้าหาญและชวนหัว...ที่สุดในชีวิตของแพะจะพึงมี
ชาวบ้านในหมู่บ้านคนหนึ่งขับรถไถเดินตามสีแดงพ่วงกระบะเข้ามาในไร่เพื่อที่จะมาขอไม้ไปทำฟืน...เห็นดังนั้นไอ้นิลรีบวิ่งพุ่งเข้าไปขวางทางไว้ในทันที มันยืนสองขาส่ายเขา กระเหี้ยนกระหือรือที่จะปกป้องการรุกล้ำของสิ่งที่มันคิดว่า “ ศัตรูจากต่างถิ่น ” ในครั้งนี้ไว้ให้ได้ เจ้าของรถไถต้องรีบจอดรถลงแล้วเรียกให้เราเข้าไปดูด้วยความชอบอกชอบใจ
ในขณะที่รถไถญี่ปุ่นยังคงติดเครื่องครางตึ๊ก ๆ อยู่นั้น สิ่งที่ไม่ได้คาดฝันก็เกิดขึ้น ไอ้นิลพุ่งกระโจนเข้าไปเต็มแรง สะบัดเขาชนเข้าที่กระจกไฟหน้าอย่างจังกระทั่งตัวเองกระเด็นกระดอนตีลังกากลับมานอนชักกระแด่ว ดิ้นพรวด ๆ อยู่กับพื้น เรื่องขบขันชวนหัวของเราจึงกลายเป็นเรื่องเศร้าเพียงไม่ถึงเสี้ยวนาที ต้องประคบประหงมรักษาอาการบาดเจ็บของมันอยู่นานกว่ามันจะหายเป็นปกติเหมือนเดิม

๔.
ในเช้าของฤดูหว่านไถ...เสียงตะโกนเรียกของเธอ ปลุกให้ฉันต้องรีบลุกตื่นจากอาการหลับ กระโจนลงจากกระท่อมไปที่คอกแพะทันที ที่นั่นเธอกำลังนั่งคุกเข่าลูบขนแผงหลังของมันด้วยแววตาที่สะทกสะท้าน ไอ้นิลยังคงนอนตัวเกร็ง น้ำลายฟูมปากและเหม่อลอย นัยน์ตาใสมีน้ำเอ่อย้อยเป็นทาง
“ มันจะตายไหม ” เสียงของเธอแผ่วเบา
“ ไม่หรอก มันคงจะไปกินอะไรมา หรือไม่ก็ถูกตัวอะไรกัด ” ฉันปลอบ ขณะเฝ้ามองดูอาการของมันเหมือนแพะหายใจลำบาก เจ็บปากหรือไม่ก็อาจจะมีอะไรเข้าไปติดขัดอยู่ในลำคอ...
เราช่วยกันพยาบาลมันทุกวิถีทาง ทั้งใช้น้ำมันพืชและไข่ไก่สดกรอกปาก กระทั่งเรียกสัตวแพทย์มาฉีดยาให้...กระนั้นอาการของมันก็ยังคงทรุดลงเรื่อย ๆ จนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ และเมื่อเราเข้าไปลูบคลำขนของมัน มันก็จะพยายามเชิดหน้าขึ้นมามอง พร้อมทั้งส่งเสียงครางออกมาจากลำคอ ...เธอได้แต่ร้องไห้ เดินออกมาและไม่กล้าที่จะหันหลังกลับไปมองมันอีก...

๕.
...มันคงตายแล้ว... ฉันคิดขณะเดินกลับมาจากงานศพของคนรู้จักในหมู่บ้าน...ชาวบ้านที่คุ้นเคยกันถามไถ่ถึงอาการป่วยของมัน พร้อมทั้งเอ่ยปากขอเนื้อหนังของมันไปทำเนื้อตากแห้งหากมันตายลง...ฉันยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไรออกไป...รีบเดินให้มาถึงกระท่อม ให้เร็วที่สุด...
ในห้องของเรือนกระท่อมพำนัก ได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอกังวานดังออกมาอย่างเศร้าสร้อย บาดลึกเข้ามาในเนื้อหนังของหัวใจฉัน... ฉันรู้...ไม่ควรรบกวนช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเธอในขณะนั้น จอบยังคงวางแน่นิ่งอยู่ข้างแปลงผัก กล้ามะพร้าวน้ำหอมและเบี้ยต้นมันปลา ยังคงชูช่อสะบัดใบเขียวอ่อนอยู่ในเรือนเพาะชำ ...ฉันจะปลูกมันรวมกัน...บนหลุมฝังศพของไอ้นิล เพื่อที่มันจะได้อยู่เป็นเพื่อนเธอตลอดไป...



พิมพ์ครั้งแรก : หนังสือไทบ้าน ปีที่2 ฉบับที่1 ธันวาคม 2550 - พฤษภาคม 2551



Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2554 16:11:36 น.
Counter : 347 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แลงมาเถียงนา
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตที่เรียบง่าย งดงามครับ
PhotobucketPhotobucket
เขียนข้อความ
PhotobucketPhotobucket
กุมภาพันธ์ 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28