Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
14 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
เงาบรรณ 15


คุยกันก่อนอัพ

ตอนนี้เขียนไปแอบฮาปนปวดเฮดไปค่ะ
ใครที่ส่งใบสมัครให้ สนพ. กิ่งฝันเอาไว้เมื่อครั้งก่อน
อย่าลืมประเมินฝีมือเทียบกันกับคุณเจนที่มาสมัครงานนะคะ
เธอสุดยอดมากๆ...


ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยอดผู้เสียชีวิต 21 คนแล้วนะคะ
ดูแลสุขภาพกันแบบเต็มที่เถอะค่ะ เป็นห่วงจัง T^T



Ploy666.




**************

เงาบรรณ 15
ผู้แต่ง ploy666 (สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย)



‘...นักเขียนเป็นหนึ่งในอาชีพที่ถูกสั่งให้หุบปากไว้ให้มั่น แม้แต่มืออันมีไว้เพื่อจับปากกายังหย่อนคลายลงหากว่าเรื่องนั้นมีความเกี่ยวพันกับสำนักพิมพ์ ผู้ร่วมงาน หรือแม้แต่กับนักเขียนวงในด้วยกันเอง

ผมมองว่านักเขียนอีกหลายท่านใส่หน้ากากยิ้มแย้มรับคำชื่นชมยามที่หนังสือถูกตีพิมพ์ขาย แล้วซ่อนความขื่นขมเอาไว้เบื้องหลังมิดชิด

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ทำแบบนั้น คุณคงตีค่าของเกียรติยศบนปลายปากกาผิดถนัด

เพราะคุณกำลังใช้มันแลกกับเงินตรา!

คุณไม่ผิดหรอกครับที่จะต้องหารายได้เลี้ยงตัวเองหรือครอบครัว

ทว่าเมื่อใดที่คุณออกมาประกาศปาวๆว่าคุณทำงานเหล่านี้ด้วยหัวใจ ผมอยากให้คุณเพิ่มคำไปอีกนิดว่าหัวใจที่คุณใส่ลงไปในชิ้นงานน่ะมีอยู่...แค่ครึ่งเดียว...

เพราะบางหนคุณยอมปิดปากตัวเองด้วยซ้ำเพื่อให้ใครบางคนมาทำร้ายผลงานนี้ เพียงเพื่อให้มันได้ตีพิมพ์วางจำหน่ายออกมา...’


“เหมือนโดนหมัดน็อกเข้านะจังๆพี่ฝ้าย” พายุยังคงมีแก่ใจหัวเราะเมื่ออ่านทวนข้อความเหล่านั้น

บทความใหม่ของแสนยากรที่ถูกปริ้นท์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ถือติดมือมาแจกจ่ายข่าวคราวกันไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใดในวันที่ผู้ชายคนนี้กลายเป็นนักเขียนในดวงใจของใครหลายคนที่กำลังติดตามผลงานออนไลน์ของเขาอยู่

มิรันตีเลือกสั่งน้ำผลไม้ปั่นและหันกลับมาสนทนา

“มันก็จริงอย่างเขาว่านะ บางทีพวกเราต้องเสแสร้งคะๆขาๆเสียยิ่งกว่าดาราตอนมีงานเปิดตัวหนังสือ ทั้งที่ใจแต่ละคนระอุยิ่งกว่าพระเพลิงเพราะสารพัดเรื่องที่เจอมา”

“นึกถึงตอนเขียนคำนำ...นี่ถ้าเขียนปิดท้ายแทนที่จะขอบคุณสำนักพิมพ์เปลี่ยนเป็นคำด่า กรณีเจอยื้องาน เลื่อนไร้กำหนด ดองมานานข้ามปี บางทีขนาดพิมพ์ขายกันโครมๆไปสองสามเดือนแล้วสัญญายังไม่ออกให้ หรือมีปัญหาอื่นๆ สำนักพิมพ์เขาจะกล้าพิมพ์คำนำตามนั้นให้เราไหมพี่”

หญิงสาวยกนิ้วชี้ทำท่าปาดคอ

“ตัดออกจากองมรดกกันพอดี ไม่ต้องทำมาหากิน”

...แถมด้วยการมีปัญหาต่อกับการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ล่าช้าซ้ำอีก...

จะเรียกว่านักเขียนต่างมีความอดทนอดกลั้น หรือว่ามารยากันเก่งมิรันตีก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่หรอกนะ

เท่าที่หล่อนรู้คือไม่ว่าจะเจออะไรมาก็มักคุยกันเปิดอกได้แต่กับเพื่อนพ้องในกลุ่ม แต่เมื่อใดที่ออกไปพบปะคนนอกวงการ อย่างเดียวที่ทำคือการยิ้มสวยๆเอาไว้ล่ะเป็นดี จนบางทีมีคนเคยบอกว่าอาชีพนักเขียนสมัยนี้ช่างน่าอิจฉาเพราะดูจะพิมพ์ขายกันออกมาโครมๆโดยง่ายดายแท้ๆ

“พี่นัดผมออกมาคุยเรื่องอะไรครับ”

“ว่าจะโทรคุย...แต่มาเจอกันดีกว่าเพราะยังไงเราสองคนก็ต้องออกมาแถวนี้”

ร้านไอศกรีมในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีผู้คนพลุกพล่านในวันเสาร์ก็จริง แต่ก็ใกล้ที่เรียนพิเศษของพายุพอๆกับที่ใกล้บ้านมิรันตี

เด็กหนุ่มวัยสิบหกอยู่ในเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น ขณะที่มิรันตีสวมเสื้อคอปาดแขนตุ๊กตาสีเทาตัวหลวมแบบสบายๆ ราวกับพี่สาวและน้องชายพากันมานั่งเล่นฆ่าเวลา

ทั้งคู่รู้จักกันผ่านเว็บไซต์และคุยถูกคอจนต่อยอดความสัมพันธ์กลายมาเป็นเพื่อนร่วมวงการนักเขียนในทุกวันนี้ การพูดจาจึงเป็นไปแบบกันเอง

“ใครนะกล้าทำพี่ฝ้ายหัวเสีย” เขาถามกึ่งล้อเมื่อเดาจากท่าทีอีกฝ่าย

“พี่หนิงน่ะสิ” แค่เกริ่นนำก็มีเค้าหนักใจแฝงเร้น “ช่วงนี้เขาแปลกๆนะ พี่เริ่มถามดูเขาพยายามหาทางไปร่วมงานเลี้ยงหรือจัดกิจกรรมของหลายๆสำนักพิมพ์ แถมบางครั้งเป็นงานภายในยังอ้างชื่อนักเขียนเข้าไปเสียอีก คนถูกอ้างก็ไม่ได้รู้อะไรด้วยเลยนะ”

“อ้าว...”

“พี่ไม่รู้ข่าวคราวเขามาพักใหญ่เพราะบล็อก เอ็ม.เอส.เอ็น. เขาไปนานแล้ว แต่ได้ยินล่าสุดเขาไปขอแอดคุยกับน้องที่รอยวาดอีกคน แล้วพูดเหมือนสนิทกับพี่มากๆจนน้องเขาหลงคิดว่าทุกวันนี้พี่ยังญาติดีกับพี่หนิงอยู่นะ ไม่รู้ทำแบบนี้ไปกี่คนแล้ว”

พายุนิ่วหน้า “ผมได้ยินมาว่าบรรณาธิการเก่าผมไปสนิทกับเขาอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ตามข่าวเท่าไหร่”

เขาเคยคุยกับพรรณรังสีแต่ก็นานเต็มทีก่อนเลิกคบไปเช่นกันเพราะรำคาญในการต้องอดทนฟังอีกฝ่ายมานินทานักเขียนคนอื่นๆอยู่อย่างสม่ำเสมอ

ราวกับว่าใครต่อใครก็ไม่ดีพอและสมควรถูกเหยียบย่ำ

แถมหลายครั้งหลายหนยังมาเจ้ากี้เจ้าการสั่งให้เขาเปลี่ยนแนวเขียนหรืออะไรวุ่นวายไปหมดทั้งที่มิได้ขอร้อง

“ตกลงพี่ฝ้ายอยากรู้สินะครับว่าพี่หนิงเธอไปสำนักพิมพ์พวกนั้นทำไม”

คงต้องเรียกให้เต็มคำกระมังว่า ‘เชิญตัวเอง’ ล้วนๆ...

“พี่มีอยู่สองสามคนที่ได้ยินว่าเขามาทาบทามให้ไปลงนิยายในเว็บไซต์ ยังไงพายุลองตามข่าวให้ทีสิ เผื่อจะมีอะไรคืบหน้าบ้าง”

มิรันตีเล่ารายละเอียดยืดยาวโดยเฉพาะเรื่องที่ลลิตาประสบมาด้วยตัวเอง ก่อนหยิบรายชื่อที่จดใส่กระดาษแผ่นเล็กยื่นให้

เพียงอ่านไล่ไปไม่นานพายุก็รับคำด้วยความเชื่อมั่นว่า

“ผมรู้จักอยู่หลายคน พี่ฝ้ายรอฟังข่าวได้เลย”



กุ้งนางแวะมาเยี่ยมทัชฌาอีกหนโดยที่พิณไม่ว่างมาด้วยแต่ยังอุตส่าห์ฝากดอกไม้ช่อโตมาให้เป็นกำลังใจแก่คนป่วยซึ่งนั่งอยู่บนเตียงและยิ้มต้อนรับ

คุณมุกดารับดอกไม้ไปจัดลงแจกันอยู่ในห้องน้ำ ทัชฌาจึงถือโอกาสหันไปถามอดีตเพื่อนร่วมงานว่า

“ช่วงนี้ที่คลังบุ๊คส์เป็นยังไงบ้าง”

“เหมือนจะดี...”

“พูดแปลก ดีก็ดี ร้ายก็ร้ายสิ มีด้วยเหรอที่แค่คล้ายๆว่าจะดีแต่ก็เปล่า” ทัชฌายิ้มขัน

กุ้งนางออกจะโล่งอกที่เห็นเพื่อนสาวสบายพอจะต่อปากต่อคำ จึงเล่าว่า

“ก็นิยายขายดีอันดับต้นๆของคลังบุ๊คส์น่ะมีคนมาติดต่อจะเอาไปทำละคร เท็นจำเรื่องที่คุณเรือนแหวน...ดาราดังผันตัวเองมาเขียนนิยายได้ใช่หรือเปล่า จนป่านนี้เธอยังหายตัวไปแบบไร้ข่าวคราว นิยายเรื่อง ‘นิรันดรแห่งหัวใจ’ เล่มที่เท็นเป็นคนดูแลประสานงานนั่นไง”

คนฟังหน้าซีดลงทันควัน...

นิยายเรื่องนั้น ‘รู้กัน’ เป็นการภายในดีว่ามีที่มาที่ไปไม่ธรรมดานัก

สำหรับทัชฌามันเป็นเสมือนหนึ่งในตราบาปที่หล่อนไม่อยากเอ่ยถึงเสียด้วยซ้ำ ทว่าในมุมมองของกุ้งนางมันช่างน่าอัศจรรย์กับยอดขายที่พุ่งลิ่วไกลลิบ

“พี่บูรเขาก็เข้าใจทำนะ เอาดารามาโปรโมทงานเขียน แฟนคลับแห่กันมาซื้อไม่หวาดไม่ไหว ยิ่งแปะปกว่าเป็นผลงานเรื่องแรกของดาราก็ยิ่งบูมไปใหญ่ อ้าว! เท็น...จะเป็นลมหรือยังไง เอนนอนลงก่อนดีไหม” กุ้งนางสังเกตเห็นและเป็นกังวล

เสียงคุณมุกดาที่ดังเฉียบขาดจากทางด้านหลังทำให้มือของประชาสัมพันธ์สาวซึ่งกำลังจะก้าวไปช่วยจัดท่าทางให้คนป่วยต้องชะงักลง

“น้าว่าหนูกุ้งนางกลับไปก่อนดีไหมจ๊ะ เท็นจวนได้เวลาพักผ่อนเต็มที”

อะไรกัน...ก็หล่อนเพิ่งมานั่งไม่ทันถึงห้านาที...

กุ้งนางขยับจะถามไถ่แต่ครั้นหันไปเห็นสายตาเคร่งเครียดของคุณมุกดาจึงไม่กล้าซักไซ้

“ถ้าอย่างนั้นขอตัวนะคะ วันหลังจะมาเยี่ยมใหม่” หญิงสาวกระวีกระวาดออกจากห้องไปโดยเร็ว

ลับร่างของกุ้งนาง สายตาของคุณมุกดาก็แปรเปลี่ยนยามจับไปยังบุตรี

ท่านเคลื่อนใกล้เข้ามาหยุดข้างเตียงพลางกุมมือทัชฌาเอาไว้ รับรู้ความเย็นเฉียบชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายที่แววตาเต็มไปด้วยความสับสนหวาดหวั่นได้อย่างดี

“อย่าคิดอะไรอีกนะลูก...มันจบแล้ว”

“แต่เรื่องนั้นมันยังอยู่รอบๆตัวเท็นนะคะแม่”

ทัชฌาเสียงสั่นขณะพยายามสูดลมหายใจลึกยาวเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาทีละน้อยราวกับจะจุดระเบิดในไม่ช้า

มือนุ่มนวลของมารดาที่กระชับมั่นราวกับจะเป็นหลักยึดเดียวซึ่งหล่อนมีเหลือยู่

น้ำเสียงของท่านเนิบช้ายามกล่อมว่า “เรื่องร้ายๆมันกำลังจะผ่านไป อย่าโทษตัวเองนะเท็น...แม่ไม่อยากเห็นลูกทุกข์ใจ”

“อคินล่ะคะแม่...” คำถามนั้นราวกับทัชฌารำพึงเสียมากว่า “เขาจะยกโทษให้เท็นได้จริงๆหรือเปล่า”

“ลืมเรื่องที่เคยทำงานอยู่คลังบุคส์ซะ นับจากนี้เท็นจะมีแค่กิ่งฝันกับป้าอ้น จำเอาไว้!”

คำสั่งเฉียบขาดของมารดาทำให้ทัชฌาแทบน้ำตาร่วง

หล่อนลบเลือนความทรงจำได้จริงๆหรือ

...ลืมทุกอย่าง...

...ต้องลืมแม้กระทั่งคนที่หล่อนเคยรักสุดหัวใจด้วยกระมัง!



สำนักพิมพ์กิ่งฝันดูแปลกตาไปเล็กน้อยเมื่อน่านฟ้ามาเยือนในวันนี้ เนื่องด้วยสตรีสูงวัยที่ยืนเกาะขอบประตูกระจกที่เปิดค้างชะโงกหน้าไปฟังการสนทนาภายในนั้นมีฐานะเป็นบรรณาธิการบริหารหรืออีกนัยหนึ่งคือเจ้าของสำนักพิมพ์

น่าแปลกน้อยเสียเมื่อไหร่กับหูตาแพรวพราวราวเด็กสาวๆที่กำลังกลั้นหัวเราะของป้าอ้นซึ่งน่านฟ้ามองเห็นตั้งแต่ลงจากรถเดินตรงมาหา

“ชู่...” ท่านยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก กระซิบกระซาบว่า “น้อยหน่ากำลังสัมภาษณ์คนมาสมัครงาน ป้าอ้นเลยไม่อยากเข้าไปกวน”

น่านฟ้าได้ยินเรื่องที่ประกาศรับกองบรรณาธิการชั่วคราวสัญญาจ้างสามเดือนเพื่อมาช่วยทำงานในยามซึ่งเริ่มตั้งหลักปักฐาน เป็นที่รู้กันว่าหากทำงานมีประสิทธิภาพก็จะเลือกจ้างระยะยาวในลำดับต่อไป ประการหนึ่งก็มีเพื่อไว้ช่วยในยามที่ทัชฌาสอบติดและต้องไปเรียนต่อโดยไม่เข้ามาที่นี่บ่อยอย่างที่เป็น

เรื่องนี้พักไประยะหนึ่งจนกระทั่งทัชฌาป่วยเข้าโรงพยาบาลจึงถูกรื้อฟื้นมาอีกครั้งดังเห็นอยู่เบื้องหน้า

ทว่าเมื่อน่านฟ้าเหลียวมองตามสายตาป้าอ้น เขาก็ไปหยุดภาพลงยังโต๊ะทำงานของนานาซึ่งมีอาคันตุกะเป็นหญิงสาวผมซอยสั้นท่าทางมั่นอกมั่นใจในตัวเองนั่งอยู่อีกฟากโต๊ะและหันหลังมาทางนี้

มิน่าป้าอ้นจึงแอบฟังได้อย่างเปิดเผย ตราบเท่าที่แน่ใจว่าคนถูกแอบฟังจะยังทุ่มเทความสนใจไปทางคนสัมภาษณ์เบื้องหน้าจนกว่าจะหมดเรื่องคุย

น่านฟ้าถือโอกาสยืนกอดอกฟังด้วยอีกคนหน้าตาเฉย แถมยังมีแก่ใจโบกมือนิดๆเชิงทักทายนานที่ชำเลืองมองมาพลางทำหน้ายุ่งเหยิงราวกับเจอเรื่องยากเย็นที่ป้าอ้นเจตนาทิ้งไว้ให้รับมือเพียงลำพัง

บรรณาธิการสาวหันไปสนทนาต่อว่า

“ถือว่าคุยกันเล่นๆก็แล้วกันค่ะ คุณเจนคิดว่านิยายมีส่วนไหนที่ดึงดูดใจคนอ่านได้ดีคะ”

“อืม...” หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบฉะฉานว่า “น่าจะพวกที่มี conflict เยอะๆนะคะพี่นานา เจนคิดว่าการวาง plot ให้เข้ากับ conflict ที่ตั้งใจไว้เนี่ยสำคัญ มันควรจะลงตัวสอดรับกันเสมอ”

“conflict...ความขัดแย้ง...นะคะ” นานาทวนคำและจดอะไรบางอย่างลงสมุดโน้ตช่วยจำ

เจนจิรายิ้มหวานส่งให้พลางบอกว่า

“อันที่จริงนอกจากเจนจบมาด้านอักษรศาสตร์แล้วเจนยังชอบศึกษาทฤษฎีการเขียนเป็นพิเศษด้วยค่ะ นอกจากอยากเป็นส่วนหนึ่งในกองบรรณาธิการแล้วเจนยังฝันว่าในอนาคตจะเป็นนักเขียนนิยายเหมือนกัน”

“เหรอคะ” นานารับทราบเพียงสั้นๆ

“แต่โดยส่วนตัวนะคะ เจนคิดว่านิยายสมัยนี้ยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก นอกจากที่เห็นว่ามี plot ซ้ำกันเกลื่อนเมืองแล้ว บางเรื่องที่เขียนๆอยู่การนำเสนอ theme ก็ยังไขว้เขวอยู่มากจริงๆค่ะ...พี่นานาเข้าใจใช่ไหมคะเรื่อง plot กับ theme...”

“โครงเรื่องกับแก่น”

“นั่นแหละค่ะ” หล่อนหัวเราะคิกคักชอบใจ “แหม...เจนก็ไม่น่าถามเลย เหมือนเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน ยังไงๆบรรณาธิการอย่างพี่นานาก็ต้องทราบอยู่แล้วเรื่องพื้นฐานพวกนี้”

นานายังคงทำตัวเป็นบรรณาธิการผู้แสนดีด้วยการยิ้มละไมแต่แววตาชักจะฉาบแสงแปลกๆเอาไว้ชอบกล

ป้าอ้นกระซิบถามน่านฟ้าว่า

“ทำไมป้ารู้ศัพท์ได้แค่ไม่กี่คำเองล่ะ”

“ป้าอ้นเขียนนิยายมากี่เรื่องก่อนเลิกล่ะครับ”

“สิบกว่าเรื่องได้มั้ง สมัยโน้นนักเขียนไม่ได้มากมายอย่างสมัยนี้นี่นา”

“อ้าว...คนเขียนนิยายตั้งเป็นสิบเรื่องยังไม่รู้ แล้วผมจะไปถามใครล่ะ” คนถูกถามทำหน้างง

แทนที่จะเลิกราป้าอ้นกลับสะกิดยิกๆบอกว่า “พนันกันไหมว่าน้อยหน่าไม่รับ”

“ผมว่าเขาคุยเรื่องยากๆแบบนี้ได้ ท่าทางเก่งออก”

“พนันเลี้ยงข้าวคนละมื้อก็ได้ ถ้าป้าแพ้จะยอมพานอตกับคนที่บ้านไปเลี้ยงมื้อใหญ่เลยเอ้า!”

เมื่อคนสูงวัยกว่าเสนอมาอย่างใจป้ำ น่านฟ้าจึงกางมือก่อนยกนิ้วชี้และนิ้วโป้งจรดกันเชิงรับท้าทันที

เจนจิรายังคงกล่าวถึงทัศนะของหล่อนสืบต่อไปว่า

“อีกอย่างที่เจนให้ความสำคัญในการอ่านนิยายสักเล่มก็คงเป็นพวก character ตัวละครที่สมจริง เพราะมีผลต่อ construction ค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ การตัดสินใจของตัวละครมันสามารถทำให้เรื่องหักเหไปได้เลย อย่างเช่น character แบบหนึ่งนำไปที่การปิดจบเรื่องแบบ happy ending หรือ tragedy ending ได้เลย”

เหมือนเมื่อครู่เจ้าตัวพยายามยั้งไว้ไม่ใช้ความเคยชินเดิมๆ แต่เมื่อเครื่องติดและแน่ใจว่านานาเข้าอกเข้าใจดีเจนจิราก็เหมือนรถที่พุ่งลิ่ว ทว่าแทนที่จะปล่อยควันเจ้าตัวกลับปล่อยศัพท์ออกมาแบบไม่ยั้งเพราะเชื่อมั่นว่านั่นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตนเองเข้าตากรรมการ!

นานาพยักหน้าอีกสองทีแล้วก้มลงจดไปอีกหลายคำก่อนเงยขึ้นถามว่า

“คุณเจนมีความเห็นแบบไหนกับมุมมองแบบบุรุษที่หนึ่งและบุรุษที่สามคะ”

“เรื่อง Point of view นี่พูดจริงๆเลยนะคะว่าเจนเข้าใจค่ะที่ตลาดส่วนใหญ่ในปัจจุบันชอบแบบบุรุษที่สามมากกว่า dialogue แต่ละฉากก็จะแทรกการบรรยายแบบที่เรียกว่า show don't tell ไปถึงทุกตัวละครตรงนั้น แต่ถ้าถามเจน...เจนว่าบุรุษที่หนึ่งก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวเหมือนกันนะคะ มันคงอยู่ที่ style นักเขียนด้วยแหละค่ะ แล้วกิ่งฝันมีแนวทางยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้คะ”

“คงต้องดูรายละเอียดและความเหมาะสมเป็นเรื่องๆไปน่ะค่ะ” นานาแบ่งรับแบ่งสู้

เจนจิราดูจะรอคอยคำถามต่อไป

ทว่านานากลับปิดสมุดจดงานในมือลงราวกับเตรียมจบการสัมภาษณ์ในไม่ช้า

“พี่ขอถามเรื่องส่วนตัวคุณเจนหน่อยได้ไหมคะ”

“ได้ทุกเรื่องค่ะ เจนไม่มีความลับ”

“คุณเจนอ่านหนังสือประเภททฤษฎีการเขียนนิยายเยอะไหมคะ”

หญิงสาวตรงหน้ายืดอกตอบอย่างภาคภูมิว่า “เจนสะสมทุกอย่างที่เป็นตำราการเขียนค่ะ ทั้งของไทยของต่างประเทศเจนมีหมด อ่านเล่มละหลายๆรอบแทบทุกวันเชียว”

“แล้วนิยายล่ะคะ...” คำถามนั้นเหมือนตั้งระเบิดเวลาเอาไว้ด้วยสุ้มเสียงเน้นย้ำ “คุณเจนอ่านวันละกี่เล่ม”

เจนจิราทำตาใสมองราวอับอัศจรรย์ใจล้นพ้น

“ไม่ค่อยว่างอ่านสักเท่าไหร่หรอกค่ะ นานๆถึงหยิบอ่านที ก็เจนต้องเอาเวลาไปหัดเขียนนิยายตัวเอง ไหนยังจะต้องศึกษาตำราการเขียนพวกนั้นเยอะๆนี่คะ เรื่องที่เจนซุ่มเขียนอยู่นี่ทำให้รู้ว่าการเขียนแบบ flash back ยากจริงๆ เจน block เป็นพักๆนะคะเนี่ย บางทีต้องใช้เทคนิคการทำ plot card เข้ามาช่วย นี่ถ้าเจนได้ทำงานที่นี่เจอน้องๆนักเขียน เจนก็อยากมั่นใจว่าจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้ค่ะ”

“คุณเจนใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียน...” คู่สนทนาทวนคำเมื่อแรกเริ่ม

หล่อนรับคำเสียงซื่อ “ค่ะ”

“แล้วตอนนี้ก็อยากสมัครเป็นกองบรรณาธิการสัญญาจ้างสามเดือน”

“ใช่ค่ะ”

“สะสมตำราทฤษฎีการเขียนแต่ไม่ค่อยมีเวลาอ่านนิยาย”

“แต่ก็อ่านมาพอสมควรนะคะ...ไม่ใช่ไม่อ่านเลย”

นานายิ้มรับอีกหน

“นิยายที่เขียนไว้มีเขียนจบมากี่เรื่องแล้วคะ ถ้ายังไงพี่ขอดูตัวงานหน่อยได้ไหม อยากจะดูแนวคิด ความชอบ หรือสำนวนภาษาน่ะค่ะ เผื่อมีกรณีว่าต้องแก้ไขงานต้นฉบับที่เข้ามาในสำนักพิมพ์”

“เจนยังเขียนไม่จบสักเรื่องเลยค่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน...แต่มันยากจังนะคะเขียนนิยายเนี่ย”

เจนจิราเผลอเบ้หน้านิดๆยามนึกไปถึงผลงานที่ค้างคาของตนเอง

“อ้อ...”

นานารู้สึกคล้ายๆมีชนเผ่ากินคนกำลังยกโขยงมาเต้นระบำกระทืบเท้าตุ้บๆอยู่ในหัว...

คำตอบเหล่านั้นทำให้น่านฟ้าแทบเดาสิ่งที่ตามมาได้เลยเมื่อเห็นนานาตัดบทด้วยการลุกยืนอย่างสุภาพและบอกว่า

“เอาไว้พี่จะพิจารณาแล้วค่อยติดต่อคุณเจนไปอีกทีถ้าทางสำนักพิมพ์สนใจเรียกตัวนะคะ ขอบคุณที่มาสัมภาษณ์วันนี้ค่ะ”

“ตกลง...ไม่รับ...หรือยังไงคะ หรือเจนต้องทดสอบแบบอื่นเพิ่มเติม” เจนจิราลุกพลางทำหน้างงๆ

ราวกับว่าการที่นานาไม่ตกลงรับหล่อนเข้าทำงานในทันทีเป็นเรื่องซึ่งไม่เคยคาดเอาไว้

ทว่าป้าอ้นกับน่านฟ้ารีบฉากหลบออกห่างจากประตูทันควัน ทั้งสองต่างทำไม่รู้ไม่ชี้และกลั้นหัวเราะเอาไว้เมื่อนานารั้งศอกของเจนจิราพาเดินออกพ้นประตูสำนักงานโดยไว ทิ้งแขกไว้ตรงนั้นก่อนบอกเสียงดังฟังชัดว่า

“คุณเจนรู้จักศัพท์การเขียนที่เรียกว่า cliff hanger บ้างไหมคะ”

“ค่ะ...ทิ้งเหตุการณ์ค้างไว้ให้คาดเดา”

“นั่นไงคะ” นานาบรรจงยิ้มสวย โบกมือลาพลางทิ้งท้ายกึ่งเล่นกึ่งจริงว่า “ลองเป็นคนอ่านที่คาใจไปก่อนก็ได้ว่าพี่จะรับเข้าทำงานไหม นิยายจบฉากแบบนี้ลุ้นดีค่ะ...พี่ชอบ!”
















Create Date : 14 กรกฎาคม 2552
Last Update : 10 มีนาคม 2559 20:10:37 น. 5 comments
Counter : 459 Pageviews.

 
อะ...มาทิ้งให้เราคาดเดาอีก อิอิ


โดย: adel_ew วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:33:51 น.  

 
ตอนนี้คิดถึงพรรณรังสีจัง


โดย: peerisa IP: 124.120.116.106 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:59:44 น.  

 
cliff hanger ค่ะพี่อะเดล
เดี๋ยวเขาจะหาว่าผิดจากทฤษฎี (ที่นู๋พลอยไม่ค่อยจะมี 55+)

************
บทหน้าคุณหนิงกลับมาแน่นอนค่ะ คุณพีริสา
รอทักทายได้เลย หุหุ



โดย: ploy666 IP: 124.157.187.50 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:06:39 น.  

 
ขอโทษนะคะ พลอย ช่วงนี้มอลลี่ยุ่งมาก(แต่ก้แอบอ่านไปแล้วหน่อยนึง หุหุ)

แปะดป้งไว้ก่อน เสาร์อาทิตย์จะรีบมาอ่านต่อนะคะ ไม่ทิ้งกันแน่นอนค่ะ


โดย: Tukta21 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:56:12 น.  

 
สะดวกๆค่อยตามอ่านค่ะมอลลี่
ขอบคุณที่แวะเวียนมาให้กำลังใจสม่ำเสมอนะคะ...


โดย: ploy66 IP: 124.157.187.50 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:21:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
../viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.