Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
28 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
เงาบรรณ 11


คุยกันก่อนอัพ


วันนี้ขอเก็บพรรณรังสีไว้ไกลๆก่อนนะคะ
รู้สึกเธอจะแรงจนคนอ่านชักเดือดกรุ่นๆกันไปหลายท่าน
555+ ^o^
เลยเอามุมของนักเขียนรุ่นใหม่อย่างทรายขวัญมานำเสนอแทน
สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวส่งงาน อย่าลืมสร้างเกราะคุ้มกันหัวใจให้เข้มแข็ง
เผื่อจับผลัดจับผลูโดนระลอกคลื่นแรงๆแบบทรายขวัญจะได้รับมือทัน

คิดแบบมิรันตีที่ว่าพวกเราต้องดูแลกันเอง
ถ้าเจอคนอ่อนแรงเพราะคลื่นคำอักษรซัดหนักหนาสาหัส
อย่าลืม...ช่วยให้กำลังใจซึ่งกันและกันต่อไปนะคะ

ขอบคุณค่า หมู่นี้พลอยโต้รุ่งทุกคืนแฮะ
หลับยากจัง T^T

Ploy666.




**************

เงาบรรณ 11
ผู้แต่ง ploy666 (สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย)



“แน่ใจนะขวัญว่านี่เขาเรียกว่าการคอมเม้นท์จากบรรณาธิการประจำสำนักพิมพ์...”

คำถามของน่านฟ้าไม่ต่างจากท่าทีของเขาเมื่อกวาดตามองข้อความในกระดาษซึ่งน้องสาวยื่นให้ก่อนหน้านั้นพักใหญ่

มิรันตีชะโงกหน้าอ่านซ้ำๆแล้วเบ้หน้าตามสิ่งที่ใจคิด

“ถ้าไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่าคนเขียนตั้งใจอ่านนิยายไปจบเรื่องแล้ว เขียนมาได้ยังไง... ‘แม่นางเอกไปไหนคะ?’ ...ช่างวิจารณ์ได้อย่างมีระดับเสียจริงๆ” ตอนท้ายหล่อนประชดอย่างอดไม่ไหว

ทรายขวัญยิ้มกร่อยๆ หน้ายังซีดไม่หายนับแต่ลงมานั่งอยู่ตรงนี้โดยมีพี่ชายโอบไหล่อย่างให้กำลังใจในที

“ขวัญไม่แน่ใจว่าเขาอ่าน แต่เขาบอกมาว่าเขาอ่านแล้วถึงยังไงนิยายเรื่องนี้ต่อให้ขวัญไม่ถอนเขาก็ไม่ให้ผ่าน”

“อ่านแล้วทำไมเขาถึงไม่รู้ว่าแม่นางเอกตาย” มิรันตีย้อนกลับพลางแสร้งทำหน้าตื่น “หรือว่าขวัญลืมทำไฮไลท์ในข้อความนั้น ถ้าแก้ไขกันจบแล้วคงต้องทำตัวอักษรขยายขนาดสักเจ็ดสิบห้าส่งไปใหม่สินะ”

น่านฟ้าอยากหัวเราะกับคำเหน็บแนมของเพื่อนน้องสาวแต่ก็ขำไม่ออก

ชายหนุ่มก้มลงดูชื่อตอนท้ายกระดาษที่ทรายขวัญปริ้นท์มาจากอีเมล พึมพำว่า “ตกลงคนคอมเม้นท์เป็นผู้หญิงสินะ”

“จะผู้หญิงหรือผู้ชายฝ้ายไม่สนหรอกค่ะพี่นอต ที่แน่ๆ ‘เขา’ ใช้วิธีการเม้นท์ที่ประหลาดและทำให้สงสัยในศักยภาพการให้คำแนะนำของเขาอย่างยิ่ง ถ้าตัวละครยายขวัญหายไปเพราะคนเขียนตกหล่น เขาก็ควรใช้การแนะนำกลับมาดีๆว่า...น้องคะ ตัวละครนั้นตัวละครนี้ไม่ถูกเอ่ยถึงอีกเลย ซึ่งทำให้เห็นตัวละครปิดจบไม่ดี ต้องแก้ไขจุดนี้นะคะ...นั่นต่างหากพี่นอตที่เขาเรียกว่าคำแนะนำ มาถามกันแบบ ‘แม่นางเอกไปไหนคะ?’ ฝ้ายอยากเรียกว่าพฤติกรรมกวนประสาทมากกว่าค่ะ”

ไม่รู้ว่าคนส่งอีเมลเจตนาหรืออ่อนวิจารณญาณจนไม่เข้าใจว่าประโยคนั้นทำให้คนอ่านรู้สึกอย่างไร

จะเป็นไปได้หรือที่คนซึ่งเรียกตัวเองว่าบรรณาธิการจะจับ ‘ความรู้สึก’ ที่แฝงมาในทุกๆถ้อยคำมิได้ น่านฟ้าทบทวนแล้วก็เห็นจริงตามที่มิรันตีกล่าวไว้

...คนมีศักยภาพแค่ไหนจึงเลือกสรรการใช้คำลักษณะนี้...

ขนาดเขาซึ่งไม่ได้มีอาชีพในการเขียนหรือต้องใช้ทักษะมากมายในการอ่าน ยังบอกได้เลยว่านั่นเหมือนข้อความที่แฝงการเยาะหรือเหน็บแนมแกมขันเสียมากกว่าสื่อเจตนาดี

“ขวัญเขียนชัดนะคะว่าแม่นางเอกตาย ถ้าเขาไม่ได้อ่านถี่ถ้วนก็น่าจะไม่ต้องมาคอมเม้นท์ก็ได้นี่คะ” ทรายขวัญล้าแรง

มิรันตีใช้นิ้วจิ้มไปที่คำแนะนำข้อถัดๆมาและอ่านดังๆ

“พระเอกกับนางเอกรักกันไม่พอ แล้วก็สงสัยว่าทำไมต้องเป็นผู้หญิงคนนี้”

“เขาถามแปลกจริงๆนั่นแหละ”น่านฟ้าขมวดคิ้ว “ก็ ‘ผู้หญิงคนนี้’ ที่เขาถามน่ะมันเป็นนางเอกของเรื่องที่ขวัญกำหนดไว้ ไม่ให้พระเอกกับนางเอกรักกันแล้วจะให้พระเอกไปรักใคร”

นั่นสิ...จะสงสัยทำไมว่าต้องเป็นผู้หญิงคนนี้

เรื่องย่อที่มีหรือกระทั่งเนื้อหาก็บอกชัดเจนว่านั่นน่ะนางเอก!

“เขาอาจมีเจตนาถามเพื่อหมายความที่ซ่อนไว้อย่างอื่นคะ” ทรายขวัญหน้าเสีย

“ไม่รู้สิ แต่ข้อความเขาส่งมานี่ยิ่งอ่านยิ่งงง...เขาเป็นบรรณาธิการได้ยังไง ทำไมใช้ภาษาไทยให้เข้าใจไม่ได้เนี่ย”

ทรายขวัญก็มึนหัวหมุนไปหลายตลบเมื่อพยายามทบทวนข้อความอันเหมือนลายแทงดังกล่าว

“ข้อนี้เข้าใจง่ายหน่อยค่ะ เขาบอกชื่อนางเอกนิยายเรื่องนี้เชยให้เปลี่ยนใหม่” ทรายขวัญยังคงพยายามปลอบตัวเองด้วยการหาข้อแนะนำที่พอจะ ‘รับได้’ ให้เจอ

“คำว่าเชยนี่มันมาตรฐานไหน ฝ้ายชักไม่แน่ใจมาตรฐานบรรณาธิการรายนี้แฮะขวัญ ที่สำคัญเขามองไหมว่าชื่อนางเอกมีที่มาและบางครั้งมันก็เป็นส่วนหนึ่งของพล็อตที่คนเขียนเจตนาใส่ไป”

เมื่อศรัทธาไม่เกิดสิ่งต่อๆมาก็พังตามๆกัน

น่านฟ้าคิดว่าบรรณาธิการรายนั้นผิดพลาดตั้งแต่แรกจึงจบลงแบบไม่ดีนักในสายตานักเขียน...

มิรันตียกมือไหว้เชิงขออนุญาตไปทางน่านฟ้า ก่อนจะกระตุกกระดาษในมือชายหนุ่มมาขยำโยนไปทางถังขยะและลงไปในนั้นอย่างแม่นยำตามแรงอารมณ์

“ขอโทษค่ะ...แต่คอมเม้นท์แบบนี้ฝ้ายรับไม่ได้จริงๆพี่นอต”

“ใจเย็นๆฝ้าย” น่านฟ้าพยายามไกล่เกลี่ย

“นี่ถ้าฝ้ายเอาคำวิจารณ์นิยายพรรค์นี้ไปใส่ให้ตัวละครฝ้ายที่เขียนอยู่ คนเขาจะเชื่อไหมพี่นอตว่านั่นเป็นคนที่ทำอาชีพบรรณาธิการจริง”

คนถูกถามก็ตอบได้ว่า...ยากที่จะเชื่อ

อย่างน้อยข้อที่ถามหาตัวละครซึ่งเขียนชัดเจนว่าเสียชีวิตแล้วก็ทำให้รู้ว่ากระบวนการอ่านมีปัญหารุนแรง

“ขวัญเคยเจอแต่บรรณาธิการมาบ่นตามเว็บบอร์ดในอินเตอร์เน็ต ว่ามีปัญหานักเขียนไม่ได้ความ ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมเวลาติดต่องาน ขวัญคิดเสมอนะคะว่าบรรณาธิการทำงานน่าเห็นใจ แต่ไม่เคยคิดว่าจริงๆนักเขียนก็มีปัญหาที่พูดออกไปไม่ได้เยอะแยะ” เจ้าของนิยายต้นเหตุถอนใจ

กระทั่งมิรันตีย้ำบ่นนั่นแหละว่า

“ใครเขาจะบ่นบรรณาธิการ ส่วนมากเขาก็เอาขึ้นหิ้งไว้บูชา...เขาไม่คิดหรอกว่าบรรณาธิการก็มีดีและไม่ดีเป็นพนักงานกินเงินเดือนกินค่าคอมมิชชั่นจากนักเขียน อันที่จริงก็แค่อาชีพหนึ่งเท่านั้นเอง”

น่านฟ้าดักคอยิ้มขัน “ฝ้ายพูดมาแล้วทำให้พี่นึกถึงนิยายในเรื่องเงาบรรณของคุณแสนยากรที่เราโหลดมาทิ้งให้อ่าน”

“แนวคิดนักเขียนคนโปรดฝ้ายนี่คะพี่นอต”

แสนยากรเป็นต้นแบบสำคัญที่จุดประกายความคิดของอีกหลายคนซึ่งมิรันตีรู้จัก

“แล้วบรรณาธิการสำนักพิมพ์ที่เราทำงานด้วยอยู่ล่ะ”

“แหม...ฝ้ายก็เลือกทำงานกับคนดีๆสิคะ ของแบบนี้มันเลือกกันได้ทั้งนั้น บรรณาธิการดีๆน่ะเหมือนครูที่เราต้องยกย่องเพราะช่วยให้เรามีพัฒนาการก้าวหน้า”

ส่วนที่ไม่ดีนั้นจะยกยอปอปั้นเพื่อหวังอะไรอย่างอื่น มิรันตีทำไม่เป็น!

ทรายขวัญถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“ปกติคอมเม้นท์แบบไหนที่นักเขียนเจอกันแล้วหงุดหงิด”

มิรันตีนิ่งคิดพักเดียวก่อนตอบว่า “คอมเม้นท์ตัดแปะไงขวัญ แบบที่ฝ้ายเคยเล่าว่าเขาเอาคำคล้ายๆกันคัดลอกมาวางใหม่ สลับท่อนไปมา แถมแปะชื่อเจ้าของนิยายผิดส่งไปให้น่ะ...ที่น่าขำคือเจ้าของนิยายดันรู้จักกันเสียอีก เลยไม่รู้ว่าตกลงข้อความพวกนั้นมั่วมาหรืออ่านเนื้อหาจริงๆ เพราะดูเหมือนบางส่วนที่แนะนำมาโดยอ้างอิงเนื้อหาน่ะมันสลับรูปแบบกันชอบกล”

“สำนักพิมพ์เบิกฟ้านี่ก็คงเหมือนกันมั้ง...เราคงต้องทำใจว่าเขาไม่อ่านละเอียด”

“ไม่เหมือนสิ” เพื่อนสนิทยืนยัน “ไม่เหมือนตั้งแต่เขาคอมเม้นท์มาทั้งที่เราขอถอนเรื่องแล้วล่ะ ใครเขาจะมาทำกัน...การคอมเม้นท์ทั้งที่ขอถอนมันเหมือนกับเขาเจตนาออกตัวว่า ไม่ใช่เราไม่อยากทำงานกับเขา แต่เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายเขี่ยเรา”

น่านฟ้าเห็นท่าทางไม่ดีจึงรีบปรามว่า

“คิดมากไปมั้งฝ่าย ถ้าทำเพราะคิดแบบนั้นก็ไร้จรรยาบรรณสิ้นดีแล้วล่ะ เอาเป็นว่าเราสรุปว่าบรรณาธิการคนนี้ ‘ไม่ผ่านการพิจารณา’ จากนักเขียนแบบเราแล้วก็ไม่ต้องไปทำงานกับเขาดีกว่านะ”

ทรายขวัญเพิ่งยิ้มออก ซบหน้าลงแนบต้นแขนพี่ชายและเงยมอง

“พี่นอตคิดแปลกจัง มีด้วยเหรอคะที่บรรณาธิการไม่ผ่านในสายตานักเขียน”

“ทำไมต้องปล่อยให้เขาเลือกเราฝ่ายเดียวล่ะขวัญ วันนี้พี่ว่านักเขียนมีทางเลือกนะ...เลือกที่จะทำงานกับคนมีฝีมือ”

วาจานั้นทำให้มิรันตีบอกทันควัน

“นั่นมันคำพูดของตัวละครในเรื่องเงาบรรณนี่คะพี่นอต”

“ว่าจะสมัครเป็นแฟนคลับคุณแสนยากรด้วยคน ลุก...คุณน้องทรายขวัญ วันนี้พี่เป็นเจ้ามือเลี้ยงใหญ่ จะไปหรือไม่ไปก็รีบตัดสินใจเดี๋ยวนี้เลย” เขาดันน้องสาวให้นั่งตัวตรง

อีกฝ่ายทำตาโต พราวระยับยินดี

“พี่นอตจะเลี้ยงเนื่องในโอกาสอะไรคะ”

“ฉลองให้คอมเม้นท์นั่นไง” ชายหนุ่มบุ้ยใบ้ไปยังของในถังขยะ “ที่ทำให้พี่รู้ว่าบางทีการที่มีคนอย่างคุณแสนยากรออกมาพูดอะไรเสียบ้าง ถึงเสียงเขาจะผ่านตัวอักษรและไม่ได้ดังก้องฟ้า แต่มันก็ยังดังในหัวใจคนมีไฟอยากฝัน ช่วยให้เราไม่เฉาใจเพราะบรรณาธิการไร้ศักยภาพคนไหน...จริงไหม”

“จริงค่ะ!” สาวๆประสานเสียงเฮฮา

น่านฟ้าขยี้ศีรษะน้องสาวและลุกยืนชักชวนให้รีบไปก่อนจะเสียเวลามากกว่านี้

ไม่มีใครรู้ว่าอีกใจเขากังวล...ทรายขวัญโชคดีที่มีเพื่อนอย่างมิรันตีอยู่เคียงข้าง แต่นักเขียนอีกกี่คนกันที่ถูกคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นฆาตกรรมผ่านอักษรไปแล้ว

ความคิดของเขาแล่นปราดไปยังหญิงสาวอีกคนที่สำนักพิมพ์กิ่งฝัน

“ขวัญ! เดี๋ยวก่อน” เขาเรียกไว้ทันก่อนน้องสาวจะวิ่งผ่านประตูตามมิรันตีออกไปรอที่รถ

“อะไรคะ”

“นิยายนี่ไม่ส่งเบิกฟ้าแล้ว ถ้าขวัญแก้ไขเรื่องตรงที่คิดไว้เสร็จ เล็งส่งที่อื่นอีกไหม”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ยังไม่ได้คิดไว้ ขวัญมีเขียนค้างอีกเรื่องที่เกือบเสร็จแล้วด้วยสิ”

หล่อนอาจเก็บนิยายเก่าเอาไว้เองสักพักหนึ่งจนกว่าจะไว้วางใจสำนักพิมพ์ใดอีก

ประโยคถัดมาของพี่ชายทำให้ทรายขวัญทำหน้าเหรอหลา

“งั้นพี่ขอยืมนะ”

“พี่นอตจะเอานิยายขวัญไปทำไม”

เขายิ้มกริ่มขณะยืดอกตอบคำถามนั้นฉะฉานว่า “จะเอาไปหาพี่สะใภ้ให้เราไงขวัญ!”



ทัชฌาอยากโทษสายฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตามาตั้งแต่สี่โมงเย็น ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้หล่อนก้มหน้าก้มตากับตำราจนลืมกินข้าว รู้ตัวอีกทีเมื่อเหลียวมองนาฬิกาก็เกือบห้าทุ่มเข้าไปแล้ว กำลังนั่งคิดว่าจะหาอะไรรองท้องแทนการกินมื้อดึกเต็มคราบ ก็พอดีกับที่เสียงโทรศัพท์เครื่องบนโต๊ะรับแขกด้านนอกดังขึ้น

สายภายใน...คนดูแลอพาร์ตเม้นท์กะดึกคงมีเรื่องด่วนจึงโทรตาม

ไม่บ่อยนักที่ทัชฌาจะต้องรับโทรศัพท์เวลานี้ แต่เมื่อมารดาไปต่างจังหวัดกับคนรู้จักเพื่อดูที่ดินซึ่งหมายตาว่าจะซื้อขายกัน ภาระการตัดสินใจเกี่ยวกับอาคารนี้ทั้งหลังถึงถูกถ่ายโอนโดยปริยาย

แสงฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่สองสามหนก่อนที่ไฟทั้งตึกจะดับวูบลง หญิงสาวกำลังเอื้อมมือไปยกหูฟังพอดี

“กำลังจะบอกคุณเท็นว่าไฟทำท่าจะดับอยู่พอดี เพราะมันกะพริบเหมือนไฟตกเป็นพักๆ”

“เครื่องสำรองไฟทำไมไม่ทำงาน”

คนถามมิได้มีอาการตื่นตระหนกแม้อยู่ในความมืด

แสงสว่างจากฟ้าสีดำทะมึนที่มีฟ้าผ่าครืนลั่นสลับกันกับเสียงฝนครางครวญช่วยทำให้ประสาทหล่อนตื่นตัวได้ดีพออยู่แล้ว ทัชฌาไม่อยากเพิ่มความวิตกกังวลใดๆไปเติมอีก

...ไฟดับ...เดี๋ยวมันก็สว่างกลับมาเองหลังแก้ไข

ตีโพยตีพายโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์

“ส่วนจ่ายไฟมันมีปัญหาครับ ต้องอาศัยแรงมือช่วยขยับโน่นนิดนี่หน่อย คุณมุกดาบอกว่าจะซื้อเครื่องใหม่มาแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แวว ผมว่าจะให้คนขึ้นไปขอกุญแจไขเข้าไปซ่อมพอดี”

ประโยคนั้นทำให้คนฟังเผลอขมวดคิ้ว

“ดอกที่ให้ไว้ข้างล่างล่ะ”

“ใช้ไม่ได้ครับ คุณมุกดาเปลี่ยนล็อกใหม่หลายห้องไปเมื่อปลายเดือนก่อน เฉพาะที่เปิดไปเช็คเครื่องสำรองไฟยังไม่ได้ทำดอกสำรองไว้ให้เลย”

เมื่อได้ฟังคำอธิบายนั้นทัชฌาจึงตัดบทเพียงว่า

“พี่สุดาอยู่เรือนนอนชั้นล่างใช่ไหม...ให้พี่สุดาขึ้นมาเอาก็แล้วกัน”

ความรอบคอบของคุณมุกดาเป็นที่รู้กัน มีกฎว่าหากผู้ดูแลอพาร์ตเม้นท์กะกลางคืนต้องการสิ่งใดให้ปลุกคนรับใช้สาวๆที่นอนพักกันในห้องชั้นล่างของตึกขึ้นมาเอาเอง และแม้ว่าผู้ตั้งกฎมิได้อยู่ในค่ำคืนนี้ ทัชฌาก็เห็นดีที่จะใช้ตามระเบียบที่มารดาตั้งเอาไว้

หล่อนใช้เวลาปรับสายตาในความมืดอยู่พักใหญ่จึงเดินไปหยิบไฟฉายที่ชั้นวางของและหากุญแจดอกนั้น

ไม่นานนักสุดาก็ส่งเสียงเรียกอยู่หน้าห้อง หล่อนไม่ได้มาคนเดยวหากแต่พาเอาเด็กสาวอีกคนที่พักด้วยกันขึ้นมาเป็นเพื่อนด้วย

ทัชฌาไปเปิดประตูยื่นกุญแจส่งให้พลางกำชับ

“ช่วยกันดูแลแขกที่พักอยู่ด้วยนะ ใครเขาอยากได้เทียนไขกับไม้ขีดก็แบ่งๆไป...นี่ดับทั้งซอยหรือเปล่า”

“ดับหมดเลยค่ะตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย”

“อีกสักพักคงมีช่างมาซ่อม”

สุดาอดถามไม่ได้อย่างห่วงใยว่า “คุณเท็นจะให้ใครมาอยู่บนนี้เป็นเพื่อนไหมคะ หรือให้น้อยอยู่นี่ก่อนจนกว่าไฟจะติด”

น้อยยิ้มรับพลางขยับตัวมองซ้ายแลขวาเข้าไปภายในห้องที่สลัวรัวรางนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กสาวเพิ่งเข้ามาอยู่นี่ได้ไม่เต็มสัปดาห์เพราะญาติๆของสุดาฝากฝันกันมา เท่าที่ทัชฌาคาดคะเนจากท่าทางหลุกหลิกนั่นเห็นทีว่าจะอยู่กันได้ไม่นานนัก

ส่วนมากเด็กสาววัยนี้มักหนีไปทำงานโรงงานที่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำและมีสีสันมากกว่าการทำงานบ้านในตึกเงียบเหงา

เมื่อสุดาเสนอมาดังนั้นทัชฌาจึงปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด

“ไม่เป็นไร ฉันอยู่ได้”

ทัชฌาจึงไม่เห็นว่าทันทีที่ประตูปิดสนิทลงอีกครั้ง น้อยถึงกับผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งขณะที่ออกเดินนำสุดาลงบันไดพร้อมไฟฉายที่สาดไล่ความมืดซึ่งคลี่คลุม

“เป็นอะไรของเอ็ง...นังน้อย อยู่ไม่สุขมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” สุดาหยิกหมับอย่างหมั่นไส้

น้อยอุทานก่อนจะทำหน้าง้ำหน้างอด้วยความไม่พอใจ

“ก็พี่สุดาน่ะคิดได้ยังไงให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนคุณเท็นที่ชั้นสี่”

“ทำไมเอ็งจะอยู่ไม่ได้ อย่าบอกนะว่าเอ็งกลัวความมืดน่ะ เพราะตอนนี้มันมืดทั้งตึก”

“ใครจะกลัวความมืดกันล่ะ...ฉันน่ะกลัวคุณเท็นเธอเคืองต่างหาก” น้อยจีบปากจีบคอนินทา “คนเขาจะอยู่กันสองต่อสองเราไปคอยเป็นก้างขวางคอได้ยังไง เป็นใครก็ต้องโกรธรีบไล่ออกมาแบบนี้แหละ”

ความหมายกินนัยไม่สู้จะดีนักทำให้สุดาหันขวับ รั้งแขนหยุดลงเพื่อไขข้อข้องใจ

“เอ็งพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ใครอยู่กันสองต่อสอง”

น้อยหูตาเป็นประกายแพรวพราวในแสงฟ้าแลบที่ผ่านกระจกทางเดินเข้ามา

“จะใครกันนอกจากคุณเท็นของพี่สุดา ไหนว่าลูกสาวคุณมุกดานิสัยเรียบร้อยอย่างกับผ้าพับไว้ ประตูห้องนอนก็ไม่ล็อก ฉันเห็นมีเงาผู้ชายเดินออกมาหยุดยืนฟังพวกเราคุยกันอยู่ห่างๆเมื่อกี้ เสียแต่ว่าเห็นหน้าไม่ถนัดเลยไม่รู้ว่าใคร เนี่ยแหละน้า...เขาถึงว่าพอผู้ใหญ่ไม่อยู่มันก็ไอ้เหมือนๆกัน”

คนฟังมีสีหน้าไม่เชื่อถือเสียมากกว่า

“เอ็งนี่ท่าจะเพ้อเจ้อ ข้าก็ยืนอยู่ด้วยกันยังไม่เห็นมีคน”

“แต่ฉันเห็นจริงๆนะ แฟนคุณเท็นจ้องฉันเขม็งเลย...พูดแล้วยังขนลุก ตาวาวดุชะมัด!”

น้อยยังคงยืนยันเสียงแข็ง

จะเอาหล่อนไปสาบานกี่วัดก็ให้รู้กัน หล่อนเห็นผู้ชายที่เดินออกมาจากในห้องนอนและหยุดยืนเพียงกรอบประตูไม่ได้ก้าวล้ำออกมา ร่างสูงนั้นให้ความรู้สึกแข็งแรงกำยำ สองแขนกอดอกเห็นโครงร่างรางๆไม่ถนัดตา

ในเงามืดดำ...น้อยแน่ใจว่าใบหน้าที่ซ่อนเร้นของใครคนนั้นจับจ้องมายังหล่อนและสุดาพร้อมด้วยกระแสแห่งความระมัดระวัง มันทำให้น้อยสั่นสะท้านยะเยือกขึ้นมาทุกครั้งที่ย้อนนึกไปถึง เด็กสาวไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเหตุใดนัยน์ตาคมกล้ามีประกายวาววับคู่นั้นจึงติดชัดในความทรงจำ ทั้งที่ไม่น่าจะมองเห็นได้เลยในระยะห่างและแสงสว่างแทบไม่มีแบบนี้

“คนออกมายืนให้เห็นเต็มตัว พี่สุดาจะบอกว่าไม่เห็นได้ยังไง...พิลึก”

น้อยบ่นพึมพำ

สุดาได้แต่หันกลับไปมองประตูที่พักด้านหลังอย่างพรั่นพรึงและไม่ต่อความยืดยาวนับจากนั้น ได้แต่ดึงเอาคู่สนทนากลับลงสู่ชั้นล่างอย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่าขามา

ใจก็นึกภาวนาให้คนที่น้อยเห็นนั้นออกมายืนเพื่อหวังปกป้องคุ้มกันทัชฌาจริงๆเถอะ

มิใช่...เจตนาในบางสิ่งที่ตรงข้ามกัน!

















Create Date : 28 มิถุนายน 2552
Last Update : 10 มีนาคม 2559 20:08:40 น. 8 comments
Counter : 400 Pageviews.

 
หง่ะ น่ากลัว


โดย: fiona IP: 203.171.196.88 วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:9:59:49 น.  

 
กลัวผีหรือว่ากลัวบรรณาธิการดีคะคุณฟิโอน่า
^ ^


โดย: ploy666 IP: 124.157.237.104 วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:17:53:05 น.  

 
อ่านมาแค่ไม่กี่บรรทัดก็ชักอยากรุมกระทืบพรรณรังสี ยัยเศษสวะวงการน้ำหมึก

ให้กำลังใจคนต่อสู้ค่ะ


โดย: Tukta21 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:0:34:34 น.  

 
มอลลี่ ^ ^
เรื่องเปอร์เซ็นต์ขุ่นใจกับคุณหนิง รับรองหลายคนมีไม้แพ้มอลลี่เช่นกันค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามเงาบรรณจ้า


โดย: ploy666 IP: 124.157.237.104 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:5:01:56 น.  

 
ติดตามอยู่ค่ะ ต้องขอโทษด้วยค่ะ มาอ่านแต่ไม่ได้มาเมนต์เป็นกำลังใจให้
ตั้งใจไว้ว่าตั้งแต่นี้เข้ามาอ่านทุกครั้งจะเมนต์เป็นกำลังใจให้คนแต่งค่ะ
สนุกมากเลยค่ะ ชอบแนวนี้อยู่เหมือนกัน ลึกลับดีค่ะ


โดย: รัลดา IP: 40.0.7.66, 203.158.4.111 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:11:14:21 น.  

 
เรื่องนี้มีพระเอกหรือเปล่าคะ และ พระเอกจะเป็นใครน่ะ น่านฟ้า หรือ แสนยากร รออ่านอยู่นะคะ


โดย: peerisa IP: 124.120.209.65 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:20:58:04 น.  

 
โอย ไม่รู้จะลุ้นน่านฟ้าหรือแสนยากรเหมือนกันเลย ลุ้นคนนึง ก็สงสารอีกคนนึงนะเนี่ย

บ.ก. คนนั้นน่ากลัวจัง แง้


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:21:13:38 น.  

 
คุณรัลดา

ขอบคุณที่ติดตามเงาบรรณจ้า ^ ^
หากมีเนื้อหาใดๆขาดตกบกพร่องไปก็ขออภัยล่วงหน้านะคะ จะพยายามยิ่งขึ้นค่ะ

ขอบคุณค่ะ...

ปลื้มด้วยล่ะ มีนักอ่านเงาเผยตัวอีกราย หุหุ เดี๋ยวพลอยจะเอาไปเกทับรักดี
(ดู-ดู๊...นิสัยเนาะ 55+)

*********

คุณ peerisa คะ
คนเขียนก็ลุ้นเหมือนกันค่ะ ระยะนี้มีโหวตมาหลายท่านว่าจะเอาคนนั้นคนนี้เป็นพระเอก แต่ทว่า...ผลเฉลยยังไม่ออกมา
สุดท้ายก็เดินตามพล็อตไปด้วยความตั้งใจอันมั่นคง
รอดูที่ปลายทางพร้อมๆกันนะคะ ^ ^

************

คุณพี่พีทคุงจะเหมารวบอีกแล้ว...คนเขียนไม่ยอมหรอก
เชอะ ของแบบนี้ต้องแบ่งๆกันนะคะ



โดย: ploy666 IP: 124.157.237.104 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:4:55:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
../viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.