Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
เงาบรรณ 02


คุยกันก่อนอัพ


วันนี้ดี๊ด๊าเป็นพิเศษ ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้น
แค่รู้สึกว่านอนกลางวันเต็มอิ่มเท่านั้นเอง
ความสุขในชีวิตนี่มันก็ง่ายๆเนาะ (ง่ายไปไหม???)

กินอิ่ม นอนหลับ ไปเที่ยวบ้าง...

ตื่นมาก็แวะเวียนมาอ่านนิยายพี่ๆน้องๆที่ช่วยกันอัพ
คอมเม้นท์แซวกันเองไปตามเรื่องตามราว ได้เรื่องบ้าง ไม่ได้เรื่องบ้าง

ใช้ชีวิตอยู่เท่านี้จริงๆค่ะ ^ ^
แต่ความสุขก็ไม่เคยหายไป...อิจฉาตัวเองที่โชคดี คริคริ

Ploy666.

หมายเหตุไว้นิดหนึ่งนะคะว่า นิยายที่ลงอัพนั้นมีการจัดเนื้อหา
และการขึ้นบรรทัดใหม่แตกต่างจากต้นฉบับจริง ทั้งนี้เนื่องมาจาก
คำนึงถึงความสบายตาในการอ่านเป็นสำคัญ--ขอบคุณค่ะ


**************

เงาบรรณ 02
ผู้แต่ง ploy666 (สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย)



บ้านในความคิดคำนึงของหล่อนน่าจะเป็นส่วนตัวมากกว่าอาคารสูงสี่ชั้นย่านกลางกรุงซึ่งทำเป็นที่พักสำหรับนักศึกษา ทำเลดีรายได้งาม

แต่ทัชฌามักฝันถึงบ้านเดี่ยวหลังเล็กบนเนินเขาล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่หนาตา

โดดเดี่ยวและไร้ผู้คนมากหน้ามาวุ่นวาย

ชั้นล่างของอาคารแบ่งเป็นส่วนให้เช่าทำสำนักงานต่างๆซึ่งมีบางห้องยังว่างอยู่แม้ตกแต่งเรียบร้อยสวยงามไว้รอท่า

หน้าทางเข้าคือห้องทำงานเล็กๆติดเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบของผู้ดูแลอาคารที่จ้างมาอยู่ประจำ นานๆหนทัชฌาจึงจะลงมาตรวจตราความเรียบร้อยแทนคุณมุกดาผู้เป็นแม่

บิดาเสียชีวิตตั้งแต่ทัชฌาอายุสองขวบ ท่านย้ายไปรับราชการที่ต่างจังหวัดและติดไข้ป่า หลังจากนั้นคุณมุกดาจึงกู้เงินมาลงทุนสร้างเรือนแถวให้เช่าบนที่ดินอันเป็นสมบัติเก่า

ตอนหลังเมื่อรื้อออกสร้างอาคารสี่ชั้นจึงกลายเป็นแหล่งรายได้เลี้ยงลูกสาวมาโดยลำพังแบบไม่ลำบากมากนัก

ห้องพักของหล่อนคือชั้นบนสุดทั้งชั้นที่ไม่ได้แบ่งซอยห้องต่างหากแบบชั้นอื่นซึ่งปล่อยเช่า

มีสามห้องนอนสามห้องน้ำและหนึ่งห้องรับแขก

ส่วนครัวมีแยกออกไปเชื่อมกับระเบียงดาดฟ้ากว้างขวางที่บางส่วนตั้งกระถางไม้ดัดและชุดโต๊ะเก้าอี้พักผ่อนจัดเอาไว้

ทว่าวันนี้มารดาไม่ได้อยู่ตามลำพัง

“เท็น...ไหว้ป้าอ้นเสียสิลูก”

คุณมุกดาสั่งเมื่อเห็นบุตรีก้าวเข้ามายังห้องรับแขกที่ท่านนั่งอยู่กับหญิงชราวัยเกือบหกสิบปีอีกคนซึ่งมีใบหน้าอิ่มส่งยิ้มละมุนตาเกือบตลอดเวลา

ป้าอ้นมีร่างท้วม สวมเสื้อเนื้อบางตัวโคร่งกับกระโปรงชายยาว ผมที่ตัดสั้นซอยแนบศีรษะรับกับแก้มอิ่มเต็ม

พิศเพียงผาดๆในวัยสาวคงสวยงามไม่น้อย

แต่เมื่อเทียบกับคุณมุกดาที่อ่อนวัยกว่าและแต่งเนื้อแต่งตัวภูมิฐานเป็นเสื้อผ้าไหมสั่งตัดกับกางเกงผ้าขายาวแถมมีสร้อยไข่มุกเล็กๆประดับ ทำให้เห็นความต่างของผู้หญิงสองคนนี้ได้อย่างชัดเจน...

ป้าอ้นในความประทับใจแรกของทัชฌาคือคุณป้าใส่แว่นแสนใจดีที่หลุดมาจากโลกอันสงบสุข ขณะที่คุณมุกดาเป็นภาพของผู้หญิงซึ่งต้องดิ้นรนจนประสบความสำเร็จเป็นที่นับหน้าถือตา

“ลูกสาวคนเดียวที่เล่าถึงเหรอคะ” ป้าอ้นถามไถ่

“มีกับเขาคนเดียวนี่แหละค่ะพี่อ้น กำลังจะสอบเรียนต่อปริญญาโท มุกเลยให้ไปลาออกจากงานมาอยู่บ้านเราอ่านหนังสือให้แน่นๆดีกว่า”

ท่าทีเกรงอกเกรงใจที่แม่มีต่อป้าอ้นทำให้ทัชฌากระพุ่มมือไหว้ เลือกนั่งยังโซฟาตัวห่างออกมาอย่างสำรวมระวังขึ้น

“เคยทำงานอะไร”

“เท็นทำงานในกองบรรณาธิการของสำนักพิมพ์คลังบุ๊คส์อยู่เกือบปีค่ะ”

“เหมาะเชียว...”
ป้าอ้นมีสีหน้าพึงพอใจ

“นี่ก็ว่าจะมาเช่าห้องข้างล่างทำสำนักพิมพ์เล็กๆเหมือนกันนะ ที่บ้านไม่มีที่ให้เก็บหนังสือแล้ว บ้านใหม่ที่ป้าซื้ออยู่หมู่บ้านเล็กๆเลยไปจากนี่ไม่กี่ป้ายรถเมล์เอง สนใจอยากทำงานเป็นครั้งเป็นคราวกับป้าบ้างไหมหนูเท็น ว่างเมื่อไหร่ค่อยลงไปช่วยๆกันดูแล ไม่ว่างเพราะอ่านหนังสือบ้างเป็นบางวันก็ไม่เป็นไร”

ทัชฌามองหน้ามารดาคล้ายจะอัศจรรย์ใจ

หล่อนไม่ยักรู้ว่าแม่มีคนในแวดวงนี้ให้คบหา

“ป้าอ้นน่ะเคยเป็นนักเขียนมาก่อน ตอนหลังก็เลิกเขียนเพราะปัญหาสุขภาพ แล้วช่วงนี้คิดจะเปิดสำนักพิมพ์แม่ก็เลยชวนให้มาทำเสียที่นี่ มีอะไรขาดเหลือจะได้ดูแลกัน ไหนๆท่านก็ตัวคนเดียว” คุณมุกดาอธิบายเพียงสั้นๆพอเข้าใจ

ป้าอ้นจึงถามย้ำกับหญิงสาวที่นั่งนิ่งเหมือนกำลังตัดสินใจว่า

“สนใจไหมหนูเท็น...ป้าอยากเห็นมุมมองคนรุ่นใหม่”

“ป้าอ้นจะทำหนังสือแนวไหนคะ”

“นิยายรักสิจ๊ะ หรือไม่ก็แฟนตาซีเนื้อหาดีๆสำหรับวัยรุ่น ป้าชอบเรื่องที่ทำให้หัวใจเต้นตุ้บตั้บ...อิ่มอารมณ์ดี”

ทัชฌาจึงแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “ถ้าวันไหนว่างๆเท็นจะลงไปดูก่อนก็แล้วกันค่ะ ค่อยตอบป้าอ้นอีกทีว่าสะดวกทำไหม”

“ยังไม่ได้บอกชื่อสำนักพิมพ์เลยพี่อ้น” คุณมุกดากระเซ้า

ป้าอ้นหัวเราะเขินๆราวกับเด็กสาวมากกว่าผู้หญิงที่วัยล่วงเลยเข้าเลขห้า ยามบอกว่า

“กิ่งฝัน...สำนักพิมพ์กิ่งฝัน แต่อยากให้คนฝันดีนะ ถ้าฝันร้ายนี่ป้าอ้นไม่เอาเลย!”

เจ้าตัวย้ำชัดในเจตนารมณ์อันเปี่ยมสุข

หวังว่าสักวันกิ่งฝันนี้จะถูกปักชำจนกลายเป็นกล้าไม้เติบใหญ่...

ทัชฌาทึ่งที่ใครบางคนยังไขว่คว้าสานฝันแม้ในวัยที่ล่วงเลยมาปูนนี้ บางทีหล่อนอาจช่วยให้ความฝันของป้าอ้นงดงามได้หากเป้าหมายทั้งคู่ตรงกัน...


แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องทำให้เห็นร่างพรรณรังสีซึ่งยังคงนั่งปักหลักกับโต๊ะคอมพิวเตอร์โต้รุ่งด้วยสีหน้าหมกมุ่น

แว่นตากรอบหนาเทอะทะถูกนำมาสวมใส่ยามเพ่งมองไล่ไปตามตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าโปรแกรมเวิร์ดอย่างพึงพอใจ

นิยายสองบทที่หล่อนเริ่มร่างขึ้นและคิดว่านี่มันดีมากกว่านิยายตลาดๆที่ขายกันเกลื่อนเมือง เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะเอาไปอวดใครๆ

หล่อนรอให้อะไรๆมันเข้าที่เข้าทางอีกสักนิด

นั่นแน่ะ...มีใครบางคนเพิ่งล็อกอินเข้ามาในโปรแกรมสนทนาออนไลน์

“ตื่นเช้าเชียวนะ เปิดร้านกาแฟอยู่เหรอเมี่ยง”

คำทักแสดงความสนิทสนมในระดับหนึ่งราวรู้กิจวัตรประจำวันอีกฝ่ายดีเยี่ยม แต่เปล่าหรอก...หล่อนเพิ่งขอแอด เอ็ม.เอส.เอ็น เมี่ยงคำไปเมื่อวานนี้

ออกจะแปลกใจครามครันว่าคุณแม่ลูกสามวัยยี่สิบเก้ามีร้านกาแฟเป็นของตนเองนอกเหนือจากงานอดิเรกเขียนนิยายออนไลน์จนได้พิมพ์รวมเล่ม

“สวัสดีค่ะพี่หนิง ตื่นเช้าจริงๆ” เมี่ยงคำส่งยิ้มตอบมาในตัวอิโมติค่อนรูปตุ๊กตา

“ยังไม่ได้นอนเลย”

“อ้าว...ทำอะไรยันเช้า”

“กำลังปรับปรุงเว็บไซต์ที่เป็น Editor อยู่น่ะ สมาชิกชอบแวะมาถามว่าเมื่อไหร่จะเปิด แต่พี่ก็ขี้เกียจน่ะนะ ช่วงนี้กำลังคิดว่าจะเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนสักเล่มดีไหมแก้เซ็ง”

เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายรักในการเขียนเหมือนกัน นักเขียนอีกฝั่งจึงสนับสนุนอย่างเข้าอกเข้าใจ

“เขียนเลยสิคะ สนุกออกจะตายเวลาเขียนนิยายเนี่ย เมี่ยงได้หลบโลกความจริงที่ต้องรีบตื่นมาจับลูกๆส่งขึ้นรถโรงเรียนแต่เช้าก็ตอนเขียนนิยายนี่แหละ...ดีอย่าบอกใครเชียว”

“ปกติพี่ก็ไปคอมเม้นท์นิยายตามเว็บ”

“เคยเห็นผ่านตาค่ะ”

พรรณรังสียิ้มอย่างภูมิใจ

จะไม่ผ่านตาก็แปลกไปหน่อยล่ะในเมื่อหล่อนว่างทั้งวี่ทั้งวันจนสามารถเข้าได้เกือบทุกเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาทำนองนี้

หล่อนตกงานนับครั้งไม่ถ้วนนับจากจบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ เวลาไปสมัครงานคนสัมภาษณ์ชอบคิดว่าหล่อนข่ม

แหม...คนมันรู้เยอะจะให้ทำไงได้ บริษัทนั่นแหละผิดที่ส่งคนโง่กว่าหล่อนมานั่งซักภูมิรู้

ที่ไหนที่บังเอิญได้งานหญิงสาวก็ทำอยู่ได้ไม่นานมักมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานเสมอไป พรรณรังสีมองว่าคนรอบกายมักทนไม่ได้ที่หล่อนพูดความจริงออกไปตรงๆเกี่ยวกับพวกเขา

เมื่องานที่ทำแบบจับฉ่ายไม่เลือกที่ไปเรื่อยๆ สุดท้ายจึงไม่มีอะไรเป็นหลักเป็นแหล่ง ดีแต่พ่อแม่มีร้านขายของชำพอจะเจียดรายได้ส่งมาให้บ้าง

ทว่าเสียงบ่นก่นด่าว่าหล่อนไม่ค่อยใส่ใจจะออกไปทำมาหาเลี้ยงชีพทำให้พรรณรังสีรำคาญจนหาข้ออ้างออกจากบ้านพ่อแม่มาอยู่กับน้าสาวดังทุกวันนี้

“ลองเปลี่ยนที่อยู่เสียบ้าง ได้ยินว่าแถวบ้านน้าสายใจมีออฟฟิศเปิดใหม่เยอะ...น่าจะมีงาน”

นั่นคือข้ออ้างที่หล่อนให้กับใคร สุดท้ายจนเกือบครึ่งปีต่อมาหล่อนก็ยังคงไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

พรรณรังสีไม่ได้มองว่าการไม่มีงานทำของตัวในระยะผ่านๆมาผิดปกติ

หล่อนแค่ชอบความอิสระและแน่นอนว่าหล่อนมีแผนมากมายสำหรับอนาคตที่วาดไว้...

เมี่ยงคำเป็นหนึ่งในบันไดที่พรรณรังสีกำลังแสวงหา

นักเขียนออนไลน์สมัยนี้ไม่ได้เก็บเนื้อเก็บตัวเท่าใดนัก แค่หาเว็บก็ค้นเจออีเมลสำหรับติดต่อถมไป ไม่ยากเย็นเกินไปสำหรับคนคุ้ยเคยกับ ไอ.ที. แบบหล่อนเลย

“นักเขียนสมัยนี้ไม่ไหวนะ อีโก้ แรง ถ้าเม้นท์อะไรไปตรงๆบางทีก็มีด่ากลับ” พรรณรังสีชิงบ่น

“แต่นิยายของเมี่ยงติได้นะคะ”

“พี่น่ะเม้นท์แรงนะ” หล่อนย้ำ

“ไม่เป็นไรค่ะ เมี่ยงรับได้...อยากได้มานานแล้วคนที่พูดตรงๆสับตรงๆเนี่ยจะได้รู้ว่าต้องปรับปรุงตรงไหนบ้าง”

นั่นคือไฟเขียวที่ทำให้พรรณรังสียิ้มกริ่ม ขณะเริ่มพิมพ์ต่อไปว่า

“สำนวนเมี่ยงดีนะ พี่เห็นตัวอย่างในเว็บไซต์สำนักพิมพ์แล้ว”

“ขอบคุณค่ะ”

“พล็อตก็น่าสนใจเชียวแหละ คิดได้ยังไง ปกติพี่เห็นแต่พล็อตเดิมๆจนเดาเรื่องได้ เนี่ยถ้านักเขียนเมืองไทยรู้จักพลิกแพลงแบบฝรั่งป่านนี้วงการหนังสือบ้านเรามันก็ไม่ย่ำแย่ เด็กๆได้แต่อ่านนิยายตลาดๆ แทบจะไม่รู้จักนิยายดีๆแล้วล่ะ สมัยนี้อะไรก็อัดแต่เรื่องการโฆษณาเสียหมด”

คนฟังการวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างเห็นคล้อยตาม หากก็ยั้งตัวไว้ไม่กล้าไปช่วยเสริมจึงเลือกเฉพาะหัวข้อที่เกี่ยวกับตนเองมาสนทนา

“พี่หนิงว่าพล็อตของเมี่ยงใช้ได้ใช่ไหมค่ะ”

พรรณรังสียักไหล่อย่างสมเพชเวทนาคนอีกปลายทางเครือข่าย...ทว่ามือกลับพิมพ์ส่งรอยยิ้มกว้างไปแทนที่

“อีกหน่อยถ้าพี่มีสำนักพิมพ์จะติดต่อจองตัวเมี่ยงไว้เป็นนักเขียนในสังกัดเลย อย่าลืมเขียนให้พี่ล่ะ”

“เปิดเมื่อไหร่ล่ะพี่ เมี่ยงจะได้รีบไปเตรียมนิยายใหม่เขียนให้”

“ทุนยังไม่มีน่ะซิ แต่จะทำจริงก็ไม่ยากเท่าไหร่นะ เพื่อนพี่อยู่ในวงการนี้เยอะ บางคนก็ได้ดิบได้ดีเป็นบรรณาธิการไปหลายรายเชียว แค่เอ่ยปากก็น่าจะระดมทุนได้แต่พี่ไม่เอาเองนั่นแหละ...เบื่อแล้ว ทำมาเยอะ ตอนเป็นบรรณาธิการเองบางทีปิดเล่มนิตยสารต้องมานั่งปั่นคนเดียวทั้งคืนเป็นร้อยหน้าก็มี เรื่องปกติมาก”

เมี่ยงคำได้แต่ทึ่ง

จนมาหลังๆจึงมีคนตั้งคำถามขึ้นให้ได้คิดว่า

“ขอโทษเถอะเมี่ยง...ปิดต้นฉบับร้อยหน้าคนเดียวนี่พี่แกทำนิตยสารหรือทำพจนานุกรมถึงได้ต้องการต้นฉบับจากคนๆเดียวหนาถึงขนาดนั้น หรือเหมาทำมันทุกคอลัมน์ในเล่ม โคตรอัจฉริยะจริงๆว่ะ!”

ลืมเฉลียวใจคิดว่าการปิดต้นฉบับหนาระดับหนึ่งร้อยหน้านั้นปกติย่อมไม่ใช่ลักษณะเดียวกับการเขียนนิยายที่นักเขียนสามารถโชว์เดี่ยวได้โดยง่าย

นิตยสารทั่วไปซึ่งมักมีคอลัมน์ต่างๆมากมายเกินกว่าที่ใครจะสามารถรู้ไปเสียทุกเรื่องแบบเจาะลึกพอจะจับมาเขียนได้ทั้งหมด

บรรณาธิการแม้จะเก่งกาจเพียงใดก็ต้องมีขีดจำกัด เว้นเสียแต่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงปรับ ดัดแปลง จากต้นฉบับเดิมมาก่อนจึงจะไวถึงขนาดนั้น

แน่นอนว่าผลงานที่ได้ในระยะสั้นจะด้อยคุณภาพลงตามกัน

และไม่เคยมีใครถามจนได้คำตอบจากพรรณรังสีเสียทีว่า ที่หล่อนเอ่ยอ้างว่าเคยเป็นบรรณาธิการนั้นเคยรับหน้าที่ในสำนักพิมพ์ใด!

ทว่ายามคุยกันขณะนั้นด้วยความที่ไม่ได้คิดจะจับผิดใครทำให้เมี่ยงคำได้แต่ชื่นชม

แม้ถ้อยคำถัดมาของพรรณรังสีจะทำให้หล่อนใจเสียไปบ้างก็ถือเสียว่าเขาสอนอย่างคนมีประสบการณ์มากกว่า

“ที่ผ่านตามา งานเมี่ยงนี่ยังต้องปรับปรุงการเดินเรื่องอีกนิด”

คนที่บอกไปไม่นานว่าอ่านเฉพาะตัวอย่างในเว็บไซต์สำนักพิมพ์กลับวิพากษ์วิจารณ์ฉะฉาน

“ยังไงคะพี่หนิง”

“ไปอ่านหนังสือมานะ”

พรรณรังสีเลือกที่จะตอบกำกวม

“ถ้าอยากเป็นนักเขียนที่ดีก็ต้องไปหาหนังสือมาอ่านเยอะๆ เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยทำการบ้านมาเลย เห็นที่เขียนให้อ่านๆกันแล้วพี่หงุดหงิด”

“เมี่ยงก็อ่านหนังสือเยอะอยู่นะคะ ตกลงต้องแก้ส่วนไหนคะ”

“ที่อ่านมายังไม่พอไง”

เขากลับอ้างเสียแบบนั้น เมี่ยงคำก็หาที่ซักต่อไม่ได้

“ดูนักเขียนใหญ่ๆแต่ละคนสิว่าศึกษาข้อมูลเป็นตั้งๆก่อนจะลงมือเขียนจริง เด็กทุกวันนี้สักแต่อัพลงเว็บไซต์ข้อมูลอ้างอิงอะไรก็ไม่มี เขียนกันแบบนี้นั่นแหละวงการหนังสือบ้านเราถึงไม่โตเหมือนเมืองนอกเสียที แถมพอไปติงไปสอนหน่อยถ้าไม่ร้องไห้ก็ต้องมีแฟนคลับตามมาด่า ถึงได้มาแต่นิยายห่วยๆให้อ่านกันอยู่นี่ไง”

เมี่ยงคำเริ่มอึ้ง...

รสน้ำผึ้งบนคำหวานเมื่อแรกสนทนาบัดนี้แปลกปร่าแตะอยู่เพียงปลายลิ้นชอบกล ไม่รู้ว่าที่กำลังตำหนินักเขียนทั่วไปอยู่นั้นหล่อนถูกเหมารวมไปด้วยหรือไม่ทำเอาชักวางสีหน้าไม่ถูก

แต่ด้วยข้อที่คิดว่าตนเองมีวัยวุฒิและคุณวุฒิเท่าที่สรุปเอาเองจากถ้อยคำอวดอ้างถึงประสบการณ์ในแวดวงวรรณกรรมที่พรรณรังสีร่ายไว้นั้น ทำให้เมี่ยงคำได้แค่รับคำอ่อยๆว่า

“ค่ะ...เมี่ยงจะไปหาหนังสืออ่านเพิ่มเป็นตัวอย่างนะคะ”

พรรณรังสีมองข้อความที่ตีขึ้นโชว์บนหน้าจอสนทนาอย่างพอใจที่สัมฤทธิ์ผล

“ดีแล้ว พี่ดูแววเรายังไปอีกไกลตกลงเราอยู่สำนักพิมพ์ เขียนลักษณ์ ที่เดียวหรือส่งงานที่อื่นอีก”

“เพิ่งมีพิมพ์ที่เดียวค่ะ เรื่องอื่นเมี่ยงยังเขียนไม่จบรอไว้ดูแนวอีกที”

“ถ้าสนใจส่งที่ไหนก็มาถามพี่ได้นะ เพราะบางที่น่ะ...พี่ฝากได้”

...ฝากได้...

คำท้ายประโยคฟังดูราวกับจะกุมอำนาจอันยั่วยวนใจคนที่อยากตีพิมพ์ผลงานไว้นัก

พรรณรังสีมั่นใจ

เมี่ยงคำต้องจำได้ว่าคนที่ทักทายกันในเช้านี้มิใช่ ‘ธรรมดา’!












Create Date : 27 พฤษภาคม 2552
Last Update : 10 มีนาคม 2559 20:03:16 น. 9 comments
Counter : 392 Pageviews.

 
...ฝากได้... : คำนี้ช่วยขยายความหน่อยค่ะ อิอิ
รออ่านต่อจ้า


โดย: อะเดล IP: 116.58.231.242 วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:57:11 น.  

 
ไปอ่านหนังสือมานะ...

เหอ เหอ เหอ
(ปั๊บ ปาดับ ปาดั๊บ ปีดู ดูดู ลั้ลลา - ร้องเพลงเล่น อารมณ์ดีคร้าบ ฮ่าๆ)
.............................


โดย: รักดี IP: 118.172.70.80 วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:51:02 น.  

 
คำนี้คงต้องขยายความไปทีละนิดค่ะพี่อะเดล
ช่างเป็นคำที่ยิ่งใหญ่จริงๆเชียว...55+

*******

รักดี วันนี้อ่านหนังสือหรือยัง
(/me เผ่นหนี)


โดย: ploy666 IP: 124.157.206.134 วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:55:50 น.  

 
ฮาได้อีก

ในMSN..
ท้องฟ้า: พี่คะช่วยไปอ่านงานฟ้าหน่อยค่ะ
เพิ่งเขียนแนวนี้ เรื่องแรกค่ะ
พรรณรังสี: พี่เมนท์แรงนะ!
ท้องฟ้า: อุ้ย งั้นเหรอคะ งั้นไม่ต้องอ่านค่ะ
ฟ้าทำใจไม่ได้ 5555555555

ฮามากกับคำว่า

เห็นมาเยอะ อิ๊ๆๆๆๆ กับคำว่า
ฝากได้ ด้วย
โอ้ววว พรรณรังสีเก่งจริงๆ ซูเปอร์วูแมน 5555


โดย: ท้องฟ้า IP: 61.90.75.190 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:3:31:42 น.  

 
ท้องฟ้า: อุ้ย งั้นเหรอคะ งั้นไม่ต้องอ่านค่ะ
ฟ้าทำใจไม่ได้ 5555555555

ตรงนี้ฮาค่ะ พี่พลอยขำ โฮะ โฮะ โฮะ


โดย: ploy666 IP: 124.157.207.225 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:16:21 น.  

 
สวัสดีค่ะพลอยคนสวย


โดย: fuku วันที่: 30 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:15:30 น.  

 
สวัสดีค่าแม่ข้าวปั้น
ลงท้ายสวยๆเนี่ย นู๋พลอยหูผึ่งทีเดียวเจ้าค่ะ
หุหุ


โดย: ploy666 IP: 124.157.206.24 วันที่: 30 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:17:00 น.  

 
นิยายเรื่องนี้แทงใจดำเรามากเลย กริ๊ดๆๆ
คุณป้าอันคะ ... กิ่งฝันรับนักเขียนเพิ่มมั้ยคะ?

เอ่อหนิง ... ชีแรงได้ใจจริงๆเลย

แอบคิดว่าตัวเองเหมือนเมี่ยงคำยังไงไม่รู้แฮะ (ผิดตรงที่นิยายยังไม่ได้ตีพิมพ์ แค่นั้น)


โดย: อ้อ IP: 203.150.210.151 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:7:41:55 น.  

 
ป้าอ้นน่าจะเปิดรับไวๆนี้ค่ะ
เห็นมีหลายคนอยากสมัครเพราะความน่ารักของป้าอ้น
555+


โดย: ploy666 IP: 124.157.207.220 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:19:21:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
../viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.