|
|
|
แม่สื่อจอมจุ้น วุ่นรักอลวน บทที่3
บทที่ ๓
เจ้าน้ำหวานเห่าเสียงดัง มันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ที่เห็นพิมพ์ญาดาซึ่งกำลังเปิดประตูรั้วเข้ามา และทันทีที่เธอก้าวพ้นประตู
เจ้าสุนัขแสนรู้ที่ยายปิ่นเก็บมาเลี้ยง ก็กระโดดเกาะเจ้าของพร้อมหางสั้นๆส่ายไปมา
พิมพ์ญาดานั่งยองเอื้อมมือลูบหัวน้ำหวานสองสามครั้ง พลางถอนหายใจ ขณะมันมองจ้องหน้าทำตาปริบๆ
เธอมองไปรอบๆบ้านด้วยใบหน้าและจิตใจที่ห่อเหี่ยว กลิ่นอายความอบอุ่น เสียงหัวเราะคุ้นหู มันขาดหายไปพร้อมกับยายปิ่น บรรยากาศภายในบ้านเวลานี้ จึงมีแต่ความเงียบเหงา
พักผ่อนบ้างนะลูก เหนื่อยหลายวันแล้ว ป้าทองสุขซึ่งเดินเข้ามาด้วยพูดพร้อมทาบมือลงบนบ่าหญิงสาว ถ้าไม่สบายขึ้นมามันจะลำบากน่ะ ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆรู้มั้ยอย่าทำให้ยายเขาต้องเป็นห่วงเรา
พิมพ์ญาดาหันมายิ้ม รับรู้ในความปรารถนาดีของป้าทองสุขที่มีต่อเธอ
พิมพ์ไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะป้า
หญิงสาววางโกฐกระดูกยายแล้วเดินไปเปิดม่านเปิดหน้าต่าง ลมและแสงสว่างจึงพาดผ่านเข้ามา ช่วยทำให้ในบ้านปลอดโปร่งขึ้น
ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะนะ... จะได้รีบๆทำงานหาเงินมาใช้หนี้ ไอ้คุณดิตถ์มัน ไม่อย่างนั้นมันก็จะมาเทียวตามตอแยพิมพ์อยู่อย่างนี้
ป้าทองสุขพูดขณะนึกถึงใบหน้าอ้วนกลมของนายดิตถ์ หนักใจแทนพิมพ์ญาดา ที่ต้องมาอดทนกับคนที่มีนิสัยเห็นแก่ได้อย่างนี้
หาเงินมาใช้หนี้...เป็นเรื่องแรกที่พิมพ์จะทำเลยล่ะป้า
เสียงตอบด้วยความมั่นใจแฝงมาพร้อมกับดวงตาที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว
เธอเบื่อเต็มที ที่ต้องมาคอยหาคำพูดเพื่อบ่ายเบี่ยงเลี่ยงข้อเสนอที่นายดิตถ์หยิบยื่นมาให้ เพราะมันเป็นความปรารถนาดี ที่เธอรับไม่ได้
ระยะหลังมานี้ ตั้งแต่ยายปิ่นเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆเงินทองที่มีเก็บ ก็ร่อยหลอลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายต้องหมดไปกับค่ารักษาพยาบาล
พิมพ์ญาดาต้องนำโฉนดบ้านไปขอกู้เงินนายดิตถ์ เพื่อนำมารักษาอาการป่วยเรื้อรังของยาย และเมื่อหาเงินมาจ่ายหนี้ตามกำหนดไม่ได้ จำนวนดอกเบี้ยซึ่งทบต้นมาเรื่อยๆ
ทำให้พิมพ์ญาดาต้องไปพบนายดิตถ์เพื่อขอประนอมหนี้เพราะไม่อยากโดนยึดบ้าน ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มีอยู่
เธอหนักใจทุกครั้งที่มาพบเขา อดทนกับคำพูดที่คอยแทะโลมอยู่ตลอดเวลา ต้องทำใจเย็นและหลีกเลี่ยง เมื่อเขาพยายามที่จะลวนลามเธอทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
ตลอดจนกระทั่งวาระสุดท้ายที่ยายจากไป พิมพ์ญาดาก็ต้องบากหน้าไปขอกู้เงินนายดิตถ์เพิ่มอีกครั้ง ทั้งๆที่ใจไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเขาอีก
แต่เพราะความจำเป็น ที่มีเงินมาใช้จ่ายในการจัดงานศพให้ยาย จึงจำใจทำในสิ่งที่ขัดกับความต้องการของตัวเอง นั่นมันก็เป็นสาเหตุให้นายดิตถ์เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเธอมากขึ้น
ไปเถอะพิมพ์...เราจำเป็นต้องใช้เงิน เดี๋ยวป้าจะคอยช่วยกันไม่ให้นายดิตถ์เข้ามาเกาะแกะกับพิมพ์มากกว่าที่ควรจะเป็นแค่เจ้าหนี้กับลูกหนี้
คำพูดของป้าทองสุข เมื่อครั้งที่พิมพ์ญาดาไปขอคำปรึกษากับนาง แล้วป้าทองสุขก็ทำอย่างที่นางเคยพูดไว้ ทุกครั้งที่นายดิตถ์มาหาเธอ ป้าทองสุขจะคอยดูอยู่ไม่ห่าง
และนางก็จะเดินมาตามหาข้ออ้างต่างๆนาๆเพื่อให้พิมพ์ญาดาได้มีโอกาสปลีกตัวออกมาจากนายดิตถ์ได้ง่ายขึ้น ดั่งเช่นที่วัดเมื่อวานตอนค่ำ
ป้าทองสุขกลับบ้านไปแล้ว ส่วนพิมพ์ญาดาซึ่งยังยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างก็ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ใกล้ตัว
หญิงสาวระบายลมหายใจออกมาช้าๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน สองแขนสอดประสานพาดวางที่ขอบหน้าต่าง
ดวงตาคมมองเหม่อไปยังด้านนอก แล้วคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เมื่อเห็นเจ้าน้ำหวานซึ่งนั่งกระดิกหางกุดไปมาอยู่ข้างประตูรั้ว เหมือนกับตอนที่มันเจอเธอเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
น้ำหวาน... แกจะคิดถึงยายบ้างมั้ยนะ...
ประมาณสามทุ่มเศษ หลังจากชำระร่างกายเรียบร้อยแล้ว พิมพ์ญาดาซึ่งกำลังจะเดินออกมาใส่กุญแจประตูรั้วหน้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงกึกกัก
หญิงสาวเปลี่ยนความตั้งใจ แล้วเดินตามหาต้นเสียงที่ได้ยิน ซึ่งมันดังมาจากข้างๆบ้านที่ถูกจัดแต่งไว้เป็นสวนหย่อมกว้างเพียงสามเมตรกว่า
สำหรับเป็นมุมพักผ่อนเล็กๆภายในบริเวณบ้าน โดยปลูกต้นแก้วเรียงยาวตามแนวรั้วเพื่อช่วยอำพรางจากสายตาจากคนภายนอก
พิมพ์ญาดาต้องขมวดคิ้วมุ่นฉงนใจ กับภาพของเจ้าน้ำหวานที่กำลังยืนเก้าอี้สนามชุดเล็ก พร้อมส่ายหางไปมาอารมณ์ที่แสดงออกถึงความดีใจ เหมือนเมื่อสักสามชั่วโมงที่ผ่านมา
น้ำหวาน!
เสียงเรียกเชิงดุของเธอดังพอที่จะทำให้น้ำหวานหันมามองและวิ่งเข้ามาหา มันทำตาปริบๆขณะแหงนมองหน้าเธอ และอาการดีอกดีใจนั้นก็ยังคงอยู่ อาจเพราะเสียงดุที่ดังตามมาอีกหนทำให้เจ้าหมาน้อยหงอยไปทันตา
เข้าบ้านได้แล้ว
พิมพ์ญาดาแอบยิ้ม กับท่าทางของเจ้าน้ำหวานที่ก้มหน้าหมอบจนแทบเกือบจะคลาน เมื่อต้องเดินผ่านหน้าเธอไป
แล้วพิมพ์ญาดาก็ต้องหันมาชี้นิ้วพร้อมทำหน้าดุใส่น้ำหวานอีกครั้ง หลังจากที่ปิดประตูรั้วบ้านเสร็จแล้วหันหลังกลับมา ยังเจอเจ้าหมาแสนรู้ยืนลังเลอยู่ที่หน้าประตูบ้าน อาจเพราะท่าทางที่จริงจังของเธอ ทำให้เห็นเจ้าน้ำหวานรีบวิ่งหายเข้าไปในบ้านโดยไม่ลังเลอีกเลย
หญิงสาวเดินตามน้ำหวานเข้าบ้านพลางยิ้ม ปิดล๊อกประตูแน่นหนาก่อนเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ร่างสูงโปร่งมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าห้องยายปิ่น เธอแง้มประตูเปิดกว้าง
กวาดสายตามองไปรอบห้อง ระบายหายใจออกมาช้าๆ พร้อมสีหน้าที่เศร้าสลดก่อนปิดประตูห้องเอาไว้อย่างเดิม แล้วเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง
ยัยพิมพ์... หลานรักของยาย ยายคิดถึง...ยายเป็นห่วงหลานเหลือเกิน
พิมพ์ของยายจะต้องเป็นคนที่มีความสุขที่สุด คอยดูนะ...ยายจะทำให้ได้ คอยดู!
คำพูดและดวงตาที่มาดมั่น ดังแว่วมาพร้อมกับสายลม แต่ไม่อาจทำให้คนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง ได้มีโอกาสรับรู้ในความห่วงใยนี้เลย
กลุ่มเมฆหมอกที่กระจายไปทั่ว ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดยืนเคว้งอยู่กลางห้องซึ่งมีลักษณะคล้ายโบราณสถานขนาดใหญ่
ภายในทาสีขาวสะอาดตา เขาเหลียวมองไปรอบตัว ก็พบแต่กลุ่มเมฆหมอกที่ทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นอะไรไม่ถนัดตานัก แม้จะพยายามเพ่งสายตามองอย่างตั้งใจก็ตามที
อินทัชตัดสินใจก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล เลือกที่จะเดินไปตามเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลงท่วงทำนองเพลงช้าๆ ซึ่งได้ฟังแล้วก็ให้ความรื่นรมย์อย่างบอกไม่ถูก
แต่พอเดินเข้าไปได้สักระยะหนึ่ง จมูกโด่งๆ ก็ได้รับสัมผัสกับกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่แล้วคิ้วเข้มก็ต้องขมวดมุ่น กับสิ่งที่แทรกมากับเสียงเพลง
พ่อหนุ่ม...พ่อหนุ่ม...
กระแสเสียงที่ดังเป็นระยะๆ ทำให้ชายหนุ่มเหลียวมองหาต้นเสียงทั่วบริเวณ
ฝากหลานสาวคนดีของยายด้วยนะ...ฝากด้วยนะ
อินทัชพยายามตั้งสติ และฟังเสียงที่แทรกมากับดนตรีอย่างตั้งใจ
พ่อหนุ่ม...พ่อหนุ่ม...
กระแสเสียงเรียกยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่ามันกลับแผ่วเบาลงไปเรื่อยๆเช่นกัน
ฝากหลานสาวคนดีของยายด้วย...ฝากด้วย...ฝากด้วย
ความพยายามของอินทัชที่จะหาต้นตอของเสียงก็ยังไม่หยุดนิ่ง เขาวิ่งวนตามหา แต่ความรู้สึกช่วงนั้น เหมือนเสียงเรียกจะค่อยๆ ไกลออกไปทุกทีๆ จนเขาวิ่งตามมันไม่ทัน
คุณยาย! คุณยายครับ... เขาวิ่งวนพร้อมตะโกนเรียกอย่างมั่นใจในเสียงเรียกที่ได้ยิน
ใช่!ยายปิ่น ต้องเป็นยายปิ่นแน่ๆ
แต่ขณะที่กำลังตามหายายปิ่นอยู่นั้น ก็มีกลุ่มเมฆหมอกลอยตัวเข้ามาจับกันเป็นก้อน มันค่อยๆบดบังสายตาของเขาจากทุกๆ สิ่งไปชั่วขณะ
อินทัชแปลกใจเหลียวมองรอบตัว เมื่อทุกสิ่งตรงหน้ารวมทั้งผนังห้องโถงขนาดใหญ่ที่เขายังยืนอยู่ ก็ถูกเมฆหมอกล้อมโอบ... หายไป...หายไป...ดุจดั่งเงื้อมมือของปีศาจได้มาคว้าทุกอย่างหนีไปจากเขา
เสียงที่ตะโกนเรียกยายปิ่นนั้นดังออกมาจนทำให้อินทัชสะดุ้งตื่น เขาพลิกตัวเอื้อมมือแตะโคมไฟที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเพื่อเปิดใช้แสงสว่าง และหรี่ตามองนาฬิกาที่วางอยู่ใกล้ๆ ซึ่งบอกเวลาตีสี่กว่าๆ
อินทัชสลัดผ้าห่มออกจากกายแล้วลุกเดินลงมายังชั้นล่าง ตรงดิ่งไปเปิดตู้เย็น รินน้ำดื่ม แล้วรินใส่แก้วถือติดมือกลับมานั่งยังโต๊ะกินข้าวที่จัดวางอยู่ใกล้ๆด้วย
เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมนึกแปลกใจตัวเองที่เก็บเอาเรื่องราวความห่วงใยของหญิงชราซึ่งมีให้กับหลานสาวมานอนคิดจนฝันไป
เสียงของผ้าม่าน พัดสะบัดแรง จนทำให้อินทัชต้องเหลียวไปมอง พร้อมคิ้วเข้มๆขมวดมุ่น กับสายลมที่พัดมาอย่างรุนแรง
ซึ่งไม่ต่างจากลมพายุที่มักจะพัดนำทางให้กับพายุฝนอยู่ทุกๆปี แต่ทำไมมีลมแรงแบบนี้ในกลางฤดูร้อน
อินทัชเดินไปปิดหน้าต่างที่เขามักจะเปิดทิ้งเอาไว้เป็นประจำเพื่อรับลมเย็นๆ และขณะที่กำลังเดินไล่ปิดหน้าต่างทุกๆบานอยู่นั้น ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างวูบไหวอยู่ทางด้านหลัง
ครั้นหันกลับไปมอง ก็ไม่พบอะไรนอกเหนือจากสิ่งของที่เคยมีอยู่ก่อนแล้ว และเพราะความหวาดระแวงนี้ทำให้ชายหนุ่มนึกขำตัวเองที่เผลอหันกลับไปมองอยู่หลายครั้ง ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า บ้านหลังนี้มีเขาพักอาศัยอยู่เพียงคนเดียว
****************
ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีคราม ในขณะที่อินทัชยังคงนั่งอยู่บนโซฟาชั้นล่าง เพราะก่อนหน้านี้ชายหนุ่มก็พยายามจะนอนหลับต่ออีกสักพัก แต่เขาก็ตาสว่างจนนอนต่ออีกไม่ได้แล้ว
อินทัชจึงฆ่าเวลาด้วยการอ่านเอกสารที่วรชิตยัดเหยียดมาให้เมื่อวานตอนเย็น ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดที่จะสนใจหยิบมันขึ้นมาดูเลยด้วยซ้ำไป
อินทัชขยับตัวเมื่อมีความรู้สึกว่าโซฟาที่เขานั่งนั้นมันยุบฮวบลง แล้วไม่นานเขาก็รู้สึกเย็นวูบวาบไปทั่วตัว ชายหนุ่มหันมองรอบไปบ้าน ก็พบว่าหน้าต่างทุกบานถูกปิดไว้หมดแล้ว
ความรู้สึกที่เย็นวูบขึ้นมาเฉยๆทั้งตัวนี่สิ ที่ทำให้เขาเอะใจ
ความเย็นของมัน ไม่เหมือนกับความเย็นที่ได้รับจากสายลม ไม่ว่าจะด้วยลมธรรมชาติ หรือลมจากเครื่องทำความเย็นต่างๆ
เฮ้อ!เพี้ยนไปแล้วแน่ๆเรา
อินทัชบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนวางเอกสารไว้บนโต๊ะกลางแล้วลุกเดินขึ้นบันไดไป
ไม่เพี้ยนหรอกพ่อหนุ่ม" น้ำเสียงแฝงความดีใจ "แต่เราสามารถสื่อสารกันได้ต่างหากล่ะหึๆ
"ทำไมไม่ทำให้คุณคนนั้นเขาเห็นยายไปซะเลยล่ะ เขาก็เคยเห็นยายแล้วนี่นา"
หญิงชราซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาเผยอยิ้มจนเห็นฟันขาว แล้วนางก็หันมาสบสายตากับเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างมีเลศนัย...
| Create Date : 17 มิถุนายน 2552 |
|
8 comments |
| Last Update : 10 มีนาคม 2559 20:06:34 น. |
| Counter : 897 Pageviews. |
|
 |
|
|
| | |
โดย: ploy666 (ploy666 ) 18 มิถุนายน 2552 13:04:09 น. |
|
|
|
| | |
โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) 19 มิถุนายน 2552 17:29:10 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: ploy666 IP: 124.157.201.133 20 มิถุนายน 2552 14:14:12 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Tukta21 27 มิถุนายน 2552 2:22:21 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ploy666 (ploy666 ) 27 มิถุนายน 2552 6:01:02 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Tukta21 29 มิถุนายน 2552 22:03:57 น. |
|
|
|
| | |
โดย: ploy666 (ploy666 ) 30 มิถุนายน 2552 5:02:22 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
กรุงเทพฯ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]

|
หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก https://ploy666.bloggang.com

ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา) นามปากกา : สิตาปางค์ ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5 ออกแบบปก : Little thing
ราคา : 850.- บาท สินค้าหมด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28
สั่งซื้อที่ : .........
หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ
** ***********************************

ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ นามปากกา : ลายน้ำ ราคา : 259.- บาท สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)
สินค้าหมดค่ะ
****************
นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง
รอยทรายบนลายรัก ...และ... กระต่ายในใจจันทร์
***********
เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่า ทนไม่ไหวแล้ว... จงเรียนรู้ ที่จะขอความช่วยเหลือ
โลกไม่ได้โหดร้ายเกินไปนัก ผู้คน ก็ไม่ได้ใจร้ายไปซะทั้งหมด
เป็นกำลังใจให้ค่ะ...
Ploy666.
************
หมายเหตุสักนิดค่ะ...
ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย
ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ
**************
เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
|
|
|
|
|
|
|
|
|
พลอยจะสปีดหนีแล้วล่ะ คริคริ