Group Blog
 
<<
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 

6_[ผักชี@ปทุมธานี] : ทำหมันสุนัขกันสักที ผักชี 6 เดือนแล้วค่า...

  มาถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการแชร์ล่ะนะ

ทำหมันหมาเนี่ยแหละค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้ศึกษาข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ต
ทว่าสุนัขแต่ละตัวก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปบ้างน่ะเนอะ ^ ^
จะเขียนเท่าที่เห็นจากกระบวนการทำหมันของผักชีก็แล้วกันค่ะ

เปิดดดด...ด้วยรูปสาวสวยในบล็อก
'ชีชี' ของเรานั่นเอง...หนูแอบหมดสภาพในคอลล่าร์ที่ครอบเอาไว้น่ะ (555+)




มาเท้าความถึงการดูแลผักชีนับตั้งแต่เอามาจากวัดอีกสักครั้งก็แล้วกันค่ะ

ผักชีกินยารักษาพยาธิเม็ดเลือดอยู่ เดือนครึ่ง ช่วงนั้นมีถ่ายพยาธิ หยดยากันเห็บหมัดแล้ว
อ้อ...ยาหยดกันเห็บหมัดนี่น่ะ ก่อนหยดต้องเว้นการอาบน้ำมาแล้ว 2 วันนะคะ (คุณหมอสั่ง)
แล้วหลังหยดก็เว้นไปอีก 3 วันค่ะ 

หลังจากนั้นก็มาที่การฉีดวัคซีนรวม 1 เข็ม
จากนั้นก็มาฉีดกระตุ้นวัคซีนอีก 2 เข็ม
ระยะฉีดแต่ละเข็มห่างกันราวๆ หนึ่งเดือน
เมื่อฉีดแต่ละเข็มแล้วก็งดอาบน้ำกันไป 7 วันหรือ 1 สัปดาห์นั่นเอง

คือเจอสารพัดยาแบบไล่ๆกัน อาบน้ำไม่ได้สักที
ทำเอาช่วงนั้นผักชีเหม็นสาบมาก T^T...

แล้วก็ช่วงหลังทำหมันผักชีถึงมาเริ่มกินยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ(จากยุงเป็นพาหะ)นะคะ


พอสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี แพลนต่อไปของเราที่เตรียมไว้ให้เธอคือการจับทำหมัน
ชีไม่รู้เรื่องหรอก 555555+

คุณหมอที่คลินิกของผักชีให้เกณฑ์คร่าวๆแบบเซฟๆว่า
ขอสักอายุ 5-6 เดือนค่อยทำละกัน เราก็เริ่มนับวันรอแบบเครียดๆค่ะ
ผักชีเป็นหมาตัวแรกที่เลี้ยงแล้วเอาไปทำหมันเลยนะคะเนี่ย แถมยังเด็กมาก
และเพิ่งพ้นช่วงป่วยมาด้วยอีกต่างหาก

อย่ากระนั้นเลย เปิดเน็ตเสิร์ชดูดีกว่า
O_o* ทำไมมีแต่กระทู้หมาตายล่ะ!!!

ในใจพี่พลอยนี่แบบว่า พยายามทำใจเผื่อสุดฤทธิ์ว่า ...
ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน บลา บลา บลาฯลฯขึ้นมาล่ะ

ระหว่างนี้ก็ไปลองสอบถามราคากับคลินิกต่างๆแถวนี้ดู ได้เรทมาที่
สุนัขตัวเมีย น้ำหนัก 10 กิโลกรัม เริ่มราวๆ 1,500 บาท แบบดมยาสลบ
ซึ่งเขาว่าดมยาดีกว่าฉีดนะคะ เพราะสุนัขจะฟื้นเร็วหลังปิดเครื่องเลยค่ะ

เลยกลับไปซบอกคลินิกเดิมละกัน ไหนๆก็มีประวัติอยู่แล้ว ราคาที่ 1,400 บาท
แต่ด้วยผักชีเคยมีปัญหาสุขภาพมาก่อน ก็ขอเจาะเลือดหน่อยน่ะ
(เจาะไม่กี่ร้อยบาทค่ะ แต่พลอยว่าคุ้มนะ ไงๆถ้าจะเอาน้องหมาขึ้นเขียง ยอมจ่ายเพิ่มเถอะค่ะ)

แอบเห็นราคาบางคลินิกที่เขาโพสท์กันถูกกว่านี้ก็มี แพงกว่านี้ก็มีค่ะ
อีกหนึ่งเหตุผลที่เราเลือกคือสะดวกในตอนรับกลับ ซึ่งกลายเป็นว่าจำเป็นสุดๆ
เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง

คั่นด้วยภาพสักหน่อยละกัน
โปรดสังเกตขาหลัง ชีเกร็งมาก เธอเพิ่งกลับมาหลังทำหมันหมาดๆค่ะ
น่าสงสารอ่ะ ยืนขาสั่นแต่นั่งไม่ลง T_T




สรุปคือเราจ่ายค่าทำหมันไป 1,400 บาท ค่าเจาะเลือดต่างหาก ค่าตรวจของแพทย์
และค่าคอลล่าร์ รวมเบ็ดเสร็จเสียเงินไป 1,800 กว่าบาทนิดหน่อย สำหรับสุนัขตัวเท่านีั้นะคะ
(ตอนตัดไหมคุณหมอไม่ได้คิดเงินเพิ่มค่ะ)


ก่อนไปทำหมันก็สอบถามคุณหมอมาเรียบร้อยว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
งดน้ำงดอาหาร 8-12 ชั่วโมงค่ะ กันไม่ให้มีอะไรไปติดค้างหลอดลมจนหายใจไม่ออกตาย
ในระหว่างดำเนินการ สำคัญมากๆ เจ้าของสัตว์เลี้ยงห้ามพลาดนะคะ
คลินิกเปิด 9 โมง แต่เริ่มทำหมัน 10 โมงเช้า คุณหมอสั่งห้ามกินอะไรตั้งแต่ 3 ทุ่ม

อันนี้ผักชีผ่าน เธอกินอาหารเม็ดไปตั้งแต่ตอนเย็นๆ เหลือแค่งดน้ำให้ทันเวลา

ตอนเช้าพาไปได้ ถามแล้วว่าไม่ต้องรอสุนัข อึ ฉี่ ตอนเช้าก่อนก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็น

ช่วงเช้าผักชีตื่นเช้ามาก และสิ่งแรกที่เธอทำหลังเราปล่อยออกจากกรงคือวิ่งหาน้ำ
อันนี้เป็นช็อตที่ขอบอกว่าทรมานใจคนเลี้ยงสุดๆอ่ะ เพราะหมายังเล็กทั้งหิวทั้งกระหาย
แต่เธอทำได้แค่วิ่งพล่าน ร้องงี้ดๆ ขอน้ำกินหน่อย ก็ได้แต่พยายามปลอบๆไปก่อน
ใจแข็งเข้าไว้นะคะ

ชีวิ่งไปทั่วแม้กระทั่งน้ำค้างที่ติดตามรั้ว หรือบนฝาถังอื่นๆแถวนั้นเธอก็พยายามจะเลีย
ฉะนั้นแนะนำว่าให้เฝ้าอย่าให้คลาดสายตาค่ะ
เพราะถ้าเผลอเจออะไรที่กินได้เข้า...ถึงตายนะคะตอนวางยาสลบ...ถึงตายได้ทีเดียว!!!

ก็เลยจัดการล่ามชีไว้ คอยจำกัดบริเวณแล้วนั่งเฝ้า
คนก็ต่างพากันนั่งมองนาฬิกากันล่ะทีนี้ ส่วนหมาก็วิ่งวนร่ำร้องขอน้ำขออาหารกินไป

9 โมงเช้าก็พาชีไปตั้งแต่คลินิกเปิดเพื่อเจาะเลือด
จิ้มเข็มกันแป๊บเดียว แล้วคุณหมอก็เอาสายครอบปากกันสุนัขกัดมาให้ใส่
เป็นขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ค่ะ ก็เห็นใจเขาบ้าง
สุนัขเราก็เริ่มตัวโตแล้ว แถมหน้าดำๆมันชวนให้รู้สึกดุอีก (ทั้งที่ชีเป็นหมาที่ชอบขอเล่นกับทุกคนมากๆ)

จากนั้นเขาก็อุ้มสุนัขไปเตรียมตัวโกนขนและอื่นๆ พลอยไม่ได้ถามรายละะเอียดมานะคะ

คุณหมอบอกว่าประมาณเที่ยงน่าจะเสร็จ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะโทรหาอีกทีถ้าให้มารับได้
เราก็กลับไปทั้งที่ยังพะวงอยู่นั่นแหละค่ะ กลัวหมาตาย กลัวไม่ได้จอหน้ากันอีก

โอ้ย! ทำหมันชี หมามันไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ แต่คนเลี้ยงเนี่ย เครียดมาตั้งแต่เริ่มคิดว่าควรจะทำแล้ว
วิตกจริตสารพัดอย่าง เดือนที่อายุยังห่างๆก็คิดเป็นวูบๆ แต่ยิ่งใกล้เวลาช่วงสัปดาห์ท้ายๆ
แทบจะอยากบอกว่าไม่ทำแล้ว กลัวหมาตายสุดๆ

เป็นเรื่องยากเหมือนกันนะคะ กับการที่ต้องรับผิดชอบหนึ่งชีวิตที่อยู่เพื่อให้เราเลี้ยงดู
การตัดสินใจของเราไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ส่งผลกับสัตว์ตาดำๆใสๆนี่ไปทั้งชีวิต

ฉะนั้น ใครที่อยากเลี้ยงสัตว์ อย่าบอกว่า แค่ "รัก" แล้วพอค่ะ
มันต้องรับผิดชอบให้ได้ด้วยในระดับนึงแหละ




เรากลับไปอีกครั้งตอนโทรศัพท์ดังขึ้นช่วงเวลาประมาณเที่ยงวัน
โล่งอกกันซะทีเมื่อเขาบอกว่าผักชีพร้อมกลับบ้านแล้ว

เมื่อเราไปถึงเราก็เคลียร์เรื่องใบเสร็จการจ่ายเงิน (ก่อนทำหมันเราวางมัดจำไว้ 2,000ค่ะ
มีคิดเงินผิด คิดเราเกินด้วยล่ะ พอเอาใบเสร็จมาไล่ทีหลังก็ขอคืนได้ โชคดีไป
ดังนั้นอย่าลืมขอใบเสร็จไว้ตรวจทานด้วยนะคะ)

น้องพนักงานอุ้มผักชีในท่านั่งออกมาหา

สภาพชีคือมาพร้อมคอลล่าร์อันโตมาก
และน้ำลายเป็นฟองๆเหมือนก่อนหน้านี้ฟูมล้นปากนะ แต่ก็แห้งลงบ้าง กลิ่นยาตลบ
ที่พุงโดนโกนขนเป็นวงกว้าง มีพลาสเตอร์ปิดแผลผ่าเอาไว้ตามภาพประกอบด้านบนค่ะ
เราก้มไปมองหน้าชีแล้วลองเรียก ชีก็กระดิกหางดิกๆ

โอ.เค. ระดับหนึ่งล่ะ หมาจำเราได้ น่าจะสบายใจ

บอกน้องพนักงานให้ช่วยเอาหมาไปวางเบาะแถวสองในรถยนต์
แล้วพลอยก็ขึ้นนั่งประกบ (อ้วนอ๋องขับ) คราวนี้ล่ะความวุ่นวายเริ่มต้น
ผักชีเดินพล่านค่ะ มีร้องเบาๆให้ได้ยินมาบ้าง แต่เธอขาสั่น ไม่ยอมนั่ง
ไม่อยู่นิ่ง เดินวนไปมาจนแทบจะตกเบาะ เหมือนกำลังตกใจมากๆทั้งที่ปกติเธอคุ้นกับการขึ้นรถ

พอเอามือไปพยายามกอดล็อกตัวไว้ ผักชีก็ไม่ยอมหยุด ขืนตัวเต็มแรงที่จะหนีไปทางอื่น
จะเรียกยังไงชีก็ไม่ฟังแล้วค่ะ
ระยะทางกลับบ้านสั้นๆกลายเป็นปัญหาอย่างมากที่จะจับสุนัขซึ่งกำลังแตกตื่นเพราะเพิ่งได้สติ
และเธอก็คงกลัวมากด้วยเลยหนีตามสัญชาติญาณ

ตกลงก็เลยล็อกชีแบบเหงื่อตกไปตลอดทางจนถึงบ้าน รีบเปิดรั้วอุ้มเข้าไปใส่กรง

ชีสงบลงเมื่อได้กลิ่นบ้านที่เธอคุ้นเคย...

นี่ถ้าร้านไกลกว่านี้แล้วผักชียังพยายามดิ้นหนีแบบเมื่อครู่คงมีการเอากลับไปเย็บแผลใหม่แน่ๆ
มันดิ้นจนน่ากลัวแผลแตกเลยล่ะ

เราปิดกรงแล้วนั่งมองหมากันอยู่แบบนั้นแหละ
เพราะคุณหมอบอกว่าให้จำกัดพื้นที่ อย่าให้แผลแตกจะเป็นเรื่องใหญ่

ใครมีหมาที่ซนมากๆบ้างคะ ยกมือขึ้น เราเป็นพวกเดียวกันนะเนี่ย 55+

แต่ตอนนี้ที่ชีเดินดมๆในกรง ชีดูซึมๆมึนๆค่ะ
สักพักชีก็เริ่มล่ะ แม่นางอาละวาดฟาดคอลล่าร์ไปมา พยายามเอาขาหน้าเขี่ยตบคอลล่าร์ให้หลุดจากหัว มีร้องบ้างเพราะเธอดูหงุดหงิดสุดฤทธิ์แล้วจนเราต้องคอยๆปรามๆ
ใช้เวลาพักหนึ่งชีถึงนิ่งลงได้บ้าง แต่เธอได้แค่ยืนขาสั่นในกรง เนื้อตรงขาและตามตัวจะเต้นเบาๆ
ไม่ว่าเราจะบอกให้นอนสักแค่ไหนผักชีก็ทำไม่ได้ค่ะ

เป็นชั่วโมงกว่าชีจะลองหย่อนตัวลงคล้ายจะนั่งแต่ก็เด้งกลับก่อนก้นจะแตะพื้น ชีเจ็บแผลที่พุง
T^T

เราได้รับคำสั่งมาว่าสุนัขยังมีฤทธิ์ยาตกค้าง อย่าเพิ่งให้น้ำและอาหารจนกว่าจะ 4 โมงเย็น
มิฉะนั้นอาจอาเจียนออกมาได้

แต่ผักชีไม่ได้กินอะไรมาข้ามคืนจนถึงบ่ายอีกวัน
เราก็เลยเอาน้ำใส่ฝาขวด (ขวดน้ำพลาสติกจะมีฝาขวดเล็กๆน่ะนะ)
ส่งให้ชีจิบไป 2-3 ฝา ไม่มากพอจะให้เธอกลืนลงคอหรอก
แต่ก็คงพอให้รู้สึกว่ามีน้ำแตะลิ้นบ้างผักชีเลยไม่วุ่นวายอะไรต่อ

ระยะเวลาหลังจากนั้นคือการรอคอยค่ะ

รอจนในที่สุด ผักชีก็ล้าจนยืนต่อไม่ไหว แล้วพยายามนอนลงได้สำเร็จท่ามกลาง
ความโล่งใจของเรา ^ ^

นี่เป็นรูปตอนชีเริ่มคุ้นกับคอลล่าร์ขึ้นมานิดหน่อยแล้วนะคะ
ปกติอยู่ในกรงชีจะมีหมอนใบน้อยที่พลอยเย็บให้(จากเสื้อเก่า 55+)
ชีชอบนอนเอาหัวเกยหมอนมากค่ะ



ช่วงนี้ผักชีจะเจ็บแผลอย่างเห็นได้ชัด ขยับตัวน้อย ถ้าผิดท่าหน่อยจะสะดุ้งโหยง
แต่พอถึงตอนเย็นที่เราค่อยๆให้น้ำและอาหาร ผักชีก็กินได้ในปริมาณที่น่าพอใจอยู่นะ
อาการโดยรวมสำหรับวันแรกผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่คืนนั้นเราก็นอนเฝ้าที่ชั้นล่างของบ้าน 
เผื่อผักชีร้องเรียกหรือมีอาการอื่นๆจะได้พาไปพบสัตว์แพทย์ทัน

คืนนั้นชีร้องบ้างเป็นครั้งคราว เราก็ออกไปปลอบ นอกนั้นก็ยังถือว่าปกติดี

มาถึงวันที่สองผักชียอมฉี่ค่ะ คือเธอ วน นานมากในช่วงแรกๆ และเธอหย่อนก้นลงนิดนึง
พอดูท่าไม่ไหวเธอจะอั้นแล้วไม่ฉี่ เราต้องบิ้วท์เธอนานมาก ลุ้นจนเครียดอีกแล้ว
ช่วงนี้ผักชีออกจากกรงมาฉี่ที่สนามหญ้าตามปกติได้ค่ะ แค่ระวังๆนิดอย่าให้เผลอวิ่งหรือกระโดด

หมาฉี่เราก็แฮปปี้ล่ะ มาถึงเรื่องอึล่ะสิทีนี้
ชีเริ่มกระบวนการชดเชยพลังงานด้วยการ กิน และ กิน และกิน...
พุงเธอป่อง ของเสียน่าจะกองในนั้นด้วยแหละ แต่ช่วงแรกหลังจากเธอไม่ยอมฉี่
เธอก็มาสู่การไม่ยอมอึ...เอาไงดีล่ะทีนี้

โทรถามหมอค่ะ หมอบอกปกติดี ให้รอดูต่อไปละกัน แล้ววางสายเลย...อ้าว ยังงงอยู่นะเนี่ย

วันถัดมาก็เช่นเคย ชีกินเข้าไปอีก ฉี่ค่อนข้างปกติแม้จะดูลำบากตอนพยายามเบ่งเพราะเจ็บแผล
แต่ชีก็ยังคงที่คืออั้นอึเอาไว้

เราเริ่มรู้แล้วนะว่าชักจะงานเข้าล่ะ ถ้าหมาท้องผูกขึ้นมาจะทำยังไงเนี่ย???

โทรหาหมออีกรอบค่ะ (คลินิกมีหมอหลายคน ไม่ทราบแต่ละหนใครรับสาย)
คุณหมอบอกว่ายังไม่เป็นไร เราย้ำว่ามันล่วงเข้าวันที่ 3 แล้วนะ เรากลัวหมามีปัญหาขับถ่าย
คุณหมอเลยให้คำแนะนำมาว่า ให้พาเดินเล่น ค่ะ แต่ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่อึอีกให้พาสุนัขกลับมาตรวจ

อ้าว...พาหมาเดินเล่นได้ด้วยแฮะ นึกว่าห้ามทำอะไร
ช่วงสามวันที่ผ่านมานี่ชีถูกห้ามออกจากบ้านค่ะ
แต่ช่วงกลางวันเราไม่ให้เธอเข้ากรง เดี๋ยวอุดอู้ แล้วเธอก็ติดคนมากด้วย
กลางวันผักชีจะได้อภิสิทธิ์พิเศษในการอยู่ข้างในบ้านมองคนเดินไปมาหรือแวะมาเล่นด้วยบ้าง

วันแรกๆชีมีปัญหากับคอลล่าร์มากนะคะ เธออารมณ์เสียใส่ พยายามฟาดไปมากับทุกอย่าง
เพื่อหวังให้มันหลุด เอาขาถีบออกจากหัวตัวเองบ้างแต่ไม่สำเร็จ คลินิกเขามัดมาแน่นดี 55+

ช่วงหลังผักชีเริ่มมีวิวัฒนาการในการอยู่ร่วมกับคอลล่าร์
เธอเอามันครอบ ปั้กๆๆๆ ลงกับของเล่นหรือตุ๊กตาต่างๆ
เหมือนคนหาปลาที่เอาสุ่มครอบปลาในน้ำแล้วล้วงมือไปควานหาน่ะค่ะ -"-
กลางวันหากผักชีไม่หลับ เราก้จะได้ยินไอ้เสียง ปั้กๆๆๆ เนี่ยบ่อยจนรำคาญมากกกก...




กลับมาว่ากันต่อเรื่องไม่อึ...
เมื่อได้รับคำแนะนำมาว่า สุนัขพอจะพาเดินเล่นได้บ้าง ลำไส้จะได้ทำงาน
เราก็พาชีไปเดินแถวๆบ้าน

ได้ผลดีจนน่าทึ่งค่ะ ผักชีตื่นเต้นมากกับการไปเที่ยว
(ปกติเราเลี้ยงปิด ห้ามออกไปจากรั้วจนเธอชิน แต่เธอจะอยากไปข้างนอกบ้าง ชีชอบเที่ยว)
เมื่อพากลับเข้าบ้าน ไม่กี่นาทีถัดมาผักชีก็วิ่งจู้ดไปที่ประจำ แล้วพยายามเบ่งอึจนสำเร็จ
แต่คงยังออกแรงเบ่งมากไม่ได้ เลยค่อยๆทำ

3 กอง...ตายล่ะผักชีเอ๊ย สมกับที่กินเข้าไปเยอะแยะแล้วอั้นเข้ามาจนถึงวันที่ 3
ภารกิจวุ่นวายกับการขับถ่ายของสุนัขหลังทำหมันของเราจึงหมดไปด้วยประการฉะนี้เองค่ะ

ดังนั้นเมื่อผ่านไปสักพัก สุนัขดูแข็งแรงดีพอ
พาเดินเล่นได้นะคะ นิดหน่อยค่ะ แค่นิดๆหน่อยๆ ให้ลำไส้เขาได้ทำงาน
แต่ยังไงก็ยังอยู่ในสถานะจำกัดบริเวณอยู่ดีค่ะ ห้ามวิ่ง ห้ามกระโดด ห้ามเล่นแรงๆ

ระหว่างนี้มาแอบดูแผลผักชีกันดีกว่า...



แผลดูสภาพแห้งดีค่ะ การใส่คอลล่าร์ก็เพื่อกันเลียนี่แหละ
แล้วระหว่างนี้เราก็เลยต้องดุแลผักชีเต็มเวลา เนื่องจากปล่อยเธอกินน้ำเองไม่ได้
เธอจะใช้คอลล่าร์ "สับ"ลงไปมั่วๆบนถ้วยบนชาม เรากลัวน้ำหกเลอะใส่แผลค่ะ
ยอมป้อนเป็นระยะปลอดภัยกว่า

แต่...ช้าก่อนค่ะ!!!
ใครคิดว่าชิลชิลแล้วก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะคะ ถ้าคุณมีสุนัขที่นิสัยซนเป็นทุนเดิมอย่างผักชี
ให้ระวังเรื่องนี้เลยค่ะ "เกา"

เมื่อแผลผักชีเริ่มจะเชื่อมติดกันจะมีอาการคัน ตามมา

คอลล่าร์กันเลียได้ค่ะ แต่ไม่กันขาหลังที่สุนัขยกมาเกาถึงนะคะ จำเอาไว้ด้วย เพราะเราเจอมาแล้ว
T^T

เราเปิดแผลชีมาดูนั่นเพราะได้ยืนเสียงดัง แกรกๆๆๆ ขึ้นมาในช่วงกลางวัน
หันไปเจอผักชีกำลังยืนยกขาหลังเกาสีข้างที่ไร้ผลอย่างเมามัน
แถมผ้าพลาสเตอร์ที่คุณหมอแปะมาให้ดีๆ ก็หลุดเปิดออกมุมหนึ่งค่ะ!

พี่พลอยแทบกรี๊ด กระโดดไปตะครุบผักชีแบบโถมใส่ทับทั้งตัว
อารมณ์ประมาณดูรักบีในฉากพุ่งเข้าหาลูกบอลเลยน่ะ หมาก็ตกใจ คนก็ตกใจ(แผลมัน)

เดชะบุญอยู่บ้างที่เล็บไม่ไปเกี่ยวเอาไหมเย็บขาดกระจุยแผลปริออกมา

เบื้องต้นเราหาพลาสเตอร์ปิดแผลแบบที่คนใช้นี่มาแปะ
คือแปะพลาสเตอร์เก่าของหมอแล้วเลยมาปิดเนื้อพุงผักชีด้วย
ตามภาพด้านบนจะเห็นแดงๆนะคะ จริงๆตอนปิดหลายวัน แล้วไปแกะช่วงตัดไหมน่ะ
เลือดซึมออกมาน่ากลัวมากๆค่ะ คล้ายๆแวกซ์ขนแต่โหดกว่านะ ออกแนวโดนถลกขนเล็กๆ
เลือดซิบๆ

ฉะนั้นอุปกรณ์ตามภาพนี้แปะบนพุงหมา พลอยไม่ให้ผ่านนะคะ
ให้ลองปรึกษาร้านขายยาหรือคลินิกหมอก่อนซื้อก็แล้วกันถ้าใครกำลังจะใช้
มันเหนียวไปค่ะ 3 m ในภาพเนี่ย



เมื่อประสบปัญหาว่า ทำหมันตอนแผลกำลังจะหายแล้วมีการคันจนต้องเกาเกิดขึ้น
เราก็เลยมาหาดูว่าทำอะไรป้องกันได้บ้าง

แต่ส่วนมากก็เจอแค่ ทำเสื้อให้ใส่ (ชีมีเสื้อหลายตัวอยู่แล้ว) 
เมื่อคำนึงถึงการเกาแบบแรงๆของมันหนที่เห็นผ่านมาแล้ว คิดว่าไม่เวิร์กนะคะ
ผ้าชั้นเดียวกั้นเล็บผักชีไม่ไหวแน่ๆ

เมียงมองหาของมาป้องกันพุงอีกชั้น ที่ไม่เกะกะมันจนเกินไปนัก

อย่ากระนั้นเลย ทำผ้าพันพุงให้ผักชีแบบมั่วๆแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนดีกว่า
แล้วเราก็ได้ไอเท็มลับมาค่ะ 

แอ่น แอน แอ๊น...มันคือ "ผ้าอนามัย"

ค่ะ อ่านไม่ผิดหรอก ผ้าอนามัยธรรมดาของคุณสาวๆนี่แหละ ใช้ได้ดีนัก เบา
แถมมีกาวช่วยแปะยึดอีกต่างหาก พลอยให้ผ่านค่ะ 5555+



ก่อนอื่นก็ควานหาผ้าผืนยาวๆในบ้านมาก่อนเลย กะว่าพันมามัดรอบเอวสุนัขได้น่ะ
ผืนกว้างๆน่อยนะคะ
วางผ้าอนามัยไปบนผ้าตามแนวยาว ผักชีใช้สองแผ่นเพื่อเพิ่มความกว้าง

พับด้านข้างมาปิด ทั้งซ้ายและขวาค่ะ เอาให้มิดชิดอย่าให้หลุดลงมา 
แถบกาวช่วยยึดได้ดีนะ ทำให้สองชิ้นนี้วางเรียงตัวกัน ไม่ลงมากองเกยกัน

เมื่อได้เป็นชิ้น สี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วก็เอาไปมัดพันติดพุงน้องหมาเลยค่ะ

^ ^ อันนี้เป็น นวัตกรรมใหม่ (ตรงไหน 555555+)

อ้อ มันเลื่อนขึ้นลงได้นะคะ ยังไงก็คล้องเชือกฟางเอาไว้ช่วยรั้งให้อยู่ในตำแหน่ง
ที่เราต้องการด้วยค่ะ ปลายเชือกก็ไปผูกกับปลอกคอได้เลย

ง่ายและใช้ของที่หาได้ในบ้านเอาค่ะ ก็ตอนนั้นมันรีบน่ะ -"-
แต่มันใช้ได้ผลดีจริงๆนะ กันผักชีเกาพุงจนรอดถึงวันตัดไหมเลยล่ะ
แถมหลังตัดไหมเราก็ใช้ต่อจนแน่ใจว่าแผลหายสนิทค่อยเลิกใช้ด้วย




คราวถัดไปเราจะไม่ได้ยินเสียงเกาพุงแกรกๆๆ ให้เราใจหายวูบอีกแล้วล่ะ
แต่จะได้ยินเสียงดัง ปุๆๆๆ ตอนเธอเกาแต่ไม่สามารถเข้าถึงผิวเนื้อสักกระผีก
อันนี้คนเลี้ยงแอบสะใจ ...เป็นไงล่ะผักชี คันก็ทนไปเถอะ ชิชิ

พอหลังจากนั้น เช้าๆเย็นๆเราก็พาผักชีเดินวนรอบโรงรถหน้าบ้านบ้าง จะได้ขับถ่ายสะดวก
แต่จูงเอานะคะ ไม่ปล่อยค่ะเดี๋ยวเธอจะวิ่งเลน เริ่มมีแรงแล้วนี่นา

ใส่เสื้อเด็กสักหน่อยละกัน เล่นอะไรไม่ได้ ชีขอเบียดรั้ว เบียดกรง
เบียดดดด มันทุกอย่างที่เธอเดินผ่านก็ยังดี O_o*
เธอเบียดจนเลอะได้น่ะคิดดู





ผักชีก็เริงร่าอยู่บ้านในแบบโดนจำกัดพื้นที่และกิจกรรมประมาณนี้จนถึงวันนัดตัดไหมค่ะ
คุณหมอนัดหลังจากทำหมันมา นับไปอีก 10 วันค่อยกลับมาเจอกันใหม่นะคะ
(เห็นบางคนก็นัดไวกว่านี้นะ 7-10 วันได้ค่ะ)




วันนี้คุณหมอไม่วางยาอะไรผักชี
คุณหมอเปิดแผลดูบอกว่าแผลหายสนิทดี จะตัดไหมแล้ว ให้เอาผักชีนอนลง
ทีแรกใช้สองคนค่ะ แต่ชะรอยว่าหนที่มาทำหมันเธอคงโดนไปเยอะ

ชีดิ้นหนีสุดแรง ถีบตัวเด้งขึ้นยืนสองขาทำเอาคนจับสองคนกระจายออก
ตัวผักชีก็เกือบๆจะตกจากโต๊ะคุณหมอแน่ะ
(ขนาดอ้วนอ๋องช่วยจับด้วยนะนั่น)
เลยเพิ่มคนช่วยจับเป็น 4 คน -"-
กว่าจะล้มผักชีลงนอนได้ก็ต้องใช้เวลาหน่อย

^ ^ แต่ข้อดีคือผักชีไม่ใช่หมาดุค่ะ ชีไม่งับ ไม่แฮ่ ไม่ขู่ไม่พุ่งใส่ใคร
ชีแค่เป็นเด็กน้อยขี้กลัวที่เพิ่งผ่านเรื่องขึ้นเตียงผ่าพุงกระทิมาหมาดๆ
ชีจำได้ว่ามันเจ็บทุกทีที่มาหาหมอ (ฉีดยาตลอด 55+)

สรุปชีก็เจอจับกดนอนตะแคงข้างเป็นที่เรียบร้อย
คุณหมอก็เอากรรไกรมาดึงๆ เกี่ยวตัดไหมออก แป๊บเดียวเสร็จ

ที่พุงนูนๆนั่นคุณหมอบอกปกติดีค่ะ
อ่านในเน็ตเห็นเขาว่ามันเป็นก้อนไขมันเดี๋ยวก็จะหายไปเอง

คุณหมอยังห้ามเอาคอลล่าร์ออกนะคะ (ที่พันพุงกันเกาด้วย-อันนี้พลอยสั่งเอง)
เพราะแผลที่เป็นรูไหมยังไม่ปิดดี ต้องให้เวลาอีก 3 วัน

ช่วงนี้เราเริ่มเลิกล่ามผักชี ปล่อยให้เดินเล่นเองรอบบ้านได้แล้วค่ะ
เพียงแต่ระวังอย่าให้กระโดดรับแรงๆ ดีใจเวลาคนกลับมาบ้านเท่านั้น

ในที่สุดก็เหลือแค่แผลเป็นนูนๆตามภาพด้านล่างค่ะ





แต่แผลด้านในอาจจะยังไม่หายสนิทดี
เราก็เลยยังไม่ให้ผักชีไปออกกำลังกายวิ่งเล่นเต็มที่จนผ่านมาอีกนานเป็นสัปดาห์เลยค่ะ
ของแบบนี้กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ

สุนัขยิ่งพูดภาษาคนไม่ได้ เจ็บปวดอะไรก็บอกเรายากมากค่ะ

ปิดท้ายด้วยรูปผักชีนั่งรออ้วนอ๋องกลับบ้านมาอีกตามเคย

ใครเลี้ยงเจ้าตัวน้อยพวกนี้และไม่ได้ต้องการผสมพันธุ์มัน
ก็อย่าละเลยเรื่องทำหมันนะคะ สุนัขจะได้อยู่กับเราไปอีกนานๆ
มันอาจจะเป็นกระบวนการที่น่ากลัวหรือทำให้วิตกจริตอยู่บ้าง
แต่คงดีกว่าที่จะเห็นสัตว์เลี้ยงทรมานเพราะอาการเจ็บป่วยรวมถึงอีกหลายๆปัญหาที่อาจจะตามมา














 

Create Date : 08 มีนาคม 2557
7 comments
Last Update : 13 กรกฎาคม 2557 17:41:08 น.
Counter : 8152 Pageviews.

 

เขียน ยาวมากค่ะ
แต่ ก็ ชอบ อ่านทุกตัวอักษร
ได้ประโยชน์ กับ คนเลี้ยงที่รักสุนัขมากเลย
.........
ให้ลูกสาวอ่านด้วย (โตขึ้น นางอยากเป็นหมอรักษา หมา ค่ะ)
....นางบอก อยากได้หมาไทยมาเลี้ยงบ้าง
วันก่อนไปจังหวัดอุทัย ที่วัดมีหมาขี้เรื้อน เยอะมาก
นางจะเอากลับบ้านที่กรุงเทพฯ ให้ได้

 

โดย: รู้นะว่าคิดถึง 11 มีนาคม 2557 10:29:49 น.  

 

หมาไทยตามวัดต้องเอามาโมดิฟายด์เองค่ะ
แต่เลี้ยงสักพักก็ดูดีได้เหมือนกันนะคะ ที่แน่ๆเรื่องซื่อสัตย์
รักเจ้าของมาก สุนัขตัวไหนๆก็ไม่แพ้กันค่ะ

ถ้ามีสัตวแพทย์ที่รักสุนัขเพิ่มอีกจะดีมากเลย

แอบขอบอกหน่อยค่ะคุณ รู้นะว่าคิดถึง
คุณหมอที่พาผักชีไปตรวจด้วยบ่อยๆเนี่ย เราไม่ได้เลือกจากแค่อธิบายเราดี
ในขั้นตอนตรวจอย่างเดียวนะคะ

เป็นคุณหมอคนเดียวในบรรดาหมอๆที่เราเจอระยะแรกค่ะ
ที่คุยๆกันอยู่ก็เอื้อมมือไปลูบหัวผักชีเล่น เราเลือกหมอที่น่าจะเอ็นดูสุนัขของเราด้วยค่ะ เพราะอย่างน้อยนั่นคือความใส่ใจ...

ลูกสาวคุณ รู้นะว่าคิดถึง คงเป็นหนึ่งในสัตวแพทย์ที่น่ารักเช่นกันค่ะ

 

โดย: ploy666 IP: 171.7.244.227 11 มีนาคม 2557 14:54:44 น.  

 

 

โดย: รู้นะว่าคิดถึง 12 มีนาคม 2557 8:20:50 น.  

 

เมื่อวานก็พาชีโร่ไปทำหมันมาค่ะ(ลูกชาย) อาการก็คล้ายกับผักชีเลย แต่แผลเค้าช้ำแดงมาก ยังเจ็บแผลยู่

 

โดย: ชีโร่ IP: 27.55.210.208 21 พฤษภาคม 2557 20:28:54 น.  

 

ช่วงนี้คงต้องโอ๋ๆเขาหน่อยล่ะค่ะ

รอยแผลเป็นหลังผ่าของผักชีที่เป็นก้อนไขมันตุงๆ ยุบแล้วนะคะ ไม่ถึงกับเรียบเนียนแต่ไม่เป็นก้อนๆมากแล้วล่ะ
ซนแบบเดิมเด๊ะค่ะ ^ ^

ขอให้น้องชีโร่หายไวๆนะคะ

 

โดย: ploy666 22 พฤษภาคม 2557 21:40:46 น.  

 

คลิกนิคที่ไหนครับ พอดี ลูกสาว (พันธุ์ไทย พันธุ์ทาง)
จะ 6 เดือนแล้ว มีรอบเดือนครั้งแรกแล้ว (หน้าตาเหมือนผักชีเลย )
จะพาไปทำหมันเหมือนกันครับ

 

โดย: Dunkin IP: 110.170.242.251 4 กรกฎาคม 2557 17:40:14 น.  

 

ขอก๊อปมาจากที่ตอบอีกท่านที่มาถามไว้หนก่อนนะคะ
มาตอบช้า ไม่รู้จะยังแวะมาเห็นหรือเปล่าหนอ ^ ^"

แต่ก็แปะไว้เผื่อท่านอื่นใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ทำหมันละกันค่ะ

*** ***

ผักชีทำที่คลินิครักษาสัตว์ คลอง 7 ลำลูกกาค่ะ ข้อดีที่นี่คือเปิด 24 ชม. เผื่อฉุกเฉินขึ้นมากลางดึก (แต่ยังไม่เคยไปตอนดึกนะคะ)

อยู่ติดถนนใหญ่เลยแยกไฟแดงมานิดเดียว ลองเสิร์ชหาข้อมูลหรือเบอร์โทรศัพท์สอบถามก่อนได้ค่ะ

สุนัขตัวเมียหนัก 10 กิโลกรัม
ค่าทำหมัน 1,400 บาท ค่าคอลล่าร์ต่างหาก
ค่าเจาะเลือดอีกนิดหน่อย เบ็ดเสร็จหมดไปพันแปดร้อยนิดๆ

แต่ถ้ามีคลินิกพอใช้ได้ ใกล้บ้านก็เหมาะกว่านะคะ
ขากลับสุนัขเจ็บพุงมากค่ะ และยังเครียดๆอยู่ด้วย ถึงบ้านไวๆน่าจะดีกว่าเยอะเลย

พลอยเลือกคลินิกที่ให้สุนัข ดมยา ในขั้นตอนทำการสลบค่ะเพราะจะฟื้นตัวเร็ว
แนะนำให้ระบุกับคุณหมอชัดๆว่า ขอเจาะเลือดก่อน เพื่อความปลอดภัยของหมาเราเอง และอย่าลืมขอใบเสร็จด้วยค่ะ

(ของผักชีมีคิดเงินผิดนิดๆ น่าจะสลับกับบิลตัวอื่นด้วยอ่ะ T^T แต่ก็ได้คืนมาเพราะยืนยันด้วยใบเสร็จนะ)

ผักชีกลับบ้านแบบไม่มีให้ยาอะไรมาอีกนะคะ แค่นัดตัดไหมหลังจากนั้น 10 วันค่ะ ตอนนี้ ดื้อ ซน ตามปกติเลยค่ะ
ขนาดตัวปกติเพราะออกวิ่งตอนเย็นหน้าบ้านอย่างมีความสุขทุกวัน ^ ^

*** ***

อัพเดตล่าสุดวันนี้หลังทำหมันมาเมื่อต้นปี
หมายังไม่อ้วนค่ะ ซน ออกกำลังกายดีเกือบทุกวัน

แต่น้ำหนักมันไม่ค่อยเขยิบขึ้นมากเท่าก่อนทำหมันแฮะ
ไม่ทราบเกี่ยวกับฮอร์โมนด้วยไหม?

ชั่งล่าสุดนี่ไม่กี่วันก่อน ห่างจากทำหมันมาหลายเดือน
แต่น้ำหนักเพิ่มมาแค่ 2-3 กิโลกรัมเองค่ะ จัดว่าน้อยมากหากเทียบกับก่อนหน้านี้ที่สุนัขอยู่ในช่วงโตวันโตคืน
ผักชีจะได้น้ำหนักที่เพิ่มมากกว่านี้เป็นเท่าตัวในระยะเวลาเท่ากัน

แต่ ณ ปัจจุบันเธอชอบขอเข้าบ้าน
นอนกลางวันแผ่พุงหน้าพัดลมหลบร้อนแบบแฮปปี้
รวมๆก็ดูดีเป็นที่พอใจของคนเลี้ยงค่ะ



 

โดย: ploy666 13 กรกฎาคม 2557 17:35:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
https://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
สินค้าหมด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : .........

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

แสงที่แพรวพราวงดงาม
ไม่จำเป็นต้องส่องสว่าง
แค่ในห้วงอนธการ
...เสมอไป

ท่ามกลางหมู่ชน
ใต้แสงตะวันเจิดจ้า
ใครสักคนก็ยังคงเปล่งประกาย

บนท้องฟ้า ผืนทะเล
และโลกอันกว้างใหญ่
ล้วนยังมีเรื่องราวอีกมากมาย
รอให้ค้นพบมัน


Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.