ตุลาคม 2556

 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
5 ตุลาคม 2556
All Blog
Rilakkuma Chocolate Macarons
Rilakkuma Chocolate Macarons

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาทำช็อคโกแล็ตมาคารอง น่ารัก ๆ กันนะคะ 







ที่สำคัญที่สุดต้องขอขอบคุณ คุณครูออนไลน์ทุกๆคน ที่เสียสละเวลามาแบ่งปันความรู้ เขียนวิธีทำ และเคล็ดลับต่างๆ มากมาย ในบล็อกให้เราได้ศึกษา จนทำให้เราสามารถทำมาคารองได้สำเร็จในวันนี้ 


วันนี้จะใช้สูตรของคุณปุ๊ก เดลี่ฯ นะคะ ขอขอบคุณเจ้าของสูตรมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 
ที่มาของสูตรค่ะ 

//dailydeliciousthai.blogspot.com.au/2011/02/chocolate-macarons-with-mars-ganache.html

Chocolate Macarons 

For the macarons



1. ไข่ขาว 60 กรัม

2. Icing sugar  110 กรัม

3. Almond meal  65 กรัม

4. ผงโกโก้ 13 กรัม ช้อนโต๊ะ

5. น้ำตาลทรายป่น ( caster sugar) 20 กรัม

6. ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา 



วิธีทำ


1. เตรียมไข่ขาว ( Aging egg whites)




เอาไข่ขาวแช่ตู้เย็นไว้ 2-4 วัน ก่อนนำมาใช้ พอถึงวันที่จะใช้ก็เอาไข่ขาวมาตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เอาพลาสติกแรปคลุมแล้วเจาะรู ตั้งทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือข้ามคืนไปเลยค่ะ


2. Almond meal ที่เหลือควรจะเก็บไว้ในถุงที่ปิดสนิท หรือในกล่องที่ปิดสนิท แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น ช่องธรรมดา หรือ ช่องแช่แข็งก็ได้ค่ะ เพื่อจะได้ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนเวลาที่จะต้องใช้ในครั้งต่อไปค่ะ และหากเราเก็บในตู้เย็นแล้ว ก่อนที่จะใช้จะต้องนำอัลมอนด์มีลมาอบไล่ความชื้นก่อน


3. เปิดเตาอบ preheat ที่ 60 องศาซี ( fan-forced) ประมาณ 15-20 นาที แล้วปิดเตา 






จากนั้นเอาน้ำตาลไอซิ่ง และ อัลมอนด์มีล ร่อนรวมกัน 




เอาเข้าเตาอบ เพื่อไล่ความชื้น ประมาณ 15 นาที ( เคล็ดลับจากคุณปังปอนด์) ไม่ต้องกลัวว่าน้ำตาลจะละลาย พอครบเวลาแล้ว ก็เกลี่ยๆ ให้แผ่ออกเสมอกัน ตั้งทิ้งไว้ให้คลายร้อน 




จากนั้นจึงเอาไปปั่นรวมกับผงโกโก้ ให้ละเอียดและส่วนผสมเข้ากันดี 




แล้วจึงเอามาร่อนรวมกันอีกครั้ง เพื่อให้ผิวมาการองเรียบ




4. ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ ให้เป็นฟองหยาบๆ ใช้ความเร็วสูง แล้วทะยอยใส่น้ำตาลทรายป่นลงไป  




แล้วตีต่อจนตั้งยอดแข็ง 






5. ทำ มาคารองนาร์ช ( Macaronage ) คือการผสมส่วนของอัลมอนด์ กับ ส่วนของไข่ขาว

ไข่ขาวที่ตีจนตั้งยอดแข็ง 



ใส่ส่วนของอัลมอนด์ทั้งหมดลงไปในส่วนของไข่ขาว



จากนั้นใช้พายยาง ตัดๆๆ ส่วนผสมให้เป็นหลี่ยมๆ ชิ้นๆ ก่อน ( เรียกขั้นตอนนี้ว่า Cut & Fold) 



6. จากนั้นก็ fold แบบช้อนจากก้นชามขึ้นมา fold เบาๆ แบบใช้พายยางกดแป้งกับชามเพื่อให้ฟองอากาศหายไป พยายามนับจำนวนครั้งที่ fold ไปด้วย อย่าให้เกิน 50 ครั้ง

fold น้อยไว้ ดีกว่า fold มากไป




fold จนเห็นว่าส่วนผสมเริ่มเงา และเมื่อตักด้วยพายยาง ส่วนผสมจะไหลลงมาเหมือนลาวา




7. เวลาเช็คคือ ตักส่วนผสมขึ้นมา ยกพายยางขึ้นแล้ว แบทเทอร์จะไหลลงมาหนืดๆ ( ไม่ถึงกับเหลวเป็นน้ำเหมือนลาวา ไหลงลงมาทับกันเป็นชั้นๆ เหมือนส่วนผสมเค้กในขั้น Ribbon stage 





8. เอาส่วนผสมใส่ถุงบีบที่เตรียมไว้ ใช้หัวบีบกลม เบอร์ 10 หรือ เบอร์ 12  และรองถาดด้วยกระดาษไขรองอบ ต้องรองประมาณ 3 ชั้น หรือใช้แผ่นซิลิโคนรองอบก็ได้


9. บีบมาคารอง โดย ให้ตั้งหัวบีบ  90 องศา แล้วบีบลงไปตรง จนได้ขนาดที่ต้องการแล้วค่อยยกหัวบีบขึ้น

( จังหวะการบีบ : กด - บีบ - หยุดบีบ - หมุนมือเร็วๆ )


เริ่มบีบที่หูน้องหมีก่อนนะคะ เราใช้หัวบีบกลมเบอร์ 7 ค่ะ 




แล้วก็มาบีบหัวน้องหมี เราใช้หัวบีบกลมเบอร์ 10 ค่ะ 




ส่วนผสมที่เหลือก็ลองบีบแบบกลมๆ ดูค่ะ 




พอบีบมาคารองจนครบแล้ว ก็ยกถาดขึ้นเอามือตบถาดเบาๆ หรือ กระแทกบนโต๊ะ 2-3 ครั้งเพื่อไล่ฟองอากาศออกจากมาคารอง และยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องยอดโดมมาคารองด้วย (กระแทกจนกว่ายอดโดมจะหมดไป) และถ้ายังมีฟองอากาศหลงเหลือ ให้ใช้ไม้จิ้มฟันสะกิดฟองอากาศออกไป






10. พักผิวจนกระทั่งผิวหน้าแห้ง อาจจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที - 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของมาคารอง และสภาพความชื้นในอากาศขณะที่ทำด้วย ถ้าชื้นมาก ก็ต้องพักผิวกันนานหน่อย





มาคารองที่พักผิวจนแห้งแล้วค่ะ 




11. อุ่นเตาอบ ( pre-heat ) ที่ 140 องศาซี ( เตาของเราเป็นเตา fan-forced นะคะ)  ถ้าเป็นเตาอบทั่วๆ ไป อุณหภูมิน่าจะอยู่ที่ประมาณ 150 องศาซี คงต้องศึกษาและรู้ใจเตาอบของเราด้วยค่ะ 


อบประมาณ นาทีที่ 2-นาทีที่ 5 ขาของมาคารองจะเริ่มยืดออกมา ( เห็นแบบนี้แล้ว กรี๊ดในใจดังมากค่ะ แต่ก็ยังมีลุ้นต่อ  )

ใช้เวลาในการอบประมาณ 15 นาทีค่ะ สำหรับเตาอบของเรา 




12. ตรวจสอบขนมสุกโดยการลองโยกตัวขนมดู ถ้าจับแล้วนิ่งๆ ไม่โยกซ้ายขวา ก็ถือว่าขนมสุกแล้ว




13. พออบเสร็จ เอาออกมาจากเตา 








จากนั้นก็ให้เลื่อนมาคารองทั้งกระดาษไขวางบนโต๊ะไม้เรียบๆ ทิ้งไว้ให้ขนมเย็นประมาณ 15 - 30 นาที ก่อนที่จะแกะขนมออกจากกระดาษ




14. พอขนมเย็นก็เอามาใส่ไส้ประกบคู่




แล้วทิ้งไว้ 40 นาที- 1 ชั่วโมง เพื่อให้เปลือกมาคารองและไส้อยู่ตัวก่อนแล้วจึงเอาใส่ขวดโหลมาคารองจะได้ไม่เลื่อนออกจากกัน และนำไปแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน เพื่อให้เปลือกมาคารองและไส้เข้าเนื้อได้ที่

ควรกินให้หมดภายใน 4-5 วัน

ส่วนมาคารองที่กินไม่หมดควรเก็บใส่กล่องฝาปิดมิดชิดแล้วแช่เย็นไว้ และทุกครั้งก่อนจะกิน ควรนำออกจากตู้เย็นวางพักไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนประมาณ 15-20 นาที ก่อนกิน เพื่อให้ได้รสที่คงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง




มาคารองที่ใส่ใส้แล้ว เราสามารถแช่แข็งเก็บไว้ได้นานประมาณ 4-5 เดือน ก่อนที่จะกินก็นำมาคารองมาพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30-35 นาที ก่อนกิน แต่การแช่แข็งมาคารองเหมาะกับไส้ที่เป็นบัตเตอร์ครีม หรือกานาช ไม่เหมาะกับไส้ที่เป็นแยม

ดังนั้นถ้าต้องการจะทำไส้แยมทีหลัง ก็สามารถแช่แข็งเฉพาะเปลือกมาคารอง (Macaron shells) เวลาจะกินก็นำเปลือกมาคารองมาพักไว้ที่อุณหภูมิห้อง แล้วจึงค่อยใส่ไส้ที่เป็นแยมต่อไปค่ะ
น่ารักๆๆๆๆ มาคารอง Rilakkuma 





หวังว่าคงจะเป็นแนวทางสำหรับคนที่เริ่มหัดทำมาคารองเหมือนกับเราบ้างนะคะ 
เราเองก็ยังคงต้องฝึกกันไปเรื่อยๆ เลยค่ะ ใครมีคำแนะนำดีๆ มาบอกกันได้นะคะ จะยินดีอย่างมากมายเลย 

ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนกันเสมอนะคะ

ขอให้มีความสุขในทุกๆ วันค่ะ


Enjoy eating Enjoy cooking and baking ….

อิ่ม ... อร่อยด้วยกันนะคะ

Yummy in Tummy ... อร่อยลงพุง กับครัว พลอยพอใจไชโยค่ะ



ตามไปอัพเดทกันได้ที่นี่นะคะ

https://www.facebook.com/YummyInTummyAroyLongPhoong?ref=hl






Create Date : 05 ตุลาคม 2556
Last Update : 5 ตุลาคม 2556 11:39:17 น.
Counter : 2120 Pageviews.

5 comments
  
เฮ้ น้องปอนด์ หายไปนาน แอบซุ่มทำมาการองนี่เอง

สวยเริ่ดไปเลยค่ะ มันน่ารักดีเนอะ ป้าอิ๋วไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าเขาต้องวาดแบบก่อน

ทำขนมนี่ ก็ลำบากมิน้อยเหมือนกันนะคะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 5 ตุลาคม 2556 เวลา:21:42:32 น.
  
น่ากินที่สุดเลยค่ะ
เก่งจังเลย เราชอบเจ้าหมีมากๆ
ขอถามนิดนึงค่ะ ว่าหู จมูกและตา ใช้อะไรแต่งคะ
โดย: Gibpiko วันที่: 5 ตุลาคม 2556 เวลา:23:18:26 น.
  
น่ารักน่าทานมาก ค่ะ มาการองเป็นอะไรที่เจ๊หลีทำไม่เปนจริง ๆ ค่ะ ยอมรับเลย ยอมแพ้
โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 7 ตุลาคม 2556 เวลา:18:31:07 น.
  
น่ารักจังเลยค่ะ
โดย: ไม่ต้องหวานซึ้ง...ก็นึ่งได้ วันที่: 7 ตุลาคม 2556 เวลา:18:59:35 น.
  
สวัสดีค่ะป้าอิ๋ว ... ตอนนี้ซุ่มทำหลายอย่างเลยค่ะ อิอิ
ปอนด์เพิ่งหัดทำมาคารองมือเลยไม่นิ่งค่ะ ต้องวาดแบบช่วย
ขอบคุณที่แวะมาทักนะคะ ^_^

คุณ Gibpiko : ขอบคุณค่ะ หู จมูก ตา ใช้ royal icing ค่ะ

เจ๊หลี : ขอบคุณค่ะ ... ขอกรี๊ดดดดดดดด ดังๆ นะคะ ดีใจค่ะที่เจ๊หลีมาคอมเม้นท์ เพราะ เจ๊หลีเป็น 1 ในไอดอลในดวงใจค่ะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ

คุณไม่ต้องหวานซึ้ง...ก็นึ่งได้ : ขอบคุณมากค่ะ
โดย: ปังปอนด์ (พอใจไชโย ) วันที่: 11 ตุลาคม 2556 เวลา:8:16:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พอใจไชโย
Location :
Melbourne,  Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ ปังปอนด์ ค่ะ
เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ชอบการเรียนรู้เป็นชีวิตจิตใจ
เพราะคิดเสมอว่า ในโลกใบนี้มีอะไรให้เรียนรู้ อีกตั้งเยอะ
และไม่มีใครแก่เกินเรียน

การเรียนรู้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเจอกับตัวเอง
เรียนจากประสบการณ์ของคนอื่นด้วยก็ได้ ...
ดังนั้นคุณครูจึงไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องเรียน...
ขอขอบคุณ คุณครูทุกๆคน ทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัวนะคะ

เชื่อเสมอว่า ภายใต้ท้องฟ้านี้ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย
อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะทำ หรือ ไม่ทำ หรือเปล่า...
เท่านั้นเอง

ทุกครั้งที่ลงมือทำอะไรก็ตาม จะ ใส่ใจ ตั้งใจ มุ่งมั่น
และใส่ความรักลงไปด้วย
ดังนั้นไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็จะภูมิใจเสมอ
อย่างน้อยเราก็ได้ทำอย่างเต็มที่ และทำดีที่สุดแล้ว

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ
ติ ชม แนะนำ และให้กำลังใจกันบ้างนะคะ
ยินดีเสมอค่ะ

I'll always do my best and I'll always keep trying...

*************************************


ไชโย คือ หัวใจ
พอใจ คือ ลมหายใจ
พลอยใจ คือ ชีวิต
พ่อของลูก คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตของแม่
แม่อยู่โดยขาดคนหนึ่งคนใดไป ไม่ได้เลยค่ะ...
รักมากที่สุด...

*************************************

สงวนลิขสิทธิ์เรื่องราวและภาพถ่ายที่ปรากฏทั้งหมดในบล็อกนี้ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ หากนำไปใช้ โปรดให้เครดิตด้วยกับเจ้าของบล็อกด้วยนะคะ เนื่องจากตั้งใจทำทุกๆ อย่างด้วยใจและความตั้งใจดีค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

&date *************************************** ******************************* Bakery ...ขนมหวาน&อาหารคาว...
New Comments
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.