กุมภาพันธ์ 2554

 
 
1
2
3
4
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
พารักข้ามฟ้า มาหาโลกใบใหญ่ของเราสองคน (กับการฝ่าด่าน ตม.เมลเบิร์น)
คราวนี้ฉันต้องพาลูกน้อยๆ ที่อยู่ในพุงของฉันไปหาพ่อของเขา ทั้งตื่นเต้น ดีใจ และกลัวอย่างบอกไม่ถูก

ตอนนี้ฉันท้องได้ 5 เดือนแล้ว แต่ท้องก็ยังโตไม่มาก ตอนแรกก็กลัวว่าการนั่งเครื่องบินจะอันตรายต่อลูกในท้องของฉันไหม คิดไปต่างๆ นาๆ
แต่เท่าที่รู้มา คนท้องสามารถขึ้นเครื่องได้จนอายุครรภ์ 7 เดือน ของฉันแค่ 5 เดือนก็คงจะไม่น่าจะเป็นอะไร

วันที่ฉันเดินทางมีแค่ครอบครัวของน้องชายและน้องสาวของฉัน และเพื่อนอีกแค่สามสี่คนมาส่งฉัน
ซึ่งฉันถือว่าเป็นการดีสำหรับฉัน เพราะฉันจะได้ไม่ต้องเศร้ามาก และไม่ต้องอาลัยอาวรณ์กับการจากลามากมายนัก
ฉันและครอบครัวน้องๆ เรามาถึงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คืนวันที่ 30 ธันวาคม 2007 เวลาประมาณ สามทุ่มกว่าๆ
คุยกันไปมา ร่ำลากันพอสมควร ตอนแรกก็ไม่ร้องไห้หรอกนะ ยังพูดคุยเฮฮาปาจิงโกะกันอยู่เลย แต่พอน้องๆ กับหลานๆ จะกลับเท่านั้นแหละ
บ่อน้ำตาฉันแตกทันที แต่ฉันก็ต้องทำใจ คิดว่าอีกเดี๋ยวก็กลับมาหากันแล้ว

รูปครอบครัวของฉันที่มาส่งกัน




สักพักกลุ่มเพื่อนๆ ฉันก็ทะยอยกันมาส่งฉัน ดีใจกันไปที่ได้เจอหน้ากันก่อนจาก ทำให้ฉันหายเศร้ากับการจากลากับน้องๆ และหลานๆ ไปบ้าง


ถ่ายกับเพื่อนค่ะ





จากนั้นก็เริ่ม check in ตอนห้าทุ่มกว่าๆ ตอนเดินเข้าไปคนเดียวก็ใจแป้วนะ นี่ฉันต้องจากแผ่นดินไทยไปจริงๆ แล้วเหรอเนี่ย รู้สึกเหงาที่สุด

แล้วก็มีเรื่องแปลกเกิดกับฉันอีก ตอนที่ฉันเข้าแถวเพื่อตรวจสัมพาระ ก็มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงเข้ามาบอกเจ้าหน้าที่ผู้ชายบอกให้ตรวจค้นเราด้วย … อะไรสักอย่างนี่ล่ะ
ฉันก็คิด เอาแล้ว... อะไรกันอีกล่ะเนี่ย นี่ยังไม่ได้ก้าวข้ามประเทศไทยเลยนะ จะมีปัญหาซะตอนนี้แล้วเหรอเนี่ย

แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น … โถ! หลอกให้เราตื่นเต้นซะงั้น เขาก็ไม่ได้ตรวจอะไรเรา แล้วมาทำให้เราเสียวเล่นทำไมหว่า

ลืมเล่าถึงตอนที่ check in ที่หน้าเคาท์เตอร์สายการบินรักคุณเท่าฟ้า
ฉันก็อยากได้ที่นั่งที่นั่งแบบสบายๆ ก็เลยบอกเขาไปว่าขอที่นั่งสำหรับคนท้องได้ไหมคะ เพราะท้องได้ 21 สัปดาห์แล้วค่ะ
เจ้าหน้าที่สายการบินก็หันไปถามกันประมาณว่าคนท้องอายุครรภ์เท่านี้ขึ้นเครื่องได้หรือเปล่า

คำตอบก็คือ " ขึ้นเครื่องได้ แต่ถ้ามีอะไรก็คลอดบนเครื่องล่ะกัน แล้วก็หัวเราะกันคิกคัก"

แหม! ช่างคิดได้เนาะ จะตลกด้วยดีไหมเนี่ย ฉันไม่ขำด้วยหรอกนะ …
ดีนะที่ลูกฉันเก่ง และเข้มแข็งพอ ไม่คลอดง่ายๆ หรอกนะจ๊ะ จะบอกให้

หลังจากผ่านด่านตรวจเรียบร้อย ทุกอย่างไม่มีปัญหา แล้วฉันก็ขึ้นเครื่องข้ามฟ้ามาที่เมลเบิร์น มาหาเจ้าของหัวใจของฉัน
อยู่บนเครื่องฉันก็นอนไม่ค่อยหลับเลย มัวแต่กังวลว่าจะมาเจออะไรแปลกๆ กับ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของเมลเบิร์นอีกหรือเปล่า

ช่วงนี้พักเบรคดูท้องฟ้าตอนรุ่งสางจากบนเครื่องบินกันสักนิดนะคะ






สวยมากๆ เลย ดูสวยและเหงาๆ มีเสน่ห์บอกไม่ถูก





เห็นปีกเครื่องบินค่ะ














รูปปุยเมฆบนท้องฟ้าค่ะ



















พอลงจากเครื่องได้ สิ่งแรกที่ฉันทำคือ โทร.หาแฟนของฉันทันที
ฉันใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์ของเมลเบิร์น เพราะแฟนฉันซื้อและส่งมาให้ฉันตั้งแต่ฉันยังอยู่ที่เมืองไทย
เพื่อที่ฉันจะได้โทร. หาเขาได้ทันที ที่เท้าฉันแตะพื้นของเมลเบิร์น และตอนที่ฉันโทร. หาเขา เขาก็กำลังขับรถมารับฉันพอดี

ฉันรู้สึกปลอดภัยขึ้นทันที อย่างน้อยฉันก็ได้ยินเสียงเขาแล้ว และอีกไม่นานฉันก็จะได้เห็นหน้าเขาแบบตัวเป็นๆ แล้ว

จากนั้นก็มาถึงด่านแรกของ Immigration ฉันมาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว
แล้วเจ้าหน้าที่ก็ส่องหน้าเราเทียบกับ passport ว่าหน้าเหมือนกันไหม … หน้าเหมือนกัน โอเค ผ่าน

จากนั้นเดินเข้าไปเพื่อรอรับกระเป๋า ตอนที่รอกระเป๋ากำลังเคลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ ตอนนี้ล่ะที่มีทั้งเสียวทั้ง ฮา
เจ้าหน้าที่ก็มาบอกว่าให้เอากระเป๋าวางกับพื้น รวมทั้งกระเป๋าสะพายด้วย เพราะจะให้น้องหมาตัวเล็กหน้าตาน่ารัก ดม ว่าในกระเป๋ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

ฉันเองก็ทำตามอย่างโดยดี ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว วางทั้งกระเป๋าสะพายที่ใส่ของจุกจิกของฉัน และ กระเป๋า GE ที่ใส่หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ไว้ ลงกับพื้น
แต่สิ่งที่กังวลคือ กระเป๋าเดินทางอันหนักอึ้งของฉัน (24.5 กิโลกรัม ) ถ้ากระเป๋าผ่านสายพานจนมาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว ใครจะช่วยตรูยกล่ะเนี่ย
ไม่อยากยกอะไรหนักๆ เพราะเป็นห่วงลูกในท้อง

ในขณะที่กำลังคิดเรื่องกระเป๋าอยู่เพลินๆ น้องหมาก็เดินดุกดิกๆ มา ดมกระเป๋าฉัน … จะดมก็ดมสิ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา ในใจคิดแบบนั้น

แต่ปรากฏว่า...
กระเป๋าสะพายของฉันไม่มีปัญหา แต่กระเป๋า GE ใบนี้เลยค่ะ




น้องหมาทั้งดม ทั้งกระโจนเข้าใส่ เอาหัวมุดเข้าไปในกระเป๋า เหมือนเจอของถูกใจอยู่ในนั้น
ฉันก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เอาแล้ว … ซวยล่ะตรู เจออะไรเข้าล่ะเนี่ย ปรากฏว่าเป็น กลีบกุหลาบค่ะ

เราก็นึกขึ้นได้ อันนี้มันเป็นกลีบกุหลาบที่เพื่อนคนหนึ่งเอามาให้ ตอนที่มาส่งเราที่สนามบิน
ตอนแรกเราก็เอาใส่ในกระเป๋าใบนี้ล่ะ แต่หลังจากนั้นก็ต้องทิ้ง เพราะเจ้าหน้าที่บอกให้เอาทิ้งอ่ะ
ก็ไม่คิดว่าจะหลงเหลือซากรัก ซากคิดถึง 1 กลีบกุหลาบ และ 1 ใบกุหลาบ โอย! แม่เจ้า

เจ้าหน้าที่ผู้หญิงก็มาถามเราใหญ่เลย... ซวยอีกรอบแล้วสิตรู ภาษาก็งูๆ ปลาๆ ตื่นเต้นแบบนี้จะคุยกับเขารู้เรื่องไหมนั่น
แต่ใจสู้ซะอย่าง และฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย … ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแล้ว แต่ในใจก็คิด ลูกจ๋าช่วยแม่ด้วยนะลูก …

เจ้าหน้าที่ถาม : อันนี้ใบอะไร
ฉันตอบ : ใบกุหลาบค่ะ พร้อมส่งยิ้มหวานจ๋อย
เจ้าหน้าที่ถาม : ยังมีอยู่ในกระเป๋าอีกหรือเปล่า
ฉันตอบ : ไม่มีแล้วค่ะ ยิ้มหวานอีกรอบ พร้อมส่งกระเป๋าเจ้าปัญหาให้ ซึ่งมีหนังสืออยู่ในนั้น จะรื้อจะค้นก็ตามสบายเลยจ้า
เจ้าหน้าที่ถาม : ในหนังสือมีดอกไม้อยู่หรือเปล่า
ฉันตอบ : ไม่มีค่ะ

แล้วเจ้าหน้าที่ก็เดินถือกระเป๋าและหนังสือของฉันจากไป หลังจากที่รื้อค้นและตรวจกระเป๋าของฉันอย่างเมามันแล้ว สักพักก็กลับมาที่ฉัน
แล้วก็บอกว่าไม่พบอะไรอีก... ก็จะพบอะไรอีกได้ไงล่ะ ก็ในเมื่อมันไม่มีอะไรนี่นา โธ่! มีเคือง
แล้วก็ผ่านไปได้อีกหนึ่งด่าน

หลังจากนั้นฉันก็เห็นกระเป๋าของฉันเคลื่อนผ่านสายพานมาใกล้ๆ ฉันแล้ว ฉันเตรียมรถเข็นเอาไว้ใส่กระเป๋า ของฉันแล้ว
เอาล่ะ ตอนนี้ต้องหาเหยื่อแล้วล่ะสิ … หันขวับไปเจอผู้ชายหน้าตาใจดี เลยส่งยิ้มสยาม หวานจ๋อย ให้พร้อมเอื้อนเอ่ย " Can you help me please … ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ"
ก็ได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ไม่ต้องยกกระเป๋าเอง รอดไป

แล้วก็ผ่านมาถึงด่านสุดท้าย … line 3 please…

แล้ว line3 นี่มันอะไรล่ะเนี่ย ต้องเปิดกระเป๋าตรวจอีกไหมเนี่ย ไม่เอาแล้วนะเพราะเหนื่อยมากแล้ว
แล้วก็เดินเข้าไป line3 อย่างใจแป้วอีกครั้ง เอากระเป๋าเข้าเครื่องตรวจ

เจ้าหน้าที่ชายก็พูดว่า No Problem … GOOD! พร้อมชูสองนิ้วโป้งให้ฉันด้วย ฉันก็ยิ้มตอบแบบโล่งใจ
แต่ก็ยังงงๆ อยู่ว่าเสร็จแล้วเหรอ ผ่านแล้วใช่ไหม ไม่เปิดกระเป๋าตรวจเหรอ พร้อมทำหน้าเหรอๆ แล้วฉันก็เดินตัวลอยๆ ผ่านประตูออกมา

ฉันเห็นแฟนฉันยืนรอเด่นเชียว น้ำตาปริ่มอีกรอบ ดีใจเหลือเกิน

เขาพาฉันกลับมาที่บ้านเช่า เป็นยูนิตเล็กๆ แต่สำหรับฉันมันช่างกว้างใหญ่และอบอุ่น
มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีพื้นที่ทำครัวเล็กๆ และพื้นที่สำหรับดูทีวี ฉันยิ้มกว้าง

แฟนฉันบอกฉันว่าเขาเช่าบ้านนี้จากเพื่อนของพี่สาว และต้องเตรียมทุกอย่างให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนฉันมาถึง
แฟนฉันและแม่ของเขาช่วยกันทำความสะอาด และช่วยกันซื้อของเข้าบ้าน และจัดบ้านเพื่อฉัน … ฉันฟังแล้วอึ้ง ดีใจและรักเขามากเหลือเกิน

ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เตรียมไว้เพื่อฉันและลูก แค่นี้ฉันก็มีความสุขเหลือเกินแล้ว

แล้วฉันก็ได้ฉลองวันสิ้นปี และเริ่มปีใหม่กับแฟนของฉัน ช่างเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่มีความสุขมากเหลือเกิน

และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็พร้อม พร้อมที่จะสู้และเผชิญหน้ากับทุกๆ สิ่ง
ฉันรู้ว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ฉันคงจะไม่ได้มีความสุขอยู่ตลอดเวลา แต่ฉันชอบใช้ชีวิตแบบที่มองด้านบวกก่อนเสมอ
และฉันรู้ว่า ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ฉันมีครอบครัวที่ฉันรัก และพวกเขาก็รักฉัน...

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ
สวัสดีค่ะ






Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2554 11:34:19 น.
Counter : 1424 Pageviews.

8 comments
  
เรื่องราวน่ารักดีค่ะ ชีวิตมีสุข มีทุกข์ มีพบ มีจาก จากเพื่อพบกันอีก พบกันก็มีวันจาก
แฟน จขบ. น่ารักจังจัดห้องต้อนรับ จขบ. ใหม่หมด

มีความสุขกับทุกๆวันค่ะ
โดย: PrettyNatty วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:15:31 น.
  
Happy ending !!!
น่ารักจังเลยค่ะ
ขอให้มีความสุขทุกๆวัน และดูแลความรักให้ยั่งยืนตลอดไปนะคะ
โดย: หกพันไมล์ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:51:43 น.
  
ด้วยความยินดีค่ะ เพราะ"อ่านมาถึงตรงนี้"พอดี
แต่ว่า ทิพย์มีคำถามค่ะ ดอกกุหลาบ หรือกลีบกุหลาบนั่น ทำไมเจ้าหน้าที่ต้องสั่งให้ทิ้งด้วยหรอคะ มันผิดกฎหรอคะ (ไม่รู้จริงๆ)

ยินดีด้วยนะคะ ที่มาทันฉลองปีใหม่กับที่รัก
และเฝ้ารอการมาของตัวเล็กด้วยนะคะ
โดย: ทิพย์ (Siriporn&Flemming ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:06:19 น.
  
คุณ PrettyNatty : แฟนน่ารักมากจริงๆ ค่ะ จนถึงทุกวันนี้ แต่งงานกันมา 3 ปีแล้ว เขาก็ยังไม่เปลี่ยนค่ะ ที่เขาเตรียมบ้านให้ เพราะตอนแรกเขาอยู่กับพ่อแม่ค่ะ เขากลัวว่าถ้าเราไปอยู่ด้วยเลย กลัวว่าเราจะอึดอัดน่ะค่ะ แต่ทุกวันนี้ก็ไปขลุกอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่บ่อยมาก จนมีแซวกันว่าย้ายออกกันไปทำไม เห็นกันทุกวันเลย อย่างนี้ย้ายกลับมาอยู่กับพ่อแม่เหมือนเดิมดีกว่า ... คุณย่าอยากอยู่กับหลานๆ ทุกวันค่ะ


คุณหกพันไมล์ : ขอบคุณนะคะ ตอนนี้ก็ช่วยกันประคับประคองความรักและความรู้สึกของกันและกันอย่างดีที่สุดค่ะ ยังร้ากกัน หวานแหววดีค่ะ

คุณทิพย์ : มันเป็นกฏค่ะ เขาห้ามนำเอาดอกไม้ ผลไม้ หรือแม้แต่เศษหญ้า เศษดินก็ไม่ได้นะคะ ห้ามเอาเข้าประเทศเลยล่ะค่ะ ก็เลยต้องทิ้งกุหลาบนั่นไป เสียดายมากเลยค่ะ เพราะเป็นกุหลาบที่สวยมาก แต่กลีบกุหลาบกับใบกุหลาบก็เกือบทำปัญหาให้ซะแล้น อิอิ
โดย: ปังปอนด์ IP: 124.181.149.29 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:3:43:02 น.
  
เรื่องราวน่ารักจังค่ะ อ่านแล้วยิ้มไปด้วยเลย
โดย: army_wifey วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:29:56 น.
  
คุณ army_wifey : ขอบคุณนะคะ ดีใจค่ะที่เรื่องของปอนด์ทำให้ยิ้มได้ค่ะ
โดย: ปังปอนด์ IP: 124.177.49.18 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:14:05 น.
  
อ่านไปยิ้มไป ดีใจด้วยค่ะ
โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:6:45:01 น.
  
แล้วรู้หรือยังล่ะ "วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก"
อยากบอกอะไรก็จะรับรู้ไว้...ว่าฉันก็เป็นเหมือนเธอ..
อยากบอกให้เธอได้รู้ไว้เธออยู่ในใจฉันเสมอไม่เคยลืม
เวลาเจอก็ดีใจถึงแม้ว่าไม่ได้พูดได้คุยกับเธอก็ตาม
แต่อยากให้รู้ว่า "ยังรัก" เสมอ เช่นกัน
โดย: 9607 IP: 118.172.166.188 วันที่: 1 มกราคม 2555 เวลา:10:03:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พอใจไชโย
Location :
Melbourne,  Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ ปังปอนด์ ค่ะ
เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ชอบการเรียนรู้เป็นชีวิตจิตใจ
เพราะคิดเสมอว่า ในโลกใบนี้มีอะไรให้เรียนรู้ อีกตั้งเยอะ
และไม่มีใครแก่เกินเรียน

การเรียนรู้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเจอกับตัวเอง
เรียนจากประสบการณ์ของคนอื่นด้วยก็ได้ ...
ดังนั้นคุณครูจึงไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องเรียน...
ขอขอบคุณ คุณครูทุกๆคน ทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัวนะคะ

เชื่อเสมอว่า ภายใต้ท้องฟ้านี้ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย
อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะทำ หรือ ไม่ทำ หรือเปล่า...
เท่านั้นเอง

ทุกครั้งที่ลงมือทำอะไรก็ตาม จะ ใส่ใจ ตั้งใจ มุ่งมั่น
และใส่ความรักลงไปด้วย
ดังนั้นไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็จะภูมิใจเสมอ
อย่างน้อยเราก็ได้ทำอย่างเต็มที่ และทำดีที่สุดแล้ว

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ
ติ ชม แนะนำ และให้กำลังใจกันบ้างนะคะ
ยินดีเสมอค่ะ

I'll always do my best and I'll always keep trying...

*************************************


ไชโย คือ หัวใจ
พอใจ คือ ลมหายใจ
พลอยใจ คือ ชีวิต
พ่อของลูก คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตของแม่
แม่อยู่โดยขาดคนหนึ่งคนใดไป ไม่ได้เลยค่ะ...
รักมากที่สุด...

*************************************

สงวนลิขสิทธิ์เรื่องราวและภาพถ่ายที่ปรากฏทั้งหมดในบล็อกนี้ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ หากนำไปใช้ โปรดให้เครดิตด้วยกับเจ้าของบล็อกด้วยนะคะ เนื่องจากตั้งใจทำทุกๆ อย่างด้วยใจและความตั้งใจดีค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

&date *************************************** ******************************* Bakery ...ขนมหวาน&อาหารคาว...
New Comments
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.