Ploy Journey Journal.........Welcome to my world
Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
21 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
เส้นทางแสวงบุญ จากอรุณอัมรินทร์ สู่ ท่าดินแดง



ได้ฤกษ์งามยามดี  หลังจากได้พบเพื่อนสมัยเด็กที่ไม่ได้พบกันซะนาน เลยนัดกันไปทำบุญ ทำทาน ถวายสังฆทานชำระล้างจิตใจเพื่อเป็นผู้ให้ที่ใสสะอาดกัน


สายๆ เราเริ่มเดินสายทำบุญโดยถวายสังฆทานครบชุดที่พระอาจารย์สมชาติ วัดบุญญประดิษฐ์ ก่อนแล้วค่อยเดินทางไปสักการะ เดินสายทำบุญวัดต่างๆ โดยเดินทางมาจากถนนสาย 9 กาญจนาภิเษกเข้าถนนที่ตัดใหม่ ใช้เวลาอึดใจเดียวเราก็มาถึง สามแยกไฟฉาย ข้ามแยกไฟฉายตรงมาจะเป็น โรงพยาบาลศิริราช  เรามาเริ่มงานบุญกันเลย หลังจากเลี้ยวไปทางซ้ายก็สามารถเริ่มวัดแรกได้เลย


1.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 


พระปรางค์วัดอรุณ


cr:https://th.wikipedia.org/wiki/วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร



พวกเราขับเลยทางเข้าไป จึงผ่านวัดนี้ไปก่อนถ้ามีเวลาเราจะมาเก็บขากลับ


วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดแจ้งเป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอก เชื่อกันว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2310 ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้ตอนรุ่งแจ้ง จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่าวัดแจ้ง 


cr:https://th.wikipedia.org/wiki/วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร



2. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร



เพิ่มคำอธิบายภาพ




ที่วัดประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อโต ซึ่งที่เป็นพระสุปฏิปันโณที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เก่าแก่มีชื่อเสียงประดิษฐานอยู่ภายในวัด เราจึงไปกราบไหว้ ทำบุญ และไปกันต่อ


 

วัดแห่งนี้เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดบางว้าใหญ่ (หรือบางหว้าใหญ่) ในสมัยธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างพระราชวังใกล้วัดบางว้าใหญ่ โปรดเกล้าฯ ให้ยกเป็นพระอารามหลวงและเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยรัชกาลที่ 1 



3. วัดโมฬีโลกยาราม


เพิ่มคำอธิบายภาพ

 

Cr.: //www.dmc.tv



วัดนี้พวกเราผ่านเฉยๆ จึงไม่มีภาพภายในวัดให้ได้ชม ขอยืมมาจากพี่วิกิให้ชมนะคะ


 

ชื่อลำลองว่า วัดท้ายตลาด เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร เป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง และเหตุที่เรียกว่าวัดท้ายตลาดเนื่องจากอยู่ต่อจากตลาดเมืองธนบุรี ปัจจุบันชาวบ้านยังนิยมเรียกชื่อนี้อยู่  


ในสมัยธนบุรี วัดนี้เป็นวัดในเขตพระราชฐาน จึงไม่มีพระสงฆ์อยู่ตลอดช่วงรัชกาล ส่วนพระวิหาร สันนิษฐานว่าได้ใช้เป็นฉางเกลือของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในพระวิหารกั้นเป็น 2 ตอน ปัจจุบัน ตอนหน้าที่หันออกคลองบางกอกให้ ประดิษฐานพระพุทธรูปเป็นหมู่บนฐานชุกชี ส่วนตอนหลังเป็นพื้นที่ค่อนข้างแคบ ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ ในรัชกาลที่ 3 ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ทั่วทั้งพระอาราม และทรงเปลี่ยนนามใหม่ว่า "วัดโมลีโลกยสุธาราม" ภายหลังมาเรียกกันว่า "วัดโมลีโลกยาราม"



4. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร


เพิ่มคำอธิบายภาพ

 

เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ต้นสกุลกัลยาณมิตร ว่าที่สมุหนายก ได้อุทิศบ้านและที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า "หมู่บ้านกุฎีจีน" สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘ และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร" และทรงสร้างพระวิหารหลวงและพระประธานพระราชทาน เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ชื่อ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต ด้วยมีพระประสงค์จะให้เหมือนกรุงเก่า คือมีพระโตอยู่นอกกำแพงเมือง อย่างเช่นวัดพนัญเชิง

Cr.: Wikipedia


ปรกติช่วงเทศกาลตรุษจีน ผู้คนที่มีเชื้อสายจีนจะนิยมมาไหว้ ซำปอกงที่นี่ ซึ่งปรกติที่วัดจะมีตุ๊กตากุฏีจีนตั้งอยู่เต็มวัด เนื่องจากสมัยก่อนแถวนี้เป็นท่าขึ้นเรือของสินค้าและ ท่ารับส่งผู้คนที่เดินทางทางน้ำ จึงมีตุ๊กตาหินจีนหลงเหลืออยู่ที่วัดมากมาย  แต่ขณะนี้ได้ถูกยกออกไปเพื่อปรับปรุงสถานที่




5. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร


พระบรมธาตุมหาเจดีย์วัดประยุรวงศาวาส



 

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็นวัดที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่กรมท่า และสมุหพระกลาโหม ได้อุทิศสวนกาแฟสร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2371 ซึ่งมีอาณาเขตติดกับบ้านสมเด็จเจ้าพระยาฯ ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2375 ได้ถวายเป็น พระอารามหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า "วัดประยุรวงศาวาส" ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "วัดรั้วเหล็ก" เพราะมีรั้วเหล็กเป็นกำแพงวัดอยู่เป็นบางตอน รั้วเหล็กนี้สูงประมาณ 3 ศอกเศษ ทำเป็นรูปอาวุธคือ หอก ดาบ และขวาน


วัดประยูรมีท่านพระหรหมบัณฑิตเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งท่านมีตำแหน่งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ด้วย ท่านเคยเปิดให้อิฉันเข้าชมเมื่อคราวที่ตามแม่มาทำบุญ ด้านในเจดีย์มีสมบัติเก่าๆจัดเรียงไว้ดั่งพิพิธภัณฑ์  เมื่อเดินขึ้นไปด้าน วิวเมืองงดงามมาก ด้านในส่วนที่อ้วนๆที่สุด ประดิษฐานรูปและประวัติต่างๆ ที่สำคัญไม่ว่าอากาศด้านนอกจะร้อนแค่ไหน แต่ด้านในทำไมให้ความรู้สึกเย็นสบายมากค่ะแปลกจัง  แต่วันนี้แต่งกายไม่เรียบร้อยจึงไม่ขอกราบท่าน และโบสถ์เก่าแก่ก็ปิกซ่อม พวกเราจึงสักการะด้วยดอกไม้ด้านนอก แล้วไปกันต่อ



6. ศาลเจ้ากวนอู คลองสาน


ศาลเจ้ากวนอู


เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมากว่า 270 ปี ใกล้กับสวนสมเด็จย่า หลังวัดอนงคาราม ตำนานเล่าสืบต่อกันว่า ในเก๋งศาลเจ้ากวนอู มีท่านกวนอูอยู่ด้วยกัน 3 องค์ องค์เล็กสุดเป็นองค์แรกที่เข้ามาในประเทศไทยราวปี พ.ศ. 2279 ตรงกับสมัยพระเจ้าเฉินหลงฮ่องเต้ จักรพรรดิราชวงศ์ชิง  โดยชาวจีนฮกเกี้ยนได้เชิญมาจากมณฑลฮกเกี้ยนทางเรือ มาประทับอยู่ในเก๋ง ซึ่งเดิมเป็นเก๋งเล็กๆ ต่อมาในปี พ.ศ.2345 ตรงกับสมัยพระเจ้าเจียซิงฮ่องเต้ จักรพรรดิราชวงศ์ชิง ได้มีคยเชิญท่านกวนอูองค์กลางมาเพิ่มอีกองค์หนึ่ง พร้อมติดป้ายที่เก๋งว่า กวง ตี่ กู เมียว และต่อมาปีพ.ศ.2365 ตรงกับสมัยพระเจ้าเต๋ากวงฮ่องเต้ (ราชวงศ์ชิง) มีเจ้าสัวชื่อนายคงเส็ง ได้บูรณะเก๋งแห่งนี้ให้ใหญ่ขึ้นและอัญเชิญเจ้าพ่อกวนอูองค์ที่ 3 ให้มาประทับร่วมกัน พร้อมสร้างระฆังไว้ 1 ใบ

Cr.: ข้อมูลที่ป้ายหน้าศาลเจ้า



ศาลเจ้ากวนอู



ต่อมาในปี พ.ศ. 2444 คณะกรรมการและศิษย์ได้ทำการสรางเก๋งใหม่เนื่องจากเก๋งเก่าชำรุดทรุดโทรมมาก  เมื่อสร้างเสร็จจึงให้ชื่อว่า "กวงตี่ บู่ เซิ่ง เมียว" 


ด้านข้างศาลเจ้ามีบ้านแบบจีนเก่าแก่ ดีงามมาก 


ใกล้ศาลเจ้ากวนอู



ด้านหน้าเก๋งเจ้าแม่กวนอิม ริมน้ำหน้าศาลเจ้า


ริมน้ำที่ศาลเจ้ากวนอู



7.วัดอนงคาราม


วัดอนงคาราม




วันนี้ปิด มีงานศพ จึงไม่ได้เข้าไป


 

ชื่อเดิมคือวัดน้อยขำแถม เป็นชื่อท่านผู้หญิงน้อย ซึ่งเป็นภรรยาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย เป็นผู้สร้างขึ้นคู่กันกับวัดพิชัยญาติแล้วถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 3 ส่วนคำว่าขำแถมนั้นมีเพิ่มเติมมาจากนามเดิมของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ) ซึ่งเป็นผู้ปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ ต่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 วัดนี้ก็ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่าวัดอนงคารามอย่างในปัจจุบัน

Cr.: Wikipedia



8. วัดพิชยญาติการาม หรือ วัดพิชัยญาติ


วัดพิชัยญาติ



 

เดิมเป็นวัดร้าง แต่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) ครั้งมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาศรีพิพัฒน์ราชโกษา ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ประมาณ พ.ศ. 2372 - 2375 ในรัชกาลที่ 3 เนื่องจากสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยขณะนั้นเป็นจางวางพระคลังสินค้า มีเรือสำเภาค้าขายกับจีน จึงได้นำอับเฉาเรือ กระเบื้องสี และหินมาจากจีน สถาปัตยกรรมวัดนี้มีลักษณะแบบไทยผสมจีน ซึ่งเป็นแบบพระราชนิยมในสมัยนั้น เมื่อบูรณะวัดเสร็จแล้ว ได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า "วัดพระยาญาติการาม" ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเปลี่ยนชื่อวัดใหม่เป็น "วัดพิชยญาติการาม" หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า "วัดพิชัยญาติ"


พระอุโบสถ สร้างเป็นศิลปะแบบจีน ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา เนื่องจากสมัยก่อนเป็นวัดอยู่ในสวน จึงสร้างเพื่อหลบบรรดากิ่งไม้ ผลไม้ที่จะหล่นหรือหักไปกระทบหลังคาพระอุโบสถได้ 


ประทับหลวงพ่อโต


วัดพิชัยญาติ


ด้านหน้าวัดมีเจดีย์ 2 เจดีย์ 


วัดพิชัยญาติ


เจดีย์ทางขวาประดิษฐาน หลวงพ่อทอง


วัดพิชัยญาติ



และทางเจดีย์ด้านซ้ายประดิษฐานหลวงพ่อเงิน


วัดพิชัยญาติ



พระปรางค์องค์ใหญ่ วัดโดยรอบ 33 วา 2 ศอก ส่วนสูงตลอดยอดนภศูล 21 วา 1 ศอก 10 นิ้ว เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปั้น 4 องค์ หันพระพักตร์ไปสู่สี่ทิศ มีพระปรางค์องค์เล็ก 2 องค์ ขนาดวัดโดยรอบ 15 วา ส่วนสูงตลอดนภศูล 11 วา 1 ศอก 1 คืบ 2 กระเบียด ทิศตะวันออกเป็นที่ ประดิษฐานพระโพธิสัตว์พระศรีอาริย์ องค์ทิศตะวันตกเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง 4 รอย จำหลักด้วยแผ่นศิลา สัณนิฐานกันว่าเป็นของเก่า แต่ไม่ทราบว่านำมาจากที่ไหน


หน้าพระปรางค์และพระปรางค์เล็กทั้ง2 ด้าน วัดพิชัยญาติ

ด้านหน้าพระปรางค์ใหญ่ประดิษฐานหลวงพ่อทันใจ ด้านในเป็นพระพุทธรูป 4 องค์หัน 4 ทิศ


วัดพิชัยญาติ


รอบพระปรางค์หลัก และทุกๆปรางค์หรือเจดีย์ เป็นที่บรรจุอัฐิของตระกูลบุนนาค


วัดพิชัยญาติ



พระปรางค์ลูกด้านซ้ายเป็นพระปรางค์เล็ก ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตร


วัดพิชัยญาติ



พระปรางค์ลูกด้านขวาเป็นพระปรางค์เล็ก ประดิษฐานพระพุทธบาท 4 รอย



วัดพิชัยญาติ







อิ่มบุญ อิ่มใจ และ อิ่มท้องกันแล้วได้เวลากลับแล้วค่ะ


แล้วพบกันใหม่นะคะ

"Ploy Journey Journal" - พลอย เจอนี่ เจอนั่น




Create Date : 21 กันยายน 2559
Last Update : 21 กันยายน 2559 17:40:03 น. 2 comments
Counter : 695 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 22 กันยายน 2559 เวลา:4:16:33 น.  

 
ขอเก็บไว้ตามรอยวัดฝั่งธนนะคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 26 กันยายน 2559 เวลา:11:30:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สมาชิกหมายเลข 3271775
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Hi guys, I'm "Ploy" who always have full of bucket list. It is because the world is gigantic, so step out 'n explore its. I write, i-dive, i-trek, i-run, i-yoga, i-blog, and I love good food. Let's follow the dream. สวัสดีค่ะ ชื่อ"พลอย"ค่ะ เป็นพวกชีวิตมีแต่บวก ไม่มีลบ Bucket list เต็มตลอดเวย์ อะไรๆก็เป็นลิสต์ที่ต้องทำก่อนตายสำหรับยัยพลอยทั้งนั้น (ก็โลกนี้มันกว้างใหญ่จะตายไป!) ไหนๆก็ได้เกิดมาบนโลกสวยงามใบนี้แล้วหนิ คิดแล้วจะรออะไร...เก็บกระเป๋า ก้าวเท้าออกมา โลกรอเราอยู่ (หรือความอยากรอเราอยู่) พลอยชอบขีดๆเขียนๆ, วิ่ง, โยคะ, ดำน้ำ, เทรค, และทุกทริปจะขาดไม่ได้เลยคือ อาหารอร่อย. มาออกเดินทางตามความฝันกับ "พลอย เจอนี่ เจอนั่น" ด้วยกันนะคะ... : )
New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3271775's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.