Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
10 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Nargis ที่ 'ไม่ใช่เพียง' พายุหมุนนาร์กิส

[อ่านบทความอื่น]


ช่วงนี้ถ้าใครพูดถึง หรือได้ยินได้ฟังคำว่า นาร์กิส ก็คงนึกไปถึง พายุหมุนนาร์กิส หรือ Cyclone Nargis ซึ่งเข้าถล่มประเทศพม่าเมื่อช่วงวันที่ 2 ต่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมา[1]


Very Severe Cyclonic Storm Nargis,
seen from MODIS on the Terra satellite
at 0645Z May 2 near landfall on Myanmar
ภาพจาก NASA


แต่บางคนอาจจะกำลังนึกถึงหมอดูหญิงพิการชาวพม่า นามว่า "อิทิ" (E Thi) อยู่ก็เป็นได้ เพราะเธอคนนี้เป็นผู้ให้คำแนะนำกับรัฐบาลทหารพม่า ให้ย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้ง ไป เนปีดอ เพื่อหนีภัยธรรมชาติที่ทำนายว่าจะเกิดขึ้น !!![2],[3]

นั่นก็คือเรื่องที่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังคิด หรือ สนทนากันอยู่ ณ ขณะนี้



พอดีว่าเมื่อคืน (ตีหนึ่งถึงตีสอง 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ... นับวันใหม่หลังเที่ยงคืน) ข้าพเจ้าได้มีโอกาสชมรายการวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ TNN World News ทางช่อง TNN 24 ดำเนินรายการโดยคุณวารินทร์ สัจเดว กับ รศ.ดร.ชัยชนะ อิงคะวัต ก็เลยได้รู้ว่าถ้าเป็นคนบางกลุ่ม พอได้ยินคำว่านาร์กิสแล้ว เค้าจะไม่ได้นึกไปถึงพายุหมุนก่อน

คุณวารินทร์ ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายอินเดีย เล่าให้อาจารย์ชัยชนะฟังในรายการว่า ตอนที่นั่งฟังข่าวพายุนาร์กิสครั้งแรกกับคุณพ่อของคุณวารินทร์ ทั้งคู่ก็สนทนากัน ประมาณว่า เอ๊ะ คำ ๆ นี้... Nargis (ออกเสียงแบบกระดกลิ้นนิดหน่อย) มันคุ้น ๆ นะ เป็นชื่อของดาราหญิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศอินเดีย ในรายการได้นำภาพของเธอให้ชมกันด้วย


ภาพของ Nargis จาก Nargis Dutt Memorial Foundation


ในจุดนี้ คุณวารินทร์บอกว่า ก็มีความรู้สึกติดใจนิด ๆ อยู่เหมือนกันว่า ทำไมพายุซึ่งมีชื่อเหมือนดาราที่เป็นที่รักยิ่งของคนอินเดีย ถึงได้กลายเป็นพายุซึ่งสร้างความเสียหายและคร่าชีวิตผู้คนมากมายมหาศาลแบบนี้ และรู้สึกไม่ค่อยดีหน่อย ๆ ด้วยว่า ทำไมต้องมีการนำเอาชื่อของ Nargis มาเป็นชื่อเรียกพายุ



แม้ว่ารายการจะจบ แต่เรื่องของ Nargis ยังค้างคาใจ ข้าพเจ้าก็เลยมาค้นหาดูต่อ



ถ้าหากว่าลองใช้ Google ค้นหาภาพ โดยพิมพ์ว่า Nargis เพื่อหวังจะได้ภาพพายุ หรือ ภาพความเสียหายที่ประเทศพม่านั้น จะพบว่า ภาพที่ขึ้นมามากที่สุดจะเป็นภาพผู้หญิงคนหนึ่ง เธอก็คือ Nargis หรือ Nargis Dutt ดาราหญิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของอินเดีย ซึ่งได้ล่วงลับไปกว่ายี่สิบปีแล้ว[4],[6]



Nargis มีชื่อเดิมคือ Fatima Rashid เกิดเมื่อ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) เริ่มแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกตั้งแต่อายุ 6 ปี โดยใช้ชื่อในการแสดงครั้งนั้นว่า Baby Nargis หลังจากนั้นจึงใช้ชื่อว่า Nargis มาตลอด[7]



ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Nargis มากที่สุดก็คือเรื่อง Mother India ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 30 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมเมื่อปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957)[5],[8]

เนื้อหาของเรื่องให้ความสำคัญกับชาวบ้านในสังคมเกษตรกรรม ซึ่งถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบจากนายทุนหน้าเลือด อีกทั้งยังได้เชิดชูความเป็นแม่ และ ความแข็งแกร่งของสตรีอินเดียด้วย

Nargis รับบทเป็น Radha (ราธา) ตัวเอกของเรื่อง ในบทบาทแม่ ที่ต้องทนลำบาก ตรากตรำ เพื่อบุตร แม้จะต้องจับคราด ไถนา ด้วยแรงตนเอง ก็ต้องยอม

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้าฉายในประเทศไทยด้วย โดยใช้ชื่อว่า "ธรณีกรรแสง"[9]



นอกจากอาชีพทางการแสดงแล้ว Nargis ยังได้ทำงานในกิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสงเคราะห์เด็กผู้ด้อยโอกาส และ ผู้พิการ เธอมีส่วนในการจัดตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กยากไร้ ศูนย์ช่วยเหลือผู้พิการต่าง ๆ เธอยังเป็นทั้งสมาชิก และ ผู้ประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กรการกุศลต่าง ๆ อีกด้วย[5]



ในปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) Nargis เริ่มล้มป่วย ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ตับอ่อน และต้องเข้ารับการรักษาในต่างประเทศ ที่ กรุงนิวยอร์ค ซึ่งในเรื่องนี้ เธอรู้สึกเสียใจที่การรักษาพยาบาลที่เธอกำลังได้รับอยู่นั้น ไม่สามารถทำได้ในประเทศอินเดีย เพราะความล้าหลังทางวิทยาการ แล้วก็ยังนึกสงสารคนด้อยโอกาสในประเทศอีกหลายคน ที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ได้[4],[5]

เธอจึงอยากจะมีส่วนช่วยในการปรับปรุง การรักษาพยาบาลในประเทศอินเดีย ให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น และยกระดับให้มีความเจริญทางวิทยาการทางการแพทย์มากยิ่งขึ้น โดยจะจัดตั้งเป็นมูลนิธิ ให้ทุนสนับสนุน

ทว่า Nargis ได้เสียชีวิตไปก่อนเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) โดย Sunil Dutt ผู้เป็นสามีได้สานต่อความฝันของเธอด้วยการจัดตั้งมูลนิธิ Nargis Dutt Memorial Foundation (NDMF) ขึ้นในปีนั้นเอง เพื่อให้เงินทุนสนับสนุนกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาระบบการรักษาพยาบาล การแพทย์ รวมไปถึงการสนับสนุนด้านการศึกษา ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กด้อยโอกาส และคนพิการด้วย[4]



อนึ่งคำว่า Nargis นั้น ที่จริงแล้วเป็นคำในภาษาอูรดู[7] ซึ่งเป็นภาษาหนึ่งที่พัฒนามาจากหลายภาษารวมกันคือ ภาษาเปอร์เซีย ตุรกี อาหรับ ฮินดี สันสกฤต[14] คำ ๆ นี้ เมื่อเขียนด้วยตัวอักษรอูรดู ก็จะได้แบบนี้ نرگس และในภาษาเปอร์เซียก็จะเขียนในแบบเดียวกัน[1],[15]

คำว่า Nargis หรือ نرگس ทั้งในภาษาอูรดูและภาษาเปอร์เซียนั้น จะหมายถึง ดอกไม้ที่อยู่ในสกุล (Genus) Narcissus หรือ ดอก daffodil นั่นเอง[1],[10],[15]



ส่วนประเด็นที่ว่า ทำไมถึงได้ตั้งชื่อพายุหมุนที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมายขนาดนี้ว่า Nargis ก็ขออนุญาตเฉลยว่า อันที่จริงแล้ว มีการจัดทำบัญชีรายชื่อพายุหมุนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

โดยประเทศ 8 ประเทศ ที่อยู่รอบมหาสมุทรอินเดียเหนือ (North Indian Ocean) คือ บังคลาเทศ (Bangladesh) อินเดีย (India) มาลดีฟส์ (Maldives) พม่า (Myanmar) โอมาน (Oman) ปากีสถาน (Pakistan) ศรีลังกา (Sri Lanka) และประเทศไทย (Thailand) ได้ร่วมกันจัดทำรายชื่อที่จะใช้เรียกพายุหมุนที่จะเกิดในมหาสมุทรอินเดียเหนือล่วงหน้าไว้ 64 ชื่อ ตามข้อแนะนำขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization)[11]


(ธงของ World Meteorological Organization)


ซึ่งบัญชีรายชื่อที่ว่านี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) และจะใช้จนถึงปี พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) โดยทั้ง 8 ประเทศจะเสนอชื่อเข้าไว้ในบัญชีรายชื่อ โดยเรียงลำดับรายชื่อพายุ ตามตัวอักษรของประเทศที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ (ที่ได้วงเล็บไว้)

เช่น พายุหมุน 6 ครั้งล่าสุด คือ พายุหมุน Ogni (ตั้งชื่อโดยบังคลาเทศ) พายุหมุน Akash (โดยอินเดีย) พายุหมุน Gonu (โดยมาลดีฟส์) พายุหมุน Yemyin (โดยพม่า) พายุหมุน Sidr (โดยโอมาน) และล่าสุดคือ พายุหมุนนาร์กิส หรือ Cyclone Nargis ซึ่งถ้าดูจากการเรียงลำดับแล้ว จะเห็นได้ว่า ประเทศที่ตั้งชื่อไว้ก็คือประเทศปากีสถานนั่นเอง

และเพราะได้มีการตั้งชื่อล่วงหน้าไว้แล้ว ดังนั้นถ้ามีพายุหมุนในมหาสมุทรอินเดียเหนือครั้งต่อไป ก็จะมีชื่อว่า พายุหมุน Abe ตั้งชื่อโดยศรีลังกา และถัดไปอีกก็คือ Khai-Muk (เดาว่าอ่านว่า ไข่มุก) โดยประเทศไทย[11],[12],[13]

ดังนั้น จึงไม่ได้เพิ่งมาตั้งชื่อเอาในช่วงนี้ ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมต้องมีการเสนอชื่อนาร์กิส ซึ่งเป็นชื่อดอกไม้ และ ยังเป็นชื่อดาราที่เป็นที่รักของคนอินเดีย ไปไว้ในบัญชีรายชื่อพายุนั้น

คงต้องไปถามทางประเทศปากีสถานกันเอาเอง...

แต่... ข้าพเจ้าว่า ไม่มี conspiracy theory อะไรในกอไผ่หรอก ไม่ต้องคิดมาก!!



*ภาษาอูรดู อยู่ในอันดับที่ 20 ของภาษาที่มีคนใช้เป็นภาษาแม่ และเป็นภาษาราชการของประเทศปากีสถาน นอกจากนี้ยังเป็นภาษาหนึ่งในภาษาราชการ 23 ภาษา ของประเทศอินเดีย[14]








(เขียนครั้งแรก 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2551)




[อ่านบทความอื่น]


Create Date : 10 พฤษภาคม 2551
Last Update : 15 พฤษภาคม 2551 8:47:54 น. 34 comments
Counter : 1409 Pageviews.

 
เอ.. แล้วเอามาได้ไงหว่าชื่อนี้


โดย: thejkpb วันที่: 10 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:48:07 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ความรู้ค่ะ


โดย: ฝ้าย IP: 124.120.19.216 วันที่: 10 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:56:45 น.  

 
ทางปากีสถานเค้าอาจจะใช้เพราะนึกว่าเป็นชื่อดอกไม้นะ อาจจะเป็นดอกไม้เด่นของเค้า หรืออะไรซักอย่างที่ทำให้รู้สึกว่ามาจากปากีสถาน คงไม่ทันนึกไปถึงดาราที่เป็นที่รักของคนอินเดียหรอกมั้ง

ก็เหมือนเราที่ตั้งชื่อ พายุว่า "ไข่มุก" เพราะอาจจะทำให้รู้สึกว่าชื่อนี้ดูไทยๆดี ไม่มีนัยความหมายพาดพิงคนที่ชื่อ ไข่มุก แต่อย่างใด


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:02:35 น.  

 
พอดีมีสำนักข่าวนึงของ india คือ Indian Express Newspapers (Mumbai) โดย website ชื่อ The Financial Express เค้าลงข่าวเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2551 ใช้หัวข้อข่าวว่า

Why is a deadly cyclone called Nargis? Ask Pak

เนื่อข่าวตอนนึงเขียนว่า

Pakistan may have an answer. The name Nargis, daffodil in Urdu, for the cyclone was suggested by Pakistan to the India Meteorological Department which is a regional specialised meteorological center (RSMC) recognised by the World Meteorological Organisation (WMO), IMD director B P Yadav said

//www.financialexpress.com/news/Why-is-a-deadly-cyclone-called-Nargis-Ask-Pak/307626/

เป็นสำนักข่าวของอินเดีย ที่บอกว่า ให้ไปถามปากีสถาน


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog ตัวจริง ไม่ได้ login) IP: 202.28.62.245 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:57:49 น.  

 
ผมก็ว่า คงไม่มีอะไรในกอไผ่หรอก ปากีสถานคงไม่ได้คิดมาก แต่พอดี ผมกำลังตีวัวกระทบคราดอยู่

คือ ตอนนี้ข่าวในประเทศไทยหลายเรื่อง มีคนพยายามโยงว่า ที่เค้าทำแบบนั้น มันมีจุดประสงค์แอบแฝง ทั้งทางตรงและเชิงสัญลักษณ์ คือ ไม่เชื่อว่า เค้าไม่ได้ตั้งใจ

คือ เค้าอาจจะตั้งใจทำก็ได้ แต่ไม่ได้มีเจตนาให้มันเป็นแบบนั้น

แต่ก็มีคนโยงจนได้

ผมเองก็สงสัยอยู่ว่า ปากีสถาน กัน อินเดีย เค้าก็ทะเลาะกันอยู่ จะมีคนพยายามเอาเรื่องนี้มา กวนกระแส ให้ประชาชนบ้าคลั่งกันได้บ้างไหม

แต่ ก็คงมีคนกลุ่มนึงมองว่า ไร้สาระแหละที่จะไปนั่งคิดมากแบบนั้น

แต่.. ใครจะรู้ ก็ต้องไปถามคนที่ทำนั่นแหละ ว่าเจตนาคืออะไร


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog ตัวจริง ไม่ได้ login) IP: 202.28.62.245 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:01:29 น.  

 
ถ้าจะว่ากันตามที่คุณ Plin ได้เขียนเล่าเอาไว้ว่า :

อันที่จริงแล้ว มีการจัดทำลิสต์รายชื่อพายุหมุนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

โดยประเทศ 8 ประเทศ ที่อยู่รอบมหาสมุทรอินเดียเหนือ (North Indian Ocean) คือ บังคลาเทศ (Bangladesh) อินเดีย (India) มาลดีฟส์ (Maldives) พม่า (Myanmar) โอมาน (Oman) ปากีสถาน (Pakistan) ศรีลังกา (Sri Lanka) และประเทศไทย (Thailand) ได้ร่วมกันจัดทำรายชื่อที่จะใช้เรียกพายุหมุนที่จะเกิดในมหาสมุทรอินเดียเหนือล่วงหน้าไว้ 64 ชื่อ ตามข้อแนะนำขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization)

ถ้าอินเดียจะไม่ชอบใจก็น่าจะทักท้วงตั้งแต่ตอนนี้แล้วนะ ไม่ได้มีใครมัดมือชกซักหน่อย

แล้วใครจะไปรู้ล่ะ ว่าชื่อ Nargis จะไปจ๊ะเอ๋กับพายุไซโคลนที่แสนจะรุนแรงและโหดร้ายพอดิบพอดี แล้วก็คงไม่มีใครอยากจะให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหรอก ถ้าเป็นไปได้ก็มีแต่คนจะภาวนาให้พายุอ่อนกำลังกลายเป็นดีเปรสชั่นธรรมด๊า ธรรมดา ก็เท่านั้น

...เออหนอ...เหตุการณ์สลดจากน้ำมือธรรมชาติก็เกินจะรับมือไหวอยู่แล้ว...อย่าให้มีเหตุการณ์สลดจากความขัดแย้งของน้ำมือมนุษย์อีกเลย...สาธุ...

ป.ล. เออ...แล้วข่าวที่คุณ Plin เขียนถึงน่ะ มันข่าวอะไรกัน


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:47:10 น.  

 
หมายถึงข่าวในไทย หรือเปล่าครับ..

คืองี้ครับ ต้องเข้าใจนิดนึง ว่าทำไมถึงบอกว่า กำลังตึวัวกระทบคราด

ถ้าอ่าน process ทั้งหมดที่เขียนก็จะ เห็นได้ว่า ผมเริ่มต้นบทความด้วยการยกว่า มีบางคนพอได้ยินคำว่า nargis เค้าจะไม่ได้นึกถึงพายุหมุนก่อน แต่ไปนึกถึง ดารา กับ ดอกไม้

ผมก็เลยมีความสงสัยว่า นอกจากพิธีกรที่ได้ raise ประเด็นนี้ขึ้นมาแล้ว มีคนอื่นอีกไหม ปรากฎว่า มีข่าวหลายข่าวถามว่าคำว่า nargis มาจากไหน ทำไมตั้งว่า nargis

ปรากฎว่า มีอยู่ข่าวนึงของอินเดีย ที่ผมได้ให้ link ไว้แล้ว เค้าดันขึ้นหัวข้อ และ มีประโยคตอนนึงว่า ให้ไปถามปากีสถาน ซึ่งเราก็รู้อยู่ว่าเค้าไม่ถูกกัน

ผมก็เลยมองว่า นี่อาจจะเป้นบทบาทนึงของสื่อที่จะทำให้คนอ่านบางคน คิดตาม แล้วก็ ตีประเด็นไปมากเกินจริงได้ เพราะคนที่รู้ข้อมูลทั้งหมดมีน้อย และคนที่อยากจะไปค้นต่อก็น้อยด้วย

ถ้าถามว่าทำไม อินเดียไม่ท้วงก่อน ก็ต้องถามกลับว่า อย่างของไทยส่งไป 8 ชื่อ มีใครรู้บ้างว่ามีชื่ออะไรบ้าง ดังนั้น เค้าก็คงไม่รู้เหมือนกัน อีกอย่าง คนที่เค้ารู้เค้าอาจจะมองว่าไม่มีอะไรก็ได้ คือ คิดแทนคนทั่วไปว่า ไม่น่ามีอะไร

ของแบบนี้คงไม่ต้องทำประชามติกัน แล้วก็คงไม่คุ้มที่จะทำด้วย มันไม่จำเป็น

ดังนั้น การที่ไม่มีคนท้วง ไม่ได้แปลว่า เค้าเห็นด้วย

แต่การมีคนไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้แปลว่า ของนั้นไม่ดี แล้วคนอื่นก็จะไม่เห็ฯด้วย

ดังนั้น มันก็ต้องมีคนที่มองว่า ไร้สาระที่จะไปคิดว่า จะตั้งชื่อนี้ทำไม หรือ จะมาเถียงกันทำไม แล้วก็ต้องมีคนสงสัยว่า ทำไม แต่ไม่ได้โมโหอะไร แล้วก็ต้องมีคนทั้งสงสัย ทั้งโมโห แต่ที่น่ากลัวคือ จะมีคนที่ปลุกให้มีคนโมโหมากขึ้น ปลุกให้คนที่ไม่สนใจ มาสนใจ เรื่องไม่เป็นเรื่อง

ดังนั้น ผมก็เลยสรุปว่า ก็คงไม่มีอะไรในกอไผ่หรอก หลังจากเฉลยว่าปากีสถาน (เพราะมันคงจะมีคนหลาย ๆ แบบ อย่างที่บอกไว้แล้ว.. และก็มีจริง อย่างน้อยก้มีคนถามกันแล้ว และก็มีข่าวบอกว่าให้ ask pak แล้ว ซึ่งที่จริง เค้าก็คงไม่รู้จะตอบยังไงเหมื้อนกัน มันก็แค่การตั้งชื่อ)

ของไทยก็เหมือนกัน

มีคนปลุกประเด็นหลายเรื่อง เช่น กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตั้งแต่อดีต จนปัจจุบัน มีหลายอันที่หมิ่นจริง แต่ หลายอันก็คงไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็จะมีคนต่าง ๆ กันเกิดขึ้น คือ คนที่ไม่ได้สนใจข่าว คนที่สนใจแต่ไม่โกรธ คนที่สนใจและโกรธ บางคนหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า เค้าหมิ่นจริงไหม เจตนาไหม คือ บางคนมันก็เจตนาจริง แต่บางคนก็เปล่า แต่ก็จะมีคนที่พร้อมจะเชื่อตามสิ่งที่คิด และ ตามสื่อที่กระพือได้ อันนั้นก็เป็นกรณีที่ extreme (กรณีนี้ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ก็มีหลายกรณ๊)

ถ้าไม่ extreme ก็ ถ้าจำกันได้ กรณีเผาสถานฑูตไทยที่เขมร มีคนปลุกประเด็นเรื่องกบ สุวนันท์ คนเขมร ก็คงมีกลุ่มต่าง ๆ คือ ไม่สนใจกบ สนใจ แต่ไม่โกรธกบ โกรธกบ บางคนก็เอะใจว่า กบพูดไม่ดีจริงหรือ บางคนก็ไปค้นข้อมูลด้วย บางคนไม่ต้นไม่อะไรที้งนั้น เชื่อ สื่อเขมรที่โหมกระพือ จนไปเผาสถานทูตไทย

มีแบบนี้อีกหลายกรณีที่ เราไม่มีทางรู้ว่า เจตนาคนทำคืออะไร แต่ก็จะมีคนตั้งทฤษฏีไว้ แล้วก็จะมีคนหือกระพือ แล้วก็จะมีคนที่คลั่งตาม แล้วก็จะมีคนที่อยู่เฉย ๆ

แต่คนที่เสียงดังกว่า ก็จะทำให้ทุกคนเชื่อได้


โดย: Plin, :-p วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:40:15 น.  

 
Nargis ได้เสียชีวิตไปก่อนเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981)

พายุที่เข้าทำลายสร้างความเสียหาย ประชาชนล้มตายก็วันที่ 2 ย่างเข้าวันที่ 3 พฤษภาคม เช่นเดียวกัน



โดย: ฮืมส์.ส.ส IP: 202.183.225.12 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:53:35 น.  

 
ฮั่นแน่ มีคนสังเกตุเห็นแล้ว ตอนแรกว่าจะเขียนในบทความเหมือนกัน แต่ไม่เอาดีกว่า


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog ตัวจริง ไม่ได้ login) IP: 202.28.62.245 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:13:20 น.  

 
...อีกเรื่องคือ ในหนังสือ"พระมหาชนก" ได้ระบุวันที่เรือพระที่นั่งอัปปางลงเพราะพายุ ว่าเป็นวันที่ 2 พฤษภาคม...และถ้าดูพิกัดแล้ว จะเห็นว่าตรงจุดที่เรือพระที่นั่งของพระมหาชนกอับปางนั้นอยู่ในบริเวณลองติจูด ๙๐ องศาเศษ
.....ซึ่งอยู่ในอาณาเขตต่อเนื่องระหว่างประเทศบังคลาเทศกับประเทศพม่า และตามตำรา Mundane Astrology ได้กำหนดให้ลัคนาของดวงเมืองประเทศพม่าไว้ในราศีตุลย์

จะยกรายละเอียดของบทความที่ พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนต์ ที่เขียนไว้เมื่อปี 46 ดังนี้

"...ในบทพระราชนิพนธ์ได้ทรงระบุวันเดือนที่เกิดเหตุไว้ประกอบดวงชะตาว่า เป็นวันที่ ๒ พฤษภาคม ส่วนปีและเวลาที่เกิดเหตุมิได้ทรงระบุไว้ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนพุทธกาลส่วนวันที่นางมณีเมขลามาช่วยนั้นเป็นวันที่ ๙ พฤษภาคม หลังจากวันที่พระมหาชนกได้ทรงพระวิริยะว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรมาแล้วเป็นเวลา ๗ วัน..."

รายละเอียดดูได้จากบทความเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับวิชาการโหราศาสตร์ พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ จากwww.horawej.com

อืมม...แล้วมณีเมฆลามาช่วยแล้วยังน้อ...


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:29:05 น.  

 
แต่คนที่เสียงดังกว่า ก็จะทำให้ทุกคนเชื่อได้

เหมือนหนังเรื่อง Wag the dog น่ะเหรอ คุณ Plin


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:35:19 น.  

 
มะรู้เหมือนกัน ยังมะเคยดู


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:41:14 น.  

 
เนื้อเรื่องคร่าวๆ มันประมาณว่า :

ประธานาธิบดีของประเทศ...สร้างข่าวฉาวโฉ่ด้วยการมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนเอง และเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างแรงต่อคะแนนความนิยมของเขาในขณะที่ใกล้กำหนดถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

คอนนี่ บรีน ซึ่งทำงานช่วยเหลือประธานาธิบดีในฐานะขงเบ้งแห่งทำเนียบขาวดำเนินการวางกลยุทธ์ที่แสนแยบยล โดยร่วมมือกับ สแตนลี่ย์ มอสส์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชั้นเซียน พวกเขาวางแผนโกหกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ในวงการข่าว การเมือง โทรทัศน์ และ แน่นอนประวัติศาสตร์ชาติ...สร้างภาพลวงที่คนทั้งประเทศพร้อมที่จะเชื่อ... เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นข้อกล่าวหาข่าวฉาวโฉ่ของประธานาธิบดี

นักแสดง: Dustin Hoffman, Robert De Niro, Anne Heche ผู้กำกับ: Barry Levinson

ข้อมูล จาก //www.yopi.co.th


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:25:51 น.  

 
เมื่อกี๊นี้ ได้ FW mail มา อ่านแล้วนึกถึงคุณมะยมทันทีเลยคัดลอกบางส่วนมาให้อ่านค่ะ

FW: รู้มั๊ย ทำไม นากิส ถึงทำอะไรเราไม่ได้


เมื่อวันศุกร์ผมได้มีโอกาสได้เข้าค่ายที่ศูนย์ฝึกทหารของค่ายนเรศวร วันแรกที่เข้าไปบรรยากาศครึ้มๆ ผมก็ว่าเอ... แปลกๆนะ ทำไมอากาศอบอ้าวเหมือนจะมีฝนแต่ก็คิดว่าคงเป็นไปตามสภาพอากาศ พอไปถึงก็ทำกิจกรรมจนได้เข้าหอประชุมตอนดึกใกล้เวลานอนมากแล้ว อาจารย์เอกราช ท่านได้มาพูดถึงเรื่องของฝนที่ตกนี้ว่า 'ก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านทรงให้คณะทำงานเกี่ยวกับฝนเทียม รีบทำฝนเทียมเพื่อเป็นแนวกันลมพายุดีเปรสชั่นซึ่งตอนนั้นยังไม่เกิดขึ้น แต่พระองค์ทรงเหมือนกับเทวดาองค์นึงที่ทราบเรื่องนี้ก่อน ถามว่าตอนนั้นกรมอุตุรู้เรื่องนี้ไม๊ ... ไม่มีใครทราบว่าจะเกิดพายุที่ประเทศเมียนม่า(พม่า)ด้วยซ้ำ

พอคณะทำงานด้านฝนเทียมทำงานเสร็จ ด้วยความสำเร็จ... ผลงานที่พระองค์ได้ทำก็ก่อให้เกิดผล มีพายุเกิดอย่างที่พระองค์ตรัสไว้ที่พม่า และพายุนี้ก็ได้สร้างความเสียหาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศเมียนมาร์(พม่า) จนทำให้เกิดความสูญเสียอันมหาศาลกับประเทศอันเคยเป็นอริกับเรา ... แต่สำหรับประเทศไทย แนวกำแพงฝนเทียมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงสร้างไว้ก็ทำให้เกิดฝนตกเพียงเล็กน้อย ถ้าเทียบกับพายุที่จริงๆแล้วสามารถสร้างความเดือดร้อนกับประเทศได้มาก

พอผมได้ทราบผมถึงกับอึ้งขนลูกซู่ กับ สิ่งที่พระองค์ได้ทำไว้ให้กับประเทศของเรา ถึงแม้นจะเป็นเรื่องที่ดีที่ทราบเรื่องนี้ แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ผมสะเทือนใจกับสิ่งที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้ วันที่ 2 ที่เข้าค่าย ครูฝึกได้เปิดวีซีดีเกี่ยวกับพระองค์ให้ดู ผมก็ดูไปเรื่อยๆจนถึงตอนนึงที่เค้าตัดเอาตอนที่พระองทรงเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อไปส่งเหล่ากษัตริย์จากต่างประเทศ คณะทูตที่มาเข้าเฝ้าในงานฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา ภาพที่ทำให้ผมปวดจี๊ดขึ้นมาในหัวใจก็คือตอนที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินลงบันได(ขอโทษครับพอดีไม่ทราบว่าเขียนยังไง) พระองค์เกือบหกล้ม ดีที่ทหารรักษาพระองค์ที่เดินนำหน้าคอยประคองพระองค์ไว้ พอพระองค์ทรงยืนได้ ก็ปัดมืออก ผมไม่ทราบว่าพระองค์ตรัสตรงนั้นทันทีไม๊ หรือตรัสกับคนสนิทในภายหลัง ว่า

' ไม่ต้องมาพยุงเรา เราจะเดินให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า เราเดินได้ ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าเราสามารถปกครองคน64ล้านคนด้วยตัวของเราเองได้ ' ถึงตอนนี้แล้ว ...น้ำตาผมคลอเบ้า คนที่ดูกันก็สะอึ้นกันไปหลายคน ทุกๆคนในที่นั้นเงียบหมดกับคำพูดที่พระองค์ได้ตรัสไว้ ผมได้ยินเสียงกระซิบจากเพื่อนข้างๆว่า สงสารพระองค์ที่ต้องมาทรงงานอย่างหนัก ถึงแม้นจะอายุเยอะแล้ว แต่พระองค์ก็ยังทรงรักและเป็นห่วงลูกๆหลานของพระองค์ ลูกๆหลานๆที่อยู่ในประเทศนี้ ท่านทรงงานทุกอย่างเพื่อให้คนในประเทศได้สบาย

เพื่อคนในประเทศได้อยู่ดีกินดี อาจารย์ได้บอกกับพวกเราเมื่อวีซีดจบว่า พระองค์เหมือนฝนที่ทำให้ประเทศร่มเย็น เหมือนเทวดาที่ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปที่ไหนที่นั่นจะชุ่มฉ่ำ ที่ๆพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปจะพบแต่ความสงบสุข มีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร......

ที่มา //www.soccersuck.com


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:42:01 น.  

 
ขอบคุณที่มาแบ่งปันกันนะครับ


โดย: Plin, :-p วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:22:52 น.  

 
ขอบคุณคุณMaple มากค่ะ มะยมอ่านแล้วน้ำตาจะไหลให้ได้ พระองค์ท่านเหมือนเทวดาจริงๆนะคะ.......

ความที่มะยมทำงานชายแดนมาตลอด คลุกคลีกับชาวบ้านทั้งฝั่งเราฝั่งเขามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราปลาบปลื้มใจมาก ก็คือได้เห็นความรักที่ชาวบ้านของเขา...มีต่อพระองค์ท่านโดยเฉพาะชาวลาว เวลาในหลวงหรือพระเทพฯเสด็จชาวบ้านจะพากันมารับเสด็จที่....ดูแล้วมันตื้นตันใจจนน้ำตาไหลทุกที

แล้วเวลาท้อแท้...มะยมมักจะเปิดบทพระนิพนธ์เรื่องเดินตามรอยเท้าพ่อ ของสมเด็จพระเทพมาอ่านทุกครั้ง ทำให้สามารถทำงานในพื้นที่ได้ยาวนาน...


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:49:31 น.  

 
พอดีอ่านเจอบทความที่ดีมากเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ขออนุญาตเจ้าของบทความและเจ้าของกระทู้คัดลอกไปเผยแพร่นะครับ


โดย: พิราบเขียวแห่งที่ราบสูง IP: 125.27.202.33 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:59:31 น.  

 
ถ้าจะ post บทความอื่นลงในนี้ ถ้าเป็นจาก blog อื่น ขอให้ลง link กลับไปด้วยครับ ถ้าเป็น forward mail ก็ post มาเลยก็ได้ครับ

แต่ถ้าเอาของที่ผมเขียนไว้ไป post ต่อ ขอให้ post แค่ช่วงแรก แล้วทำ link กลับมาครับ เพราะนี่ผมก็พิมพ์ไปแก้ไปเกือบ 20 ครั้งแล้วครับตั้งแต่วันที่ 10 ถึงวันนี้ คือ กลัวว่าถ้าเอาไป post ทั้งหมดเลย แล้วมันจะไม่เหมือนกับ version ปัจจุบันครับ


โดย: Plin, :-p วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:28:27 น.  

 
ส่วนforward mail ที่มีคน post ไว้ ถ้าจะลอกไป forward ต่อ ก็คงไม่เป็นไร เพราะก็ถือเป็นการ forward ต่อ


โดย: Plin, :-p วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:29:49 น.  

 
"เดินตามรอยเท้าพ่อ" เป็นเรื่งราวที่มะยมบันทึกไว้เมื่อตอนเรียน ปี 3 และใช้เป็นสิ่งปลอบประโลมใจมาโดยตลอดการทำงาน เมื่อยามเหน็ดเหนื่อยท้อแท้ มีเนื้อความว่า...

“ ฉันเดินตามรอยเท้าอันรวดเร็วของพ่อโดยไม่หยุด
ผ่านเข้าไปในป่าใหญ่ น่ากลัว ทึบ
แผ่ไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด มืดและกว้าง
มีต้นไม้ใหญ่เหมือนหอคอยที่แข้มแข็ง
พ่อจ๋า…
ลูกหิวจะตายอยู่แล้วและเหนื่อยด้วย
ดูซิจ๊ะ…
เลือดไหลออกมาจากเท้าทั้งสองที่บาดเจ็บของลูก
ลูกกลัวงู เสือ และหมาป่า
พ่อจ๋า…
เราจะถึงจุดหมายปลายทางไหม?
ลูกเอ๋ย…
ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนดอกที่มีความรื่นรมย์
และความสบายสำหรับเจ้า
ทางของเรามิได้ปูด้วยดอกไม้สวยสวย

จงไปเถิด แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจเจ้า
พ่อเห็นแล้วว่า หนามตำเนื้ออ่อนอ่อนของเจ้า
เลือดของเจ้า เปรียบดั่งทับทิมบนใบหญ้าใกล้น้ำ
น้ำตาของเจ้าที่ไหลต้องพุ่มไม้สีเขียว
เปรียบดั่งเพชรบนมรกตที่แสดงความงดงามเต็มที่

เพื่อมนุษยชาติ จงอย่าละความกล้า
เมื่อเผชิญกับความทุกข์ให้อดทนและสุขุม
และจงมีความสุขที่ได้ยึดอุดมการณ์ที่มีค่า
ไปเถิด…
ถ้าเจ้าต้องการเดินตามรอยเท้าพ่อ.”

๒๕๑๙
บทพระราชนิพนธ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชสุดา

มะยมขออนุญาตคุณPlin นอกเรื่องนาร์กีส นิดนึงนะคะ


โดย: มะยม IP: 117.47.113.204 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:03:51 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่อง ชื่อ nargis ค่ะ ( อื่นๆมิติดใจเป็นประเด็น)


โดย: view IP: 124.121.110.96 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:34:26 น.  

 
ดีแล้วครับ เพราะถ้าติดใจ คุณ view ก็ ถามทางปากีสถานเองนะขอรับ เจ้าของ blog คงไม่ไปถามให้


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:58:42 น.  

 
คุณมะยม เราชอบข้อความตอนนี้ที่สุดเลยล่ะ

จงไปเถิด แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจเจ้า
พ่อเห็นแล้วว่า หนามตำเนื้ออ่อนอ่อนของเจ้า
เลือดของเจ้า เปรียบดั่งทับทิมบนใบหญ้าใกล้น้ำ
น้ำตาของเจ้าที่ไหลต้องพุ่มไม้สีเขียว
เปรียบดั่งเพชรบนมรกตที่แสดงความงดงามเต็มที่

คุณมะยม ทำงานเป็น NGO เหรอคะ
ยังไงก็ สู้สู้ นะคะ


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:01:46 น.  

 
งานของมะยมเป็น GO. ค่ะ แต่เป็น GO. ที่ทำงานในถิ่นไกลปืนเที่ยงน่ะค่ะ

มะยมก็ชอบเนื้อหาพระราชนิพนธ์ตอนนี้มากเหมือนกันค่ะ และก็...เมื่อเผชิญกับความทุกข์ให้อดทนและสุขุม...ใช้เตือนสติเราได้มากเลยค่ะ

ขอบคุณนะคะ คุณ Maple


โดย: มะยม IP: 222.123.163.8 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:34:09 น.  

 
อ่า บล็อกนี้เจ๋งดี
สามารถนำเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจ
มาขยายความ แล้วก็ทำให้ได้ความรู้เพิ่มด้วย เยี่ยมอะ

หน้าตาคุณ นาร์กิส สวยจัง ประมาณแขกขาว งามดี

ส่วนเรื่อง Mother India เหมือนเคยอ่านผ่านมาว่าคลาสสิคจริง

ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ


โดย: cottonbook วันที่: 18 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:44:26 น.  

 
น่ารักดีเน้อะบล็อกเนี้ย
ชอบๆๆๆๆๆ


โดย: aimmyworld IP: 222.123.175.249 วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:37:59 น.  

 
ขอบคุณสำหรับสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนน่ะค่ะ

อ่านแล้วทำให้รู้อะไรๆ มากขึ้นเลย

ขอบคุงมากค่ะ


โดย: pooh IP: 203.113.17.175 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:38:42 น.  

 
เคยทราบมานานมากแล้ว (แต่จำไม่ได้ว่าทราบมาจากไหน) ว่าการตั้งชื่อพายุ มักจะตั้งเป็นชื่อผู้หญิงค่ะ เพราะพายุนำมาซึ่งความสูญเสียและเสียหายรุนแรง ที่ตั้งเป็นชื่อผู้หญิงก็เพื่อให้ฟังดูมีความรุนแรงน้อยลง เพราะถ้าตั้งชื่อเป็นชื่อผู้ชายคงฟังดูเข้มข้นรุนแรงกว่านี้

คนคิดเคล็ดนี้เค้าคงลืมนึกไปว่า เวลาผู้หญิงโมโหขึ้นมา ก็พายุดีๆ นี่เอง


โดย: jeab jeab IP: 58.9.193.84 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:30:44 น.  

 
โอ้ว...ยอดมาก


โดย: Doo IP: 61.91.94.103 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:40:05 น.  

 
ขอบคุณครับที่ชอบ


โดย: Plin, :-p วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:20:30 น.  

 
ความรู้ยอดเยี่ยมมากๆ ขอบคุณค่ะ


โดย: jibziez IP: 58.137.39.253 วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:11:36 น.  

 
ผมว่า UN น่าจะเขัาไปใช้กำลังบุกพม่าได้แล้ว
เห็นที่แถวๆ อาฟาริกา พี่แกบุกเอาๆ เมื่อเร็วๆ นี้ก็ส่งไปบุกอิรัก
พี่ไทยเรายังส่งไปช่วยด้วยเลย แล้วหยั่งเหตุการณ์นี้มันน่าสงสารประชาชน
มากๆ ทำไมไม่เห็นทำอะไรเลย น่าเยื่อไหมครับท่าน


โดย: 9chan IP: 24.185.0.7 วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:6:43:54 น.  

 
UN ไม่กล้าไปบุกพม่าหรอก เพราะ E-thi รู้หมดแล้ว จึงแนะนำให้รัฐบาลย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เนปิดอ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นแบบป่าเขา ยากแก่การค้นหาโดยเทคโนโลยี Hi-tech ต้องนั่งทางในเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ซึ่งเทคโนโลยีนี้ UN ไม่ถนัดฮับผม....


โดย: maybe IP: 222.123.164.2 วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:53:25 น.  

 
ชอบค่ะ...นับถือๆ..


โดย: nehron :) IP: 161.200.255.162 วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:43:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Plin, :-p
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]









Instagram






บันทึก ท่องเที่ยว เวียดนาม


e-mail : rethinker@hotmail.com


Friends' blogs
[Add Plin, :-p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.