Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
30 กันยายน 2551
 
All Blogs
 

"สถาบันอาจารย์มหาวิทยาลัย" โดย "แดง ไบเล่" (ประมาณ ปี พ.ศ. 2525)

["ตัดแปะ" เรื่องอื่น]



บังเอิญข้าพเจ้าไปอ่านบทความหนึ่งที่เวบประชาไท เรื่อง ว่าด้วย “ดร. ผศ. รศ. อาจม อาจารย์” โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย แล้วรู้สึกชอบใจในส่วนหมายเหตุของบทความ ก็เลยจะขอนำมาเผยแพร่กัน

ไม่ใช่ว่า ตัวบทความไม่ดี แต่คิดว่า ส่วนของหมายเหตุมีความน่าสนใจมาก เพราะผู้เขียนได้บอกว่า ข้อความที่นำมาไว้ในหมายเหตุนั้น ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2525 โน่นแล้ว

ถ้าสนใจตัวบทความ ก็ Click อ่านได้ที่นี่ โดยต่อไปนี้ จะเป็นส่วนหมายเหตุของบทความดังกล่าว


หมายเหตุ

ขออนุญาตเอาบทความของ “แดง ไบเล่” ที่เขียนเรื่อง “สถาบันอาจารย์มหาวิทยาลัย” เมื่อราวปี 2525 มากำนัลแด่ทุกท่านในที่นี้ด้วยครับ



ในเมืองไทยเรานั้น มีการกล่าวขวัญถึงสถาบันต่างๆ แทบจะหมดทุกสถาบันแล้วตั้งแต่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย เผด็จการ ทหารพลเรือน ข้าราชการ นายทุน กรรมกร นักธุรกิจ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ นักหนังสือพิมพ์ นักเรียน นักศึกษา นักการเมือง ฯลฯ

ยังเหลืออีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีใครแตะต้องกันนัก นั่นคือ อาจารย์มหาวิทยาลัย

เนื่องจากสถาบันอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญยิ่งกลุ่มหนึ่ง สำหรับนักศึกษา เพราะหากขาดอาจารย์เสียแล้วมหาวิทยาลัยก็ไม่เป็นมหาวิทยาลัย จึงใคร่จักกล่าวถึงคนกลุ่มนี้ สักเล็กน้อย พอหอมปากหอมคอ

ขอแนะนำให้นักศึกษาใหม่ รู้จักกับพวกเขาก่อนเป็นเบื้องแรก : เขาคือใคร ?



๑. เขาเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ

๒. เขาต่างจากข้าราชการพลเรือนอื่นๆ ตรงที่สามารถเลื่อนชั้นขั้นตอนได้คล่องกว่า เขามีเวลาการทำงานที่ flexible มาก ตลอดจนมีฮอลิเดย์อันยาวนาน

๓. ระบบการบังคับบัญชา และการวัดผลงานของพวกเขาหละหลวม กว่าระบบการบังคับบัญชา และวัดผลงานข้าราชการพลเรือนอื่นๆ

๔. เขามีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการ คือ การสอนหนังสือ เป็นเบื้องแรก การวางระบบการเรียนการสอนและการบริหารวิทยาลัยเป็นเบื้องสอง

๕. นอกจากนี้ เขาก็ไปวิ่งรอกหากิน ด้วยการสอนกวดวิชา สอนพิเศษ ทำงานกับธุรกิจเอกชนบ้าง แต่ยังไม่เคยเห็นที่ขายทัปเป้อร์แวร์ หรือรับเป็นพิธีกรทัปเป้อร์แวร์

๖. เขาได้รับการยกย่อง จากสังคมอย่างมากพอสมควรตลอดจนยกย่องกันไปยกย่องกันมาในหมู่พวกเดียวกันอีกด้วยโดยใช้สรรพนาม เรียกกันไปเรียกกันมาว่า “อาจารย์” เช่น “แหม, วันนี้อาจารย์ดอกท้อ หน้าตาไม่สบายเลย ทั้งๆ ที่เพิ่งพาอาซ้อไปทัวร์ยุโรปมาหยกๆ” อาจารย์ไขลูกล่าว อาจารย์ดอกท้อตอบว่า “อาจารย์ไขลู ไม่ทราบหรือคะ ว่าหมู่นี้เดี๊ยนแองเชียสม้ากมาก มีเทนชั่นตบตีกันเพราะ แย่งกันสอนซัมเมอร์ค้า”

ความสำคัญผิดของนักศึกษาที่มีต่ออาจารย์ และสมควรแก้ไข

๑. นักศึกษาใหม่ส่วนมาก นึกว่าอาจารย์เป็นบุคคลพิเศษอันทรงความรู้ ความคิด ข้อเท็จจริงคือ อาจารย์ส่วนมากมิได้เป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก เป็นผู้มีความรู้ความคิดเพียงแคบๆ เฉพาะในสาขาวิชาของตนเท่านั้น อย่าหวังอะไรมากไปกว่านั้น

๒. นักศึกษาอาจคิดว่า อาจารย์คือผู้หยั่งรู้โลกและสังคม ข้อเท็จจริงคือ อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก เป็นผู้ขาดประสพการณ์ชีวิตและขาดความรู้อันเกิดจากการได้สัมผัสกับความเป็นจริงในสังคม อาจารย์พูดถึงสังคมเหมือนกำลังพูดถึงสิ่งเลื่อนลอยบางอย่าง

๓. โปรดระลึกไว้เสมอว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก สอนหนังสือไม่เป็นและมักจะบ่นว่าตามตำรา ตามตัวอักษร มากกว่าที่จะพยายามถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้น ด้วยวิธีการอันจะสร้างความเข้าใจให้เกิดแก่คุณ

๔. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมาก ใช้ภาษาไทยไม่เป็น เพราะเขาเห็นเป็นของธรรมดาเกินกว่าที่จะทำความรู้จักกับมัน เขาจึงขาดเครื่องมือสำคัญในอาชีพ นอกจากใช้ภาษาไทยไม่เป็นแล้ว อาจารย์อีกร้อยละ ๙๖–๙๗ ก็ใช้ภาษาอื่นไม่เป็นอีกด้วย อย่าสำคัญผิดคิดว่าเมื่อเขาใช้ภาษาไทยไม่เป็นแล้วเขาจะใช้ภาษาฝรั่งเป็น-ไม่เป็นหรอกคู้ณ

๕. อาจารย์มหาวิทยาลัยครึ่งหนึ่ง ไม่แตกฉานในเนื้อหาวิชาที่ตนสอน เมื่อคุณเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่คุณตั้งใจเรียน จึงมิใช่ความผิดของคุณทั้งหมดหรอก

๖. อาจารย์มหาวิทยาลัยกว่าครึ่ง ไม่ติดตามความก้าวหน้าในศาสตร์ที่ตนสอน ตลอดจนไม่เหลือบแล ข้อเท็จจริงในแง่การปฏิบัติการ เพราะละอายเกินไปที่จะยอมรับว่าตนยังไม่รู้อะไรอีกบ้าง

๗. อาจารย์มหาวิทยาลัยที่หย่อนประสิทธิภาพมากที่สุดได้แก่พวกที่สอนสังคมศาสตร์ เพราะเป็นสาขาวิชาที่ “รู้” ยาก และ “สอน” ยาก แต่บุคคลากรที่เข้ามาในแขนงสังคมศาสตร์กลับเป็นบุคคลากรที่มักจะด้อยคุณภาพ จึงไปกันใหญ่ ไม่น่าประหลาดที่คุณไปฟังอาจารย์วิชาสังคมศาสตร์แขนงต่างๆ เช่น สังคมวิทยา สอนคุณเหมือนกับกำลังนินทาชาวบ้านให้คุณฟัง หรือไม่ก็เหมือนกับกำลังเล่าวิวัฒนาการของสังคมอเมริกาหรือสังคมจีนให้คุณฟัง ไม่ใช่สังคมไทย

๘. อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็น สาวโสด มีเป็นจำนวนมาก คนกลุ่มนี้บางคนที่เขา “ทำใจ” กับวิถีชีวิตของตนเองได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่อีกส่วนหนึ่งที่ “ทำใจ” ไม่ได้จะมีผลต่องาน และอย่าลืมว่า จริงๆ แล้ว งานอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้น เป็นงานที่demand สมาธิ, intellectual capacity, objectivity และมี pressure พอสมควร คนที่ “ไม่เป็นกันเองกับตัวเอง” รับภาระงานชนิดนี้ได้โดยยากลำบาก

๙. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมาก มาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยสิ่งล่อหลอกเปลือกนอกของอาชีพนี้ เช่น การได้รับการยอมรับจากสังคม การได้ไปเมืองนอก เขามิได้มาเป็นอาจารย์เพราะเขารักอาชีพครู หรือมีวิญญาณแห่งการเป็นครู เขาเป็นครูเพราะเวรกรรมพามาและในที่สุดเวรกรรมของคุณ ก็พาคุณมาพบกับพวกเขา

๑๐. โปรดระวัง อาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นบุคคลที่มักสำคัญตนผิดได้ง่ายมาก เพราะโดยอาชีพ เขาคบหาสมาคมอยู่กับคนประเภท “ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันโง่” (สำนวนอันมีชื่อเสียงของคุณวิทยากร เชียงกูล) คนเขลารุ่นนี้เริ่มฉลาดขึ้นนิดหน่อยก็จากเขาไป คนเขลาคลื่นลูกใหม่ก็มาแทนที่ชีวิตของเขาเวียนว่ายอยู่กับ “คนเขลา” รุ่นแล้วรุ่นเล่า หาที่สิ้นสุดมิได้นานๆ เข้าจึงสำคัญตนผิด คิดว่าคนทั้งโลกมันเขลากันอย่างนั้นทุกคน ตัวเองฉลาดเป็นการถาวรอยู่แต่ผู้เดียว

๑๑. ในทางกลับกัน ก็อาจเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้เมื่อคนเขลาๆ ที่ตนเคยพบอยู่แต่เดิม เสือกฉลาดขึ้นมากมายในอีก ๓-๔ ปี ให้หลัง

๑๒. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมากมาเป็นอาจารย์ด้วยจิตใจที่คิดจะมา “เอา” (take) มิใช่ จะมา “ให้” (give) คือ จะมา take อภิสิทธิ์ต่างๆ ทั้งในรูปธรรมนามธรรมของการที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เช่น ทุนการศึกษาไปต่างประเทศ ฯลฯ ฯลฯ จึงไม่น่าประหลาดใจแต่ประการใด ที่คนพวกนี้บางคน “ให้” แก่มหาวิทยาลัยได้น้อย และ “ให้” แก่นักศึกษาได้น้อย หลังจากที่ “สวาปาม” หยิบชิ้นปลามันไปรับประทานเรียบร้อยและชินชา ตลอดจนขับถ่ายหมดแล้ว

๑๓. คนที่ไม่ได้รักอาชีพครู จำนวนมากเหล่านี้ มีชีวิตประจำวันอย่างเซ็งๆ ไป ปีแล้วปีเหล่า ถึงเวลาเขาก็มา “ให้บริการ” การสอนพอให้หมด “หน้าที่” (และเขาจำกัดกรอบหน้าที่ของเขาให้แคบมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้)

๑๔. ท้ายที่สุด ในสายตาของคน “แย่ๆ” เหล่านี้ นักศึกษาจึงถูกลอยแพและเป็นเพียง “instrument” แห่งการ “ดำเนินชีวิตประจำวัน” ของเขาเท่านั้น ไม่มีความหมายมากไปกว่านั้น





อ่าน ๆ ดูแล้ว ก็แปลกใจว่า ทำไมข้อความ "เก่า" ที่เขียนไว้เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว จึงยังจะดู "ใหม่" ต่อไปได้อีกนาน


["ตัดแปะ" เรื่องอื่น]




 

Create Date : 30 กันยายน 2551
12 comments
Last Update : 30 กันยายน 2551 20:57:12 น.
Counter : 1488 Pageviews.

 

แสบๆคันๆกับบทความนี้มาก มันเป็นตลกร้ายที่ขำไม่ออกเลยแหละ

ก็คงคล้ายๆกับนักวิชาการเกษตร แต่ปลูกข้าวสู้ชาวนาไม่ได้นั่นแหละจ้า....

อยากรู้ว่า แดง ไบเล่ เป็นชื่อของใครน๊อ?


 

โดย: เฮ้อ IP: 117.47.115.206 1 ตุลาคม 2551 5:08:57 น.  

 

อืม...อ่านจบแล้วอึ้ง อึ้ง อึ้ง บางเรื่องเคยรู้สึกเพียงเลาๆ แต่บางเรื่องก็ไม่เคยคิดถึงแง่มุมนี้มาก่อนเลย

สิ่งนึงที่ทำให้เรารู้สึกถึงกลิ่นอายของยุค 2525 คือ ทัปเป้อร์แวร์ ไม่รู้ว่าสมัยนี้เค้ายังมีขายกันอยู่หรือเปล่า

 

โดย: Maple IP: 202.129.59.2 3 ตุลาคม 2551 13:50:57 น.  

 

คุณ Maple

ดีใจจังที่เข้ามาแล้วเจอคนคุ้นเคยค่ะ เนี่ยยังคิด(นินทา)ว่าเจ้าของ Blog อยู่เลย ไม่เข้ามา Upblog ทำให้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะคะ ส่วนมะยมก็เอาแต่ตะลอนทัวร์ค่ะ เลยหายไปอีกคนนึง

ที่จริงเรื่องอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้น มะยมมีเรื่องเล่าที่ยาวเหยียดมาแลกเปลี่ยนอยู่เหมือนกันค่ะ เดี๋ยวหาเวลาว่างๆอีกนิดนะคะ จะเข้ามาคุยเรื่องนี้ด้วยค่ะ

 

โดย: มะยม IP: 117.47.118.29 4 ตุลาคม 2551 22:21:10 น.  

 

คุณมะยม

ยังขาดคุณจอยไปอีกคน ครบคนคุ้นเคย(คุย)กันพอดี ^ ^
ม่ายรุว่าไปเรียนต่อตามที่เคยคุยไว้รึยังนะคะ

ส่วนเจ้าของ Blog นั้น ม่ายกล้านินทาดังๆ เดี๋ยวเค้ามาไล่ไม่ให้เรามาคุยกันในบ้านเค้าอีกก็แย่เลย เราคงคิดถึงกันแย่ แหะแหะ อ้อ...รอคุณมะยมว่างมาเล่าเรื่องให้ฟังนะคะ

 

โดย: Maple IP: 202.129.59.2 6 ตุลาคม 2551 13:22:34 น.  

 

คุณ Maple

มะยมพยายามจะเล่าเรื่องแลกเปลี่ยนกันนะคะ.........แต่แย่จังค่ะ มะยมเล่าอะไรไม่ออกเลย ลบแล้วลบอีกตั้งหลายรอบ

มะยมรู้สึกเครียดกับบรรยากาศในกรุงเทพฯค่ะ วันนี้หลังทำงานแล้ว ก็ไปเดินเล่นในสถานปฏิบัติธรรมพักใหญ่ รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย....

ระลึกถึงคุณ Maple และคุณจอยเสมอค่ะ

 

โดย: มะยม IP: 117.47.187.158 8 ตุลาคม 2551 19:35:43 น.  

 

อืม...เข้าใจเลยล่ะ
ระลึกถึงเช่นกันค่ะ

 

โดย: Maple IP: 202.129.59.2 10 ตุลาคม 2551 15:49:58 น.  

 

ผมคิดว่า บทความนี้มีมุมมองที่น่าสนใจหลายๆมุมที่บุคคลทั่วไปมองไม่เห็น แต่ด้วยภาษาที่ใช้ แสดงถึงความไม่เป็นกลางของผู้เขียนที่ดูเหมือนจะไม่ชอบความเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นทุนเดิม ทำให้ข้อความดูน่าเชื่อถือน้อยลง

 

โดย: เป้ IP: 70.112.184.211 19 ตุลาคม 2551 4:26:20 น.  

 

อ่านแล้วคิดถึงน้ำส้มไบเล่จัง (เกี่ยวมั้ยเนี่ย)

 

โดย: bankybakn IP: 129.11.217.99 19 ตุลาคม 2551 5:58:07 น.  

 

อ่านแล้วน้ำตาจะไหลครับ

โดนนนน

(ขออนุญาติตัดนำไปโพสท์ในบล้อกนะครับ)

ขอบคุณครับ

 

โดย: bpcmarket 13 ธันวาคม 2551 20:06:06 น.  

 

ไม่ต้องขออนุญาตผมหรอกครับ เพราะผมก็ไปเอาของเค้ามาแปะที่นี่เหมือนกัน

คุณ bpcmarket ทำ link ไปที่ประชาไท ที่บทความของดร โสภณ จะดีกว่าครับ

 

โดย: Plin, :-p ตัวจริง ไม่ได้ login IP: 202.28.183.10 13 ธันวาคม 2551 20:47:06 น.  

 

เมื่อมาอ่านข้อความแล้วก็ต้องยอมรับว่ามีหลาย ๆ เรื่องที่ถูก และมีที่ไม่ถูกอีกมาก ผู้เขียนบทความน่าจะเป็นนักศึกษาที่โชคร้าย ไม่เคยพบกับครูที่ตั้งใจทำงานเพื่อศิษย์หรือครูที่นำเสนอวิชาการเพื่อเสริมสร้างสังคมให้เป็นสุข อย่าลืมนะคะ ว่าในสังคมหนึ่ง ๆ ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกัน และคนดีก็ดีไม่หมดทุกด้าน เราเองก็ต้องพยายามขัดเกลาตัวเรา รู้จักให้ มองสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเป็นธรรม ครูดี ๆ ก็มีอยู่ไม่น้อยในมหาวิทยาลัย ท่านผู้อ่านลองนั้งคิดถึงครูที่สอนท่านในมหาวิทยาลัยดูว่า 4 ปี ที่เรียนมา ท่านได้อะไรดี ๆ จากครูบ้าง ครูแต่ละคนมีวิธีสอนที่ต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกัน คือ ให้ศิษย์มีความรู้เป็นคนดี ก็เพราะศิษย์แต่ละคนก็มีนิสัยต่างกัน ครูก็ต้องปรับเพื่อกระตุ้นให้ศิษย์ซึ่งในวัยเรียนก็เป็นวัยที่ศิษย์สนใจเรียนรู้อื่น ๆ นอกห้องเรียนด้วย ตัวอย่างของครูที่ดีคนหนึ่งซึ่งไม่เคยได้เรียนจากท่าน แต่เรียนรู้ผ่านการอ่านหนังสือแปล เดอะลาสต์เลกเชอร์ เป็นเรื่องของการทำความฝันในวันเด็กให้เป็นจริง เราจะได้เรียนรู้ด้านอื่น ๆ ด้วย ขอเชิญเข้าไปฟังใน //www.youtube.com/watch?v=ji5_MqicxSo เราจะได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ได้มากค่ะ โชคดีปีใหม่ ขอให้มองโลกในแง่ดี และแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้แก่กัน และร่วมกันสร้างสังคมไทยที่น่าอยู่ เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนค่ะ

 

โดย: renu IP: 125.25.133.12 2 มกราคม 2552 9:10:05 น.  

 

ตามนั้นครับ

 

โดย: yoddel19 6 สิงหาคม 2553 17:57:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Plin, :-p
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]









Instagram






บันทึก ท่องเที่ยว เวียดนาม


e-mail : rethinker@hotmail.com


Friends' blogs
[Add Plin, :-p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.