ร้อยวันพันปีอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
20 มกราคม 2551
 
All Blogs
 

เบื้อก กะ น้องฮาวา

เบื้อก กับ น้องฮาวา




ตอนเที่ยงวันหนึ่ง ที่บันไดทางขึ้นลงของอาคารเรียน
"เบื้อก"
เดินออกมาจากห้องเรียนก่อนใครทั้งหมด
คงเป็นเพราะความหิวจึงเร่งรีบเดินลงบันใดเพื่อที่จะไปยังโรงอาหาร

"น้องฮาวา"
เพื่อนร่วมชั้นเรียนเธอร้องเรียกเบื้อกอยู่ข้างหลังเสียงดัง
บอกกับเบื้อกว่า
"รอเดี๋ยว มีอะไรจะคุยด้วย ?"

น้องฮาวาเดินมาถึง ไม่พูดพล่ามทำเพลงกลับใช้ฝ่ามือตบหน้าเบื้อกอย่างแรง ?


เบื้อกงงสิเพราะยังไม่รู้เลยว่า อะไรเป็นอะไร
ความเจ็บ บวกกับความอาย ในตอนนั้นเบื้อกบันดาลโทสะ

ชกหน้าน้องฮาวาเต็มแรง !!!

จนน้องฮาวาหงายท้องตึงลงไปกองกับพื้น
??

น้องฮาวานั่งร้องให้อยู่กับพื้นตรงหน้าเบื้อก ฮือ ฮือ ... ไม่พูดอะไร
คงอายเพื่อนๆที่กำลังยืนมอง และคงเจ็บจากฤทธิ์หมัดไม่มีรู ของเบื้อก
จึงรีบลุกจากตรงนั้นแล้ววิ่งหนีไปที่ห้องเรียนทันใด

ไอ่เบื้อก ยืนทำหน้างงๆ ... ?
(อะไรกันวะเนี่ย !!!)
...


ที่ห้องเรียนในตอนบ่ายของวันนั้นเอง
"คุณครูอ้อย"
ซึ่งเป็นครูประจำชั้น ถามเบื้อก กับ น้องฮาวา ว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร ?
เบื้อกตอบว่า


"ป๋มม่ายยู้ งับ ... อยู่ดีๆ ฮาวา ก็วิ่งมา โตบ ป๋ม อ่า"


น้องฮาวาไม่ตอบ เอาแต่ร้องให้สะอึกสะอื้น ฟูมฟาย น่าสงสาร
เหตุผลของน้องฮาวาที่สรุปได้ในตอนนั้นคือ


"หมั่นไส้อ่ะ"
???




ครูอ้อยโทรมาหาผมที่บ้านในตอนเย็นของวันนั้นเลย
ผมรับรู้ในเรื่องราวต่างๆจากครูอ้อย ก็รับปากครูอ้อยไปว่าจะช่วยกันดูแลอีกทาง
แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้
ก็จะพยายามถามเบื้อกดูว่ามีเรื่องอะไรกันแน่


หลังจากวันนั้นปรากฎว่า น้องฮาวาไม่คุยกับเบื้อกไปเลยหลายวัน
แต่ก็มีแอบมองกันบ้างเป็นครั้งครา
(เบื้อกบอก)

แต่เบื้อกก็ยัง งง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
บางทีก็เห็น น้องฮาวา ค้อนขวับให้ตอนที่เบื้อกเผลอหันไปเจอเข้า


เบื้อกตั้งใจเรียนหนังสือ ... ฮาวา ก็ตั้งใจเรียนหนังสือเช่นกัน
ครูอ้อยชอบจับทั้งเบื้อกและน้องฮาวาทำกิจกรรมร่วมกันอยู่บ่อยๆ
เบื้อกบอกผมว่า

"ไม่เคยพูดกันเลยอ่ะ ไม่มองหน้ากันด้วย แสดงอะไรออกมาก็ดูไม่ดีไปหมด"


และแล้วความจริงก็กระจ่าง
เมื่อเบื้อกได้รับกระดาษแผ่นเล็กๆในตอนใกล้เลิกเรียนของวันหนึ่ง
ข้อความในกระดาษเขียนมาว่า


ถึง ...
ทำไมเทอต้องไปคุยก่าอี ... ด้วยอ่า ฮาวาม่ายชอบหน้ามานรุอยู่
คุยก่ามานทำมายอ่า วันเน้ ฮาวาก็เกลียดมาน เกลียดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


เบื้อกซุกกระดาษจดหมายแผ่นนั้นไว้ในหนังสือวิชาภาษาไทย
แต่ก็ไม่วายที่จะมีคนมาแอบเจอ
ก็พี่สาวตัวแสบของเบื้อกนั่นเองจะมีใครที่ใหน

เธอไปเจอหนังสือและจดหมายนั่นโดยบังเอิญที่บ้านในขณะสอนการบ้านเบื้อก

พวกเราไม่กล้าที่จะถามเบื้อกว่า
คิดยังไงกับเรื่องนี้ เพราะเบื้อกเป็นคนขี้อายสุดๆ
และจะโมโหอย่างแรงถ้าใครพูดถึงเรื่องนี้

ครูอ้อยรับรู้เรื่องราวทันทีเมื่อผมแอบโทรไปบอกในตอนค่ำของวันนั้น
ต่อมา ทุกอย่างก็ลงเอย เมื่อครูอ้อยพยายามจูนทั้งสองเข้าหากัน
ไม่นานนักน้องฮาวาและเบื้อกก็ดีกัน
ทั้งสองคนร่วมทำกิจกรรมด้วยกันอยู่เสมอ


จนหลายปีผ่านไป

เบื้อกกับน้องฮาวา ต่างก็ต้องแยกย้ายจากกันไปเพราะต่างคนต่างเรียนจบ
วันนี้ เบื้อกไม่รู้หรอกว่า น้องฮาวานั้นได้ย้ายไปอยู่ที่ใหน หรือเรียนที่ใหน
ส่วนเบื้อกเอง จับสลากได้เรียนโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีชื่อแห่งหนึ่ง

ผมถามเบื้อกว่า
"ยังคิดถึงน้องฮาวาอยู่ไม๊ ?"


เบื้อกตอบว่า
"ก็คิดอยู่เหมือนกัน"

...





(รูปเบื้อกกับน้องฮาวาในอดีต)





 

Create Date : 20 มกราคม 2551
4 comments
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2551 23:45:31 น.
Counter : 85 Pageviews.

 

โห..พ่อหนุ่มเบื๊อก เนื้อหอมแต่เล็กเลยนะ

 

โดย: พจมารร้าย 20 มกราคม 2551 11:59:05 น.  

 

เบื๊อกเอ๊ย...ผู้หญิงตบแสดงว่าผู้หญิงรัก ต้องจับมาจูบสิลูก...ไม่ใช่ชกเค้ากลับ ฮ่วย พ่อไม่สอนลูกเลยวุ๊ย

 

โดย: ลูกไหม IP: 124.121.82.134 20 มกราคม 2551 16:43:34 น.  

 



นิสัยเหมือนใครหนอ ?

 

โดย: อุ้มสี 20 มกราคม 2551 23:32:30 น.  

 

หญิงชายเท่าเทียมกัน อืม งั้น..ชกเลยเนอะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

 

โดย: NATTI นัทตี้ 23 มกราคม 2551 9:53:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Pleng-Ticha-korn
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








ลูกเล่า-พ่อเขียน
ลูกเขียน-พ่อนั่งปลื้ม

แมวไม่อยู่หนูอดโซ



เป็นคนที่ไม่มีอะไร
ที่น่าสนใจเท่าไรนัก
บางครั้งบางทีอาจดูต๊องส์ๆ
เสียด้วยซ้ำ





คนเราแก้ไขอดีตไม่ได้
แต่เราแก้้ไขอนาคตได้


บางเวลา
บางจังหวะของชีวิต
ก็ใช่ว่าจะราบรื่น
ตกหลุมตกบ่อมาก็มาก
ระวังเสมอไม่ให้ตกเหว
พ่อเองพยายามพยุงลูกๆให้ลุกเดิน
ถึงฝั่งด้วยมั่นคง
เจ้าลูกชายมาได้ครึ่งทาง
ลูกสาวจะถึงปลายทางอยู่รอมร่อ




หวังอยู่มากเหมือนกัน
ที่จะพยายามสร้างความมั่นคง
ให้กับพวกเค้า
พยายามสุดสามารถเช่นกัน
ที่จะไม่ให้พวกเค้าต้องมาลำบาก
เศรษฐกิจบ้านเรา
มันไม่ได้ดีอย่างที่ใครๆ เค้าคิด
พ่อสอนลูกเสมอว่า
สิ่งที่ลูกได้เห็น ได้รู้
และได้สำผัส

นั่นแหละมันคือของจริง
เชื่อมั่นในสิ่งที่เห็น
ศรัทธาความจริง
อย่าเอาตัวเราเองไปวัดกับใครเค้า
แล้วก็อย่าเอาเค้า
มาเป็นบรรทัดฐานให้กับตัวเรา

"ทำด้วยตัวเองให้ถึงที่สุด
เมื่อต้องรู้ว่าไม่ไหว
แล้วค่อยกวักมือเรียกใครเค้า"

ศรัทธาไม่ละลาย
ลมหายใจยังอุ่นๆ
Friends' blogs
[Add Pleng-Ticha-korn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.