What's a lekker .. Part II
ถ้าพูดถึงอาหารประจำชาติของเบลเยี่ยมก็คงเป็น French fried ซึ่งมีการสันนิษฐานว่ามีต้นกำเนิดจากประเทศนี้ คนที่นี้จะเรียกว่า Frit เค้าทานกันเป็นอาหารหลักเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทานอะไรก็จะมีเจ้่า frit มาเป็นเครื่องเคียงแทบทุกเมนู บางทีก็ทานแทน dinner ไปเลย แล้วเปิ้ลก็ชอบมากกกกกกกกก เดิมก็เป็นคนชอบทานพวกนมๆเนยๆขนมปังอยู่แล้ว แล้ว frit ที่นี่แบบว่าอร่อยมากมาย frituur ร้อนๆราดด้วยมายองเนส โหยยยยย สุดยอดจริงๆ พูดแล้วน้ำยายยยไหลเลย 55 ร้านขาย Frit คะปกติแทบทุกร้านก็จะมีขายพวกนี้พร้อมกับเฟรนฟรายน่ะคะ พวกที่อยู่ในตู้ เค้าเรียกว่า ".." (ติดไว้ก่อนนะคะเพราะลืม ) ก็ประเภทคล้ายไส้กรอกหรือปลาอัดแท่งแล้วเอามาทอดน่ะคะ มีให้เลือกเยอะแยะมากมายเลย แต่ทานมากๆก็เลี่ยนอะSalmon steak ของเรา อร่อยมากมาย และมีเฟรนฟรายมาให้ด้วย แต่อันนี้แบบเป็นแท่งกลมๆ อร่อยมากเหมือนกันเพราะเวลาทานแล้วมันรู้สึกถึงมันฝรั่งเต็มๆน่ะคะ อร่อยๆอาหารอีกอย่างคือวาฟเฟิลคะ เป็นอาหารขึ้นชื่ออีกอย่างของเบลเยี่ยม (อาหารนะคะไม่ใช่ขนม ) เรื่องความสดอร่อยก็ไม่ต้องพูดถึง แทบทุกร้านทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ อร่อยทั้งนั้น แล้วก็มีขายอยู่ทั่วไปคะ ก็เหมือนร้านลูกชิ้นปิ้งบ้านเราแหล่ะคะ นี่ขนาดเพื่อนเปิ้ลที่อยู่ลอนดอน เคยมาเที่ยว Brussels ก็ยังติดใจวาฟเฟิลที่นี่มากๆ ของที่อังกฤษน่ะคนละเรื่องเลย พอดีไม่ได้ถ่ายรูปวาฟเฟิลร้อนๆมาไว้เลย หม่ำหมดซะก่อน มีแต่วาฟเฟิลที่ซื้อจากตลาดแถวบ้านคุณแฟน (ที่นั่นก็มีตลาดนัดเหมือนกันนะ อิอิ แต่เค้าเน้นเป็นขายพวกของกินน่ะคะ) ก็อร่อยมากๆเหมือนกัน เพราะร้านนี้เค้าอบกันสดๆ ขาย bakery น่ากินทั้งนั้นเลย วาฟเฟิลของเค้าหอมเนยๆนมๆมากเลย มีหลายรส มีรสช็อคโกแลตด้วย เลยซื้อมาฝากที่บ้านด้วย อร่อยๆ แต่แอบแพงน่ะเนี่ย แพ็คนึง 5 ยูโรมี 6 ชิ้น ชิ้นกระจิ๋วนึง แต่อร่อยสมราคาคะพูดถึงวาฟเฟิลแล้วก็ต้องตามด้วยแพนเค้กคะ อร่อย(มาก)เช่นกัน แล้วเห็นอากาศหนาวๆอย่างนี้ คนที่นั่นก็โปรดปรานไอศครีมกันมากเหมือนกันนะคะ เห็นได้จากร้านไอศครีมตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บางร้านคนมุงกันเต็มเลย (โดยเฉพาะร้านจาก Australia เนี่ย แต่ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว ละก็ลืมถ่ายรูปมา อิอิ) มีแต่รูปเรากับคนขายไอศครีม (ของที่เราสั่งอันเล็กนะคะ ไม่ใช่อันใหญ่นั่น )ก็อย่างที่ทราบกันนะคะว่าพวกฝรั่งเนี่ย อาหารของเค้าจะจานอย่างใหญ่โต อิอิ เปิ้ลน่ะแรกๆ ที่ไปทานหมดไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ จริงๆสั่งแบ่งกัน 2 คนยังแบบว่าอิ่มมากได้เลย แต่วัฒนธรรมทางเค้าจะของใครของมัน จานใครจานมันแม้แต่พิซซ่า แต่หลังๆเราก็เริ่มชิน + ชอบอาหารฝรั่งอยู่แล้ว ก็เลยทานได้เกือบหมด หุหุ จะเลี้ยงไหวมั๊ยเนี่ย แต่ถ้าต้องทานแต่พวกนี้ทุกวันคงได้กลิ้งกันแน่ๆ อันนี้ของเปิ้ลคะ มาแบบใหญ่โต อิอิดูตอนอิ่มแล้ว เลี้ยงไหวมั๊ยเนี่ย อิอิ พอดีเริ่มชินแล้วและวันนั้นเดิน shopping ทั้งวันเลยหิวม๊ากมาก (แฟนเรายังตกใจว่าเปิ้ลทานเกือบหมดได้งัย อิอิ)อันนี้ของคุณแฟนBeforeand Afterน่าอายป่าวล่ะ สู้เราก็ไม่ได้ นี่ Spaghetti ของคุณญาติแฟน ตอนไป dinner family จ๊ะ ใหญ่กว่านี้ได้อีกป่าวคะ Lasagna ของเปิ้ลคะ ให้ดูที่จานนะคะ เราแค่ตัวประกอบในภาพ (อวบมาก )พูดถึงซีฟู้ดที่นั่น จริงๆความสดก็คงสู้ของบ้านเราไม่ได้ แต่ถ้าอยากทานก็หาไม่ยากคะ วันนั้นไปเที่ยว Antwerp แล้วเราอยากทานซีฟู้ด จริงๆก็อยากแค่ลองซีฟู้ดบ้านเค้าเป็นยัังงัย ก็เดินไปเจออยู่ร้านนึง ถ้าจำไม่ผิดร้าน Illy คะ (ร้านหรูนี่เอง) เห็นป้าย Seafood แล้วร้านก็น่านั่งมาก ก็เลยลองร้านนี้ ดูเมนู (บอกแล้วคะว่าส่วนมากมีแต่ภาษาดัชท์กับฝรั่งเศส ) คุณแฟนก็ถามว่าสั่งซีฟู้ดนะ เราก็คะเอาเลยซีฟู้ดนั่นแหล่ะอยากกิน ในเมนูบอกว่าสำหรับ 2 ที่ ก็ ok สั่งเลย รอนานนิดนึงเลยแหล่ะ แล้วบริกรก็เอาอุปกรณ์ต่างๆมาให้เพียบเลย ช้อมส้อมมีดหลากหลายขนาด ครีมหนีบ เหล็กแหลมๆ ฯลฯ แล้วเค้าก็เอาผ้ากันเปื้อนมาผูกให้ด้วย อาหาีรคงใกล้ออกมาแล้ว สักพักเค้าก็ถือโครงเหล็กกลมๆมาวางบนโต๊ะ เราก็อะไรอะ ต้องใช้ด้วยเหรอ แล้วซีฟู้ดของเราก็มาแล้ว 555 มันคือที่วางอาหารของเรานั่นเอง จานแบบว่าใหญ่โตมโหฬารมากมาย ตกใจเลยว่าจะทานหมดเหรอเนี่ย บอกตรงๆคะแรกๆอายนิดๆเลย เพราะที่นั่งเราอยู่หน้าร้าน (จะได้ชมวิวไปทานไป อิอิ) คนเดินผ่านไปมาก็มอง บางคนเค้าขอถ่ายรูปเลย คงเป็นพวกนักท่องเที่ยวน่ะคะ อิอิ ยังงัยเหรอคะ ดูรูปเลยคะ อิอิ ตอนแรกอายเลยขอสวมแว่นดำนิดนึง แต่สักพักก็ ok เพราะอาหารเค้าสดมากๆ ไม่น่าเชื่อคะ ซีฟู้ดเค้าแบบสดๆ หอยมีหลากหลายชนิด กุ้งตัวใหญ่มากๆ ก็ lobster อะน่ะ ปูก็อร่อย สรุปว่าตอนแรกที่เห็นคิดว่าจะทานยังงัยหมด กลายเป็นว่าทานเกือบหมด เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าจานนี้น่ะ 151 ยูโร (ตอนแรกคุณแฟนไม่ยอมบอก) ก็รวมๆกับเครื่องดื่มมื้อนั้นตกประมาณ 200 กว่ายูโรอะคะ ก็พอๆกับทานร้านหรูบนตึกสูงที่นี่เลยอะ ก็บอกคุณแฟนว่าทีหลังไม่ต้องขนาดนี้เปิ้ลแค่อยากลองทานดู แต่คุณแฟนบอกไม่เป็นไรก็เปิ้ลอยากทานนี่นา ไม่เท่าไหร่หรอกจ๊ะ ik hou van je ตอนทานมองไม่เห็นหน้าคุณแฟนเลย อันนี้ตอนไป Brussels คะ เค้าจะมีย่านสำหรับคนอยากทานซีฟู้ดเล็กๆ แบบว่าในร้านก็ขายของสดๆ มีหน้าร้านยืนผัดยืนสั่งยืนทานตรงนั้นกันเลยนี่หน้าร้านคะ คนเยอะมาก Order เสร็จก็ยืนรอกันไปแต่เรามาทานร้านที่อยู่ตรงข้ามคะ เพราะร้านนั้นคนน้อยกว่านิดนึงและดูเจ้าของหน้าตา friendly ดี ตอนไปมีพวกวัยรุ่นญี่ปุ่นยืนทานกันอยู่ เลยว่าน่าจะอร่อยน้า อิอิเจ้คนข้างๆทำอะไรอยู่อะ 555ที่สั่งมาเรียกว่า Duo Scampi - xxx ก็คือกุ้งกับปลาหมึกผัดกับน้ำพริกเผา ซึ่งแดงมากแต่ไม่เผ็ดเลย สั่งมาจานเดียวเพราะแค่อยากลองชิมแล้วยังไม่หิวกัน ทานกับไวน์ขาวคะ มีขายไวน์ด้วย เปิ้ลไม่ชอบไวน์เลยสั่งมาแก้วเดียว ก็ตกมื้อนี้ 20 ยูโรจ้าแล้วก็มาถึงของโปรดเิปิ้ลอีกอย่างคะ แต่นี่มันไม่ใช่ Belgian อะ เปิ้ลก็เคยทานมาบ้างแล้วที่นี่ แต่ร้านนี้ขอบอกว่าอร่อยมากมาย (อีกแล้ว) คือ Kebab นั่นเองคะ ร้านนี้อยู่ที่ Diest แถวบ้านแฟนคะ เปิดทุกวันเช้า 11 โมงจนถึงเที่ยงคืน แต่ weekend รู้สึกว่าปิดตี 2 แน่ะ (ดีจัง)เปิ้ลชอบมากจริงๆ ขนมปังเค้านิ่มดี เนื้อย่างของเค้าหอมแล้วผักก็สดมากๆ เรียกว่าเป็นเมนูโปรดที่เปิ้ล request บ่อยมากถ้าวันไหนคิดไม่ออกว่าจะทานอะไรดี จนคุณแฟนเบื่อไปเลยพักนึง เพราะตอนเปิ้ลกลับมาเค้าเลิกทานไปเป็นเดือนเลย เมนูจ้าmijn kebab นี่เราสั่งเป็น half แล้วนะ ยังใหญ่โตเช่นเคย อิอิ สั่งใส่เฟรนฟรายข้างในด้วย แล้วก็ยังมี frit อีกต่างหากพร้อมมายองเนส อันนี้เรียกว่า Durum แค่เปลี่ยนเป็นแร็ฟด้วยแผ่นแป้งพัฟแทนขนมปัง ส่วนใส้ข้างในก็เหมือนกัน อร่อยเหมือนกันจ้า อ๊ะ เกือบลืมไปคะ มีอีกเมนูที่ขึ้นชื่อก็คือ Mussel หรือหอยแมงภู่นั่นเอง ก็เลยพลาดไม่ได้ต้องลอง บอกตรงๆคะตอนแรกคิดว่าจะเป็นหอยตัวใหญ่เบ้ง ที่ไหนได้ตัวเล็กกว่าบ้านเราอีก order ไปเค้าก็มาเสริฟ์เป็นหม้อเลย เป็นหม้อจริงๆ แล้วก็ทานกันอย่างนั้น ไม่มีน้ำจิ้มให้เหมือนของเรานะคะ จะมีก็แต่เฟรนฟรายอีกตามเคย กับพวกมายองเนสหรือน้ำสลัดต่างๆ แล้วน้ำที่อยู่ในหม้อหอยแมงภู่ ก็ทานได้ด้วยนะคะ ไม่เหม็นหรือสกปรกแต่อย่างใด เพราะเค้าล้างให้สะอาดก่อนมาปรุง ลองดูก็อร่อยไปอีกแบบคะ ดูกันเลย
มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยง่า
อยากกินแพนเค้ก ลาซานญ่า และซีฟู๊ดดดด